เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 95 - ของประมูลชิ้นที่ยี่สิบ

บทที่ 95 - ของประมูลชิ้นที่ยี่สิบ

บทที่ 95 - ของประมูลชิ้นที่ยี่สิบ


บทที่ 95 - ของประมูลชิ้นที่ยี่สิบ

ชายชราเอ่ยอย่างนอบน้อม "ส่งข่าวให้คนของสำนักควบคุมสัตว์อสูรเรียบร้อยแล้วพะยะค่ะ"

หลงจ้านเทียนหัวเราะอย่างได้ใจ "ผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักควบคุมสัตว์อสูรก็มาด้วย หากเขารู้ว่าการตายของหลานชายตัวเองเกี่ยวข้องกับสวีเฉิน คิดว่าเขาคงไม่ยอมปล่อยสวีเฉินไปแน่"

"บุตรชายของผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักควบคุมสัตว์อสูรตายตกไปหมดแล้ว เหลือเพียงหลานชายเพียงคนเดียว เขาจึงรักและทะนุถนอมสายเลือดที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวผู้นี้อย่างสุดกำลัง ได้ยินมาว่าถึงขนาดยอมทุ่มเทสุดกำลังเพื่อจับหมาป่ากลืนฝันวัยเยาว์มามอบให้เป็นของขวัญแก่หลานชาย ทว่าคนคำนวณมิสู้ฟ้าลิขิต เมื่อไม่นานมานี้หลานชายของเขาแอบหนีลงจากเขา แล้วก็มาตายเสียอย่างนั้น การตายของสายเลือดเพียงคนเดียวทำให้เขากลายเป็นชายชราโดดเดี่ยว ไร้ซึ่งความกังวลใดๆ อีก ฮ่าฮ่า คนอื่นอาจไม่กล้าเปิดศึกแตกหักกับสำนักวิญญาณคราม แต่ตาแก่ผู้นั้นกล้าอย่างแน่นอน"

ยิ่งพูด หลงจ้านเทียนก็ยิ่งหัวเราะลั่นอย่างอารมณ์ดี

หอของล้ำค่ามีขุมกำลังที่แข็งแกร่ง

ในช่วงงานประมูล ไม่มีผู้ใดกล้าสร้างความวุ่นวาย ทว่าเมื่องานประมูลจบลง ผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักควบคุมสัตว์อสูรจะต้องพุ่งเป้าเล่นงานสวีเฉินเป็นคนแรกอย่างแน่นอน

มีผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักควบคุมสัตว์อสูรเป็นผู้นำ คนอื่นๆ ที่ต้องการเอาชีวิตสวีเฉินจะยังนั่งนิ่งดูดายอยู่อีกหรือ

ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนอยู่ในกำมือของเขา

ส่วนเขาก็เพียงแค่นั่งรอชมอยู่บนภูเขาสูง มองดูสวีเฉินตกตายไปก่อนวัยอันควร

การล่มสลายของสำนักวิญญาณคราม ก็จงเริ่มต้นจากสวีเฉินผู้นี้เถิด

ณ ห้องส่วนตัวของสำนักควบคุมสัตว์อสูร

"ปัง"

ชายชราหนวดเคราขาวโพลนผู้หนึ่ง ตบโต๊ะไม้แดงตรงหน้าจนแหลกละเอียดในฝ่ามือเดียว

เขาลุกขึ้นพรวดจากโซฟานุ่มนิ่ม จ้องมองคนตรงหน้าเขม็ง แล้วเอ่ยทีละคำว่า "เจ้าว่ากระไรนะ พูดอีกทีสิ"

น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและทุ้มต่ำ

อัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายอันตราย

คนที่อยู่ตรงหน้าเขาราวกับไม่ใช่ศิษย์ของสำนักควบคุมสัตว์อสูร แต่เป็นศัตรูที่ฆ่าบิดาของเขาเสียอย่างนั้น

ศิษย์สำนักควบคุมสัตว์อสูรผู้นั้นร่างสั่นสะท้าน เอ่ยเสียงตะกุกตะกักว่า "เรียนผู้อาวุโสใหญ่ ศิษย์ ศิษย์เพิ่งได้ยินเรื่องหนึ่งมา การตายของศิษย์น้องหวัง ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับสวีเฉินแห่งสำนักวิญญาณครามขอรับ"

"ก่อนศิษย์น้องหวังลงจากเขา ได้ทิ้งจดหมายไว้ฉบับหนึ่ง บอกว่าจะไปล่าลี่เหิงดาบโลหิตที่อยู่ในใบประกาศจับ แต่ข่าวที่ข้าได้ยินมาคือ สวีเฉินเป็นผู้ทำภารกิจสังหารลี่เหิงดาบโลหิตสำเร็จ อีกทั้งยังมีคนเห็นสวีเฉินพกถุงควบคุมสัตว์อสูรไว้ที่เอวด้วย"

