- หน้าแรก
- สลับชะตาทะลุมิติยุค ห้าศูนย์
- บทที่ 3: ตั้งชื่อ (1)
บทที่ 3: ตั้งชื่อ (1)
บทที่ 3: ตั้งชื่อ (1)
กู้หยีหานรู้ดีว่าหากอยากมีชีวิตที่สุขสบายในครอบครัวนี้ เธอต้องประจบเอาใจย่ากู้ให้จงได้
ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เธอจะแจกยิ้มทุกครั้งที่เห็นหน้าย่ากู้ เพื่อทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าพวกเธอมีความผูกพันที่แสนพิเศษต่อกัน
"สะใภ้ใหญ่ อุ้มเด็กคนนี้ไปที่ห้องของสะใภ้รองแล้วให้กินนมเสียหน่อย" ย่ากู้สั่งการ "เดี๋ยวฉันจะเอาไข่ไก่ไปให้แม่เฒ่ากู้สักหน่อย"
"ค่ะแม่" รับคำเสร็จ เธอก็อุ้มเด็กน้อยเดินเข้าไปในห้องของจางชุ่ยฮวา
"น้องสะใภ้รอง ฉันพาลูกสาวคนที่สองของหล่อนมาส่งแล้ว" หวังหนีมองจางชุ่ยฮวาที่นอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนเตียง
เธอวางเด็กลงบนเตียงอย่างลวกๆ แล้วเดินเบะปากออกไป พลางคิดค่อนขอดในใจว่าจางชุ่ยฮวาทำตัวราวกับเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์ก็ไม่ปาน
จางชุ่ยฮวาหันมามองเด็กน้อยก็ต่อเมื่อพี่สะใภ้เดินพ้นห้องไปแล้ว ลึกๆ ในใจ เธอรู้สึกไม่ชอบหน้าเด็กคนนี้เอาเสียเลย
เธอรู้ดีว่าการคลอดลูกยากครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเด็ก แต่เธอก็แค่ไม่ชอบเด็กคนนี้
กู้หยีหานมองจางชุ่ยฮวา สายตาที่เย็นชาและรังเกียจเดียดฉันท์นั้นบอกให้รู้ทันทีว่าในอนาคต เธอควรจะปฏิบัติตัวต่อแม่ในนามคนนี้อย่างไร
เพราะไม่ว่าเธอจะทำตัวดีหรือพยายามเอาอกเอาใจมากแค่ไหน จางชุ่ยฮวาก็คงไม่มีวันรักเธออย่างแท้จริง
อคติของคนเราเป็นเรื่องแปลก บางคนก็เกลียดชังผู้อื่นโดยไม่มีเหตุผล และนี่คือข้อจำกัดที่ไม่สามารถทำลายลงได้ด้วยการทำตัวเป็นเด็กดีและรู้ความ
ตัดภาพมาที่แม่เฒ่ากู้ หญิงชราอาศัยอยู่ตัวคนเดียว ลูกๆ และสามีของเธอล้วนเสียชีวิตในสนามรบ ผู้นำหมู่บ้านจึงคอยดูแลเธอเป็นอย่างดี เธอจึงเป็นผู้ที่มีอิทธิพลในหมู่บ้านอยู่ไม่น้อย
ย่ากู้ยืนอยู่ลานบ้านแล้วตะโกนเรียกพี่สะใภ้กู้ แม่เฒ่ากู้ก้าวเท้าเล็กๆ เดินออกจากห้องโถงใหญ่มาพบย่ากู้พอดี "น้องสาวมาแล้วหรือ"
ย่ากู้รีบยื่นไข่ไก่ในตะกร้าให้ทันที "พี่สาว ขอบคุณมากนะที่เหนื่อยมาทำคลอดให้ลูกสะใภ้ตัวดีของฉัน นี่ไข่ไก่เล็กๆ น้อยๆ รับไว้เถอะนะ อย่าได้รังเกียจเลย"
แม่เฒ่ากู้รับมาโดยไม่เกรงใจ "จะรังเกียจได้ยังไง นี่มันของดีทั้งนั้นเลยนะ"
พูดจบเธอก็เอาไข่ไก่ไปเก็บในครัว ยื่นตะกร้าเปล่าคืนให้ย่ากู้ แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า "เด็กบ้านลูกสะใภ้เธอตั้งชื่อหรือยังล่ะ?"
