- หน้าแรก
- จักรพรรดิกลืนสวรรค์ บัญชีแค้นล้างปฐพี
- บทที่ 98 - ของประมูลชิ้นสุดท้าย
บทที่ 98 - ของประมูลชิ้นสุดท้าย
บทที่ 98 - ของประมูลชิ้นสุดท้าย
บทที่ 98 - ของประมูลชิ้นสุดท้าย
ฟางเซี่ยวโกรธจนร่างสั่นสะท้าน
รู้อย่างนี้ในวันนั้นเขาน่าจะฟันไอ้สวะนี่ให้ตายตกไปเสียตั้งแต่แรก
มิเช่นนั้นคงไม่เกิดเรื่องเช่นในวันนี้ขึ้น
เขากัดฟันคิดด้วยความเคียดแค้น
ชายชราที่อยู่ด้านข้างเห็นฟางเซี่ยวโกรธจนตัวสั่นก็รู้ทันทีว่าสถานการณ์ไม่สู้ดีนัก จึงรีบเอ่ยว่า "นายน้อย ไม่จำเป็นต้องไปมีน้ำโหกับมันหรอกขอรับ ยอมยกดาบวิญญาณเล่มนี้ให้มันไปเถิด ข้าเดาว่ามันต้องกำลังข่มขู่สร้างภาพให้ดูน่าเกรงขามอยู่แน่ๆ มันไม่มีทางหยิบหินวิญญาณมากมายถึงเพียงนี้ออกมาได้หรอก"
ฟางเซี่ยวไม่สะทกสะท้านต่อคำเตือน
หากเขาไม่ได้ลั่นวาจาประโยคก่อนหน้านี้ออกไป การที่เขาเลือกจะถอนตัวในตอนนี้ ผู้อื่นย่อมไม่ครหาอันใด ซ้ำยังจะเอ่ยชมว่าเขามีสติสัมปชัญญะดีด้วยซ้ำ
ทว่าวาจาโอหังได้ถูกเปล่งออกไปแล้ว ท่าทีแข็งกร้าวของเขาก็ได้ล่วงเกินผู้คนไปไม่น้อย หากบัดนี้เขายอมถอย ย่อมต้องตกเป็นตัวตลกของผู้อื่นอย่างแน่นอน
ดังนั้น เขาจึงถอยไม่ได้
"ความสูญเสียในยามนี้ รอให้งานประมูลสิ้นสุดลง ค่อยไปทวงคืนจากตัวสวีเฉินก็แล้วกัน"
เมื่อคิดได้เช่นนี้ อารมณ์ของเขาก็ดีขึ้นมาบ้าง ก่อนจะเอ่ยปากเสนอราคา "สองล้านก้อนหินวิญญาณ"
"ใช้หินวิญญาณถึงสองล้านก้อนเพื่อซื้อศาสตราวิญญาณขั้นต่ำเพียงชิ้นเดียว ต้องยอมรับเลยว่าคุณชายฟางช่างใจป้ำเสียจริง ฮ่าฮ่า ดาบทลายสวรรค์เล่มนี้ ข้าไม่ขอแย่งชิงแล้ว"
สวีเฉินหัวเราะร่วน
อารมณ์ดีเป็นอย่างยิ่ง
สองล้าน ถือเป็นราคาสูงลิ่วอย่างแท้จริง
เมื่อหักค่านายหน้าของหอประมูลออกไป เขาก็ยังรับทรัพย์เหนาะๆ ถึงหนึ่งล้านเก้าแสนหกหมื่นก้อน ซึ่งมากกว่าราคาที่เขาขายศาสตราวิญญาณสองชิ้นให้หอของล้ำค่ารวมกันเสียอีก
เสียงหัวเราะของเขาออกมาจากใจจริง
ทว่าในยามนี้เมื่อมันลอยเข้าหูฟางเซี่ยว กลับฟังดูบาดหูเป็นที่สุด
มุมปากของเขากระตุก มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่น พยายามข่มเพลิงโทสะในใจเอาไว้อย่างสุดความสามารถ
ยิ่งไปกว่านั้น
