เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 96 แขกผู้ทรงเกียรติแห่งเอลฟ์เฮล์ม 2 (แก้ไข)

ตอนที่ 96 แขกผู้ทรงเกียรติแห่งเอลฟ์เฮล์ม 2 (แก้ไข)

ตอนที่ 96 แขกผู้ทรงเกียรติแห่งเอลฟ์เฮล์ม 2 (แก้ไข)


แก้ให้แล้วครับ ขอโทษทีครัลบ

 

‘แขกผู้ทรงเกียรติ!’ เป็นคำเพียงไม่กี่คำ แต่ท่าทางของทุกคนต่างเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

จนถึงตอนนี้เอลฟ์เฮล์มนั้นได้ยอมรับกลุ่มคณะฑูตจากอาณาจักรอื่น แต่นั้นก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการซื้อขายแลกเปลี่ยนเท่านั้น ในความเป็นจริง เอลฟ์เฮล์มนั้นไม่เคยที่จะต้อนรับกลุ่มคณะฑูตจากอาณาจักรใดเลย

เคิร์ทที่3เป็นผู้เดียวที่รักษาความสงบเอาไว้ได้ “หืม แขกผู้ทรงเกียรติ”

ไม่สิ มีความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าเขาเล็กน้อย เขาไม่รู้ว่าเอลฟ์เฮล์มจะทำเช่นนี้ อย่างดีที่สุดเขาคิดว่าจำนวนของสินค้าทางการค้าหรือสายสัมพันธ์ของพวกเขากับผืนป่าใหญ่จะเพิ่มขึ้น แต่เอ็ดวินกลับบอกว่าพวกเขาจะได้รับอนุญาติให้เข้าไปในพรมแดนของเอลฟ์เฮล์มที่ที่ไม่เคยมีผู้ใดได้เข้าไปมาก่อน? นั่นมีค่ายิ่งกว่าสิ่งใด

“เซอร์เอ็ดวิน คำพูดของท่านหมายความว่าเอลฟ์เฮล์มกำลังยินยอมให้พวกเราส่งกลุ่มคณะฑูตไปงั้นรึ?”

“ถูกต้อง”

“มันอยู่ในเขตรอบนอกของผืนป่าใหญ่อีกครั้งใช่ไหม?”

เอ็ดวินส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มบางๆ “ไม่ พวกเราไม่สามารถที่จะปฏิบัติต่อแขกผู้มาเช่นนี้ได้ การพบปะกันครั้งนี้จะใช้เวลานานนิดหน่อย แต่เอลฟ์เฮล์มได้ตัดสินใจที่จะต้อนรับเหล่าสหายของธีโอดอร์ที่ด้านหน้ามหาพฤกษาหรือต้นไม้โลก”

“ต้นไม้โลกที่เป็นหัวใจของผืนป่าใหญ่....”

“ใช่แล้ว ต้นกำเนิดพฤกษาทั้งมวลของพวกเรา”

หลังจากที่ได้ยืนยันสิ่งที่ได้ยินนี้ เคิร์ทที่3ก็ได้ยกคุณค่าของภารกิจนี้ไปอีก3ระดับ

เอลฟ์นั้นไม่สามารถที่จะพูดโกหกได้ นี่ไม่ใช่เพราะความเชื่อหรืออะไรทั้งสิ้น แต่เป็นเพราะเหล่าเอลฟ์ที่เต้นและร้องเพลงกับธรรมชาตินั้นจะสูญเสียพลังเมื่อพวกเขาโกหก ดังนั้นเอลฟ์ที่สูญเสียความชอบธรรมเรื่องจากโกหกจะถูกตราว่าเป็นคนบาปในสังคมของพวกเขาและถูกไล่ออกจากเผ่าพันธ์

ในฐานะคนที่อยู่ในระดับสูงสุด เอ็ดวินนั้นเป็นคนที่ทรงพลังอย่างยิ่ง เขาอาจจะสูญเสียพลังทั้งหมดของเขาหากเขาพูดโกหก ดังนั้นการยืนยันของเอ็ดวินจึงเป็นหลักฐานชั้นดี

