เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 ฝันตื่นหนึ่ง

บทที่ 17 ฝันตื่นหนึ่ง

บทที่ 17 ฝันตื่นหนึ่ง


บทที่ 17 ฝันตื่นหนึ่ง

"เมื่อไม่กี่วันก่อน ผมฝันเห็นเรื่องราวเรื่องหนึ่งครับ ความฝันนั้นมันสมจริงมากๆ ราวกับว่าเป็นชีวิตทั้งชีวิตของผมอีกคนหนึ่งเลย ในฝัน ตัวผมอีกคนหนึ่งตัดสินใจเลือกคู่ครองผิดพลาด จนต้องมานั่งเสียใจไปตลอดชีวิต อวี้จือและญาติๆ รอบตัวผมก็ไม่มีใครได้พบกับความสุขเลย"

เฉินนั่วเล่าด้วยน้ำเสียงราบเรียบและหนักแน่น แววตาเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและเสียใจ

แม้คำพูดเหล่านั้นจะฟังดูเหลวไหล แต่สายตาของเฉินนั่วในยามนี้กอปรกับสัญชาตญาณความเป็นแม่ ทำให้หลี่ซู่เฟินรู้สึกได้ว่าเขาไม่ได้ปั้นน้ำเป็นตัว

ผู้คนในยุคสมัยนี้ส่วนใหญ่ก็ยังมีความเชื่อเรื่องพวกนี้อยู่บ้าง

เฉินนั่วเองก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองกำลังพูดจาเหลวไหล

สำหรับตัวเขาในตอนนี้ เรื่องราวในชาติที่แล้วมันก็เป็นเหมือนแค่ฝันตื่นหนึ่งไม่ใช่หรือ?

หรือจะพูดให้ถูกก็คือ เขาอยากจะเชื่อว่ามันเป็นแค่ความฝันมากกว่า

"ในความฝันมันเกิดอะไรขึ้นล่ะ?"

หลี่ซู่เฟินขมวดคิ้วถาม

ในขณะเดียวกัน หลี่อวี้จือก็ยกเก้าอี้ออกมาจากในบ้าน และวางไว้ข้างหลังพวกเขาสองตัว

เฉินนั่วสังเกตเห็นว่าขอบตาของเธอแดงระเรื่อ เห็นได้ชัดว่าเธอได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่นี้ทั้งหมด

"นั่งลงแล้วเล่ามาสิ!"

"ครับ!"

ทั้งสองคนนั่งลงประจันหน้ากัน หลี่อวี้จือยืนเงียบๆ อยู่ข้างกายผู้เป็นแม่ นัยน์ตากลมโตจ้องมองเฉินนั่วไม่วางตา

"ความฝันมันยาวมากเลยครับ เรื่องราวหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นในนั้นผมก็จำได้ลางๆ พอตื่นขึ้นมา ผมก็จำได้แค่เหตุการณ์สำคัญๆ บางตอนเท่านั้น"

เฉินนั่วค่อยๆ เล่า

"นั่นก็เป็นเรื่องปกติ เล่าต่อสิ"

หลี่ซู่เฟินพยักหน้าเล็กน้อย ความอยากรู้อยากเห็นเริ่มก่อตัวขึ้น

"ในฝัน ผมแต่งงานกับผู้หญิงที่ไปดูตัวมานั่นแหละครับ!"

พูดถึงตรงนี้ เฉินนั่วก็ช้อนตาขึ้นมองหลี่อวี้จือ

หลี่อวี้จือแค่นเสียงฮึดฮัด เม้มปากแน่น แล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เห็นได้ชัดว่ากำลังหึงหวง

"หลังแต่งงาน ชีวิตคู่ของเราไม่มีความสุขเลยครับ ในใจหล่อนมีผู้ชายคนอื่นอยู่ตลอดเวลา หล่อนแต่งงานกับผมก็แค่เพื่อหลอกใช้ผมให้รับช่วงต่อแทนผู้ชายคนนั้น แถมยัง..."

เรื่องที่ลูกชายไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง เฉินนั่วกระดากปากเกินกว่าจะเล่าต่อจริงๆ

"แถมยังอะไรล่ะ?"

หลี่อวี้จือทนไม่ไหว พูดแทรกขึ้นมา

"เอาเป็นว่าช่างเรื่องของผมเถอะครับ เรามาพูดถึงเรื่องของเธอในความฝันดีกว่า!"

เฉินนั่วเปลี่ยนเรื่อง

หลี่อวี้จือเบะปาก แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อ

"หลังจากผมแต่งงานไปได้สองปี คุณน้าก็จัดการให้เธอไปดูตัวแล้วก็หมั้นหมายเหมือนกันครับ"

"เป็นไปไม่ได้หรอก! ฉันไม่มีทางยอมตกลงแน่ๆ"

หลี่อวี้จือรีบสวนกลับทันควัน

"อย่าเพิ่งขัดสิ ฟังเขาเล่าให้จบก่อน!"