ประโยคสุดท้ายของสวีเฉินหมายความว่าอย่างไรกัน
ไม่แย่งชิงแล้วหรือ
มันให้ความรู้สึกราวกับว่า อีกฝ่ายจงใจยกให้เขาอย่างไรอย่างนั้น
ของที่เขาต้องการ ยังต้องรอให้ผู้อื่นมายกให้อีกหรือ
งานประมูลดำเนินต่อไป
ความตื่นเต้นเร้าใจเริ่มซาลง
ของประมูลชิ้นต่อๆ มาค่อนข้างจะเรียบง่าย
จนกระทั่งศาสตราวิญญาณชิ้นที่สามถูกนำขึ้นเวที ลานประมูลก็ลุกเป็นไฟขึ้นมาอีกครั้ง
ท้ายที่สุด ศาสตราวิญญาณชิ้นนี้ก็ถูกประมูลไปในราคาเจ็ดแสนแปดหมื่นก้อนหินวิญญาณ
เวลาค่อยๆ ล่วงเลยไป
พริบตาเดียวก็เข้าสู่วันที่สาม
ศาสตราวิญญาณชิ้นที่สี่และชิ้นที่ห้าถูกนำขึ้นเวทีตามลำดับ
ศาสตราวิญญาณทั้งห้าชิ้น มียอดประมูลรวมกันสูงถึงสี่ล้านหกแสนหกหมื่นก้อนหินวิญญาณ
เมื่อหักค่านายหน้าของหอประมูลออกไปแล้ว หินวิญญาณที่ตกถึงมือสวีเฉินมีมากถึงสี่ล้านห้าแสนหกหมื่นหกพันแปดร้อยก้อน
เมื่อรวมกับหินวิญญาณกว่าสองล้านก้อนที่สวีเฉินมีติดตัวอยู่แล้ว ตอนนี้เขามีหินวิญญาณในครอบครองมากถึงเจ็ดล้านก้อนเลยทีเดียว
แม้งานประมูลจะยังไม่สิ้นสุด แต่สวีเฉินก็แทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะไปรับหินวิญญาณของตนเอง เขาบอกกล่าวกับเฉาหมานคำหนึ่งแล้วเดินออกจากห้องส่วนตัว เมื่อแผ่สัมผัสออกไปและพบว่าไม่มีผู้ใดคอยจับตาดูอยู่ เขาก็หยิบหน้ากากหนังมนุษย์ออกมาจากแหวนมิติ
พริบตาต่อมา
เขาก็กลายร่างเป็นชายหนุ่มผู้มีใบหน้าซื่อบื้อไร้อารมณ์
เขาเดินเข้าไปยังหลังเวทีประมูล นำหนังสือมอบอำนาจฝากประมูลออกมาแสดง และรับหินวิญญาณมาได้อย่างราบรื่น
เมื่อสวีเฉินกลับมาถึงห้องส่วนตัว ของประมูลชิ้นสุดท้ายเพื่อปิดงานประมูลในครั้งนี้ก็ถูกนำขึ้นเวทีพอดี
"ของประมูลชิ้นที่สองร้อยแปดสิบหก ซึ่งเป็นของประมูลชิ้นสุดท้ายในงานประมูลครั้งนี้ คัมภีร์วิชาระดับปฐพีขั้นต่ำ เคล็ดวิชาทลายมิติ"
สิ้นเสียงของชายวัยกลางคนศีรษะล้าน จุดสูงสุดที่แท้จริงของงานประมูลครั้งนี้ก็เปิดฉากขึ้น
ภายในห้องส่วนตัว เตี่ยนจางที่ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยให้ความสนใจกับของประมูลชิ้นใดเลย พลันยืดตัวขึ้นนั่งตัวตรง สายตาจ้องมองไปยังเวทีประมูลอย่างร้อนแรง
