เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24: กาชาลูกสาวเปิดเรตอัปแบบจำกัดเวลา

บทที่ 24: กาชาลูกสาวเปิดเรตอัปแบบจำกัดเวลา

บทที่ 24: กาชาลูกสาวเปิดเรตอัปแบบจำกัดเวลา


"หายนะของเธอมีพลังมากพอที่จะทำลายล้างโลกได้ ถ้าอย่างนั้น แค่เราไม่ปล่อยให้มันปะทุออกมาก็สิ้นเรื่องไม่ใช่หรือไง?"

"ฉันถึงได้บอกไงล่ะ ว่าแค่ยอมทำสัญญากับฉัน แล้วฉันจะช่วยต่ออายุขัยให้เธอเอง"

อู๋หมิงกล่าวพลางยื่นเอกสารสัญญาไปตรงหน้าอันไต้เย่ว์

"ขอฉันดูรายละเอียดในสัญญาก่อนก็แล้วกัน"

หญิงสาวรับแผ่นกระดาษเหล่านั้นมาถือไว้ ริมฝีปากบางขมุบขมิบอ่านข้อความในนั้นอย่างตั้งใจ

"หากการต่ออายุขัยประสบความสำเร็จ กรรมสิทธิ์เหนือร่างกาย สิทธิ์ในการควบคุมสัญญาณประสาท กรรมสิทธิ์ในพลังวิเศษ และอื่นๆ... จะถูกโอนกรรมสิทธิ์ตกเป็นของอู๋หมิงทั้งหมด"

"ในกรณีที่ไม่สามารถยืดอายุขัยให้กลับมาเป็นปกติได้สำเร็จ เงื่อนไขทั้งหมดในสัญญาฉบับนี้จะถือเป็นโมฆะโดยอัตโนมัติ"

เธอสรุปใจความสำคัญออกมาสั้นๆ ทว่าตัวสัญญาฉบับจริงนั้นมีความยาวหลายหน้ากระดาษ อัดแน่นไปด้วยเงื่อนไขและหมายเหตุยิบย่อยเพื่ออุดช่องโหว่และป้องกันการเล่นคำจากทั้งสองฝ่ายอย่างรัดกุม

"ไอ้นายทุนหน้าเลือด นายมันใจดำเกินไปแล้ว!"

อันไต้เย่ว์เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นตะลึง

"ให้ฟ้าดินเป็นพยานเถอะ คนอย่างฉันจะเป็นนายทุนไปได้อย่างไรกัน?"

ฉันมัน 'นายทาส' ชัดๆ ต่างหากล่ะ เข้าใจไหม!

"ฟังคำแนะนำของฉันนะ เธอรับมือกับพลังนี้ไม่ไหวหรอก โอนมันมาให้ฉัน แล้วปล่อยให้ฉันเป็นคนจัดการรับหน้าแทนเธอเอง"

อู๋หมิงเอ่ยตะล่อมด้วยน้ำเสียงจริงจังและหว่านล้อมอย่างใจเย็น

"อืม... ฉันรู้ว่านายทำแบบนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของตัวฉัน อู๋หมิง"

พวงแก้มใสของอันไต้เย่ว์ซับสีเลือดฝาดขึ้นมาเล็กน้อย

ในสายตาของเธอ การกระทำเช่นนี้คือความเสียสละ อู๋หมิงยอมแบกรับภาระอันหนักอึ้งของพลังวิเศษนี้เอาไว้แทนเธอ

การโอนกรรมสิทธิ์ของพลังวิเศษนี้ไปให้ชายหนุ่ม ย่อมหมายถึงการผลักไสความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงนี้ไปให้เขาด้วยเช่นกัน

"ถ้าอย่างนั้นก็มาเซ็นสัญญากันเถอะ"

อู๋หมิงยื่นปากกาให้หญิงสาว

ท่าทางของเขาดูผ่อนคลายสบายๆ คนที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวอยู่แล้ว ต่อให้จะเพิ่มหนี้มาอีกสักก้อนก็คงไม่ต่างอะไร ในเมื่อตัวเขาเองก็แบกรับพลังที่สามารถทำลายล้างโลกเอาไว้อยู่แล้ว จะเพิ่มมาอีกสักอย่างก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนัก

"ฉันยอมเซ็นสัญญาก็ได้ แต่ถ้าเกิดนายได้กรรมสิทธิ์ในร่างกายของฉันไปแล้ว นายจะไม่บังคับให้ฉันทำเรื่องที่ไม่อยากทำใช่ไหม?"

