เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 97 แขกผู้ทรงเกียรติแห่งเอลฟ์เฮล์ม 3

ตอนที่ 97 แขกผู้ทรงเกียรติแห่งเอลฟ์เฮล์ม 3

ตอนที่ 97 แขกผู้ทรงเกียรติแห่งเอลฟ์เฮล์ม 3


ข่าวภารกิจของเอลฟ์เฮล์มนั้นกระจายไปทั่วหอคอยเวทมนต์และMagic Society

กษัตริย์ได้ทรงสั่งให้นิ่งเงียบเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ก็ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้เนื่องจากคำสั่งที่ให้หาตัวจอมเวทย์เพื่อเข้าร่วมในภารกิจ อย่างไรก็ตามจำนวนจอมเวทย์ระดับปรมาจารย์ที่มีอยู่ในMana-vilนั้นมีน้อยกว่าร้อยคน ดังนั้นจึงมีโอกาสน้อยที่ข่าวจะรั่วไหลบนถนน

อย่างไรก็ตามบรรดาผู้ที่ได้ยินข่าวนั้นต่างปลาบปลื้ม

 

“ในตอนนี้ มีจอมเวทย์ระดับปรมาจารย์93คนที่เหลืออยู่ในMana-vil ซึ่ง71คนเต็มใจที่จะเข้าร่วมกลุ่มคณะทูต ส่วนที่เหลือ13คนอยากที่จะเข้าร่วม แต่ก็ต้องยอมแพ้เพราะสถานการ์ของพวกเขา”วินซ์ยิ้มขณะที่เขาอธิบายถึงความบ้าคลั่งที่เกิดขึ้นภายในMagic Society

 

เอลฟ์เฮล์มดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเอลฟ์ที่ซึ่งมนุษย์ไม่ได้รับอนุญาตให้ก้าวเข้าไป ดังนั้นโอกาสที่จะสำรวจโลกที่ลึกลับนั้นได้ดึงความปรารถนาภายในใจของจอมเวทย์ทุกคน แม้ว่าจะไม่ใช่การเดินทางที่ยิ่งใหญ่ แต่ก็คุ้มค่าที่จะได้เข้าไปในใจกลางของผืนป่าใหญ่

จอมเวทย์จากหอคอยเวทมนต์ต่างถูกกระตุ้นจากเรื่องนี้

 

“…มันเสียงดังมาก”

“ใครจะไม่อยากไปกัน?มันอาจจะไม่ได้รับการเปิดเผยออกไปข้างนอก แต่ปัจจุบันมันเป็นสถานการณ์ที่ไม่สามารถอดทนได้ผู้คนต่างกำลังระดมทรัพย์ทุกชนิดเพื่อติดสินบนหรือหาข่าวคราว”

 

เอลฟ์เฮล์มนั้นเป็นดินแดนลึกลับที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณธาตุและมาน่า จนถึงตอนนีเอาณาจักรเอลฟ์นั้นไม่เคยถูกเปิดเผยออกมาสู่ด้านนอก มันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เอลฟ์ชั้นสูงทั้ง6ตนอาศัยอยู่ หากจอมเวทย์สามารถมองเห็นความลับที่ซ่อนอยู่ได้ พวกเขาจะสามารถลดทอนเวลาในการทำความเข้าใจไปได้หลายปีหรือหลายสิบปีเลยทีเดียว

บางคนอยากที่จะข้ามกำแพง ขณะที่บางคนต้องการที่จะได้รับข้อมูลการวิจัยใหม่ๆ จอมเวทย์กับวัตถุประสงค์ของพวกเขาพยายามที่จะแสดงความคุ้มค่าที่จะนำตัวพวกเขาไปด้วยแก่ผู้นำWhite Tower ออร์ต้า

