เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 135 เป้าหมายคือเมืองท่า 1

ตอนที่ 135 เป้าหมายคือเมืองท่า 1

ตอนที่ 135 เป้าหมายคือเมืองท่า 1


เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นในวันถัดไป ธีโอดอร์เฝ้ามองดูม้าที่ผูกติดอยู่กับรถม้าเพื่อเตรียมพร้อมที่จะออกเดินทาง

ม้าสองตัวนี้คือม้าพันธ์ดี แน่นอน มันไม่สามารถเทียบได้กับม้าของกลุ่มการค้าชั้นนำ แต่มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่คนธรรมดาสามารถหามาได้ เขาจะได้รับม้าชั้นดีกว่านี้หากเขาแสดงแผ่นโลหะของกลุ่มการค้าโพโลเนล แต่นั่นหมายถึงการเปิดเผยร่องรอยของพวกเขา

เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับธีโอดอร์ ชาวต่างถื่น ที่ต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ

‘…มันจะไม่มีความหมายหากพวกเขาพบฉันแล้ว’

โชคดีที่ไม่มีสัญญาณว่าสุนัขเหล่านั้นติดตามเขามา อย่างไรก็ตามธีโอต้องซ่อนตัวจนกว่าเขาจะออกจากประตูเมือง จนกว่าจะถึงตอนนั้น เขาต้องเร่งสัมผัสของเขาให้ถึงขีดสุด และนั่นทำให้ธีโอสัมผัสได้ถึงเงาที่ปรากฏตัวข้างหลังเขาขณะที่เขากำลังลูบแผงขนของม้า

เงานั้นยาวเป็นพิเศษ

“สวัสดีตอนเช้า คุณมาเพื่อบอกลางั้นหรอ?”ธีโอมองกลับไปหาชายร่างใหญ่ กิบราที่กำลังยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับยักไหล่

ค่ำคืนที่ผ่านมา กิบรานั้นได้ดื่มเหล้าไปมากกว่าครึ่งหนึ่งของร้านเหล้า แต่เค้านั้นกลับไม่เป็นอะไรเลย คนทั่วไปอาจจะต้องนอนอยู่กับที่กว่า1สัปดาห์หรืออาจจะตายเพราะดื่มมากเกินไป แม้กระทั่งผู้ใช้ออร่าระดับปรมาจารย์ยังทำท่านิ่งเฉยไม่ได้เช่นเขาเมื่อกินไปมากขนาดนี้

กิบราพยักหน้าและเปิดปากพูด การว่าจ้างนั่นสิ้นสุดลงแล้ว ดังนั้นน้ำเสียงของเขาจึงเหมือนกับตอนแรกที่พวกเขาพบกัน“อืม ประมาณนั้น ฉันจะส่งคุณออกไป แต่คำขอครั้งนี้มันใหญ่โตเกินกว่าที่ฉันคิดเอาไว้”

“คุณมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไหม?”

“มันเรียกว่าบริการหลังการขาย ”

ธีโอดอร์ถูกทำให้สนใจและตั้งใจฟัง

“เธอบอกว่าตอนนี้เธอยังไม่มีจุดหมายที่กำหนดไว้สินะ”

“ใช่ ปกติฉันควรจะอยู่ที่นี่นานกว่านี้”

ตอนแรกนั้นธีโอดอร์วางแผนที่จะใช้เวลาอย่างน้อยสามเดือนในคาร์กาส อย่างไรก็ตามตัวแปรที่เรียกว่าการประมูลใต้ดินนั้นทำให้เขาต้องกระทบกระทั่งกับกลุ่มการค้าออร์คุส

แน่นอน หนังสือต้นฉบับที่เขาเก็บรวบรวมได้นั้นมากกว่าที่คาดไว้ เขาคาดว่าจะต้องใช้เวลาอยู่ที่นี่อีกสองสามเดือนเพื่อสะสมพวกมัน แต่เขากลับบรรลุเป้าหมายของเขาได้รวดเร็วกว่าที่คาดเอาไว้และยังได้รับสิ่งของที่ไม่คาดคิดอีกด้วย นับจากนี้ไป มันเป็นเวลาที่เขาต้องกังวลเกี่ยวกับแจ็คพ็อตที่เขาได้รับมา

“ถ้าเป็นไปได้ ไปทางตะวันออก”

“ตะวันออก?”