หลี่ซู่เฟินตวัดสายตาดุลูกสาว

"ค่ะ"

หลี่อวี้จือก้มหน้างุด รู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างมาก

เธอแอบรักเฉินนั่วมาตั้งหลายปี เธอไม่มีทางเปลี่ยนใจง่ายๆ แบบนั้นหรอก

"อวี้จือหมั้นถึงสองครั้ง แต่ก็ไปไม่ถึงวันแต่งงาน ว่าที่เจ้าบ่าวทั้งสองคนด่วนตายจากไปเพราะอุบัติเหตุทั้งคู่เลยครับ"

เฉินนั่วเล่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทั้งหลี่ซู่เฟินและหลี่อวี้จือก็ถึงกับอึ้งไปตามๆ กัน

"เฉินนั่ว นี่นายฝันบ้าอะไรเนี่ย? จะบอกว่าฉันเป็นตัวซวยงั้นเหรอ?"

หลี่อวี้จือถลึงตาใส่เขาอย่างเอาเรื่อง

"เล่าต่อสิ"

หลี่ซู่เฟินเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออก สีหน้าของเธอเริ่มเคร่งเครียดขึ้น

"หลังจากว่าที่เจ้าบ่าวคนที่สองประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ข่าวลือแย่ๆ ก็เริ่มแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้าน ตอนนั้นเองที่เพื่อนสนิทของเธอหักหลังเธอ เอาความลับเรื่องความผิดปกติทางร่างกายของเธอไปป่าวประกาศ"

"เธอรู้เรื่องความผิดปกติทางร่างกายของหล่อนด้วยเหรอ?"

สีหน้าของหลี่ซู่เฟินเปลี่ยนไปเล็กน้อย

"แม่ ร่างกายหนูผิดปกติอะไรเหรอ? เฉินนั่ว นายหมายถึงเหวินหมิ่นงั้นเหรอ? เป็นไปไม่ได้หรอกที่หล่อนจะหักหลังฉัน"

ในหัวของหลี่อวี้จือเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม

"ก็เฉินเหวินหมิ่นนั่นแหละ วันหลังก็เลิกคบกับหล่อนซะนะ หล่อนไม่ใช่คนดีหรอก"

เฉินนั่วสบตาหลี่อวี้จือขณะตอบ

"ไม่... เป็นไปไม่ได้! จะเป็นไปได้ยังไง? เราสนิทกันจะตาย"

หลี่อวี้จือมองเขาด้วยสายตาที่ไม่ค่อยอยากจะเชื่อ

"เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ"

หลี่ซู่เฟินพูดแทรกขึ้นมา แล้วหันไปเร่งเฉินนั่ว "แล้วยังไงต่อล่ะ?"

"คุณน้าก็น่าจะรู้ดีว่าในสายตาของคนงมงายส่วนใหญ่ อาการของอวี้จือถือเป็นลางร้าย กอปรกับความบังเอิญที่ว่าที่เจ้าบ่าวทั้งสองคนเสียชีวิต ข่าวลือในหมู่บ้านก็ยิ่งเลวร้ายลงเรื่อยๆ ชาวบ้านเริ่มรังเกียจพวกคุณ พยายามจะขับไล่พวกคุณออกจากหมู่บ้าน แถมยังทำเรื่องเลวร้ายหลายอย่างด้วยครับ"

"ตอนนั้น ผมไปทำงานสร้างเนื้อสร้างตัวอยู่แดนไกล เลยไม่รู้เรื่องพวกนี้เลย"

"กว่าผมจะกลับมาช่วงตรุษจีน ผมก็เพิ่งรู้ข่าวว่าอวี้จือ... กระโดดน้ำฆ่าตัวตายไปแล้ว ส่วนคุณน้าก็ตรอมใจจนล้มป่วยหนัก และเสียชีวิตหลังจากตรุษจีนปีนั้นครับ"

เมื่อได้ยินเฉินนั่วเล่าจบ สีหน้าของหลี่ซู่เฟินก็เต็มไปด้วยความทุกข์ใจ เธอหลุบตาลงและนิ่งเงียบไป

ส่วนหลี่อวี้จือนั้น ช็อกและสับสนไปหมดแล้ว

"ไม่คิดเลยว่าเธอจะรู้เรื่องอาการของอวี้จือด้วย... ดูเหมือนว่าเรื่องที่เธอเล่ามาคงจะเป็นความจริงสินะ"

หลังจากเงียบไปพักใหญ่ หลี่ซู่เฟินก็เอ่ยปากขึ้น เธอมองเฉินนั่วด้วยแววตาที่ซับซ้อน

"เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในความฝันของผมจริงๆ ครับ"

เฉินนั่วพยักหน้าอย่างหนักแน่น

"ในเมื่อเธอรู้เรื่องอาการของหล่อนแล้ว... เธอไม่กลัวเหรอ?"

