- หน้าแรก
- จักรพรรดิกลืนสวรรค์ บัญชีแค้นล้างปฐพี
- บทที่ 97 - ท้าทาย
บทที่ 97 - ท้าทาย
บทที่ 97 - ท้าทาย
บทที่ 97 - ท้าทาย
ฟางเซี่ยวเดินมาที่หน้ากระจกคริสตัล กดปุ่มอุปกรณ์ส่งเสียงแล้วตะโกนว่า "ข้าให้แปดแสนก้อนหินวิญญาณ ทุกท่าน ฟางผู้นี้ปรารถนาในดาบวิญญาณเล่มนี้อย่างยิ่งยวด หวังว่าทุกท่านจะยอมไว้หน้าฟางผู้นี้สักครั้งจะได้หรือไม่"
การแข่งขันเสนอราคาที่กำลังดุเดือดเลือดพล่าน พลันหยุดชะงักลงทันทีเพราะคำพูดประโยคนี้ของฟางเซี่ยว
ทุกคนต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
ว่าที่คุณชายใหญ่ผู้หนึ่งประกาศกร้าวต่อหน้าธารกำนัลว่าหมายตาดาบวิญญาณเล่มนี้ไว้ แล้วใครหน้าไหนจะกล้าแย่งชิงเล่า
หากแย่งชิงก็เท่ากับล่วงเกินฟางเซี่ยว
แต่หากไม่แย่งชิงก็รู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจ
"ใช้อำนาจบาตรใหญ่รังแกผู้อื่น ช่างไร้ยางอายเสียจริง"
เฉาหมานสบถด่าเสียงต่ำ
เขารู้สึกรังเกียจการกระทำของฟางเซี่ยวเป็นอย่างยิ่ง
สวีเฉินยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย
คิดจะเอาเปรียบตักตวงผลประโยชน์จากเขางั้นหรือ มันไม่ง่ายดายถึงเพียงนั้นหรอก
"ช่างเถอะ ฟางเซี่ยวเป็นถึงระดับว่าที่คุณชายใหญ่ ทั้งยังเป็นนายน้อยแห่งตระกูลฟาง การจะล่วงเกินเขาเพียงเพราะดาบวิญญาณเล่มเดียวนับว่าได้ไม่คุ้มเสีย"
มีคนหวาดเกรงในอิทธิพลของฟางเซี่ยว จึงเริ่มถอนตัวจากการแย่งชิงดาบทลายสวรรค์
"ในเมื่อฟางเซี่ยวปรารถนามันถึงเพียงนั้น สู้ยอมไว้หน้าเขาสักครั้งก็แล้วกัน ข้าไม่ขอแย่งชิงแล้ว"
"ข้าก็ขอถอนตัว"
"ถอนตัว"
เหล่ายอดยุทธ์ที่กำลังประมูลดาบทลายสวรรค์ต่างพากันประกาศถอนตัว
ท้ายที่สุดเหลือเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังคงยืนหยัดอยู่
ทว่าเมื่อคนเหล่านั้นถูกสายตาของฟางเซี่ยวกวาดมองมา พวกเขาก็ต้องยอมจำนนต่อแรงกดดัน และพากันวางป้ายประมูลในมือลง
เมื่อชายวัยกลางคนศีรษะล้านบนเวทีประมูลเห็นเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ประกายความไม่พอใจพาดผ่านดวงตา
หอประมูลไม่ได้มีกฎระเบียบข้อบังคับชัดเจนว่าห้ามกระทำเช่นนี้ ดังนั้นในยามนี้เขาจึงไม่อาจบันดาลโทสะออกมาได้
อย่างไรก็ตาม
ทหารมาขุนพลต้านรับ น้ำมาใช้ดินกั้นขวาง
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ใช้อำนาจกดขี่และแข่งขันกันอย่างเลวร้ายเช่นนี้ ทางหอประมูลก็มีวิธีรับมือในแบบฉบับของตนเองเช่นกัน