“ใช่ ทางทิศตะวันออก”

ธีโอดอร์ทำสีหน้างงงวย จากนั้นกิบราก็ได้อธิบายถึงเหตุผล “กลุ่มการค้าออร์คุสนั้นตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปตอนกลาง ดังนั้นพวกมันจะมีอิทธิพลและอำนาจมากมายในทิศใต้และตะวันตก ขณะที่ในเขตตะวันออกอำนาจของพวกมันจะอ่อนแอลง เธอจะสามารถหายใจได้ง่ายขึ้นหากเธอไปที่อาณาจักรที่ใกล้ชายฝั่ง”

“ขอบคุณที่บอกฉันนะ มันจะไม่เป็นอะไรใช่ไหมที่บอกฉัน?”

“ไม่ ฉันคิดว่าเรื่องนี้ถูกต้อง”กิบรานั้นรู้สึกยินดีที่ได้จัดการกับกลุ่มการค้าออร์คุส “มีอยู่ไม่กี่ครั้งที่ขากรรไกรของฉันจะเปิดขึ้น แต่นี่มันเป็นคำขอที่น่าสนุกยิ่ง”

ธีโอดอร์สังเกตเห็นว่า กิบรา มีแรงจูงใจซ่อนเร้นของเขาเอง แต่เขาก็สามารถบอกได้ว่าคำตอบของกิบราไม่ใช่เรื่องโกหก เป็นเพราะสัมผัสที่พัฒนาขึ้นของธีโอทำให้สัญชาตญาณของเขาเองก็พัฒนาขึ้นตาม มันเป็นเรื่องจริงที่ว่าคำแนะนำของกิบรานั้นเป็นประโยชน์

ดังนั้นธีโอจึงโค้งคำนับให้เขาอย่างจริงใจ “…ขอบคุณ”

“ฉันหวังว่าจะได้พบกับเธออีก ฉันจะรวบรวมหนังสือต้นฉบับบางเล่มและขายพวกมันให้กับเธอในราคาที่สูง”

“ใช่แล้วคราวหน้า”

หลังจากที่ล่ำลากันด้วยคำพูดสั้นๆ ชายสองคนก็ได้หันหลังให้กันและกัน พวกเขาอาจจะได้พบกันอีกหรืออาจจะไม่ได้พบกันอีกเลย ทุกคนในโลกต่างรู้ความจริงนี้ดี แต่พวกเขายังคงเดินหน้าต่อไปด้วยความหวังที่เลือนลาง

ขณะที่ธีโอดอร์ขึ้นไปนั่งบนที่นั่งคนขับ กิบราก็ได้เข้าไปในตรอกซอยที่คุ้นเคย จากนั้นอาร์คานก็ได้ปรากฏตัวขึ้นจากที่ที่เขารออยู่ในเงามืด

“ผู้คุมสาขา”

“อืม”

ตำแหน่งของพวกเขาสองคนยังคงเป็นเช่นเดิมเสมอ กิบราเดินก่อน ขณะที่อาร์คานเดินตามหลังเขา พวกเขาทำงานร่วมกันเป้นเวลานานหลายปี ดังนั้นกิบราจึงสามารถบอกได้ว่ามีบางสิ่งที่น่าสงสัยในความก้าวหน้าของอาร์คาน ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะคาดเดาสาเหตุของเรื่องนี้

“อาร์คาน เจ้าอยากรู้ไหมว่าทำไมข้าถึงช่วยเขา?”

“นะ-นั่น....ข้าน้อยขออภัย”

“ไม่จำเป็นที่ต้องเสียใจ เป็นเรื่องธรรมชาติที่จพอยากรู้อยากเห็นเมื่อคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เครือข่ายข่าวกรองของอาณาจักรได้ให้ความสำคัญกับข้อมูลของ ‘วีรบุรุษแห่งเมลเทอร์’ ดังนั้นทำไมข้าจะต้องคิดถึงเหรียญทองที่โป้ปดต่อหน้าข้า?”