"ถุงควบคุมสัตว์อสูรหรือ สวีเฉินหรือ ในที่สุดข้าก็หาตัวฆาตกรที่ฆ่าหลานชายของข้าพบแล้ว"

น้ำเสียงของผู้อาวุโสใหญ่แหบทุ้มและน่าเกรงขาม

จิตสังหารแผ่ซ่านไปทั่วร่าง

อุณหภูมิภายในห้องส่วนตัวลดฮวบลงหลายส่วน

ศิษย์สำนักควบคุมสัตว์อสูรผู้นั้นตัวสั่นสะท้าน ก่อนจะเล่าข่าวที่เพิ่งได้ยินมาต่อไปว่า "ได้ยินมาว่าสวีเฉินผู้นั้นก็อยู่ในลานประมูลแห่งนี้ด้วยขอรับ"

"มันอยู่ที่ไหน ข้าจะไปฆ่ามัน"

ผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักควบคุมสัตว์อสูรเอ่ยอย่างร้อนรนทนไม่ไหว

ศิษย์ผู้นั้นรีบเอ่ยห้ามทันที "ผู้อาวุโสใหญ่ ไม่ได้นะขอรับ ไม่ได้เด็ดขาด ตอนนี้เป็นงานประมูลที่จัดโดยหอของล้ำค่า หากพวกเราไปหาเรื่องสวีเฉินที่นี่ ก็เท่ากับล่วงเกินหอของล้ำค่านะขอรับ"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น

ผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักควบคุมสัตว์อสูรก็สงบสติอารมณ์ลงได้ในทันที

คนทั่วไปอาจไม่รู้ถึงรากฐานของหอของล้ำค่า แต่ในฐานะผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักควบคุมสัตว์อสูร เขาย่อมรู้ดีที่สุด หอของล้ำค่าคือสมาคมการค้าขนาดใหญ่ที่มีสาขาครอบคลุมทั่วทั้งแดนรกร้าง เบื้องหลังของพวกเขายังมีขุมกำลังระดับหกหนุนหลังอยู่อีก อย่าว่าแต่สำนักควบคุมสัตว์อสูรเลย ต่อให้นำขุมกำลังทั้งหมดของอาณาจักรไท่ซางมารวมกัน ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหอของล้ำค่า

ดังนั้น

เขาสามารถล่วงเกินขุมกำลังใดๆ ในอาณาจักรไท่ซางก็ได้ แม้แต่สำนักเมฆาเขาก็ไม่เห็นอยู่ในสายตา แต่มีเพียงหอของล้ำค่าเท่านั้นที่เขาไม่กล้าแตะต้อง

ในขณะที่แต่ละขุมกำลังต่างซ่อนเร้นความคิดร้ายกาจไว้ในใจ ชายวัยกลางคนศีรษะล้านผู้หนึ่งก็เดินออกมาจากด้านหลังเวทีประมูล

ภายในห้องส่วนตัว

สวีเฉินมองผ่านกระจกคริสตัลไปยังชายวัยกลางคนศีรษะล้านที่ศีรษะมันขลับสะท้อนแสงบนเวทีประมูล เขารู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตายิ่งนัก

"คงไม่ใช่เขาหรอกมั้ง"

ในหัวของเขาปรากฏภาพของชายชราศีรษะล้านขึ้นมา

โอสถต่ออายุสามวัฏจักรหนึ่งเม็ด ทำให้ชายชราศีรษะล้านดูหนุ่มขึ้นถึงยี่สิบปี จากชายชรากลายเป็นชายวัยกลางคน สิ่งเดียวที่ไม่เปลี่ยนไปก็คือศีรษะอันล้านเลี่ยนเตียนโล่งนั่นเอง

ชายวัยกลางคนศีรษะล้านที่เดินขึ้นเวทีมาได้ปรบมือเบาๆ ลานประมูลที่กำลังจอแจก็เงียบกริบลงในทันที ทุกคนพร้อมใจกันหุบปากโดยสัญชาตญาณ

"ทุกท่าน ยินดีต้อนรับสู่ลานประมูลหอของล้ำค่า ข้าคือผู้ดำเนินการประมูลและผู้เชี่ยวชาญประเมินราคา ม่อฉี"

สิ้นเสียงของชายวัยกลางคนศีรษะล้าน เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นจากด้านล่างเวที

"ผู้เชี่ยวชาญประเมินราคาม่อฉีหรือ เขา เหตุใดเขาจึงดูหนุ่มขึ้นถึงเพียงนี้"