ย่ากู้ยิ้มตอบ "ปู่กับพ่อของเด็กยังไม่กลับมากินข้าวเที่ยงเลยจ้ะ พวกเรายังไม่มีเวลาตั้งชื่อให้หรอก"
แม่เฒ่ากู้พูดอย่างอารมณ์ดี "ให้ฉันตั้งชื่อเด็กคนนี้ให้เอาไหม? เด็กคนนี้มีวาสนากับฉันนะ ฉันทำคลอดเด็กมาตั้งเยอะ มีแค่เด็กคนนี้แหละที่ยิ้มให้ตอนเห็นหน้าฉัน!"
ย่ากู้ตอบรับอย่างยินดี "ทำไมจะไม่ได้ล่ะจ๊ะ? พี่เป็นคนมีความรู้ไม่กี่คนในหมู่บ้านเรา การที่พี่ตั้งชื่อให้ถือเป็นบุญของเด็กมันเลยล่ะ"
แม่เฒ่ากู้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ให้ชื่อว่า กู้หยีหาน ก็แล้วกัน คำว่า 'หยี' มาจากความสุขอันเบิกบานใจ ส่วน 'หาน' มาจากดอกบัวตูมที่งดงามสะพรั่ง ฉันหวังว่าโตขึ้นแกจะเป็นเด็กที่เฉลียวฉลาดและมีความรู้แตกฉาน"
ด้วยเกรงว่าพวกเขาจะเขียนชื่อไม่ถูกตอนไปแจ้งเกิดเข้าทะเบียนบ้าน เธอจึงหาเศษกระดาษมาเขียนชื่อกู้หยีหานสามตัวอักษรลงไป พับให้เรียบร้อยแล้วส่งให้ย่ากู้
ย่ากู้รับกระดาษมาเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อ เธอไม่ได้คลี่ออกดูเพราะถึงดูไปก็อ่านไม่ออกอยู่ดี แค่รู้สึกว่าชื่อนี้ไพเราะมาก เมื่อร่ำลาแม่เฒ่ากู้เสร็จ เธอก็เดินทางกลับบ้าน
ด้านกู้หยีหาน เธอรู้สึกหิวมาก แม่คนนี้ไม่ยอมให้นมเธอสักหยดเดียว กะจะปล่อยให้เธออดตายเลยหรืออย่างไร
ถึงแม้กู้หยีหานจะตุนนมผงไว้ในมิติและสามารถใช้จิตสำนึกชงนมเองได้ แต่เธอจะไม่ทำแบบนั้น ในเมื่อจางชุ่ยฮวาไม่อยากให้นมลูก เรื่องนี้ก็ควรจะให้คนทั้งบ้านได้รับรู้ไม่ใช่หรือ?
ไม่นานก็ตกบ่าย ย่ากู้ทำอาหารเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว
"ย่าครับ ผมหิวแล้ว" กู้ฮ่าววิ่งหน้าตั้งเข้ามา ตามด้วยต้าหยาและกู้เมิ่ง
"หิวก็รีบมาช่วยยกกับข้าวสิ พวกตัวทวงหนี้เอ๊ย" ย่ากู้เดินบ่นกระปอดกระแปด
กู้ฮ่าววัยสิบขวบและต้าหยาวัยเจ็ดขวบเป็นลูกของลุงใหญ่กู้อ้ายกั๋วกับหวังหนี
ส่วนกู้เมิ่งวัยห้าขวบเป็นลูกของจางชุ่ยฮวากับกู้อ้ายต่างลูกชายคนรอง
ย้อนกลับไปตอนที่ตั้งชื่อให้กู้เมิ่ง จางชุ่ยฮวาอาศัยความรู้ที่ร่ำเรียนมาเพียงไม่กี่ปีไปพูดจาเยาะเย้ยหวังหนี หาว่าหวังหนีลำเอียงรักลูกชายมากกว่าลูกสาว เพราะลูกชายอุตส่าห์ไปหาคนมาตั้งชื่อให้ดิบดี แต่พอเป็นลูกสาวกลับเรียกส่งๆ ว่าต้าหยา เรื่องนี้ทำให้รอยร้าวระหว่างพี่สะใภ้และน้องสะใภ้ลึกลงไปอีก