ในแง่หนึ่ง เคิร์ทที่3ได้ตัดสินใจดีอย่างยิ่งเมื่อเขามอบหมายให้ผู้นำWhite Tower เป็นคนจัดหาคนเข้าร่วม ถ้าเป็นธีโอดอร์ที่ไม่รู้จักเกี่ยวกับการเมืองใครจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

 

“ฮู....มันอาจจะดูน่าสงสารเล็กน้อย แต่ฉันดีใจที่ฉันไม่ได้รับหน้าที่นี้”

“ฮ่าๆ มันเป็นความจริงสำหรับฉันเช่นกัน ถ้าเธอทำหน้าที่เป็นคนคัดเลือกละก็ ฉันคงไม่ได้มีเวลาพูดคุยกับเธอ”

 

มีความแตกต่างในการปฏิบัติต่อจอมเวทย์ระดับปรมาจารย์และผู้นำหอคอย พูดง่ายๆก็คือ การที่จะติดสินบนจอมเวทย์ระดับปรมาจารย์นั้นง่ายยิ่งกว่าผู้นำหอคอย เคิร์ทที่3ได้ตระหนักถึงเรื่องนี้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่เขาไม่ได้มอบอำนาจให้แก่ธีโอดอร์

 

เมื่อวินซ์อธิบายเสร็จเขาก็ได้ลุกขึ้น “ฉันควรจะไปแล้ว มีเวลาเหลืออยู่ไม่มากนักจนกว่าการสัมภาษณ์”

“การสัมภาษณ์?”

“มันเป็นคำสั่งจากผู้นำWhite Tower เขาบอกให้พวกเราสรุปผลประโยชน์ในระดับชาติที่เราจะสามารถได้รับจากเอลฟ์เฮล์ม”

ในท้ายที่สุดธีโอดอร์ก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ “คุณไม่ได้ยุ่งอยู่กับการศึกษาภาษาโบราณงั้นหรือ?”

“ฉันไม่ควรจะได้รับอากาศบริสุทธิ์บ้างหรือไง?นอกจากนี้ฉันอาจจะสามารถหาคำใบ้ในเอลฟ์เฮล์มได้ ถ้าเธอคิดถึงมัน เอลฟ์นั้นเปรียบเสมือนกับพยานในประวัติศาสตร์ ดังนั้นมันจึงสมเหตุสมผล”

 

คำพูดของวินซ์นั้นไม่ผิดนัก เอลฟ์ได้อาศัยอยู่มานานกว่ามนุษย์ถึงสามเท่า ดังนั้นธีโอจึงไม่อาจจะปฏิเสธความเป็นไปได้ที่ว่าประวัติของภาษาโบราณอาจจะถูกทิ้งไว้ในหอสมุดของเอลฟ์เฮล์ม

 

อย่างไรก็ตามธีโอไม่ได้พยักหน้าและกระซิบกับวินซ์ผู้ที่กำลังยืนอย่างแข็งขันว่า “มาสเตอร์ มันเป็นข้อแก้ตัวใช่ไหมครับ?”

“อึก!ฉันชอบศิษย์ที่ฉลาด แต่ศิษย์ที่หัวแหลมนั้นฉันไม่ค่อยชอบนัก”

ธีโอนั้นพูดถูกต้อง ทั้งสองคนมองกันและหัวเราะ จากนั้นวินซ์ก็ได้มุ่งหน้าไปยังห้องส่วนตัวของเขา ขณะที่เขากำลังเดินออกไปจากธีโอ เขาก็ได้หันกลับมาเหมือนเขานึกอะไรบางอย่างได้

“ฉันลืมไป ฉันเห็นใบสมัครเข้าร่วมของเด็กคนนึงนั้นดีพอสมควร เอกสารการสัมภาษณ์ของเธอนั้นถูกจัดเตรียมไว้อย่างดี ดังนั้นเธอน่าจะผ่านไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ”

“เด็กคนนั้น...?”