"แน่นอนว่าไม่"

อู๋หมิงส่ายหน้าปฏิเสธอย่างหนักแน่น

"ถ้าอย่างนั้น แค่โอนกรรมสิทธิ์ของพลังวิเศษไปอย่างเดียวก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ?"

"ไม่ได้"

น้ำเสียงที่ตอบกลับมานั้นเด็ดขาดและไร้ซึ่งความลังเล ราวกับเป็นคำขาดที่ไม่อาจต่อรองได้อีก

ในช่วงชีวิตแรกของเขา เขาพบเจอการทรยศหักหลังมานับไม่ถ้วน

อู๋หมิงเชื่อใจเพียงแค่ตัวเองเท่านั้น เขาไม่มีวันมอบความไว้เนื้อเชื่อใจให้ใครหน้าไหนอีกแล้ว

ต่อให้เป็นสาวสวยหยาดเยิ้มก็ไม่มียกเว้น! เพราะในชีวิตก่อนหน้านี้ เขาเคยถูกพวกสาวสวยหลอกใช้จนมีจุดจบที่น่าสังเวชมาแล้ว!

"ฉันเข้าใจแล้ว ฉันเชื่อใจนายนะ อู๋หมิง!"

อันไต้เย่ว์พยักหน้ารับ ก่อนจะจรดปลายปากกาเซ็นชื่อของตนลงไป

ความเชื่อใจ—ช่างเป็นความรู้สึกที่หรูหราเสียเหลือเกิน

เมื่อทอดมองแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความไว้วางใจของเธอ อู๋หมิงก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉาอยู่ในที

ตัวเขาได้สูญเสียความสามารถในการเชื่อใจผู้อื่นไปจนหมดสิ้นแล้ว ตั้งแต่การใช้ชีวิตในรอบแรก

แม้กระทั่งยามที่ต้องเผชิญหน้ากับจักรพรรดินีต่างดาว ผู้ซึ่งปฏิบัติต่อเขาดีที่สุด เขาก็ยังมักจะฝันร้ายอยู่บ่อยๆ ว่าหล่อนอาจจะทนต่อความเย้ายวนไม่ไหว และบุกเข้าจู่โจมเขากลางดึกเพื่อรีดเค้นเอาสารพันธุกรรมของเขาไป

"วางใจเถอะ ฉันจะไม่ทำให้เธอต้องผิดหวังที่อุตส่าห์เชื่อใจฉัน"

ลวดลายปลอกคอสีแดงฉานปรากฏขึ้นจางๆ บนลำคอขาวผ่องของอันไต้เย่ว์ ก่อนจะเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย

อู๋หมิงระบายยิ้มบางๆ พลางยกมือขึ้นลูบศีรษะเล็กของเธออย่างแผ่วเบา

ถึงแม้ว่าเขาจะสูญเสียความสามารถในการเชื่อใจผู้อื่นไปแล้ว แต่อย่างน้อยเขาก็ยังสามารถตอบแทนความเชื่อใจที่ผู้อื่นมอบให้ได้

"ล...แล้ว นายมีวิธีไหนที่จะช่วยยืดอายุขัยให้ฉันอย่างนั้นเหรอ?"

