เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23: ในใจเขามีฉันอยู่!

บทที่ 23: ในใจเขามีฉันอยู่!

บทที่ 23: ในใจเขามีฉันอยู่!


【เอาล่ะ ถ้างั้นวันนี้ข้าจะไม่ทำลายมันก็แล้วกัน】

หืม? พูดง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?

อู๋หมิงอดไม่ได้ที่จะชะงักไปเล็กน้อย

เขาแค่พูดเล่นเท่านั้น ไม่คิดเลยว่า 'เสียงปริศนา' นั้นจะตอบกลับมาจริงๆ

【ทำลายล้างมนุษยชาติ... ทำลายล้างอารยธรรม...】

อู๋หมิงกำลังงุนงง ทว่าจู่ๆ เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับแผ่นเสียงตกร่องที่เอาแต่พร่ำเพ้อประโยคเดิมซ้ำไปซ้ำมา

เกิดอะไรขึ้นกันแน่? หรือว่าเมื่อกี้เขาแค่หูแว่วไปเอง?

ในขณะที่อู๋หมิงกำลังสับสน อันไต้เยวี่ยที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาก็หมดสติไปกะทันหัน

และเสียงอันเลื่อนลอยที่ดังก้องซ้ำไปซ้ำมานั้น ก็พลันเงียบสงบลงอย่างฉับพลัน

"อึก..."

ไม่กี่นาทีต่อมา หญิงสาวที่หมดสติก็ค่อยๆ ฟื้นคืนสติ เปลือกตาบางของอันไต้เยวี่ยขยับเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า

เส้นผมสีฟ้าอ่อนที่พันเกี่ยวไปด้วยรากไม้และใบไม้สีเขียวของเธอ สัมผัสปัดป่ายท่อนแขนและแผงอกของอู๋หมิงจนเขารู้สึกจักจี้

ที่นี่ที่ไหนกัน? ฉันจำได้ว่ากำลังจะถูกพวก 【ดินน้ำลมไฟ】 ฆ่าตายนี่นา หรือว่าที่นี่คือสวรรค์หลังจากความตายกันนะ?

"ฟื้นแล้วสินะ การผ่าตัดประสบความสำเร็จด้วยดี"

อู๋หมิงสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหว จึงก้มลงมองเด็กสาวที่มีสภาพอิดโรยในอ้อมแขนด้วยแววตาสนใจ

"น-นายคือ อู๋หมิง? ผู้ใช้พลังระดับเอสคนที่เก้าคนนั้นน่ะเหรอ?"

เมื่อสติสัมปชัญญะเริ่มกลับมาแจ่มชัด อันไต้เยวี่ยก็ผงกศีรษะขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอผละออกจากอ้อมกอดของอู๋หมิง และจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความระแวดระวังและเป็นปรปักษ์

"เธอรู้จักฉันด้วยเหรอเนี่ย? เป็นเกียรติจริงๆ"

"จะไม่มีใครไม่รู้จักนายได้ยังไง? ตอนนี้นายคือคนดังแห่งเขตพิเศษเชียวนะ เรียกได้ว่าไม่มีใครไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของนายหรอก"

"ต่อให้เป็นนอกเขตพิเศษ ตอนนี้พาดหัวข่าวของทุกประเทศก็คงเต็มไปด้วยเรื่องราวของนายทั้งนั้นแหละ"

"ตอนนี้ฉันฮอตขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย? ชักจะตื่นเต้นขึ้นมานิดๆ แล้วสิ"

อู๋หมิงยิ้มบางๆ

"นายก็มาเพื่อฆ่าฉันเหมือนกันใช่ไหม? ลงมือเลยสิ ครั้งนี้ฉันจะไม่หนีอีกแล้ว"

ก่อนหน้านี้เธอถูกเสียงปริศนาล่อลวงจิตใจ ทว่าเมื่อเสียงนั้นจางหายไป เธอก็ได้สติและกลับมาเยือกเย็นอีกครั้ง

แม้จนถึงวินาทีนี้เธอจะยังไม่อยากตาย แต่การวิ่งหนีต่อไปมันจะมีความหมายอะไร?

ตายตอนนี้กับตายในอีกเจ็ดวันข้างหน้า สำหรับเธอมันก็คงไม่ต่างกันสักเท่าไหร่

"ถ้าหายนะของฉันมันเป็นตัวปัญหาใหญ่โตอย่างที่พวก 【ดินน้ำลมไฟ】 พูดจริงๆ งั้นการตายเสียตั้งแต่ตอนนี้ ก็คงเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วไม่ใช่เหรอ?"

อันไต้เยวี่ยก้มหน้าลง สะอื้นไห้ด้วยน้ำเสียงที่เจือปนไปด้วยความโศกเศร้า

"บ้าเอ๊ย! บ้าที่สุด! ถ้าฉันมีชีวิตรอดต่อไปได้มันจะดีขนาดไหนกันนะ... ถ้าฉันรอดชีวิตไปได้จริงๆ ต่อให้ต้องขายวิญญาณให้ปีศาจฉันก็ยอม!"