คัมภีร์วิชาระดับปฐพีขั้นต่ำ มีค่าพอที่จะดึงดูดความสนใจของเขาได้
"มาแล้ว"
ฟางเซี่ยวมีท่าทีตื่นตัวขึ้นมาทันที เขาหันไปถามชายชราว่า "เรายังเหลือหินวิญญาณอยู่อีกเท่าใด"
"สี่ล้านก้อนขอรับ"
ชายชราตอบ
ฟางเซี่ยวขมวดคิ้ว
สี่ล้านก้อนหินวิญญาณออกจะน้อยไปสักหน่อย
การจะแย่งชิงคัมภีร์วิชาระดับปฐพีขั้นต่ำ อย่างน้อยที่สุดก็ต้องใช้หินวิญญาณถึงห้าล้านก้อน
เป็นเพราะสวีเฉินแท้ๆ
เขาเริ่มเคียดแค้นสวีเฉินขึ้นมาอีกครา
หากไม่ใช่เพราะสวีเฉิน เขาจะสูญเสียหินวิญญาณกว่าล้านก้อนไปอย่างสูญเปล่าได้อย่างไร
บุคคลระดับบิ๊กเบิ้มในห้องส่วนตัวใหญ่ๆ ต่างก็เตรียมพร้อมลงสนาม
"คัมภีร์วิชาระดับปฐพีขั้นต่ำ เคล็ดวิชาทลายมิติ ราคาเริ่มต้นหนึ่งล้านก้อนหินวิญญาณ การเสนอราคาแต่ละครั้งต้องเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นก้อน"
ทันทีที่เสียงของชายวัยกลางคนศีรษะล้านสิ้นสุดลง ชายผู้หนึ่งเบื้องล่างเวทีก็ชูป้ายในมือขึ้นพร้อมตะโกนก้อง "หนึ่งล้านก้อนหินวิญญาณ"
"หนึ่งล้านห้าแสนก้อนหินวิญญาณ"
เสียงใสกระจ่างของถูหลิงเอ๋อร์ดังออกมาจากห้องส่วนตัวของตระกูลถู
ฟางเซี่ยวปรายตามมองไปยังห้องส่วนตัวของตระกูลถู เขาย่อมจดจำเจ้าของเสียงนั้นได้ดี นางคือสตรีที่เขาตามจีบอยู่ ถูหลิงเอ๋อร์ เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งแต่สุดท้ายก็เอ่ยปากออกไป "สองล้านก้อนหินวิญญาณ"
ถูซุยเอ่ยด้วยความโมโห "พี่หญิง เป็นฟางเซี่ยว มันกล้าเสนอราคาแข่งเคล็ดวิชาทลายมิติกับท่าน"
ถูหลิงเอ๋อร์มีสีหน้าเรียบเฉย เอ่ยว่า "หลงจ้านเทียน ซูชวน ฟางเซี่ยว และคนอื่นๆ ต่างก็มารวมตัวกันที่ลานประมูลแห่งนี้ ก็เพื่อของประมูลชิ้นสุดท้ายชิ้นนี้ การที่ฟางเซี่ยวเข้าร่วมประมูลก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือ"
"แต่เห็นอยู่ชัดๆ ว่ามันกำลังตามจีบท่าน หากมันรักท่านจริง มันก็ไม่ควรมาแข่งขันกับท่าน ยิ่งไปกว่านั้น ในวันนั้นหากมันลงมืออย่างสุดกำลัง สวีเฉินผู้นั้นคงตายไปนานแล้ว มันจะเปิดโอกาสให้สวีเฉินตัดแขนข้าได้อย่างไรกัน" การสูญเสียแขนข้างหนึ่งไปทำให้ถูซุยเสียศูนย์และเกิดความแค้นเคืองต่อฟางเซี่ยวอย่างห้ามไม่ได้
ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่พวกเขาสนทนากัน ราคาประมูลของเคล็ดวิชาทลายมิติก็พุ่งทะยานไปถึงสองล้านแปดแสนก้อนหินวิญญาณแล้ว เข้าใกล้หลักสามล้านก้อนเข้าไปทุกที
"ข้าหูฝาดไปหรือไม่ ผ่านไปไม่ถึงสิบช่วงลมหายใจ ราคาประมูลก็พุ่งเข้าใกล้หลักสามล้านก้อนแล้ว"
"ฟางเซี่ยวกับถูหลิงเอ๋อร์ต่างก็เสนอราคากันแล้ว ทั้งสองคนเป็นถึงยอดฝีมือระดับว่าที่คุณชายใหญ่ ไม่รู้ว่าจะมีใครเสนอราคาอีกหรือไม่"
"เตี่ยนจาง ซูชวน หลงจ้านเทียน เฉินเต้าเทียน ต่างก็มากันครบ"
"ซี้ด งานประมูลเพียงงานเดียว กลับดึงดูดคุณชายใหญ่ถึงสี่คนให้มารวมตัวกันได้"
"พวกเขาคงต้องเข้าร่วมประมูลด้วยอย่างแน่นอน"
หลงจ้านเทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "สี่ล้านก้อนหินวิญญาณ"
เขายกราคาจากไม่ถึงสามล้านให้กระโดดพรวดขึ้นมาเป็นสี่ล้าน เพิ่มราคาขึ้นรวดเดียวกว่าหนึ่งล้านก้อน
"สี่ล้านก้อนหินวิญญาณแล้ว"
ฟางเซี่ยวทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดอาลัยตายอยาก
เขารู้ดีว่า ในเมื่อหลงจ้านเทียนลงมือแล้ว เคล็ดวิชาทลายมิติก็คงหลุดลอยไปจากเขาแล้วอย่างแน่นอน
หลงจ้านเทียนคิดว่าการที่ตนเองเพิ่มราคารวดเดียวเป็นล้านเพื่อแสดงจุดยืน จะสามารถข่มขวัญทุกคนให้ถอยหนีไปได้ แต่ทันทีที่เขากล่าวจบ เสียงของเฉินเต้าเทียนก็ดังออกมาจากห้องส่วนตัวของตระกูลเฉิน
"ห้าล้านก้อนหินวิญญาณ"
เคล็ดวิชาทลายมิติ คัมภีร์วิชาระดับปฐพีขั้นต่ำ หากประมูลมันมาได้ แม้รากฐานของตระกูลเฉินจะยังไม่อาจเทียบเคียงกับห้าสำนักใหญ่ได้ แต่อย่างน้อยก็ช่วยย่นระยะห่างลงมาได้บ้าง
ดังนั้นเฉินเต้าเทียนจึงไม่เสียดายที่จะทุ่มทุนมหาศาลถึงห้าล้านก้อนเพื่อแย่งชิงเคล็ดวิชาทลายมิติมาให้จงได้
หลงจ้านเทียนไม่เสียเวลาคิด เสนอราคาสู้ต่อไปทันที "ห้าล้านห้าแสนก้อนหินวิญญาณ"
"หกล้านหกแสนก้อน"
เฉินเต้าเทียนขมวดคิ้วเล็กน้อย
หินวิญญาณที่เขามีรวมกันทั้งหมดมีไม่ถึงเจ็ดล้านก้อน หากหลงจ้านเทียนยังคงเสนอราคาสู้ต่อ เขาคงไม่มีกำลังพอที่จะสู้ต่อได้อีก
"เจ็ดล้านก้อนหินวิญญาณ"
สิ่งที่ทำให้เฉินเต้าเทียนใจหล่นวูบก็คือ หลงจ้านเทียนเพิ่มราคาขึ้นเป็นเจ็ดล้านก้อนรวดเดียว