บรรยากาศภายในตรอกได้เย็นลงทันทีที่มีการกล่าวถึง วีรบุรุษแห่งเมลเทอร์ อิทธิพลของสมาคมข่าวสารอาจจะไม่ได้ขยายไปจนถึงทวีปทางตอนเหนือ แต่พวกเขาเป็นสมาคมข่าวสารที่ดีที่สุดในทวีปตอนกลาง

พวกเขาได้ยินเกี่ยวกับชื่อเสียงของวีรบุรุษ ผู้ซึ่งช่วยชีวิตเอลฟ์ชั้นสูงจากพ่อค้าทาสและได้สร้างพันธมิตรกับอาณาจักรเอลฟ์เฮล์มที่ซึ่งเป็นกลาง และพวกเขายังรู้มาอีกว่า จักรวรรดิแอนดราส นั้นยินยอมที่จะจ่ายเงินมหาศาลสำหรับข้อมูลเกี่ยวกับเขา

อย่างไรก็ตาม กิบรานั้นได้เตะโอกาสของเขาไปแล้ว

“ข้าจะได้เงินจำนวนมหาศาลหากข้าขายข้อมูล จักรวรรดิที่เต็มไปด้วยความป่าเถื่อน แต่พวกเขาไม่ใช่พวกที่ผิดสัจจะ บางทีมันอาจจะเป็นความจริงที่พวกเขาจะมอบทองคำให้”

“แล้วทำไม...?”

“เห้ อาร์คาน”น้ำเสียงเย็นเฉียบของกิบราได้พูดขัดเขา “เราเป็นหนูในรางน้ำ แต่เราก็ยังคงเป็นหนูที่อาศัยอยู่ในรางน้ำของคาร์กาส การได้รับเหรียญทองจำนวนไม่มากจะทำให้อาณาจักรของเราไม่ตกอยู่ในความเสี่ยง ถ้าพวกเราขายข้อมูลนี้ให้กับแอนดราส พวกเราจะกลายเป็นศัตรูกับเมลเทอร์”

“…..”

“จักรวรรดิแอนดราสนั้นไม่มีความสนใจที่จะช่วยเหลือพันธิมิตรเช่นพวกเรา เมื่อพวกเราถูกทิ้งขว้าง กองทัพของเมลเทอร์ก็จะลงมาถึงทวีปตอนกลาง”

เมื่อมันเกิดขึ้น พวกเขาจะล่มสลาย ไม่เหมือนกับทวีปตอนเหนือที่มีประสบการณ์กับสงครามมานานหลายร้อยปี ทวีปตอนกลางนั้นอ่อนแอลงด้วยความสงบสุขอันยาวนาน

พวกเขามีผู้ใช้ออร่าระดับปรมาจารย์เพียง1หรือ2คนเท่านั้น เมื่อเทียบกับเขตเหนือที่มีมากกว่า6หรือ7 เมลเทอร์และแอนดราส.....ทั้งคู่คือมหาอำนาจที่ทวีปตอนกลางไม่สามารถที่จะต่อต้านได้ อย่างไรก็ตาม เหนือสิ่งอื่นใด เมลเทอร์นั้นไม่ได้กระหายสงครามเฉกเช่นจักรวรรดิแอนดราส

สิ่งที่เขาได้ทำให้แก่ธีโอ จะได้รับกลับคืนมาในภายหลัง มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับความชมชอบในตัวธีโอดอร์ มิลเลอร์ การคำนวณอย่างละเอียดเหล่านี้เป็นความตั้งใจที่แท้จริงของกิบรา เขาได้คาดคิดเกี่ยวกับอาร์คานเอาไว้แล้ว ดังนั้นกิบราจึงได้มาที่ตรอกซอยแห่งนี้

“ดังนั้นเจ้าจึงไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อได้”

ร่างของอาร์คานได้ทรุดตัวลงกับพื้น เขาเสียชีวิตก่อนที่เขาจะสังเกตเห็นถึงกริซสีดำที่แทงทะลุคอของเขา นี่คือความสามารถที่โดดเด่นของชายที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้คุมสาขาซิโปโต ‘ราชาหนู’