ไม่นาน ปู่กู้ ลุงใหญ่กู้ และพ่อในชาตินี้ของกู้หยีหานก็กลับมา ทุกคนในครอบครัวจึงอยู่กันพร้อมหน้า
เมื่อเรียกทุกคนมากินข้าวและนั่งลงประจำที่ ย่ากู้ก็เริ่มแจกจ่ายอาหาร คนที่ลงไปทำงานในนาจะได้หมั่นโถวสามลูก ส่วนเด็กๆ จะได้คนละหนึ่งลูก
กู้ฮ่าวถือหมั่นโถวไว้ในมือพลางร้องบอก "ย่าครับ ลูกเดียวผมกินไม่อิ่มหรอก ขออีกสักลูกสิครับ"
ย่ากู้หยิบหมั่นโถวอีกลูกยัดใส่มือกู้ฮ่าวอย่างรำคาญใจ "หัดพอใจซะบ้าง ตอนนี้ได้กินอิ่มก็ดีแค่ไหนแล้ว เมื่อก่อนมีให้กินแค่น้ำแกงผักป่ากับแผ่นแป้งผักป่าเท่านั้นแหละ ได้กินธัญพืชแบบนี้ก็ควรจะแอบดีใจได้แล้ว"
กู้ฮ่าวไม่ได้โกรธเคืองอะไร เขากินหมั่นโถวอย่างเอร็ดอร่อย
"แม่ครับ ทำไมผมไม่เห็นชุ่ยฮวาเลยล่ะ?" กู้อ้ายต่างมองแม่ด้วยความกังวลใจ นึกว่าชุ่ยฮวาไปทำอะไรให้แม่โกรธจนถูกทำโทษไม่ให้กินข้าว เมียเขายังอุ้มท้องอยู่นะ!
ย่ากู้มองลูกชายคนรองที่พอมีเมียก็ลืมแม่ แล้วพูดอย่างหัวเสียว่า "คลอดแล้วน่ะสิ กินข้าวเสร็จก็ไปเชือดไก่มาตุ๋นบำรุงเมียแกซะ"
กู้อ้ายต่างดีใจขึ้นมาทันที "คลอดแล้วเหรอครับ? ได้ลูกชายหรือลูกสาว? นี่ยังไม่ถึงกำหนดคลอดเลยไม่ใช่เหรอ?"
ย่ากู้กระแทกเสียงตอบอย่างหงุดหงิด "เด็กผู้หญิง"
กู้อ้ายต่างไม่ได้รู้สึกแย่เมื่อได้ยินเช่นนั้น อย่างไรเสีย เขากับชุ่ยฮวาก็ยังอายุไม่มาก ยังมีลูกกันต่อได้อีก
กู้หยีหานรู้สึกว่าถึงเวลาอันสมควรแล้ว ผู้คนในลานบ้านกินข้าวกันมาได้สักพัก เธอจึงรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีแผดเสียงร้องไห้จ้าออกมาอย่างน่าเวทนา!
ย่ากู้และคนอื่นๆ ในลานบ้านตกใจสะดุ้ง ย่ากู้รีบสั่งสะใภ้ใหญ่ทันที "เข้าไปดูซิว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเด็กร้องไห้หนักขนาดนั้น?"
หวังหนีไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเข้าไปดู เมื่อก้าวเข้าไปในห้อง เธอเห็นเด็กน้อยกำลังอ้าปากร้องไห้จ้า ในขณะที่น้องสะใภ้ของเธอกลับทำหูทวนลมและเมินเฉย
หวังหนีทำได้เพียงก้าวไปดูและพบว่าเด็กยังคงนอนนิ่งอยู่ตรงจุดเดิมที่เธอวางไว้ไม่ขยับเขยื้อน
นี่ไม่ได้ให้นมลูกเลยงั้นหรือ?
เธอลองใช้มือคลำก้นเด็กดูก็พบว่ายังแห้งสนิท ถ้าได้กินนมแล้ว จะเป็นไปได้ยังไงที่จะไม่ต้องเปลี่ยนผ้าอ้อมเลย?
ดวงตาของหวังหนีกลอกไปมา เธอแอบคิดในใจว่า 'ในเมื่อหล่อนอยากจะทำตัวสูงส่งนัก คอยดูเถอะว่าฉันจะจัดการกับหล่อนยังไง'