"รากฐานของตระกูลหลงช่างแข็งแกร่งจนตระกูลเฉินของข้าไม่อาจเทียบเคียงได้เลยจริงๆ"
ราคาเจ็ดล้านก้อนเกินขีดจำกัดของเฉินเต้าเทียนไปแล้ว เขาจำต้องยอมถอนตัวด้วยความไม่ยินยอม
เมื่อเฉินเต้าเทียนยอมถอนตัวและไม่สู้ราคาต่อ หลงจ้านเทียนก็ไม่ได้ไร้เดียงสาถึงขั้นคิดว่าเคล็ดวิชาทลายมิติได้ตกเป็นของเขาแล้ว
เขาปรายตามองไปยังห้องส่วนตัวของสำนักเมฆา
และก็เป็นไปตามคาด
เสียงของเตี่ยนจางดังกังวานออกมาจากห้องส่วนตัวนั้น
"แปดล้านก้อนหินวิญญาณ"
"แปดล้านห้าแสนก้อน"
เสียงของซูชวนก็ดังขึ้นตามมาติดๆ
ทางฝั่งของสวีเฉิน เฉาหมานเอ่ยด้วยน้ำเสียงอิจฉาตาร้อน "คนพวกนี้ช่างร่ำรวยเสียจริง เอ่ยปากถึงหินวิญญาณแปดล้านก้อนได้ง่ายดายราวกับเงินแค่แปดร้อยก้อนเสียอย่างนั้น"
เขาประมูลศาสตราวิญญาณมาได้เพียงชิ้นเดียวก็แทบจะหมดเนื้อหมดตัวแล้ว แถมยังต้องขอยืมจากสวีเฉินอีกสามแสนก้อน ไม่รู้ว่าจะหามาคืนได้เมื่อไหร่
ใช่แล้ว
หนึ่งในศาสตราวิญญาณทั้งห้าชิ้นที่สวีเฉินฝากหอประมูลไว้ ผู้ที่ประมูลไปได้ก็คือเฉาหมานนี่เอง
สวีเฉินเอ่ยว่า "ไม่ต้องไปอิจฉาพวกเขาหรอก เบื้องหลังของคนพวกนี้หากไม่ใช่สำนักใหญ่ก็ต้องเป็นตระกูลใหญ่ ลำพังแค่กำลังของพวกเขาย่อมไม่มีทางหยิบหินวิญญาณมากมายถึงเพียงนี้ออกมาได้อย่างแน่นอน"
"แปดล้านแปดแสนก้อนหินวิญญาณ"
ราคาประมูลยังคงพุ่งทะยานต่อไป
เพียงแต่อัตราการเพิ่มราคาเริ่มช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
"แปดล้านเก้าแสนก้อน"
หลงจ้านเทียนกัดฟันกรอด
เขาเองก็ใกล้จะถึงขีดจำกัดแล้วเช่นกัน
"เก้าล้านก้อนหินวิญญาณ"
น้ำเสียงของเตี่ยนจางยังคงสม่ำเสมอ
ไม่มีความหวั่นไหวแม้แต่น้อย
"ช่างเถอะ ข้าไม่สู้แล้ว"
ซูชวนเอ่ยกลั้วหัวเราะ
ราคาเก้าล้านก้อนเกินขีดจำกัดในใจของเขาไปแล้ว
หากยังดึงดันประมูลต่อไป ต่อให้ได้เคล็ดวิชาทลายมิติมาครอบครอง ก็คงได้ไม่คุ้มเสีย
เดิมทีหลงจ้านเทียนตั้งใจจะถอดใจแล้ว แต่เมื่อได้ยินว่าซูชวนยอมถอนตัว คู่แข่งของเขาจึงเหลือเพียงเตี่ยนจางคนเดียว เขากัดฟันแน่นแล้วเสนอราคาสู้ต่อ "เก้าล้านหนึ่งแสนก้อน"
"เก้าล้านสองแสนก้อน"
น้ำเสียงของเตี่ยนจางยังคงราบเรียบเช่นเดิม
[จบแล้ว]