ขณะที่เขาจ้องมองไปยังใบหน้าของชายผู้ที่เขาสังหารด้วยการโจมตีหนึ่งครั้ง กิบราก็ได้พึมพำ “….เจ้ามีความสามารถ แต่เจ้าก็ยังเป็นไอสารเลวราคาถูก ข้ารู้ว่าเจ้าจะไม่สามารถปิดปากได้หากเจ้าเผชิญหน้ากับทอง”

ดังนั้นกิบราจึงฆ่าเขา เขาแทงคอลูกน้องของเขาซึ่งเขารู้จักมาหลายปี เพื่อป้องกันความเป็นไปได้ที่ข้อมูลนี้จะรั่วไหลออกไป เช่นเคย ราวกับมีรสขมอยู่ในปาก กิบราก็ได้ถ่มน้ำลายออกมาเพื่อที่จะพยายามขจัดความขม

เขาไม่สามารถย้อนกลับในสิ่งที่เขาได้ทำลงไปแล้วได้ นับจากนี้ไป เขาสามารถทำได้เพียงแค่มองไปข้างหน้าเท่านั้น

การลงทุนในวันนี้จะย้อนกลับคืนมาหลายเท่าในอนาคต

***

โดยไม่ทราบเกี่ยวกับการฆาตกรรมที่พึ่งเกิดขึ้น รถม้าของธีโอดอร์ได้วิ่งออกจากเมืองโดยไม่หยุดชะงัก ธีโอดอร์นั่งอยู่บนที่นั่งคนขับท่ามกลางบางสิ่งบางอย่างที่ถูกวาดขึ้น

“30องศาด้านขวา....42องศาด้านซ้ายอีกครั้ง....เพิ่มสามเหลี่ยมไปที่หกเหลี่ยมและรูปดาว5แฉกไปที่วงกลม....”

หากเป็นคนนอก มันจะเป็นการพูดพึมพำด้วยความหมายที่ไม่รู้จัก แต่หากเป็นจอมเวทย์ทุกคนจะรู้สึกประหลาดใจที่ได้ยิน คำพูดที่พึมพำออกมาของธีโอดอร์มันคือสมการนับสิบและการคำนวณเลขคณิตนับร้อย และมันกำลังทำในระหว่างนั่งรถม้าที่สั่นไหวตลอดเวลา แต่ธีโอกลับไม่รู้สึกอะไรเลย

สุดท้าย เขาก็ทำสำเร็จ “เอาละ เสร็จเรียบร้อยแล้ว”

ด้วยดวงตาที่พึงพอใจ เขามองลงไปยังวงเวทย์ที่เขาวาดขึ้นในเวลาไม่กี่นาที มันเป็นวงเวทย์ที่ใช้ในการอัญเชิญ ซึ่งเขาดึงมาจากความรู้ที่ถูกดูดซับของซาโตเมอร์ ในขั้นต้น คาถานี้ต้องของบูชาซึ่งจะทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเพื่อเรียกบางสิ่งบางอย่าง แต่ธีโอดอร์ไม่จำเป็นต้องมี เป็นเพราะ ‘สัญญา’ที่ส่งมอบให้แก่เขาโดยซาโตเมอร์

เลือดหนึ่งหยดก็เพียงพอสำหรับการอัญเชิญแล้ว

วูบบ...!

เกิดแสงสว่างจ้าหลังจากที่เลือดหยดลงไป แสงสว่างได้ไหลไปตามวงเวทย์ที่วาดลงม้วนคัมภีร์ ขณะที่พลังมาน่าได้ไหลไปใกล้ๆมัน ประตูได้ถูกสร้างขึ้นซึ่งสิ่งมีชีวิตสามารถเดินผ่านมันได้ หลังจากที่ทำสัญญาแล้ว เขาสามารถที่จะเรียกมันได้โดยใช้เพียงแค่ชื่อของมัน อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนนี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เนื่องจากเขายังไม่ใช่ผู้ทำสัญญาเต็มตัว

ในที่สุดการเตรียมการทั้งหมดก็เสร็จสิ้น และธีโอดอร์ก็ได้ขานชื่อของมันออกมา

“ข้าขออัญเชิญเจ้าในนามผู้ทำสัญญาของเจ้า อีกาผู้รู้สำนึกคิด-”

มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่เขาได้รับมาจากซาโตเมอร์

“ชื่อของเจ้าก็คือฮิวกิ้น!”