“ซิลเวีย”

 

อันที่จริงอัจฉริยะที่มาถึงวงกลมที่5ก่อนอายุ20ปีนั้นก็สามารถสมัครเข้าร่วมภารกิจนี้ได้ ซิลเวียได้ช่วยฝึกเขามาเป็นเวลา1เดือน แต่อัจฉริยะก็คืออัจฉริยะ เธอนั้นได้เตรียมตัวมาพอสำหรับสมัครเข้าร่วมภารกิจนี้

ธีโอพยักหน้าด้วยความชื่นชม แต่วินซ์กลับถอนหายใจออกมา

 

“เด็กคนนั้นยังมีเส้นทางอีกยาวไกลที่ต้องไป นี่คือเหตุผลว่าทำไมฝ่าย....”

“ครับ?”

“ไม่ ไม่มีอะไร ไม่ใช่เรื่องที่ฝ่ายที่3ควรจะพูดถึง” วินซ์ปล่อยให้มันผ่านไปและกลับไปที่ห้องของเขา

 

ธีโอดอร์ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวภายในห้องของเขาและไม่ได้คิดถึงสิ่งใดเลย

***

หลังจากนั้นสามวัน ผู้นำWhite Tower ก็ได้ตรวจสอบเหตุผลและความสามารถของจอมเวทย์และได้ไล่พวกเขาออกไปอย่างไร้ความปราณี

เหล่าจอมเวทย์ต่างเป็นนักวิชาการที่พยายามสำรวจความลึกลับของเวทมนต์ ดังนั้นจอมเวทย์ระดับปรมาจารย์จึงมีความรู้มากมาย ในฐานะผู้นำหอคอยแล้วก็ไม่น่าแปลกใจที่ความรู้ของออร์ต้าจะเทียบเท่ากับห้องสมุดหลายแห่ง

 

“การรวบรวมสมุนไพรป่าเพื่อจุดประสงค์ในการเพาะพันธุ์ ฉันขอโทษ แต่B2-Mandragora ไม่เติบโตในผืนป่าใหญ่ บางทีคุณควรจะศึกษาสมุนไพรในเขตหนองน้ำตะวันตกเพิ่มเติม”

“ปะ-โปรดให้โอกาสผมอีกครั้ง!”

“สำรวจเวทมนต์ธาตุที่เอลฟ์เฮล์ม? มีเหตุผล แต่คุณไม่ทราบงั้นหรือว่าพวกเอลฟ์เกลียดการกระทำของผู้ใช้ธาตุที่ก่อให้เกิดการลุ่มหลง?นี่ไม่ใช่การสำรวจ แต่เป็นภารกิจ ไม่ผ่าน”

“นะ-นั่น…”

 

ออร์ต้าไม่ได้พลาดการจัดการข้อมูลการวิจัยและรู้เกี่ยวกับประเพณีของเหล่าเอลฟ์ เขามีความรู้และความสามารถที่มากมายกว่าผู้นำหอคอยคนอื่นๆ

จอมเวทย์ที่โง่พอที่จะเตรียมความพร้อมเพื่อประชันกับออร์ต้าจะถูกเขาไล่ออกไปทันที โชคดีที่คนรู้จักของธีโอไม่ได้ตกอยู่ในกรณีเช่นนั้น

ธีโอดอร์ได้รับรายชื่อมาในไม่กี่ชั่วโมงก่อนการเดินทางและพบว่ามีสองชื่ออยู่ “Red Tower วินซ์ ไฮน์เดล.....Blue Tower ซิลเวีย แอทลันคัส”

ทั้งสองนั้นเป็นคนที่น่าอัศจรรย์ พวกเขาได้แข่งขันกับจอมเวทย์มากกว่า70คนในระดับเดียวกันและได้รับชัยชนะ วินซ์ได้สะสมประสบการณ์ของเขามานานขณะที่ซิลเวียที่อายุเพียงแค่20ปี กลับจัดการกับจอมเวทย์ที่อายุมากกว่าได้?”

ขณะนั้นเอง....