“มีกี่คนที่สามารถไปกับธีโอดอร์ได้?”เคิร์ทที่3 ถามอย่างสงบขณะที่เขานึกถึงฑูตบางคน

“ยิ่งน้อยยิ่งดี ถ้าถูกโจมตีเช่นครั้งก่อนมันจะเป็นเรื่องยากสำหรับผู้คุ้มกันเมื่อมีคนเยอะ”

“เยี่ยม เหลี่ยมจัดมาก”

“อ่า!มีสิ่งหนึ่งที่เราลืมบอกท่าน”คำพูดถัดไปของเอ็ดวินทำให้ความคิดที่ซับซ้อนอยู่แล้วของเขาถูกรบกวนมากขึ้น “ใกล้กับต้นไม้โลกที่อยู่ตรงกลางของผืนป่าใหญ่ ความเข้มข้นของมาน่าจะสูงขึ้นมาก ร่างกายที่ไม่ได้รับการฝึกฝนอย่างถูกต้องจะไม่สามารถทนต่อมันได้”

“ระดับละ?”

“บนพื้นฐานของจอมเวทย์....อย่างน้อยพวกเขาต้องอยู่ในขั้น5”

“งั้นเหล่าคณะบริหารส่วนใหญ่จะถูกตัดออก”เคิร์ทที่3พึมพำเงียบๆและมองไปรอบๆ

เหล่าคณะผู้บริหารบางคนนั้นสามารถใช้เวทมนต์ได้ แต่ไม่มีใครเลยที่สามารถข้ามกำแพงเข้าสู่ขอบเขตขั้น5ได้บางคนนั้นยุ่งอยู่กับหน้าที่ของพวกเขา และเรียนเวทมนต์ป้องกันตัวเล็กน้อยเป็นงานอดิเรก และส่วนที่เหลือใช้เวลาหลายปีหรือหลายสิบปีกับการก้าวข้ามกำแพง หากต้องการวงกลมที่5ละก็ ดูเหมือนว่าขั้นต่ำสุดที่สามารถส่งไปปฏิบัติภารกิจนี้ได้คือจอมเวทย์ระดับปรมาจารย์ขึ้นไป

“….มันเป็นเรื่องยากเนื่องจากบุคลากรนั้นมีน้อยเกินไป”

พวกเขาต้องการคนที่เป็นมากกว่าจอมเวทย์อย่างเดียวพวกเขาต้องการคนที่เป็นจอมเวทย์ที่ยุ่งกับการเมือง ถ้าเขาส่งนักสู่จากหอคอยเวทมนต์ไปเห็นได้ชัดว่าพวกเขาจะกลับมาพร้อมกับไก่หรือผลไม้ที่พวกเขาได้รับมาหรือบางทีอาจจะได้ไปแค่เที่ยวชม ครึ่งหนึ่งของผู้ทีผ่านเกณฑ์นี้ได้ตายไปในขบวนเดินทางสุดท้ายนั่น อย่างไรก็ตามถ้าเขาส่งคนที่เหลือไปก็จะไม่มีใครเหลืออยู่ในราชอาณาจักรเลย

ถ้าเป็นไปได้เขาต้องการที่จะส่งผู้นำหอคอยไป“…เวโรนิก้า”

สีผิวของเอ็ดวินเปลี่ยนไปเมื่อได้ยินชื่อนั้น “ฝะ-ฝ่าบาท!”

“…ตามที่คาด เธอไม่สามารถ?”

“เราขอโทษ แต่เราขอละเว้นที่จะอนุญาติเธอให้เข้าร่วมกลุ่มคณะฑูต”

เป็นเรื่องที่ตลกที่เห็นบุคคลเช่นเขาทำท่าประหลาดเช่นนี้ออกไป แต่เขามีเหตุผลที่จะทำเช่นนั้น เมลเทอร์และเอลฟ์เฮล์มนั้นอยู่ใกล้พอที่จะมีประวัติการติดต่อและการค้าขายกันมา ระหว่างที่เวโรนิก้าได้ไปเยือนผืนป่าใหญ่พร้อมกับคณะฑูต พลังการต่อสู้ของเธอนั้นคือเปลวเพลิงและการป้องกันของเธอนั้นเป็นอะไรที่แน่นอน อย่างไรก็ตามปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเธอไปเยือนเอลฟ์เฮล์ม