"ฉันไม่รู้หรอกนะว่าปีศาจจะอยากซื้อวิญญาณของเธอหรือเปล่า แต่ฉันเนี่ยแหละที่ยินดีจะซื้อร่างกายของเธอ"

พลัง 《ขอยืมอนาคต》 ที่สถิตอยู่ในร่างนี้ คือสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ในการทำให้แผนการของเขาประสบความสำเร็จ

พูดง่ายๆ ก็คือ ฉันต้องการร่างกายของเธอ!

"เรามาทำพันธสัญญากันไหม? เธอมาเป็นคนของฉัน แล้วฉันจะช่วยให้เธอมีชีวิตรอดต่อไป"

"ชะตากรรมของคนเรา แน่นอนว่ามันขึ้นอยู่กับกระแสแห่งประวัติศาสตร์ แต่ก็ต้องพึ่งพาการดิ้นรนของตัวเองด้วย เธอไม่อยากลองดิ้นรนดูอีกสักหน่อยเหรอ?"

ขณะที่พูด อู๋หมิงก็หยิบเอกสารพันธสัญญาที่เขาเตรียมไว้ก่อนออกเดินทางออกมา

ด้วยผลแห่งพันธสัญญาทาส ทำให้ตอนนี้เขาสามารถใช้พลังของฉินอวิ๋นเฟยได้ตามใจชอบ

ตามหลักเหตุผลแล้ว พลัง 《นายทาส》 ระดับเอ ย่อมไม่สามารถทำสัญญากับพลัง 《ขอยืมอนาคต》 ระดับเอได้

แต่เมื่อมันถูกใช้งานโดยผู้ใช้พลังระดับเอสอย่างอู๋หมิง เขาก็สามารถรับสิทธิ์พิเศษในการทำพันธสัญญากับระดับเอได้หนึ่งครั้ง

ประสบการณ์จากชีวิตในลูปแรกได้ฝากบาดแผลลึกไว้ในใจเขา อู๋หมิงไม่เชื่อใจใครอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้เขาเชื่อมั่นเพียงแค่พันธสัญญาที่มีผลผูกมัดอย่างเด็ดขาดเท่านั้น

"มาเป็น... ผ-ผ-ผู้หญิงของนายงั้นเหรอ?"

ใบหน้าของอันไต้เยวี่ยแดงซ่านขึ้นมาเล็กน้อย

ผู้ชายคนนี้ช่างรุกเร้าเอาแต่ใจเหลือเกิน!

"มีปัญหาอะไรงั้นเหรอ?"

อู๋หมิงเอียงคอถามด้วยสีหน้าว่างเปล่า

หลังจากเซ็นสัญญาแล้ว กรรมสิทธิ์ในร่างกายของเธอก็ตกเป็นของฉัน แล้วเธอจะไม่ได้เป็นคนของฉันได้ยังไง? ทำไมต้องทำท่าทางตกอกตกใจราวกับเพิ่งถูกสารภาพรักด้วยล่ะ?

"ม-ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้นแหละ"

เอ๊ะ? เอ๋!? นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย? หรือว่าผู้ชายคนนี้จะหลงใหลคลั่งไคล้ในตัวฉัน? เขาถึงได้อยากจะช่วยฉันงั้นเหรอ?

เดี๋ยวก่อนๆ ใจเย็นไว้ บางทีนี่อาจจะเป็นแค่ความเข้าใจผิดก็ได้

บางทีเขาอาจจะแค่ต้องการพลังของฉัน หรือไม่ก็ร่างกายของฉันอะไรทำนองนั้น

"ฉันขอถามเหตุผลได้ไหม ว่าทำไมนายถึงยอมช่วยฉัน?"

"นายก็น่าจะรู้ดีนี่นาว่าพลังของฉันมันอันตรายแค่ไหนเมื่อกลายสภาพเป็นหายนะ? ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้นมา ทั่วทั้งโลกจะต้องเผชิญกับความพินาศนะ"

อันไต้เยวี่ยหยั่งเชิงอย่างระมัดระวัง ภายในใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง

"ฉันไม่สนโลกใบนี้หรอก ฉันแคร์แค่เธอ (พลังของเธอ) เท่านั้น"

อู๋หมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังถึงขีดสุด

โลกจะพินาศงั้นเหรอ? ถ้าแผนการของเขาพังไม่เป็นท่า และตัวเขาถูกเปิดโปงอีกครั้งว่าเป็นตัวอันตรายที่ไม่ควรเข้าไปยุ่ง โลกใบนี้ก็ต้องพินาศไม่ต่างกันนั่นแหละ

ฉันสนก็แค่พลังของอันไต้เยวี่ยต่างหาก!

"!!!"

ขุ่นแม่คะ! เขาบอกว่าแคร์ฉันมากกว่าความอยู่รอดของโลกใบนี้อีกค่ะ!

"และฉันก็ต้องการเธอ (พลังของเธอ) ฉันต้องการเธอ (พลังของเธอ) มากจริงๆ! จนถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับ เอาแต่เฝ้าคิดถึงอยู่ทุกวันทุกคืนเลยล่ะ!"

อู๋หมิงคว้าข้อมือของอันไต้เยวี่ยเอาไว้

บางทีอาจเป็นเพราะพลังแห่งหายนะที่เธอหยิบยืมมาก่อนหน้านี้ เซลล์พืชที่ปกคลุมอยู่บนผิวหนังของเธอจึงค่อยๆ หลุดลอกออกไป ราวกับลูกเป็ดขี้เหร่ที่ผลัดขน เผยให้เห็นความงดงามดุจหงส์ขาวของเธออีกครั้ง

ณ เส้นแบ่งระหว่างความเป็นและความตาย ในขณะที่ทุกคนต่างปรารถนาจะกำจัดเธอทิ้งให้เร็วที่สุด ชายหนุ่มตรงหน้ากลับบอกว่าเธอสำคัญยิ่งกว่าความอยู่รอดของโลกใบนี้เสียอีก คำพูดนั้นทำให้สติสัมปชัญญะของเธอพร่าเลือนไปชั่วขณะ

ฉันกำลังฝันไปใช่ไหม? ฉันต้องกำลังฝันอยู่แน่ๆ

ตัวตนที่นำพาภัยพิบัติมาสู่โลกอย่างฉัน มีสิทธิ์ที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปจริงๆ งั้นเหรอ?

อู๋หมิงมองดูใบหน้าเล็กๆ ที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาของอันไต้เยวี่ย ก่อนจะรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง

เดี๋ยวนะ เมื่อกี้เพราะความตื่นเต้น ฉันเลยละเว้นคำนามบางคำไป หรือว่ายัยนี่จะเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า?

ไม่ได้การละ ฉันต้องรีบอธิบายความเข้าใจผิดนี้โดยด่วน

"อันไต้เยวี่ย ฉันขออธิบายให้ชัดเจนก่อนนะว่าฉันไม่ใช่พ่อพระใจบุญอะไร เหตุผลที่ฉันช่วยเธอก็เป็นเพียงเพราะ 'พลัง' ของเธอคือสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับฉัน มันคือการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ที่วิน-วินกันทั้งสองฝ่าย เธออย่าได้เข้าใจอะไรผิดไปล่ะ"

อู๋หมิงอธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ โดยเน้นหนักที่คำว่า 'พลัง'

เท่านี้ก็น่าจะป้องกันความเข้าใจผิดได้แล้วใช่ไหม?

"อื้ม ฉันเข้าใจแล้ว"

ใบหน้าของอันไต้เยวี่ยแดงระเรื่อ เธอพยักหน้ารัวๆ ราวกับลูกไก่จิกกินข้าวเปลือก

ข-เขาบอกว่าฉันคือสิ่งล้ำค่าที่ขาดไม่ได้ล่ะ

"เธอเข้าใจก็ดีแล้ว"

อู๋หมิงลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ฉันอธิบายแก้ความเข้าใจผิดอย่างชัดเจนแล้วใช่ไหม?

ความร่วมมือแบบวิน-วิน: ฉันได้รับสิทธิ์ในการยืมพลังระดับเอสมากมายนับไม่ถ้วนจากลูกหลาน ส่วนเธอก็ได้รับโอกาสในการมีชีวิตอยู่ต่อไป เราสองคนต่างก็มีอนาคตที่สดใสรออยู่

เมื่อมองดูเด็กสาวที่ซูบผอมและอ่อนแอคนนี้ อู๋หมิงไม่เพียงแต่รู้สึกเห็นใจ แต่ยังแฝงไปด้วยความรู้สึกเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

สถานการณ์ของเธอนั้นแทบไม่ต่างอะไรกับเขาเลย ทั้งคู่ต่างก็เป็นตัวจุดชนวนที่จะนำไปสู่การทำลายล้างโลก และต่างก็ต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งที่ตัวเองไม่สมควรจะต้องมาแบกรับเอาไว้

"แต่นายตั้งใจจะช่วยฉันจริงๆ งั้นเหรอ? ฉันได้ยินมาว่าหายนะของฉันมีพลังพอที่จะทำลายโลกได้เลยนะ"

บังเอิญจังเลยนะ? พลังของฉันก็ทำลายโลกได้เหมือนกัน—อันที่จริง มันก็เคยทำลายไปแล้วหนหนึ่งด้วยซ้ำ

พวกเรานี่มันกิ่งทองใบหยกชัดๆ!

จบบทที่ บทที่ 23: ในใจเขามีฉันอยู่!

คัดลอกลิงก์แล้ว