ประกายแห่งความหวังจุดติดขึ้นในใจของอันไต้เย่ว์

ชายหนุ่มตรงหน้าคือตัวตนเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถทำให้คำทำนายอนาคตของเธอคลาดเคลื่อนได้

บางทีเขาอาจจะมีวิธีพลิกผันชะตากรรมแห่งความตายที่ถูกกำหนดไว้แล้วของเธอได้จริงๆ

"ฉันมีลูกสาวอยู่คนหนึ่ง ซึ่งพลังวิเศษของเธอนั้นหาได้ยากยิ่งนัก ผลลัพธ์ส่วนหนึ่งของมันสามารถยับยั้งไม่ให้พลังเกิดการคลุ้มคลั่งและหยุดยั้งการก่อตัวของผลไม้ได้ ถึงแม้มันจะไม่ได้ลบล้างพลังไปอย่างสมบูรณ์ แต่ตราบใดที่เธอเข้ารับการรักษาอย่างตรงเวลา การมีชีวิตอยู่ต่อไปจนสิ้นอายุขัยตามธรรมชาติก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร"

"เอ๊ะ? น...นายมีลูกสาวแล้วงั้นเหรอ?"

อันไต้เย่ว์ชะงักงันไปชั่วขณะ

เขามีลูกสาวอยู่แล้วแท้ๆ แต่เมื่อกี้กลับมาทำทีเป็นสารภาพรักแบบกำกวมกับเธอเนี่ยนะ?

นี่เขากะจะจับปลาสองมืออย่างนั้นเหรอ?

หรือว่าเขาตั้งใจจะหาทั้งภรรยาใหม่ให้ตัวเองและแม่ใหม่ให้ลูกสาวไปพร้อมๆ กัน?

ฉันเพิ่งจะเคยมีความรักเป็นครั้งแรกแท้ๆ แต่กลับต้องข้ามขั้นไปเป็นแม่เลี้ยงเลยเนี่ยนะ ระดับความยากมันไม่สูงไปหน่อยหรือไงกัน

"ไม่ได้หมายความว่าตอนนี้ฉันมีลูกสาวหรอกนะ เธอจะคิดซะว่านี่เป็นการพลิกแพลงใช้พลังระดับ S ของฉันก็ได้ ในระดับหนึ่ง... ฉันสามารถรับรู้ถึงเศษเสี้ยวของภาพเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตบางเส้นทางได้"

"จากภาพนิมิตเหล่านั้น ทำให้ฉันได้รู้ว่าลูกสาวในอนาคตคนหนึ่งของฉันครอบครองพลังวิเศษแบบนี้อยู่"

"ตราบใดที่ฉันใช้พลังวิเศษ 《หยิบยืมอนาคต》 ของเธอ มาหยิบยืมพลังจากลูกสาวในอนาคตของฉัน ปัญหาเรื่องอายุขัยของเธอก็จะได้รับการแก้ไขโดยปริยาย"

"ถ้าอย่างนั้น... แล้วเราจะมัวรออะไรอยู่อีกล่ะ? รีบลงมือเลยสิ!"

นัยน์ตาของอันไต้เย่ว์ทอประกายเจิดจ้าขึ้นมาทันที

ทว่าเมื่อนึกถึงลูกสาวในอนาคตของอู๋หมิง... เธอก็อดสงสัยไม่ได้จริงๆ ว่าใครกันแน่ที่จะได้เป็นแม่ของเด็กคนนั้น

หรือว่าจะเป็นฉันกันนะ?

ไม่ๆๆๆ ถึงแม้อู๋หมิงจะมีทีท่าว่าแอบมีใจให้ฉันก็เถอะ แต่ฉันก็ยังไม่ได้ตกลงปลงใจที่จะคบกับเขาสักหน่อย

"เอาล่ะ รบกวนช่วยเปิดใช้พลังทีนะ ฉันต้องการหยิบยืมพลังจากลูกสาวในอนาคตคนที่มีพลังในการยับยั้งการก่อตัวของผลไม้นั่น"

สิ้นคำกล่าวของอู๋หมิง อันไต้เย่ว์ก็เริ่มเดินพลังในร่างทันที ผลไม้สีฟ้าเยือกแข็งที่สลักลวดลายคล้ายม้าลายค่อยๆ ห้อยระย้าลงมาจากเถาวัลย์ที่พันเกี่ยวอยู่บนเส้นผมของเธอ

ในเวลาเดียวกัน สัญลักษณ์คล้ายเส้นเลือดก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบไม้บริเวณใกล้เคียง บ่งบอกถึงเงื่อนไขในการแลกเปลี่ยนครั้งนี้

【ต้องแต่งงานกับหม่าม้าก่อน แล้วหนูถึงจะยอมให้ยืมพลัง】

"เงื่อนไขนี้ง่ายดายเสียจริง สมกับที่เป็นสายเลือดเดียวกันเลยนะ"

เมื่อเห็นข้อความที่ปรากฏบนใบไม้ข้างผลไม้นั้น อันไต้เย่ว์ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชม

"เงื่อนไขนี้มันเรียกว่าง่ายตรงไหนกัน?"