มีจิตวิญญาณธาตุที่คอยปกป้อง ณ เขตชั้นนอกของเอลฟ์เฮล์มและขอบเขตของต้นไม้โลกอยู่ซึ่งที่แห่งนั้นอำนาจของธาตุได้ถูกขยายเพิ่มขึ้น แต่ทว่าเมื่อพวกเขาสัมผัสกับพลังของเวโรนิก้าพวกเขาต่างถูกเผาไหม้ทันที

“มันไม่ใช่การทำลายล้างโดยเจตนา ดังนั้นเราจึงปล่อยมันให้ผ่านไปในเวลานั้น อย่างไรก็ตามเราไม่สามารถอดทนเป็นครั้งที่2ได้”เหงื่อของเอ็ดวินเริ่มไหลออกมาเมื่อนึกถึงวันนั้น

อย่างไรก็ตามเวโรนิก้าที่ถูกปฏิเสธอย่างระมัดระวังนั้นกลับตะโกนใส่เขา “เห้!ทำไมคุณถึงมาโทษฉันกัน ในเมื่อหญ้าของพวกคุณนั้นมันอ่อนแอเอง?”

“มะ-ไม่ใช่เช่นนั้น....”

“งั้นมันคืออะไรละ?ฉันจะใช้ลมหายใจของฉันที่ด้านบทของต้นไม้โลก!”

เอ็ดวินนั้นรู้ธรรมชาติที่แท้จริงของคำพูดเธอดี ดังนั้นใบหน้าเขาจึงกลายเป็นซีดเซียว หากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น ทั้งสองอาณาจักรจะได้รับความเสียหายที่ร้ายแรงแน่นอน

เคิร์ทที่3ลืมเกี่ยวกับการรักษาท่าทางของเขาและพยายามที่จะหยุดเธอ แต่ธีโอนั้นเร็วกว่า มันดีกว่าที่จะเรียกเธอด้วยสิ่งที่จะดึงดูดความสนใจเธอ “ใจเย็นๆครับพี่สาว”

“ฉันจะเผาต้นไม้โลกและทุกอย่างให้เป็นจุล....หืม?”

เมื่อเวโรนิก้าหยุดนิ่งไปชั่วขณะจากคำพูดที่วิเศษนั่น ธีโอก็ได้ดึงเธอไว้ในอ้อมแขนและจับเธอเอาไว้ ผู้นำRed Tower เทพเจ้าแห่งการทำลายของเมลเทอร์ ได้พ่ายแพ้เมื่อได้พบกับคำพูดนี้

ขณะที่เธอพยายามที่จะให้ธีโอเรียกเธออีกครั้ง เคิร์ทที่3ก็ได้เปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว ภายในใจ เขาตัดสินใจที่จะให้รางวัลธีโอสักเล็กน้อย

อย่างไม่คาดคิด คนจากกระทรวงคนหนึ่งก็ได้ลุกขึ้นและแนะนำใครบางคน “ฝ่าบาท แล้วท่านผู้นำBlue Tower ละพะยะค่ะ?”

“เราต้องการที่จะทำเช่นนั้นแต่....”อย่างไรก็ตาม เคิร์ทที่3กลับส่ายหัว“บลันเดลล์นั้นกำลังมุ่งหน้าไปเพื่อหยุดน้ำท่วมในเขตทุ่งนาตะวันออก สำหรับเวลานี้ เขาไม่สามารถกลับมาที่เมืองหลวงได้”

“งั้นเหล่าผู้อาวุโสจากหอคอยเวทมนต์ละพะยะค่ะ?”

“เราต้องรีบเติมเต็มกำลังคนที่ขาดแคลน เราไม่สามารถส่งเหล่าผู้อาวุโสที่มีน้อยนิดไปได้”เคิร์ทที่3สามารถนึกถึงคนได้ไม่กี่คนเท่านั้น แต่เขาไม่ต้องการเห็นอันตรายที่เป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่นั้น

หลังจากนั้นการถกเถียงก็ได้เริ่มขึ้น ความขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่างเหล่าขุนนางที่ต้องการให้จอมเวทย์ของพวกเขาเข้าร่วมและผู้ที่ไม่สนใจ ถ้าเป็นเช่นนี้ต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะเกิดข้อสรุป

เคิร์ทที่3ตัดสินใจที่จะรับความเสียหายบางส่วนและเปิดปากเขาขึ้นเพื่อที่จะพูด

แต่ทว่าชายคนหนึ่งก็ได้ปรากฏตัวขึ้นในห้องอย่างฉับพลัน “ถ้าท่านไม่สามารถหาคนไปได้ ข้ายินดีที่จะไป ฝ่าบาท”

เขาคือชายที่สวมหน้ากากสีขาว ปากของเขาเปิดออกขณะที่ผู้คในห้องตระหนักถึงการมาของเขา

“ผู้นำWhite Tower?!”

