เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 98 เกรทฟอเรสต์ 0

ตอนที่ 98 เกรทฟอเรสต์ 0

ตอนที่ 98 เกรทฟอเรสต์ 0


“มิตรา?” ธีโอดอร์มองไปที่มันอย่างสงสัย แต่เขาก็ยอมรับเมล็ดพันธุ์สำหรับมิตรา

เมล็ดนั้นเรืองแสงสีน้ำเงินออกมา ถ้านี่เป็นเมล็ดพันธ์ที่แท้จริงจากอิกดราซิล ต้นไม้โลกแสนศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่ใจกลางเอลฟ์เฮล์ม คุณค่าของมันไม่สามารถประเมิณได้ อย่างไรก็ตามเอลโลน่าได้มอบเมล็ดพันธ์นี้ให้กับมิตรา

ธีโอรู้สึกกังวลและสงสัยเกี่ยวกับมัน ดังนั้นแทนที่เขาจะกังวลเพียงอย่างเดียวธีโอก็ได้ตัดสินใจที่จะถามคนที่นั่งอยู่ด้านหน้าเขา “เซอร์เอ็ดวิน คุณรู้ความหมายของเมล็ดพันธุ์นี้ไหมครับ?”

“ท่านหมายความว่าอย่างไร?”

“อะไรคือพลังของเมล็ดพันธ์นี้....หรือทำไมเอลโลน่าถึงบอกให้ผมนำมันให้กับมิตรา?”

เอ็ดวินครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะก่อนที่จะพยักหน้าและตอบคำถาม “เรานั้นไม่ได้รู้เต็มที่เท่าเธอ แต่เราจะบอกในสิ่งที่เรารู้”

คำอธิบายของเขาย้อนไป ณ ช่วงเวลาที่อิกดราซิลและเอลฟ์เฮล์มได้ถือกำเนิด มันเป็นช่วงเวลาประมาณ300ปีที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าไม่นานนักเมื่อเทียบกับอายุที่ยืนยาวของเอลฟ์ เหล่าเอลฟ์จากทั่วทุกมุมของทวีปได้มารวมตัวกันเพื่อสร้างบ้านใหม่ในเทือกเขาทางตอนเหนือ ด้วยการใช้พลังของเหล่าเอลฟ์ พวกเขาได้สร้างต้นไม้โลกขึ้นมา จากนั้นเป็นต้นมา เอลฟ์เฮล์ม อาณาจักรของเหล่าเอลฟ์ ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น

แม้ว่าจะไม่สมบูรณ์ แต่อิกดราซิลก็ยังคงเป็นต้นไม้โลก เช่นเดียวกับชื่อของมัน อิกดราซิลได้ปกป้องเอลฟ์เฮล์มด้วยพลังของมัน ใบไม้ที่หล่วงหล่นจะทำความสะอาดพื้นดิน ในขณะที่รากของมันจะขยายพื้นผิวเพื่อสร้างระบบนิเวศของธรรมชาติ นี่คือเหตุผลที่เอลฟ์สามารถรักษาพื้นที่ของเทือกเขาตอนเหนือให้คงความปลอดภัยเอาไว้ ซึ่งเป็นที่อาศัยของวิ่งมีชีวิตทุกชนิด

เหล่าเอลฟ์แห่งเอลฟ์เฮล์มต่างยกย่องให้ต้นไม้โลกเป็นต้นกำเนิดของต้นไม้ในป่าทั้งหมด

“ต้นไม้โลกได้ช่วยให้เอลฟ์ก้าวหน้า น้ำที่คอยหล่อเลี้ยงจะสร้างพลังแห่งชีวิตให้กับพวกเรา กิ่งก้านได้กลายเป็นอาวุธของเหล่านักรบขณะที่กลีบและผลไม้จะมีพลังในการรักษาอาการบาดเจ็บและโรคภัยได้”

“บางที...”