เขาปรายตามองไปยังชายหน้าตาธรรมดาผู้หนึ่งที่อยู่เบื้องล่างเวที อีกฝ่ายรับรู้ได้ถึงสัญญาณนั้นทันที จึงยกป้ายในมือขึ้นเตรียมจะอ้าปาก ทว่าในตอนนั้นเอง กลับมีเสียงกังวานใสเสนาะหูดังออกมาจากห้องส่วนตัวห้องหนึ่งเสียก่อน
"คุณชายฟางช่างมีหน้ามีตาใหญ่โตเสียจริง เอ่ยปากเพียงประโยคเดียวก็คิดจะประหยัดหินวิญญาณไปได้ตั้งหลายแสนก้อน ผู้อื่นอาจกลัวการแก้แค้นจากท่าน แต่ข้าหาได้กลัวไม่ ข้าให้หนึ่งล้านก้อนหินวิญญาณ"
สิ้นคำกล่าวนั้น
ฝูงชนต่างพากันเผยสีหน้าตกตะลึง
ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้นตั้งตารอคอย
ในที่สุดก็มีคนไม่เห็นฟางเซี่ยวอยู่ในสายตาแล้ว
เป็นผู้ใดกัน
ผู้คนต่างพากันมองหาต้นเสียง
เห็นเพียงร่างเงาสายหนึ่งยืนอยู่เบื้องหลังกระจกคริสตัลของห้องส่วนตัวแห่งนั้น เนื่องจากกระจกคริสตัลผ่านการปรับแต่งมาเป็นพิเศษ ผู้ที่อยู่ด้านในจึงสามารถมองเห็นภายนอกได้อย่างชัดเจน แต่ผู้ที่อยู่ด้านนอกกลับมองไม่เห็นสิ่งใดภายในห้องเลย สิ่งที่ทุกคนเห็นจึงมีเพียงโครงร่างคร่าวๆ ของมนุษย์เท่านั้น
ทว่าจากน้ำเสียงที่เปล่งออกมา คาดว่าน่าจะเป็นเพียงเด็กหนุ่มคนหนึ่ง
"คนที่อยู่ในห้องส่วนตัวนั้นคือผู้ใดกัน"
"ไม่รู้สิ แต่การที่กล้าหักหน้าคุณชายฟางเช่นนี้ คาดว่าขุมกำลังที่หนุนหลังอยู่หากไม่ใช่ห้าสำนักใหญ่ก็คงเป็นแปดตระกูลใหญ่อย่างแน่นอน"
"ฟางเซี่ยวใช้อำนาจบาตรใหญ่รังแกคน ฮ่าฮ่า ตอนนี้มีคนไม่ไว้หน้ามันโผล่มาแล้ว รอดูเถอะว่ามันจะลงเอยอย่างไร"
บรรดาผู้ที่ไม่พอใจพฤติกรรมใช้อำนาจกดขี่ของฟางเซี่ยว ต่างพากันยิ้มเยาะด้วยความสะใจ
"เป็นมัน"
ฟางเซี่ยวจ้องเขม็งไปยังห้องส่วนตัวของสวีเฉิน มองดูเงาร่างอันเลือนรางนั้นพลางกัดฟันกรอด เอ่ยว่า "สวีเฉิน"
สวีเฉินสัมผัสได้ถึงสายตาอันเย็นเยียบของฟางเซี่ยว เขายิ้มบางๆ ชูจอกสุราในมือขึ้นแล้วดื่มรวดเดียวจนหมดจด
"เพล้ง"
จอกสุราในมือของฟางเซี่ยวแตกละเอียดคามือ เศษแก้วร่วงหล่นลอดง่ามนิ้วลงมา
ท้าทาย
นี่คือการท้าทายกันอย่างโจ่งแจ้ง
ทุกคนต่างรู้ดีว่าสวีเฉินเป็นผู้ใช้กระบี่
แต่ในยามนี้ อีกฝ่ายกลับเสนอราคาถึงหนึ่งล้านก้อนหินวิญญาณเพื่อแย่งชิงดาบวิญญาณที่ตนเองไม่ได้ใช้ นี่มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่
ขอเพียงไม่ใช่คนโง่งม ย่อมต้องมองออกถึงจุดประสงค์ของสวีเฉิน
อีกฝ่ายกำลังจงใจท้าทายเขา
จงใจทำให้เขาขยะแขยง
"ไอ้บัดซบ ข้าต้องฆ่าเจ้าให้ได้"
ประกายแสงเย็นเยียบสองสายพุ่งทะลุออกมาจากดวงตาของเขา