"เมื่อครึ่งเดือนก่อนข้ายังเห็นเขาอยู่เลย ตอนนั้นเขายังมีสภาพเป็นชายชราอยู่แท้ๆ ผ่านไปแค่ครึ่งเดือน เหตุใดเขาจึงดูหนุ่มขึ้นได้มากมายขนาดนี้"

"ร่างกายของเขาผ่านอะไรมากันแน่"

"ม่อฉีผู้นี้ใช่คนเดียวกับม่อฉีคนก่อนหรือไม่"

"สาขาของหอของล้ำค่าในเมืองหลวงมีผู้เชี่ยวชาญประเมินราคาที่ชื่อม่อฉีเพียงคนเดียวนะ"

"หรือว่าเขาทะลวงขอบเขตได้ อายุขัยจึงเพิ่มขึ้น เลยดูหนุ่มขึ้นมากเช่นนี้"

"ไม่น่าจะใช่นะ ข้าเดาว่าเขาคงกินโอสถยืดอายุขัยเข้าไปกระมัง"

ฝูงชนเบื้องล่างเวทีประมูลต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์

ชายวัยกลางคนศีรษะล้านได้ยินเสียงถกเถียงของฝูงชนด้านล่างก็ไม่ได้เอ่ยห้าม เพราะตอนนี้เขากำลังอารมณ์ดีสุดๆ

เมื่ออารมณ์ดีก็อยากแบ่งปันให้ทุกคนได้รับรู้

เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากด้านล่างดำเนินไปนานถึงครึ่งก้านธูป ชายวัยกลางคนศีรษะล้านจึงยกมือขึ้นห้ามด้วยความพึงพอใจ

"งานประมูลรอบที่แล้วและรอบก่อนหน้าข้าก็เป็นผู้ดำเนินการประมูล เชื่อว่าหลายท่านในที่นี้น่าจะรู้จักข้าดี ข้าคงไม่ต้องแนะนำตัวให้มากความแล้ว ในหมู่พวกท่านคงมีคนสงสัยถึงความเปลี่ยนแปลงของข้า ฮ่าฮ่า เรื่องนี้ข้าบอกไม่ได้หรอก ฮ่าฮ่าฮ่า"

เพราะอารมณ์ดีจนเกินไป พูดไปพูดมาชายวัยกลางคนศีรษะล้านก็ระเบิดเสียงหัวเราะลั่นออกมา

เสียงหัวเราะดังกังวานไปทั่วทุกซอกทุกมุมของลานประมูล

ทำให้พวกตาแก่ที่อายุขัยใกล้จะหมดลงอิจฉาตาร้อนจนแทบคลั่ง อีกทั้งยังอยากรู้อย่างยิ่งว่าชายวัยกลางคนศีรษะล้านผู้นี้ไปกินโอสถยืดอายุขัยชนิดใดมา

"ทุกท่านที่นั่งอยู่ที่นี่คงรอกันจนหมดความอดทนแล้ว คงไม่อยากฟังตาแก่เช่นข้าพล่ามมากนัก เอาล่ะ งานประมูลเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้ ขอเชิญสมบัติชิ้นแรกขึ้นเวทีได้"

สิ้นเสียงของชายวัยกลางคนศีรษะล้าน เด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มผู้หนึ่งก็เดินนวยนาดออกมาจากหลังเวที สองมือประคองถาดที่มีของวิเศษซึ่งถูกคลุมด้วยผ้าไหมสีเหลืองเอาไว้

ชั่วพริบตานั้น

สายตานับไม่ถ้วนต่างพุ่งตรงไปที่ถาดในมือของเด็กสาว

ชายวัยกลางคนศีรษะล้านกวาดสายตามองฝูงชนด้านล่างแวบหนึ่ง ก่อนจะตวัดมือเปิดผ้าไหมสีเหลืองออก เผยให้เห็นขวดหยกสีขาวใบหนึ่งปรากฏแก่สายตาทุกคน

ภายในขวดหยกสีขาวมีโอสถสีเขียวมรกตเม็ดหนึ่งนอนนิ่งอยู่

"สิ่งของชิ้นแรกคือโอสถระดับนิลขั้นกลาง นามว่า โอสถพฤกษาสร้างกายา เป็นผลงานการปรุงของปรมาจารย์มู่เหิง แม้จะไม่มีสรรพคุณพลิกฟ้าพลิกสวรรค์ถึงขั้นชุบชีวิตคนตายหรือสร้างเนื้อบนกระดูกขาว แต่สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไป ขอเพียงไม่ได้รับบาดเจ็บถึงแก่ชีวิต หากกลืนโอสถเม็ดนี้ลงไป ภายในสามวันร่างกายจะฟื้นฟูจนหายสนิท การพกโอสถพฤกษาสร้างกายาติดตัวไว้เม็ดหนึ่ง เรียกได้ว่ามีชีวิตที่สองเพิ่มขึ้นมาเลยทีเดียว"