“ใช่ ความคิดของท่านนั้นถูกต้อง”

ธีโอได้สังเกตเห็นว่ายาและของวิเศษมากมายนั้นสามารถสร้างได้จากเอลฟ์เฮล์มเท่านั้น

นี่เป็นเพราะต้นไม้โลก อิกดราซิล เนื่องจากยาและของวิเศษมากมายนั้นเป็นผลพลอยได้จากต้นไม้โลกของพวกเขา นั้นจึงเป็นเหตุผลที่มนุษย์ไม่สามารถทำได้ และทำให้เอลฟ์เฮล์มมีข้อได้เปรียบอย่างมากในการค้า

อย่างไรก็ตามธีโอยังคงรอต่อไปแม้จะประหลาดใจ เนื่องจากคำอธิบายเกี่ยวกับผลของเมล็ดพันธ์นั้นยังไม่ปรากฏ เอ็ดวินหยุดพูดสักพักและพูดหัวข้อถัดไป “ต้นไม้โลกได้ผลิตผลไม้จำนวนมากใน100ปี แต่กลับผลิตเมล็ดพันธ์มาไม่กี่เมล็ดเท่านั้น เราคือ1ในคนที่ได้รับเมล็ดพันธุ์”

“เซอร์เอ็ดวิน?”

“ใช่ตามคำพูดเก่าแก่ เมล็ดของต้นไม้โลกนั้นจะพูดถึงการแตกหน่อความสามารถที่ซ่อนอยู่ในตัวผู้ที่ได้รับมัน เราได้รับมันและได้เดินบนเส้นทางของผู้พิทักษ์”

‘การแตกหน่อของความสามารถที่ซ่อนเร้น!’

มันเป็นผลผลิตจากต้นไม้โลก นั้นทำให้ธีโอดอร์ประหลาดใจกับคำเหล่านั้นก่อนที่จะก้มลงมองที่เมล็ด ตามคำอธิบายของเอ็ดวิน เมล็ดพันธุ์นั้นจะไม่ช่วยธีโอมากนัก มันเป็นสิ่งหนึ่งที่จะดึงพรสวรรค์ที่ซ่อนเร้นออกมา แต่ก็ไม่มีความหมายอะไรเลยสำหรับเขาเพราะความสามารถโดยกำเนิดของเขาแทบจะไม่มี

พรสวรรค์โดยกำเนิดของเขามีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับมิตรา ‘พระแม่แห่งธรณี’

เทียบเคียงได้กับเทพพระเจ้า ดิมิตรา ผู้ที่มีขนาดใหญ่ยิ่งกว่าภูเขา ศักยภาพของมนุษย์นั้นไร้ค่า ไม่มีใครจะสามารถจินตนาการได้เมื่อมองมาที่มิตราตัวเล็กๆที่กำลังกระโดดอยู่บนเข่าของเขาตอนนี้

[ฮู้ว?]มิตรารู้สึกได้ถึงสายตาที่จ้องมองของเขาและถามคำถามด้วยเสียง

“นี่คือของขวัญ”ธีโอส่งเมล็ดพันธ์ไปให้เธอโดยไม่ลังเลเลย มิตราจ้องมองที่เมล็ดพันธ์ชั่วขณะก่อนที่จะกระโดดไปบนฝ่ามือของเขา ตอนแรกเธออยากที่จะกัดเมล็ด แต่แล้วเธอก็เงยหน้าขึ้นมองธีโอ

[ดีโอ!มิตรากินมัน?!]

“กิน?”

[ใจ้!]

น้ำลายของมิตราไหลลงมาราวกับเธอรู้ว่ามันอร่อยมาก อาจจะมีบางอย่างที่มีแค้จิตวิญญาณธาตุเท่านั้นที่รู้สึกได้ สำหรับเขามันดูเหมือนลูกปัดที่มีกลิ่นหอมมากเท่านั้น

ธีโอดอร์พยักหน้าทำให้มิตราส่งเสียงหัวเราะและยกเมล็ดขึ้นเหนือหัวของเธอ

[อะอ้าม-!]เธอเปิดปากและกลืนมันไปในครั้งเดียว

อึก.

***

ใจกลางของป่าทางตอนเหนือ เอลฟ์เฮล์มนั้นอยู่ในทวีปเดียวกับเมลเทอร์ มันต้องใช้เวลา1เดือนกับรถม้าเพื่อเดินทางจากมาน่า-วิล ไปยังเกรทฟอเรสต์ นอกจากนี้การเดินทางด้วยรถม้าจะลำบากเมื่อเดินทางในป่าใหญ่

ด้วยเหตุนี้จึงมีกำหนดระยะเวลาขั้นต่ำ100วันเพื่อให้พวกเขาไปถึงเอลฟ์เฮล์ม อย่างไรก็ตามห้องเตรียมออกเดินทางของคณะฑูตนั้นกลับว่างเปล่าอย่างแปลกประหลาด

“…เธอมาแล้ว”ออร์ต้าชายผู้ยืนอยู่ตรงกลางห้องพึมพำทันทีที่ประตูได้ปิดแน่น เบื้องหลังของเขาคือเอ็ดวินที่คุยกับธีโอดอร์มาเป็นเวลานาน

ธีโอหยุดยืนอยู่ด้านข้างออร์ต้าชายผู้ที่ถามเขา “การเตรียมการเสร็จสิ้นแล้วยัง?”