"ก็ต้องง่ายน่ะสิ การหยิบยืมพลังที่เป็นรูปธรรมแบบนี้ ปกติแล้วจะต้องแลกมาด้วยข้อแลกเปลี่ยนที่แสนสาหัสมากนะ การที่สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการแต่งงานเฉยๆ แบบนี้—มันง่ายเกินไปแล้วต่างหาก"

"ทำไมฉันกลับรู้สึกว่าเงื่อนไขนี้มันยากแสนยากเลยล่ะ?"

อู๋หมิงขมวดคิ้วมุ่น

"ทำไมล่ะ?"

"ก็เพราะฉันไม่รู้เลยน่ะสิว่าแม่ของเด็กคนนี้คือใคร"

อู๋หมิงถึงกับเหงื่อตก

เพราะองค์กรที่เคยกักขังเขานั้นมีหลากหลายรูปแบบ บางองค์กรก็ยินยอมให้เขาได้พบปะและมีปฏิสัมพันธ์กับเหล่าเด็กๆ เพื่อรักษาพัฒนาการทางร่างกายและสภาวะจิตใจอันดีเยี่ยมสำหรับอนาคตของผู้ใช้พลังระดับ S ขององค์กร ทว่าบางองค์กรกลับเก็บซ่อนเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับสุดยอด จนเขาไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่าสายพันธุกรรมของตนเองถูกนำไปไว้ที่ไหน

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงรู้แค่ว่าใครเป็นผู้บริจาคไข่ให้กับทายาทเพียงบางคนของเขาเท่านั้น ส่วนเด็กคนอื่นๆ เขากลับมืดแปดด้านโดยสิ้นเชิง

ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงเวลาที่เขาถูกจองจำอยู่โดยองค์กรจี้อมตะ เขาก็ไม่รู้จริงๆ ว่าใครคือแม่ของลูกสาวคนนี้

"เรื่องนั้นง่ายนิดเดียว แค่ยืมความทรงจำในอนาคตของลูกสาวมา นายก็จะได้รู้แล้วไม่ใช่เหรอ?"

"จริงด้วยสิ ขอยืมความทรงจำในอนาคตของลูกสาว—บอกพ่อมาทีว่าแม่ของลูกคือใคร!"

อู๋หมิงยอมใช้สิทธิ์เปลี่ยนเงื่อนไขการหยิบยืมโดยไม่มีข้อกังขา

ทุกคนมีโอกาสเพียงสามครั้ง ในสองครั้งแรกพวกเขาสามารถปฏิเสธการหยิบยืมได้ แต่เมื่อถึงครั้งที่สาม พวกเขาจะถูกบังคับให้ต้องทำการหยิบยืมและจำยอมจ่ายดอกเบี้ยตามเงื่อนไขอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

【ต้องแต่งงานกับหม่าม้าก่อน แล้วหนูถึงจะยอมให้ยืมความทรงจำ】

ใบไม้ข้างผลไม้ลูกใหม่ปรากฏข้อความชุดใหม่ขึ้นมาแทนที่

"โธ่เว้ย ยัยลูกบ้า พ่อต้องได้ความทรงจำมาสิถึงจะรู้ว่าแม่ของลูกคือใคร!"

【ถ้าอยากได้ความทรงจำ ก็ต้องไปแต่งงานกับหม่าม้าก่อนสิ!】

จบบทที่ บทที่ 24: กาชาลูกสาวเปิดเรตอัปแบบจำกัดเวลา

คัดลอกลิงก์แล้ว