"ราคาเริ่มต้นอยู่ที่หกพันก้อนหินวิญญาณ การเสนอราคาแต่ละครั้งต้องเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยก้อน"

เมื่อได้ยินคำอธิบายของชายวัยกลางคนศีรษะล้าน ผู้คนด้านล่างก็ฮือฮาขึ้นมาทันที โดยเฉพาะเหล่ายอดยุทธ์ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่บนคมดาบเป็นประจำต่างตื่นเต้นจนหน้าดำหน้าแดง

"โอสถพฤกษาสร้างกายาหนึ่งเม็ด เทียบเท่ากับมีชีวิตเพิ่มขึ้นมาหนึ่งชีวิต สู้ตายโว้ย"

มีคนถูกคำพูดไม่กี่คำของชายวัยกลางคนศีรษะล้านปั่นหัวจนหน้ามืดตามัว เริ่มเสนอราคาแข่งขันกันอย่างดุเดือด

ราคาประมูลพุ่งพรวดจากหกพันไปแตะหนึ่งหมื่นอย่างรวดเร็ว

สวีเฉินมองดูเหล่ายอดยุทธ์ที่หน้าดำหน้าแดงอยู่เบื้องล่างแล้วส่ายหน้า โอสถพฤกษาสร้างกายาแม้นจะดีเลิศ แต่ก็ดึงดูดได้เพียงจอมยุทธ์พเนจรที่ไร้สังกัดเท่านั้น สำหรับศิษย์สำนักใหญ่ ขอเพียงมีหินวิญญาณและคะแนนสมทบ ก็สามารถแลกโอสถระดับนิลจากสำนักได้อยู่แล้ว

ในที่สุด

ของประมูลชิ้นแรกก็ปิดประมูลไปในราคาหนึ่งหมื่นหนึ่งพันก้อนหินวิญญาณ

พูดตามตรง ราคานี้ถือว่าสูงเกินจริงไปสักหน่อย

เมื่อของประมูลชิ้นแรกถูกประมูลออกไปอย่างราบรื่น รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชายวัยกลางคนศีรษะล้าน

จากนั้นของประมูลชิ้นที่สองก็ถูกนำขึ้นเวที

มันคือคัมภีร์วิชาหนึ่งเล่ม

ระดับนิลขั้นต่ำ

นำมาซึ่งการแย่งชิงกันอย่างดุเดือดอีกครา

ชิ้นที่สาม

ชิ้นที่สี่

ชิ้นที่ห้า

ของประมูลชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกผู้คนประมูลไปในราคาที่สูงกว่าท้องตลาดมากนัก

แต่ก็มีสมบัติบางชิ้นที่ไม่ได้รับความนิยม ท้ายที่สุดก็จบลงด้วยราคาต่ำเตี้ยเรี่ยดิน หรือไม่ก็ถูกเก็บกลับไปเพราะไม่มีผู้ใดเสนอราคา

เมื่องานประมูลวันแรกดำเนินมาถึงช่วงเที่ยงวัน ความเหนื่อยล้าก็เริ่มปรากฏบนใบหน้าของทุกคน

"แปะ แปะ"

ชายวัยกลางคนศีรษะล้านปรบมือเบาๆ ดึงดูดสายตาของทุกคนให้หันกลับมา

"ทุกท่าน ลำดับต่อไปคือของประมูลชิ้นที่ยี่สิบของงานประมูลในครั้งนี้ ข้าเชื่อว่าทุกท่านจะต้องสนใจของชิ้นนี้อย่างแน่นอน"

ชายวัยกลางคนศีรษะล้านเผยรอยยิ้มอย่างมั่นใจ

"ของสิ่งใดกัน"

"สนใจกันทุกคนเลยหรือ จริงหรือหลอกกันแน่"

"ข้าอยากเห็นนักว่าเป็นของสิ่งใดกันแน่"

ผู้คนที่เริ่มเหนื่อยล้าอยู่เบื้องล่าง เมื่อได้ยินคำพูดของชายวัยกลางคนศีรษะล้านก็กลับมากระปรี้กระเปร่าอีกครั้ง แต่ละคนพากันตะโกนถามเสียงขรม

แขกผู้มีเกียรติภายในห้องส่วนตัวต่างก็ยืดตัวขึ้นตรง สายตาจับจ้องไปที่ถาดประมูล

ท่ามกลางสายตาของทุกคน ชายวัยกลางคนศีรษะล้านก็กระชากผ้าไหมสีเหลืองออก เสียงของเขาก็ดังก้องกังวานในหูของทุกคน

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 95 - ของประมูลชิ้นที่ยี่สิบ

คัดลอกลิงก์แล้ว