เขาแตกต่างจากผู้นำYellow Tower ที่ไม่ได้เปิดเผยตัวตนของเขา ชื่อของผู้นำWhite Tower นั้นเป็นที่รู้จักกันดี จอมเวทย์มิติที่เก่งกาจที่สุดซึ่งกำลังลอยตัวอยู่ในอากาศ ออร์ต้า ผู้นำWhite Tower เขาค่อยๆลอยตัวลงมาที่พื้นอย่างช้าๆและคุกเข่าลงข้างหนึ่ง

เคิร์ทที่3บอกให้เขาลึกขึ้นและพูดว่า “เจ้าพึ่งกลับมาจากGengaงั้นหรือ ออร์ต้า”

“พะยะค่ะ”

“เราคิดว่าเจ้าต้องใช้เวลาอีกสักสองวันเสียอีก แต่เจ้ามาเร็วกว่าที่คิดไว้มาก นี่เป็นการคำนวณผิดพลาดที่มีความสุขอย่างยิ่ง”

มันเป็นเช่นที่เคิร์ทที่3กล่าว

ในฐานะหนึ่งในจอมเวทย์ที่แข็งแกร่งที่สุดของเมลเทอร์ เขาสามารถเชื่อในทักษะของผู้นำหอคอยได้ แต่ละคนอาจจะมีข้อบกพร่องในบุคลิกภาพของตนเอง แต่เขาก็มองข้ามสิ่งเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ให้เป็นส่วนหนึ่งของเสน่ห์ของพวกเขา ผู้นำWhite Tower นั้นเป็นคนที่กระตือรือร้นมากที่สุดในการปฏิบัติภารกิจและเขาก็จัดการทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง

“เยี่ยมมาก ภารกิจนี้จะอยู่ในการดูแลของออร์ต้า รวบรวมผู้เข้าร่วมจากหอคอยเวทมนต์แต่ละแห่ง พวกเขาต้องเป็นจอมเวทย์ขั้น5ขึ้นไป และอย่าให้เกิน10คน”

“พะยะค่ะ ฝ่าบาท”

“และธีโอดอร์”

ธีโอดอร์ ผู้ซึ่งกำลังจับเวโรนิก้าไว้ในอ้อมแขนของเขาด้วยการยอมจำนนครึ่งหนึ่งตอบสนองต่อการเรียกในขณะที่เขาได้ปล่อยจากบุคคลที่อันตรายด้วยความเสียใจ เคิร์ทที่3มองธีโอขึ้นลงและถามคำถามแก่เขามันเป็นคำถามที่ออกจะงุนงง “ร่างกายของเจ้าเป็นยังไงบ้าง?”

“หืม?อ่า ดีขึ้นแล้วพะยะค่ะ ฝ่าบาท”

“เช่นนั้น?เราได้ยินมาว่าสภาพของเจ้าไม่ค่อยดี มันผ่านมาประมาณ1เดือนแล้ว เราจึงไม่ทราบเกี่ยวกับวันนี้”

ธีโอตระหนักถึงความหมายของคำถามหลังจากได้ยิน ‘เดือนที่ผ่านมา’

‘ผลข้างเคียงจากการเพิ่มสัมผัสเวทย์ ฝ่าบาททรงตระหนักถึงมัน’

อย่างไรก็ตามการดำรงอยู่ของยาเพิ่มสัมผัสเวทย์นั้นเป็นความลับดังนั้นกษัตริย์จึงถามแบบอ้อมๆ

โชคดีที่ความสามารถในการใช้เวทย์แบบไม่ต้องร่ายนั้นได้ผ่านจุดที่ต่ำสุดที่สามารถใช้ในการต่อสู้ได้แล้ว ถ้าเขาต้องการที่จะไปให้ไกลกว่านี้ เขาต้องเพิ่มมันจากการต่อสู้ ไม่ใช่จากการฝึกฝน