เดิมทีดาบทลายสวรรค์เล่มนี้น่าจะตกเป็นของเขาในราคาเพียงแปดแสนก้อน แต่เพราะการเข้ามาก่อกวนอย่างกะทันหันของสวีเฉิน นอกจากจะทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายแล้ว ยังทำให้เขาต้องสูญเสียหินวิญญาณเพิ่มขึ้นอีกหลายแสนก้อน
ความเคียดแค้นก้อนนี้อัดแน่นอยู่ในอก หากไม่สังหารสวีเฉิน คงยากจะลบล้างความแค้นนี้ไปได้
"หนึ่งล้านห้าหมื่นก้อนหินวิญญาณ"
เขากัดฟันตะโกนราคาประมูลออกไป
เมื่อตะโกนจบ เขาก็จ้องมองไปยังสวีเฉิน ราวกับจะใช้สายตาที่คมกริบดุจใบมีดกดดันให้สวีเฉินล่าถอยไปเอง
"คุณชายฟางมีความกล้าเพียงเท่านี้เองหรือ เสนอราคาเพิ่มทีละห้าหมื่น ช่างเสียชื่อระดับว่าที่คุณชายใหญ่ของท่านเสียจริง"
สวีเฉินเอ่ยเยาะเย้ยด้วยน้ำเสียงขบขัน
ก่อนจะเอ่ยราคาออกมาอย่างราบเรียบ "หนึ่งล้านสามแสนก้อนหินวิญญาณ"
"ใจกล้าไม่เบา"
"มีใครรู้บ้างว่าคนในห้องส่วนตัวนั้นเป็นผู้ใด เหตุใดจึงได้ใจกล้าบ้าบิ่นถึงเพียงนี้"
"ฮ่าฮ่า ครั้งนี้ฟางเซี่ยวเตะตอเข้าให้แล้ว รอดูเถอะว่ามันจะหาทางลงอย่างไร"
"ก่อนหน้านี้มันเพิ่งประกาศกร้าวว่าปรารถนาในดาบทลายสวรรค์อย่างยิ่งยวด หากตอนนี้มันยอมถอย หน้าของมันคงถูกตบจนดังฉาดใหญ่แน่"
สายตาที่แฝงไปด้วยความขบขันหลายคู่จับจ้องไปที่ฟางเซี่ยว รอคอยการตัดสินใจขั้นต่อไปของเขา
จะยอมแพ้
หรือจะสู้ต่อ
ภายในห้องส่วนตัว
ชายชราแห่งตระกูลฟางรีบเอ่ยเตือนทันที "นายน้อย หนึ่งล้านสามแสนก้อนหินวิญญาณนั้นแพงเกินไปแล้ว หากเรายังดึงดันสู้ราคาต่อ เกรงว่าจะไม่คุ้มค่านะขอรับ"
"ข้าลั่นวาจาออกไปแล้ว หากตอนนี้ข้ายอมถอย ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน อีกอย่าง ข้าถูกใจดาบทลายสวรรค์เล่มนี้เข้าจริงๆ หากประมูลมันมาได้ พลังรบของข้าจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสามส่วน ส่วนหินวิญญาณที่ต้องสูญเสียไปนั้น"
เขาตวัดสายตามองไปทางสวีเฉินอย่างฉับพลัน "ก็ให้มันเป็นคนชดใช้ให้ข้าก็แล้วกัน"
เมื่อสังหารสวีเฉินได้แล้ว สิ่งที่สูญเสียไปในตอนนี้ย่อมได้กลับคืนมาเป็นทวีคูณ
เมื่อคิดได้ดังนั้น
ฟางเซี่ยวก็ไม่รู้สึกเสียดายหินวิญญาณอีกต่อไป
"หนึ่งล้านห้าแสนก้อนหินวิญญาณ"
เขาเปิดปากเอ่ยราคาที่ทำให้ทุกคนในลานประมูลแตกตื่นฮือฮา
ทันทีที่เสียงฮือฮาดังขึ้น น้ำเสียงราบเรียบของสวีเฉินก็ดังตามมาติดๆ "หนึ่งล้านแปดแสนก้อนหินวิญญาณ"
"นี่คือราคาสุดท้ายของข้า ฟางเซี่ยว เจ้าจะสู้หรือไม่สู้"
กลิ่นอายแห่งการท้าทายคุกรุ่นถึงขีดสุด
[จบแล้ว]