“ใช่”

“งั้นไปกันเถอะ มันเป็นการเดินทางที่ยาวนาน ดังนั้นเราจำเป็นต้องรีบ”

โดยไม่คำนึงถึงฐานะ ธีโอดอร์และผู้นำWhite Tower พวกเขามีอำนาจเท่ากันในภารกิจครั้งนี้ ออร์ต้าได้ยอมรับคำสั่งและขยับไปอยู่ตรงกลางของวงเวทย์ ขณะที่ซิลเวียวิ่งไปทางด้านธีโอ อย่างไรก็ตามก่อนที่ซิลเวียจะพูดว่า ‘สวัสดี’บางอย่างก็ได้โผล่ออกมาจากแขนธีโอ

“เอ๋?”ซิลเวียได้จับมิตราเอาไว้ทันที เธอมีการตอบสนองที่ยอดเยี่ยมสำหรับจอมเวทย์

[ฮู้!] มิตราโบกมือให้เธอราวกับเธอกำลังพูดสวัสดี เธอมองไปที่ซิลเวียและหัวเราะ ซิลเวียวางมิตราไว้บนมือและรู้สึกแปลกๆกับสัมผัสของเธอ

ขณะที่เธอลูบผมของมิตรา เธอก็พึมพำออกมาด้วยท่าทางประหลาดใจ “…ผลิดอก?”

มันเป็นเช่นที่ซิลเวียกล่าว ต้นอ่อนสีเขียวได้งอกออกมาจากผมของมิตรา

ซิลเวียมองไปที่ธีโอเพื่อหาคำตอบ แต่เขาก็ยิ้มให้อย่างลึกลับ ธีโอและเอ็ดวินเป็นเพียงคนเดียวที่รู้ว่าต้นอ่อนได้เติบโตหลังจากที่มิตรากินเมล็ดพันธ์ของต้นไม้โลกเข้าไป มิตรานั้นรู้สึกทึ่ง แต่เธอก็ไม่รู้เช่นกันว่ามันเป็นอย่างไร

‘ฉันจะรู้ได้ถ้าฉันถามเอลโลน่าโดยตรง’มันไม่ใช่สิ่งที่ธีโอควรคิดถึงขณะที่พวกเขากำลังรีบ

เขามีประสบการณ์จากการเคลื่อนที่ผ่านมิติมาก่อนแล้ว ธีโอจึงรออย่างใจเย็นเพื่อให้เวทมนต์ทำงาน ตามที่ผู้นำWhite Tower ได้กล่าว เขาจะเคลื่อนย้ายพวกเขาไปใกล้ๆเขตชายแดน เนื่องจากระยะทางมันไกลมันอาจจะทำให้เกิดอาการเวียนหัวและผลข้างเคียงมากมาย

ช่วงเวลาที่ธีโอดอร์กำลังเตรียมตัวนั้น....

“Mass Teleport” พร้อมกับที่คำพูดนั้นเปล่งออกมา วงเวทย์ภายใต้กลุ่มของพวกเขาก็ได้สว่างขึ้นวงเวทย์เคลื่อนย้ายมิติ ที่เป็นสัญลักษณ์ของWhite Tower ได้กลืนกินเอลฟ์1ตนและคณะฑูตอีก9คนเข้าไป

‘อ่า!’ ช่องว่างมิติทั้งสามได้หุบรวมกับเป็นเส้นตรง

การดัดของช่องว่างมิตินั้นไม่มีข้อจำกัด มันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยความรู้สึกของมนุษย์ นอกจากนี้มันไม่ได้จบลงเพียงแค่การเวียนหัวเท่านั้น แม้มันจะไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการปิดตา แต่มันก็ยังดีกว่าหลายเท่าที่จะลืมตา

โชคดีที่ความรู้สึกผิดเพี้ยนได้สิ้นสุดลงอย่างรวดเร็ว

“อึก!”

“ฟู่....”