‘เอลฟ์เฮล์ม ผืนป่าใหญ่และต้นไม้โลก’

สำหรับธีโอที่ต้องการโอกาสใหม่ในการข้ามกำแพงขั้น6นี่ถือเป็นโอกาสที่ดี

“ไม่มีปัญหาพะยะค่ะ ฝ่าบาท โปรดอย่าลังเลที่จะส่งกระหม่อมไป”

“..เราเข้าใจ”เคิร์ทที่3ยิ้มให้กับคำตอบที่แน่วแน่และพยักหน้าให้

เคิร์ทที่3ได้เข้าใจและตัดสินเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว และลุกขึ้นจากบัลลังก์พร้อมกับที่ทุกคนได้ลุกขึ้นหลังจากเขาลุก

เบื้องหน้าทุกคน กษัตริย์แห่งเมลเทอร์ได้ประกาศว่า“วันนี้เป็นช่วงเวลาที่เราจะประกาศถึงความเป็นไปได้ที่เมลเทอร์และเอลฟ์เฮล์มจะสร้างความสัมพันธ์กัน! กลุ่มคณะผู้แทนจะเดินทางไปกับวีรบุรุษ ธีโอดอร์ มิลเลอร์และเราจะอนุญาติให้พวกเจ้าพูดคุยเฉพาะเรื่องการจัดตั้งสายสัมพันธ์ทางการฑูตขึ้นใหม่เท่านั้น!”

“พะยะค่ะ!ฝ่าบาท!”ผู้คนต่างตอบรับคำบัญชา

“และผู้แทนของภารกิจนี้ก็คือ ธีโอดอร์ มิลเลอร์!”

‘ไม่ใช่ผู้นำWhite Tower ที่เป็นผู้นำ?’

“พะยะค่ะ ฝ่าบาท!” ธีโอดอร์แทบจะรักษาใบหน้าที่นิ่งเฉยของเขาเอาไว้ใม่ได้ในขณะที่คุกเข่ารอคำสั่งจากกษัตริย์ เขากังวลใจมันเป็นคำพูดส่วนตัว ซึ่งเจาะจงมาที่เขาธีโอดอร์และไม่มีใครอื่น

“ขณะที่ยังหนุ่ม เจ้าได้รับเกียรติอย่างสูงขณะที่เป็นความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่าเจ้าจะเป็นแสงแห่งเมลเทอร์ โปรดจำเอาไว้ว่าเจ้าเป็นคนที่สำคัญที่สุดของภารกิจทางการฑูตนี้”

“พะยะค่ะ!”

“ในภารกิจครั้งนี้เราจะมอบอำนาจให้เจ้าเฉกเช่นผู้นำWhite Tower อย่าลังเลที่จะพูดในสิ่งที่เจ้าคิด!”

ธีโอโค้งคำนับและตอบกลับอย่างหนักแน่น “ธีโอดอร์ มิลเลอร์ จะทำตามพระประสงค์ของฝ่าบาท!”

เขาคุ้นเคยกับภาระที่เพิ่มขึ้นบนบ่าของเขา

มีบางคนกล่าวเอาไว้ ‘การก้าวเท้าของคนๆหนึ่งมีความลึกเท่ากับน้ำหนักของสิ่งที่บรรทุกอยู่บนหลังของพวกเขา ถ้าผู้คนไม่ล้มลงในระหว่างทางพวกเขาจะกลายเป็นคนที่แข็งแกร่ง มันเป็นเรื่องที่ดีกว่านับร้อยเท่าที่จะอดทนต่อสิ่งนั้นแทนที่จะไม่ได้รับความคาดหวังอะไรเลย’

เบื้องหน้าของเหล่าผู้ทรงอำนาจแห่งอาณาจักรเวทมนต์ เมลเทอร์ ธีโอนั้นได้รับมอบหมายหน้าที่อย่างสง่าผ่าเผย

จบบทที่ ตอนที่ 96 แขกผู้ทรงเกียรติแห่งเอลฟ์เฮล์ม 2 (แก้ไข)

คัดลอกลิงก์แล้ว