[ฮุ้!] มิตราก็ได้พุ่งขึ้นมาจากกระถางที่วางอยู่ตรงหน้าต่าง เธอบินขึ้นไปในอากาศ และตีเข้าที่แก้มของธีโอดอร์ จากนั้นมิตราที่โผล่มาก็ได้หายไป

“หวา มิตรา?”

อย่างไรก็ตาม ธีโอนั้นไม่มีโอกาสที่จะได้ถามขณะที่สัมผัสของเขาได้ถูกกระตุ้น มีการแสดงตัวตนที่ไม่สามารถละเลยได้จากสัมผัสที่6ของเขา มันดูเหมือนจะอยู่ที่นี่และไม่อยู่ที่ไหนเลย มันแตกต่างจากเวโรนิก้า แต่เป็นการปรากฏตัวที่ยิ่งใหญ่จนยากที่จะละเลยได้

ถ้าเขาต้องแสดงออกด้วยคำพูด การปรากฏตัวนี้ใกล้เคียงกับธาตุที่ไม่ได้ก่อตัวเป็นรูปร่าง ตรรกะของธีโอเข้าใจถึงตัวตนของคนๆนั้นก่อนสัญชาตญาณเสียอีก “เซอร์เอ็ดวิน?”

เขาเปิดประตูและแสร้งทำเป็นประหลาดใจ

 

“….อ่า ขอโทษนะ เราไม่รู้เรื่องมารยาท ดังนั้น....”

“คุณสามารถเข้ามาด้านในได้ ครั้งต่อไป ให้แตะเบาๆที่ประตูสักสองสามครั้ง”

“อา! นั่นเรียกว่า ‘เคาะ’ ใช่ไหม?” เอ็ดวินตอบขณะที่เขาเดินผ่านประตูเข้ามา ไม่เหมือนกับการปรากฏตัวที่ลึกลับของเขา เขาดูแตกต่างออกไปเมื่อเขาไม่ได้อยู่ต่อหน้ากษัตริย์และขุนนาง

 

เอ็ดวินก้าวข้ามธรณีประตูอย่างระมัดระวังและนั่งลงบนเก้าอี้ตามคำแนะนำของธีโอ จากนั้นเขาก็จ้องมองธีโอด้วยสายตาอันเร่าร้อน “เราเสียใจที่มาพบท่านช้าเกินไป เราต้องการจะพบเธอตั้งแต่วันแรก แต่ด้วยหน้าที่ของเรา เราจึงต้องชะลอขั้นตอนลง เราดีใจที่ได้เห็นท่านเช่นนี้”

 

“ยินดีที่ได้พบครับ แล้ว....”ธีโอถามโดยไม่ปิดบังท่าทางของเขา “ทำไมคุณถึงทำท่าทางสุภาพเช่นนั้น?จากมุมมองของผม ท่าทางของเซอร์เอ็ดวินทำให้ผมลำบากใจ”

“หืม?เป็นเช่นนั้น?” อย่างไรก็ตามคำตอบของเอ็ดวินนั้นน่าแปลกใจมาก เขาจ้องมองธีโอด้วยสายตางงงวยเป็นท่าทางที่บ่งบอกว่าเขาไม่เข้าใจ “ท่านไม่จำเป็นต้องลำบากใจ ท่านคือพลังและความดีงามที่ช่วยชีวิตเอลโลน่า!ท่านได้ช่วยชีวิตหนึ่งในสายเลือดบริสุทธิ์เอาไว้”

“ไม่ ไม่ใช่เช่นนั้น...”