“อืม”

เมื่อมาถึงจุดหมายปลายทางทุกคนต่างก็ทำให้อาการเวียนหัวหายไปในแบบของตนเอง บางคนสูดหายใจเข้าลึกๆในขณะที่คนอื่นๆเลียริมฝีปากของพวกเขา อย่างไรก็ตามมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถมองไปรอบๆโดยไม่มีอาการสะดุดเลยและธีโอก็เป็นหนึ่งในนั้น

ในเวลานั้น ลูกปัดที่ส่องแสงก็ได้ลอยขึ้นในที่มืด

“สถานที่แห่งนี้อยู่ในใต้ดินใกล้กับชายแดน เป็นสถานที่ที่เราไม่สามารถอยู่ได้นานนัก ตามหลังฉันมา”ออร์ต้าให้คำแนะนำขณะที่เขาเดินผ่านห้องด้วยการก้าวเท้าที่คุ้นเคย

หลังจากที่ปีนขึ้นมานานพอสมควร เขาก็เห็นแผ่นไม้ที่ปิดประตูเอาไว้ โดยไม่ระวังว่ามันจะเป็นวัตถุเวทมนต์ ออร์ต้าได้ผลักมันด้วยมือโดยไม่พูดอะไรสักคำ

กรึก ขณะเดียวกันแสงก็ได้ส่องลงมาจากเพดาน

มันเป็นเพราะเวทย์แสง...?แปลกมาก ไม่มีใครสักคนที่ปิดตาของพวกเขาหรือคร่ำควรญอย่างทรมาน เมื่อทั้งเก้าคนได้ปีกขึ้นมาออร์ต้าก็ได้ปิดแผ่นไม้ที่อยู่ข้างหลังพวกเขา เขาเททรายปิดทับมัน โดยไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้

จากนั้นธีโอก็ได้เริ่มมองไปรอบๆ “…ที่แห่งนี้”

ไม่มีสิ่งกีดขวางใดๆ มันเป็นเพียงพื้นที่รกร้างที่ทำให้สายตาของทั้ง10คนนั้นเปิดกว้าง ทรายสีแดงที่พัดปลิวในสายลมนี่เป็นจุดเด่นเฉพาะที่รกร้างแห่งนี้

‘นี่คือดินแดนรกร้าง ที่ราบสีแดง?’

นี่คือชายแดนด้านเหนือของเมลเทอร์ ที่ราบสีแดง มันเป็นดินสีแดงที่ดูเหมือนจะปฏิเสธชีวิตทั้งมวล

ทำไมสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งของผืนป่าใหญ่ทางตอนเหนือถึงไม่ข้ามมาที่ชายแดนของเมลเทอร์? เหตุผลนั้นสามารถพบได้ในที่ราบสีแดง นี่เป็นดินแดนที่แห้งแล้มที่กินพื้นที่หลายรอยกิโลเมตร ซึ่งในรอบสองปีฝนจะตกเพียงครั้งเดียว จำนวนสิ่งมีชีวิตที่หิวโหยที่ได้ตายลงไปนั้นมีจำนวนมากเกินที่จะนับได้

ดังนั้น จึงมีการเตรียมสิ่งจำเป็นเป็นจำนวนมากเพื่อที่จะข้ามผ่านดินแดนที่รกร้างแห่งนี้ อาหาร น้ำ และสิ่งของที่สามารถทนต่อการโจมตีของอันเดทได้ในระยะทางหลายร้อยกิโลเมตรเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง

ทุกคนนั้นรู้ความจริงข้อนี้ ดังนั้นคนๆหนึ่งจึงถามคำถาม “ท่านผู้นำหอคอย?”

“หืม?”

“รถม้าที่พวกเราจะนั่งอยู่ที่ไหนครับ?”

อีกแปดคนที่เหลือต่างมองไปที่ออร์ต้า

เนื่องจากเขาเป็นจอมเวทย์จากWhite Tower พวกเขาจึงคิดว่าเขาจะเตรียมรถม้าหรือเกวียนสายลมเอาไว้ บุคคลระดับสูงสุดนั้นสามารถใช้จิตวิญญาณธาตุระดับสูงได้ แต่แม้กระทั่งเอ็ดวินก็ยังมีขีดจำกัด เขาไม่มีความสามารถที่จะแบกสัมภาระของทั้งเก้าคนได้

แต่ทว่าไม่ว่าพวกเขาจะมองไปทางไหนพวกเขาก็ไม่สามารถหารถม้าหรือเกวียนสายลมได้

“มันน่ารำคาญที่จะอธิบาย ทุกคนสวมแหวนนี่เอาไว้”