พร้อมๆกัน บางอย่างที่มีสีดำก็โผล่ออกมาจากวงเวทย์ มันสะบัดขนบนปีกเล็กน้อย จากนั้นอีกาก็ได้ลุกขึ้นยืนต่อหน้าธีโอดอร์ ธีโอดอร์จ้องมองไปที่มันด้วยความชื่นชม จากนั้นจะงอยปากของมันก็ได้เปิดขึ้น มันกำลังจะร้องออกมาเฉกเช่นนกอินทรี?ดวงตาของธีโอเต็มไปด้วยความคาดหวัง

หลังจากนั้นชั่วขณะ อีกาที่ชื่อว่าฮิวกิ้นก็ได้ร้องออกมา กา---!

“…..?”

กา-!มันเป็นเสียงร้องเล็กๆ ธีโอดอร์ผู้ซึ่งคาดหวังกับมันไว้มาก ได้ถอนหายใจออกมาเสียงดัง ขณะที่ใครบางคนได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับเสียง

“เห้ นายน้อย นั่นมันเสียงอะไรนะ?มันฟังดูราวกับคนเมากำลังอ้วก”

“….ตรงนั้น”

“เอ๋?อีกา?”ท่าทางของแรนดอล์ฟเปลี่ยนไปเมื่อเขาได้ยินว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ธีโอดอร์อัญเชิญมา มันเป็นเพราะอีกานั้นไม่ได้เหมาะกับนายน้อยของเขาเลย เขาเอามือปิดปากไว้แน่นขณะที่ตัวของเขาสั่นไหวไปมา

“อุ้บ-ฮ่าๆๆ ฉันไม่รู้ดเลยว่าคุณสามารถอัญเชิญสิ่งนั้นได้”

“ฉันคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่จะทำเช่นนั้น”

ธีโอสามารถสัมผัสได้ถึงความคับข้องใจที่ซาโตเมอร์รู้สึกตลอดทั้งชีวิตของเขา จากนั้นแรนดอล์ฟก็ได้ทิ้งตัวนั่งลงข้างๆเขา สำหรับผู้ใช้ออร่าผู้ใกล้เคียงระดับปรมาจารย์ อาการคลื่นไส้ถือเป็นเรื่องไกลตัว และเขาก็ไม่มีความสนใจในการอ่านหนังสือเฉกเช่นธีโอดอร์

หลังจากผ่านนาทีแห่งความเงียบ ธีโอดอร์ก็ได้เปิดปากขึ้นเป็นคนแรก “…ฉันขอโทษ ฉันทำให้นายต้องมาติดอยู่กับสิ่งที่น่ารำคาญเช่นนี้”

“หืม?”แรนดอล์ฟหันไปจ้องมองใบหน้าธีโอดอร์

“นายต้องกลายเป็นศัตรูกับกลุ่มการค้าออร์คุสเพราะฉัน ถ้าฉันไม่ได้ทำเช่นนั้น นายก็ไม่ต้องมาหนีเช่นนี้....”

“หยุด ไม่ต้องพูดอีกแล้ว นายน้อย”มันเป็นการขอโทษจากใจจริง แต่แรนดอล์ฟกลับส่ายหัวและปฏิเสธมัน “คุณคิดว่าฉันทำอย่างนี้เพื่อช่วยคุณงั้นหรอ?ฉันมีความคิดของตัวเองเมื่อฉันตัดสินใจที่จะติดตามคุณ ดังนั้นคุณไม่ต้องไปรู้สึกเสียใจไปกับสิ่งที่ฉันได้ตัดสินใจเอง”

“แต่....”