“เราไม่รู้เรื่องประเพณีของมนุษย์ แต่มันเป็นเรื่องธรรมชาติที่จะปฏิบัติต่อท่านด้วยการให้เกียรติเช่นนี้ โปรดเข้าใจด้วย”

 

มันเป็นประเพณีที่ทำให้ธีโอแข็งค้าง เขาไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร

จากมุมมองของเขา คนระดับเช่นเขานั้นสามารถโอ้อวดตำแหน่งของเขาในอาณาจักรใดก็ได้ การที่ครอบครองความแข็งแกร่งเช่นนี้เขาสามารถที่จะทำได้ทุกอย่างไม่ว่าจะต้องการสิ่งใด!ธีโอไม่เคยฝันว่าคนที่ใหญ่โตเช่นนี้จะทำแบบนี้ต่อเขา

มันดูแตกต่างไปจากมนุษย์ที่ให้ความสำคัญกับบุคคล เอลฟ์นั้นยึดมั่นในคุณค่าของเพื่อนร่วมเผ่าพันธ์อย่างมาก ความแตกต่างในความเข้าใจระหว่างสองสายพันธ์นั้นยากที่จะยอมรับ แม้กระทั่งสำหรับธีโอ อย่างไรก็ตามมันจะดูหยาบคายที่เขาจะปฏิเสธความตั้งใจนี้ ดังนั้นธีโอจึงตัดสินใจที่จะอดทน

อย่างไรก็ตามการตัดสินใจดังกล่าวก็ดั้บการทดสอบในอีกไม่กี่นาทีต่อมา....

 

“ผู้มีพระคุณ มีสถานที่ไหนที่ท่านอยากไปในเอลฟ์เฮล์มไหม?เรายินที่จะพาท่านไปที่นั่น”

“ผมไม่ทราบสถานที่ใดๆ ดังนั้น....”

“อา ใช่แล้ว เรามองสั้นเกินไป เราจะแสดงสิ่งที่ทำให้ท่านประทับใจ”

“ไม่เป็นไรครับ ถ้าคุณทำแบบปกติ ปกติ”

 

เอ็ดวินถามคำถามอย่างกระตือรือร้นในขณะที่ธีโอดอร์ตอบด้วยใบหน้าที่อ่อนเพลีย การแลกเปลี่ยนระหว่างมนุษย์และเอลฟ์นั้นหาได้ยากในยุคนี้ เมื่อเทียบกับความประทับใจครั้งแรกของธีโอต่อเขา เอ็ดวินนั้นเป็นเอลฟ์ที่ช่างพูดอย่างน่าแปลกใจ ซึ่งเป็นคนที่ธีโอดอร์ชอบความเงียบ ดังนั้นเขาจึงอดที่จะรู้สึกทรมานไม่ได้

“นั่น....” เอ็ดวินได้ถือของขวัญจากเอลโลน่าอยู่

มันเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ปล่อยแสงสีฟ้าออกมา ทันทีที่ผ้าที่ห่อมันไว้ถูกปลดออก กลิ่นหอมก็ได้โชยออกจากเมล็ดพันธุ์ มันได้ดึงดูดมิตราและจิตวิญญาณธาตุทั้งหมดที่อยู่รอบตัวเอ็ดวินปรากฏตัวออกมา!

เอ็ดวินยิ้มอย่างสดใสในปฏิกิริยาของธีโอและอธิบายถึงมัน“นี่เป็นเมล็ดพันธุ์ของต้นไม้โลก แน่นอน มันแตกต่างไปจากตำนาน แต่มันก็ยังคงมีพลังอำนาจอยู่”

 

[ดีโอ!ดีโอ้!] น้ำลายของมิตราได้ไหลย้อยลงมาขณะที่เธอดึงเสื้อผ้าของธีโอ ธีโอไม่สามารถละเลยได้และดึงตัวเธอมากอดไว้

จากนั้นเอ็ดวินก็ได้ยื่นเมล็ดพันธ์ไปทางมิตรา “นี่คือข้อความจากเอลโลน่า ส่งมอบ’เมล็ดพันธุ์’นี้ ให้แก่มิตรา”

จบบทที่ ตอนที่ 97 แขกผู้ทรงเกียรติแห่งเอลฟ์เฮล์ม 3

คัดลอกลิงก์แล้ว