ออร์ต้าหยิบกล่องออกใสและส่งแหวนให้คนละหนึ่งวง

แหวนนั้นทำจากเงินและไม่มีการตกแต่งใดๆ แต่กลุ่มเดินทางก็ได้สวมแหวนที่ผู้นำWhite Towerส่งมาให้ เอ็ดวินลังเลอยู่สักพัก แต่ในที่สุดเขาก็สวมมันลงบนนิ้วชี้

ออร์ต้าเฝ้ามองพวกเขาใส่มันด้วยสายตาอันเงียบสงบ “เดินทางกันเถอะ ฉันต้องบอกพวกเธอสิ่งหนึ่ง พวกเธอแค่ยืนอยู่ในตำแหน่งเท่านั้น”

“…?”ทุกคนต่างอยู่ในอาการงุนงง

“แทนที่จะอธิบาย มันจะเร็วกว่าที่จะแสดงให้พวกเธอดูโดยตรง”ผู้นำWhite Tower พูดคำแปลกๆก่อนที่จะก้าวไปด้านหน้าหนึ่งก้าว

การก้าวเท้าของเขาดูเฉื่อยชา ขาของเขาเคลื่อนไหวอย่างเห็นได้ชัด แต่เขาไม่ได้เคลื่อนที่ออกห่างจากกลุ่มของพวกเขา เขาแสดงให้พวกเขาเห็นถึงเคล็ดลับงั้นหรือ?บางคนเริ่มคิดว่าผู้นำWhite Tower นั้นแปลกประหลาดเล็กน้อยในหัว

อย่างไรก็ตามมีผู้ที่สังเกตเห็นถึงความผิดปกติ ธีโอดอร์มีความรู้สึกที่ไวต่อความรู้สึกเหนือธรรมชาติและ’โลกนั้นได้เปลี่ยนไป’ ดังนั้นเขาจึงเป็นคนที่รู้สึกตัวได้เร็วที่สุดในหมู่พวกเขา แม้กระทั่งท่าทางของเอ็ดวินยังกลายเป็นตื่นตะลึงเมื่อเขาเข้าใจได้ว่าภาพรอบตัวของพวกเขาได้เปลี่ยนไป

เมฆที่ปรากฏบนหัวของพวกเขาในตอนแรกได้หายไปในระยะไกล ขณะที่เมฆบนขอบฟ้าเคลื่อนที่อยู่เหนือหัวพวกเขา ใช่ภาพรอบตัวเปลี่ยนไปทุกครั้งที่เขาก้าวเท้า

‘…เราเคลื่อนที่ได้ไกลแค่ไหนในหนึ่งก้าว?!’

นี่เป็นเวทมนต์มิติงั้นหรอ?กลุ่มคนที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ออร์ต้ากำลังกระโดดไปด้านหน้าหลายร้อยเมตรหรืออาจจะเป็นกิโลเมตร พร้อมๆกัน มันไม่ได้สังเกตเห็นทันทีเนื่องจากทั้งสี่ทิศทางของพวกเขานั้นเป็นดินแดนที่ว่างเปล่า แต่กลุ่มคนที่เหลือก็เข้าใจในเร็วๆนี้

“กะ-การบิดเบือนช่องว่าง?! มันเป็นเช่นนี้ทุกก้าว?”

“เป็นไปไม่ได้....!”

“แม้ว่าเขาจะคือผู้นำWhite Tower ก็ตาม แต่นี่....”

ออร์ต้าได้สั่งให้คนอื่นๆอย่าขยับตัว แต่คนทั้งกลุ่มต่างประหลาดใจเมื่อมองไปที่ท้องฟ้าที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา พวกเขากำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วผ่านที่ราบสูงสีแดงที่ขึ้นชื่อ มันไม่จำเป็นต้องมีรถม้า

เกวียนสายลมถือว่ามีความเร็วต่ำไปเลยเมื่อเทียบกับการเคลื่อนที่หลายร้อยเมตรในพริบตาเดียว

ผู้นำWhite Tower ออร์ต้า ผู้ซึ่งอยู่จุดสูงสุดของเวทย์มิติ ประกาศอย่างตรงไปตรงมาว่า “พวกเราจะถึงเกรทฟอเรสต์ทันทีที่ดวงอาทิตย์ตกดิน เตรียมพร้อมที่จะหยุดและตั้งค่าย”

จบบทที่ ตอนที่ 98 เกรทฟอเรสต์ 0

คัดลอกลิงก์แล้ว