หลี่ซู่เฟินถามเสียงเครียด

"ผมไม่กลัวหรอกครับ"

เฉินนั่วส่ายหน้าแล้วยิ้มกว้าง "เรื่องพวกนั้นมันก็แค่งมงายไร้สาระ ในทางการแพทย์ มันก็แค่ลักษณะทางสรีรวิทยาปกติ ไม่ได้มีผลกระทบอะไรเลยสักนิด อีกอย่าง ดวงผมแข็งจะตาย เธอไม่มีทางเป็นตัวซวยสำหรับผมหรอกครับ"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น แววตาของหลี่ซู่เฟินก็ฉายแววโล่งอกออกมา

"แม่ ตกลงมันเรื่องอะไรกันแน่คะ? ร่างกายหนูผิดปกติยังไง?"

หลี่อวี้จือถามอย่างร้อนใจ

หลี่ซู่เฟินมองลูกสาวแล้วบอกว่า "เดี๋ยวแม่ค่อยอธิบายให้ลูกฟังทีหลังนะ ตอนนี้เรามาคุยเรื่องของพวกเธอก่อนดีกว่า"

จากนั้น เธอก็หันไปถามเฉินนั่วด้วยน้ำเสียงจริงจัง "อาหยั่ว เธออยากจะแต่งงานกับอวี้จือจริงๆ ใช่ไหม?"

"ครับ ผมอยากจะดูแลและปกป้องเธอไปตลอดชีวิต"

"ดีมาก น้าตกลง!"

หลี่ซู่เฟินยิ้มบางๆ แล้วพูดต่อ "น้าไม่เอาสินสอดทองหมั้น หรือข้าวของชิ้นใหญ่สามอย่างอะไรนั่นหรอก พิธีหมั้นก็ข้ามไปได้เลย น้ามีเงื่อนไขแค่ข้อเดียว"

"เชิญว่ามาเลยครับ"

"แต่งงานกันให้เร็วที่สุด เลือกฤกษ์เดือนหน้าเลยยิ่งดี"

"แม่?"

ใบหน้าของหลี่อวี้จือแดงก่ำไปทั้งหน้า เธอมองแม่ด้วยความตกตะลึง

"เรื่องนั้นไม่มีปัญหาครับ"

เฉินนั่วพยักหน้ารับยิ้มๆ "วันนี้แม่ผมก็ฝากบอกให้พาอวี้จือไปกินข้าวที่บ้านด้วยครับ อีกสองสามวัน ผมจะมารับคุณน้าไปทำความรู้จักกัน แล้วเราจะได้ปรึกษาเรื่องฤกษ์แต่งงานให้เร็วที่สุดครับ"

"ดี ตกลงตามนี้นะ"

หลี่ซู่เฟินพยักหน้ายิ้มๆ

หลี่อวี้จือที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับอึ้งกิมกี่ สมองขาวโพลนไปหมด

นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?

จู่ๆ เธอก็กำลังจะได้แต่งงานแบบนี้เลยเหรอ?

"อาหยั่ว เธอกลับไปก่อนเถอะ น้ามีเรื่องจะคุยกับอวี้จือหน่อย บ่ายๆ ค่อยมารับหล่อนไปกินข้าวที่บ้านนะ"

หลี่ซู่เฟินลุกขึ้นยืนแล้วบอก

"ได้ครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ"

เฉินนั่วก็ลุกขึ้นยืนเตรียมตัวกลับเช่นกัน เขาขยิบตายิ้มๆ ให้หลี่อวี้จือ แล้วหันหลังเดินจากไป

หลี่อวี้จือมองตามแผ่นหลังของเขาไปอย่างเหม่อลอย นานทีเดียวกว่าเธอจะดึงสติกลับมาได้

"ก่อนอื่น เรามาคุยเรื่องเพื่อนของลูกคนนั้นก่อน อาหยั่วพูดถูกแล้วนะ วันหลังก็เลิกคบกับหล่อนซะ แม้มองออกตั้งนานแล้วว่าหล่อนคบลูกอย่างมีจุดประสงค์แอบแฝง แต่เห็นว่าลูกมีเพื่อนนิดเดียว นานๆ ทีจะมีเพื่อนสนิทสักคน แม่ก็เลยไม่อยากพูดอะไร"

หลี่ซู่เฟินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

หลี่อวี้จือมองแม่ด้วยความประหลาดใจ แล้วพยักหน้ารับ

เธอเป็นเด็กดีและว่านอนสอนง่ายมาตั้งแต่เด็ก เชื่อฟังคำสอนของแม่มาตลอด

ส่วนเฉินนั่วก็เป็นคนที่เธอแอบชอบมาหลายปี เธอก็เชื่อใจเขาอย่างเต็มที่เช่นกัน

ในเมื่อทั้งสองคนพูดตรงกัน เธอก็จะไม่สงสัยอะไรอีก แม้ในใจจะรู้สึกเศร้าอยู่บ้างก็ตาม

"ส่วนเรื่องความผิดปกติในร่างกายของลูก ฟังแล้วก็อย่าคิดมากนะ ลูกก็ได้ยินที่อาหยั่วพูดเมื่อกี้แล้ว มันก็แค่เรื่องงมงายไร้สาระ"

"หนูเข้าใจค่ะ แม่เล่ามาเถอะ!"

จบบท

จบบทที่ บทที่ 17 ฝันตื่นหนึ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว