- หน้าแรก
- สายเลือดของข้าจะเกรียงไกรเหนือโลก
- บทที่ 23: ในใจเขามีฉันอยู่!
บทที่ 23: ในใจเขามีฉันอยู่!
บทที่ 23: ในใจเขามีฉันอยู่!
【เอาล่ะ ถ้างั้นวันนี้ข้าจะไม่ทำลายมันก็แล้วกัน】
หืม? พูดง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?
อู๋หมิงอดไม่ได้ที่จะชะงักไปเล็กน้อย
เขาแค่พูดเล่นเท่านั้น ไม่คิดเลยว่า 'เสียงปริศนา' นั้นจะตอบกลับมาจริงๆ
【ทำลายล้างมนุษยชาติ... ทำลายล้างอารยธรรม...】
อู๋หมิงกำลังงุนงง ทว่าจู่ๆ เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับแผ่นเสียงตกร่องที่เอาแต่พร่ำเพ้อประโยคเดิมซ้ำไปซ้ำมา
เกิดอะไรขึ้นกันแน่? หรือว่าเมื่อกี้เขาแค่หูแว่วไปเอง?
ในขณะที่อู๋หมิงกำลังสับสน อันไต้เยวี่ยที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาก็หมดสติไปกะทันหัน
และเสียงอันเลื่อนลอยที่ดังก้องซ้ำไปซ้ำมานั้น ก็พลันเงียบสงบลงอย่างฉับพลัน
"อึก..."
ไม่กี่นาทีต่อมา หญิงสาวที่หมดสติก็ค่อยๆ ฟื้นคืนสติ เปลือกตาบางของอันไต้เยวี่ยขยับเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า
เส้นผมสีฟ้าอ่อนที่พันเกี่ยวไปด้วยรากไม้และใบไม้สีเขียวของเธอ สัมผัสปัดป่ายท่อนแขนและแผงอกของอู๋หมิงจนเขารู้สึกจักจี้
ที่นี่ที่ไหนกัน? ฉันจำได้ว่ากำลังจะถูกพวก 【ดินน้ำลมไฟ】 ฆ่าตายนี่นา หรือว่าที่นี่คือสวรรค์หลังจากความตายกันนะ?
"ฟื้นแล้วสินะ การผ่าตัดประสบความสำเร็จด้วยดี"
อู๋หมิงสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหว จึงก้มลงมองเด็กสาวที่มีสภาพอิดโรยในอ้อมแขนด้วยแววตาสนใจ
"น-นายคือ อู๋หมิง? ผู้ใช้พลังระดับเอสคนที่เก้าคนนั้นน่ะเหรอ?"
เมื่อสติสัมปชัญญะเริ่มกลับมาแจ่มชัด อันไต้เยวี่ยก็ผงกศีรษะขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอผละออกจากอ้อมกอดของอู๋หมิง และจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความระแวดระวังและเป็นปรปักษ์
"เธอรู้จักฉันด้วยเหรอเนี่ย? เป็นเกียรติจริงๆ"
"จะไม่มีใครไม่รู้จักนายได้ยังไง? ตอนนี้นายคือคนดังแห่งเขตพิเศษเชียวนะ เรียกได้ว่าไม่มีใครไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของนายหรอก"
"ต่อให้เป็นนอกเขตพิเศษ ตอนนี้พาดหัวข่าวของทุกประเทศก็คงเต็มไปด้วยเรื่องราวของนายทั้งนั้นแหละ"
"ตอนนี้ฉันฮอตขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย? ชักจะตื่นเต้นขึ้นมานิดๆ แล้วสิ"
อู๋หมิงยิ้มบางๆ
"นายก็มาเพื่อฆ่าฉันเหมือนกันใช่ไหม? ลงมือเลยสิ ครั้งนี้ฉันจะไม่หนีอีกแล้ว"
ก่อนหน้านี้เธอถูกเสียงปริศนาล่อลวงจิตใจ ทว่าเมื่อเสียงนั้นจางหายไป เธอก็ได้สติและกลับมาเยือกเย็นอีกครั้ง
แม้จนถึงวินาทีนี้เธอจะยังไม่อยากตาย แต่การวิ่งหนีต่อไปมันจะมีความหมายอะไร?
ตายตอนนี้กับตายในอีกเจ็ดวันข้างหน้า สำหรับเธอมันก็คงไม่ต่างกันสักเท่าไหร่
"ถ้าหายนะของฉันมันเป็นตัวปัญหาใหญ่โตอย่างที่พวก 【ดินน้ำลมไฟ】 พูดจริงๆ งั้นการตายเสียตั้งแต่ตอนนี้ ก็คงเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วไม่ใช่เหรอ?"
อันไต้เยวี่ยก้มหน้าลง สะอื้นไห้ด้วยน้ำเสียงที่เจือปนไปด้วยความโศกเศร้า
"บ้าเอ๊ย! บ้าที่สุด! ถ้าฉันมีชีวิตรอดต่อไปได้มันจะดีขนาดไหนกันนะ... ถ้าฉันรอดชีวิตไปได้จริงๆ ต่อให้ต้องขายวิญญาณให้ปีศาจฉันก็ยอม!"
"ฉันไม่รู้หรอกนะว่าปีศาจจะอยากซื้อวิญญาณของเธอหรือเปล่า แต่ฉันเนี่ยแหละที่ยินดีจะซื้อร่างกายของเธอ"
พลัง 《ขอยืมอนาคต》 ที่สถิตอยู่ในร่างนี้ คือสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ในการทำให้แผนการของเขาประสบความสำเร็จ
พูดง่ายๆ ก็คือ ฉันต้องการร่างกายของเธอ!
"เรามาทำพันธสัญญากันไหม? เธอมาเป็นคนของฉัน แล้วฉันจะช่วยให้เธอมีชีวิตรอดต่อไป"
"ชะตากรรมของคนเรา แน่นอนว่ามันขึ้นอยู่กับกระแสแห่งประวัติศาสตร์ แต่ก็ต้องพึ่งพาการดิ้นรนของตัวเองด้วย เธอไม่อยากลองดิ้นรนดูอีกสักหน่อยเหรอ?"
ขณะที่พูด อู๋หมิงก็หยิบเอกสารพันธสัญญาที่เขาเตรียมไว้ก่อนออกเดินทางออกมา
ด้วยผลแห่งพันธสัญญาทาส ทำให้ตอนนี้เขาสามารถใช้พลังของฉินอวิ๋นเฟยได้ตามใจชอบ
ตามหลักเหตุผลแล้ว พลัง 《นายทาส》 ระดับเอ ย่อมไม่สามารถทำสัญญากับพลัง 《ขอยืมอนาคต》 ระดับเอได้
แต่เมื่อมันถูกใช้งานโดยผู้ใช้พลังระดับเอสอย่างอู๋หมิง เขาก็สามารถรับสิทธิ์พิเศษในการทำพันธสัญญากับระดับเอได้หนึ่งครั้ง
ประสบการณ์จากชีวิตในลูปแรกได้ฝากบาดแผลลึกไว้ในใจเขา อู๋หมิงไม่เชื่อใจใครอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้เขาเชื่อมั่นเพียงแค่พันธสัญญาที่มีผลผูกมัดอย่างเด็ดขาดเท่านั้น
"มาเป็น... ผ-ผ-ผู้หญิงของนายงั้นเหรอ?"
ใบหน้าของอันไต้เยวี่ยแดงซ่านขึ้นมาเล็กน้อย
ผู้ชายคนนี้ช่างรุกเร้าเอาแต่ใจเหลือเกิน!
"มีปัญหาอะไรงั้นเหรอ?"
อู๋หมิงเอียงคอถามด้วยสีหน้าว่างเปล่า
หลังจากเซ็นสัญญาแล้ว กรรมสิทธิ์ในร่างกายของเธอก็ตกเป็นของฉัน แล้วเธอจะไม่ได้เป็นคนของฉันได้ยังไง? ทำไมต้องทำท่าทางตกอกตกใจราวกับเพิ่งถูกสารภาพรักด้วยล่ะ?
"ม-ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้นแหละ"
เอ๊ะ? เอ๋!? นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย? หรือว่าผู้ชายคนนี้จะหลงใหลคลั่งไคล้ในตัวฉัน? เขาถึงได้อยากจะช่วยฉันงั้นเหรอ?
เดี๋ยวก่อนๆ ใจเย็นไว้ บางทีนี่อาจจะเป็นแค่ความเข้าใจผิดก็ได้
บางทีเขาอาจจะแค่ต้องการพลังของฉัน หรือไม่ก็ร่างกายของฉันอะไรทำนองนั้น
"ฉันขอถามเหตุผลได้ไหม ว่าทำไมนายถึงยอมช่วยฉัน?"
"นายก็น่าจะรู้ดีนี่นาว่าพลังของฉันมันอันตรายแค่ไหนเมื่อกลายสภาพเป็นหายนะ? ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้นมา ทั่วทั้งโลกจะต้องเผชิญกับความพินาศนะ"
อันไต้เยวี่ยหยั่งเชิงอย่างระมัดระวัง ภายในใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง
"ฉันไม่สนโลกใบนี้หรอก ฉันแคร์แค่เธอ (พลังของเธอ) เท่านั้น"
อู๋หมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังถึงขีดสุด
โลกจะพินาศงั้นเหรอ? ถ้าแผนการของเขาพังไม่เป็นท่า และตัวเขาถูกเปิดโปงอีกครั้งว่าเป็นตัวอันตรายที่ไม่ควรเข้าไปยุ่ง โลกใบนี้ก็ต้องพินาศไม่ต่างกันนั่นแหละ
ฉันสนก็แค่พลังของอันไต้เยวี่ยต่างหาก!
"!!!"
ขุ่นแม่คะ! เขาบอกว่าแคร์ฉันมากกว่าความอยู่รอดของโลกใบนี้อีกค่ะ!
"และฉันก็ต้องการเธอ (พลังของเธอ) ฉันต้องการเธอ (พลังของเธอ) มากจริงๆ! จนถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับ เอาแต่เฝ้าคิดถึงอยู่ทุกวันทุกคืนเลยล่ะ!"
อู๋หมิงคว้าข้อมือของอันไต้เยวี่ยเอาไว้
บางทีอาจเป็นเพราะพลังแห่งหายนะที่เธอหยิบยืมมาก่อนหน้านี้ เซลล์พืชที่ปกคลุมอยู่บนผิวหนังของเธอจึงค่อยๆ หลุดลอกออกไป ราวกับลูกเป็ดขี้เหร่ที่ผลัดขน เผยให้เห็นความงดงามดุจหงส์ขาวของเธออีกครั้ง
ณ เส้นแบ่งระหว่างความเป็นและความตาย ในขณะที่ทุกคนต่างปรารถนาจะกำจัดเธอทิ้งให้เร็วที่สุด ชายหนุ่มตรงหน้ากลับบอกว่าเธอสำคัญยิ่งกว่าความอยู่รอดของโลกใบนี้เสียอีก คำพูดนั้นทำให้สติสัมปชัญญะของเธอพร่าเลือนไปชั่วขณะ
ฉันกำลังฝันไปใช่ไหม? ฉันต้องกำลังฝันอยู่แน่ๆ
ตัวตนที่นำพาภัยพิบัติมาสู่โลกอย่างฉัน มีสิทธิ์ที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปจริงๆ งั้นเหรอ?
อู๋หมิงมองดูใบหน้าเล็กๆ ที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาของอันไต้เยวี่ย ก่อนจะรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
เดี๋ยวนะ เมื่อกี้เพราะความตื่นเต้น ฉันเลยละเว้นคำนามบางคำไป หรือว่ายัยนี่จะเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า?
ไม่ได้การละ ฉันต้องรีบอธิบายความเข้าใจผิดนี้โดยด่วน
"อันไต้เยวี่ย ฉันขออธิบายให้ชัดเจนก่อนนะว่าฉันไม่ใช่พ่อพระใจบุญอะไร เหตุผลที่ฉันช่วยเธอก็เป็นเพียงเพราะ 'พลัง' ของเธอคือสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับฉัน มันคือการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ที่วิน-วินกันทั้งสองฝ่าย เธออย่าได้เข้าใจอะไรผิดไปล่ะ"
อู๋หมิงอธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ โดยเน้นหนักที่คำว่า 'พลัง'
เท่านี้ก็น่าจะป้องกันความเข้าใจผิดได้แล้วใช่ไหม?
"อื้ม ฉันเข้าใจแล้ว"
ใบหน้าของอันไต้เยวี่ยแดงระเรื่อ เธอพยักหน้ารัวๆ ราวกับลูกไก่จิกกินข้าวเปลือก
ข-เขาบอกว่าฉันคือสิ่งล้ำค่าที่ขาดไม่ได้ล่ะ
"เธอเข้าใจก็ดีแล้ว"
อู๋หมิงลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ฉันอธิบายแก้ความเข้าใจผิดอย่างชัดเจนแล้วใช่ไหม?
ความร่วมมือแบบวิน-วิน: ฉันได้รับสิทธิ์ในการยืมพลังระดับเอสมากมายนับไม่ถ้วนจากลูกหลาน ส่วนเธอก็ได้รับโอกาสในการมีชีวิตอยู่ต่อไป เราสองคนต่างก็มีอนาคตที่สดใสรออยู่
เมื่อมองดูเด็กสาวที่ซูบผอมและอ่อนแอคนนี้ อู๋หมิงไม่เพียงแต่รู้สึกเห็นใจ แต่ยังแฝงไปด้วยความรู้สึกเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
สถานการณ์ของเธอนั้นแทบไม่ต่างอะไรกับเขาเลย ทั้งคู่ต่างก็เป็นตัวจุดชนวนที่จะนำไปสู่การทำลายล้างโลก และต่างก็ต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งที่ตัวเองไม่สมควรจะต้องมาแบกรับเอาไว้
"แต่นายตั้งใจจะช่วยฉันจริงๆ งั้นเหรอ? ฉันได้ยินมาว่าหายนะของฉันมีพลังพอที่จะทำลายโลกได้เลยนะ"
บังเอิญจังเลยนะ? พลังของฉันก็ทำลายโลกได้เหมือนกัน—อันที่จริง มันก็เคยทำลายไปแล้วหนหนึ่งด้วยซ้ำ
พวกเรานี่มันกิ่งทองใบหยกชัดๆ!