“ไม่ ไม่มีแต่ อันที่จริงฉันโชคดีด้วยซ้ำที่ได้ร่วมเดินทางกับนายน้อย”

‘โชคดี?’ ดวงตาของธีโอดอร์เบิกกว้างกับคำตอบที่ไม่คาดคิด

แรนดอล์ฟกลายเป็นศัตรูของวอร์ล็อคและได้ต่อกรกับอัศวินแห่งความตาย แต่เขากลับรู้สึกยินดีอย่างมากที่ได้พบกับธีโอดอร์อีกครั้ง มันอาจจะเป็นสัญชาตญาณของแรนดอล์ฟที่ทำให้เขาได้พบกับดาบของบรรพบุรุษในมิลเลอร์ บารอนี่

แต่ความสนุกนั้นมักจะเกิดขึ้นรอบๆตัวคนผู้นี้

“ฉันได้รับมรดกสืบทอดของบรรพบุรุษและได้ฝึกฝนทักษะของฉันมาเป็นเวลาหนึ่งปี แต่ฉันไม่สามารถสัมผัสได้ถึงการพัฒนาเลยจากช่วงเวลานั้น แล้วฉันก็ได้พบกับนายน้อยและมีประสบการณ์ในการต่อสู้ที่ทำให้เลือดของฉันเดือดพล่าน เป็นเวลานานที่ฉันไม่ได้รู้สึกเช่นนี้”

แรนดอล์ฟตระหนักได้ถึงมันขณะที่เขาปะทะกับอัศวินแห่งความตาย ทักษะที่ซบเซาของเขาได้พัฒนาขึ้นในการต่อสู้ครั้งนี้ หลังคอของเขาเย็นเฉียบขณะที่เขาเคลื่อนไหวรอบๆเส้นแบ่งระหว่างชีวิตและความตาย ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้พบกับศัตรูเช่นนี้

นั่นเป็นเหตุผลที่เขาตัดสินใจที่จะเข้าร่วมกับธีโอดอร์  มันเพื่อให้เขาบรรลุระดับปรมาจารย์ที่ส่องแสงแวววาว

“นื่คือการเดินทางเพื่อทำให้ดาบของฉันสมบูรณ์แบบ ดังนั้นอย่ากังวลหรือเสียใจไปเลย นายน้อย”ก่อนที่ธีโอดอร์จะตอบกลับ แรนดอล์ฟก็ได้เปลี่ยนเรื่อง “แล้วตอนนี้พวกเรากำลังไปไหนกัน?”

ธีโอหัวเราะให้กับวิธีการที่เงอะงะและตอบว่า “ฉันกำลังคิดที่จะไปทางทิศตะวันออก อิทธิพลของกลุ่มการค้าออร์คุสในราชาอาณาจักรโซลดันนั้นมีเพียงน้อยนิด ดังนั้นเราจึงสามารถหายใจได้สะดวกและจัดการสิ่งต่างๆออกไปได้ที่นั่น”

ธีโอดอร์ต้องการหยุดพักเดี๋ยวนี้ เขาได้รับหนังสือต้นฉบับมามากกว่า20เล่ม และต้องการทดลองกับสร้อยคอของชาล็อต

อย่างไรก็ตามการแสดงออกของแรนดอล์ฟได้เปลี่ยนไปตามคำพูดของธีโอ เขามองไปที่ธีโอดอร์อย่างไม่แน่ใจก่อนที่จะพึมพำ“เอ่อ เปลี่ยนเส้นทางดีกว่าไหม?”

“หมายความว่าไง?”

“ไม่ว่าจะที่ใดก็ตามที่นายน้อยไป มักจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้น ฉันไม่คิดว่าโซลดันจะเป็นข้อยกเว้น....”

ธีโอดอร์ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยิ้มอย่างขมขื่น“ไม่มีทาง....ฉันเชื่อว่ามันจะไม่เป็นเช่นนั้น”

“งั้นหรอ?”

ชายสองคนถอนหายใจและมองไปยังทุ่งหญ้าที่กว้างขวางของคาร์กาส

หากพวกเขารักษาความเร็วระดับนี้เอาไว้ พวกเขาจะสามารถออกจากอาณาจักรคาร์กาสและข้ามชายแดนของโซลดันภายในหนึ่งสัปดาห์ เป็นไปได้ว่ากลุ่มการค้าออร์คุสอาจจะตามพวกเขาทันเมื่อถึงตอนนั้น....นี่เป็นการเดิมพันด้วยชีวิตของพวกเขา

จบบทที่ ตอนที่ 135 เป้าหมายคือเมืองท่า 1

คัดลอกลิงก์แล้ว