- หน้าแรก
- เคยเห็นอาหารเรืองแสงหรือไง ถึงกล้าวาดมังงะอาหารเนี่ย
- บทที่ 27 เรียนรู้วิธีทำฉบับปรับปรุง
บทที่ 27 เรียนรู้วิธีทำฉบับปรับปรุง
บทที่ 27 เรียนรู้วิธีทำฉบับปรับปรุง
ตอนที่สวี่โจวเรียนวิธีทำเนื้อตุ๋นไวน์แดงเบอร์กันดีฉบับปรับปรุง ก็อยู่ในห้องปฏิบัติการของตัวเองตามคาด
ข้างในยังคงเป็นสภาพเดิมเหมือนตอนที่เขาฝึกในห้องปฏิบัติการก่อนหน้านี้ไม่ผิดเพี้ยน ขนาดพอๆ กับห้องปฏิบัติการที่สาม
แต่เขาได้ครอบครองพื้นที่ทั้งหมดไว้คนเดียว อุปกรณ์ทำครัวและมีดต่างๆ มีครบครัน
ด้านหลังมีวัตถุดิบวางเรียงราย ส่วนอีกสามด้านที่เหลือก็เต็มไปด้วยอุปกรณ์ทำครัวหลากหลายชนิด
นี่มันห้องฝึกซ้อมในฝันของเชฟชัดๆ!
ทันใดนั้น
ประตูก็ถูกผลักเปิดออก พร้อมกับเสียงคุ้นเคยที่ดังขึ้นจากข้างนอก
“สวี่โจว ฉันได้ยินอาจารย์ชาเปลบอกว่า การสอบของนายก็ได้เกรดเหนือระดับ A เหมือนกัน! แถมยังใช้วิธีที่ไม่เหมือนฉันด้วยเหรอ?”
“อืม ฉันใช้กีวีน่ะ”
สวี่โจวหันไปมองตามเสียง ก็เห็นเจ้าหัวแดงยูคิฮิระ โซมะยืนยิงฟันยิ้มแฉ่งอยู่ตรงประตูจริงๆ
พอได้ยินว่าเขาใช้กีวี แววตาของอีกฝ่ายก็เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“กีวีเหรอ? ฉันไม่เคยกินเนื้อที่หมักด้วยกีวีมาก่อนเลย ไม่รู้ว่ารสชาติจะเป็นยังไง”
“นายทำให้ฉันชิมหน่อยได้ไหม? ฉันยังไม่เคยชิมเนื้อที่หมักด้วยกีวีเลย” ยูคิฮิระ โซมะพูดพลางส่งสายตาเกรงใจนิดๆ ทำเอาเขาต้องยิงฟันยิ้มตอบกลับไป
“ฉันอยากรู้จริงๆ นะ แต่ถ้านายคิดว่ามันยุ่งยาก...”
“ได้สิ”
พอสวี่โจวนึกถึงตอนที่ยูคิฮิระ โซมะสอนทำอาหารตั้งหลายเมนูโดยไม่คิดค่าเรียนสักแดงเดียว กับเรื่องแค่นี้ เขาย่อมไม่คิดเล็กคิดน้อยอยู่แล้ว
“งั้นนายรอสักชั่วโมงนะ”
“เยี่ยมไปเลย!”
ยูคิฮิระ โซมะยืนดูอยู่ข้างๆ อย่างตื่นเต้น “ถ้านายว่างเมื่อไหร่ เรามาแข่งโชคุเงคิกันเถอะ! สวี่โจวก็เป็นคู่แข่งที่เก่งกาจเหมือนกันนะ!”
สวี่โจว “...”
ใครจะไปแข่งโชคุเงคิกับนายกัน?
ไม่ว่างโว้ย!
...
สวี่โจวเริ่มหยิบวัตถุดิบ
เนื้อวัวในห้องฝึกซ้อมของระบบไม่ต้องเสียเงินซื้อ เขาเลยหยิบวัตถุดิบมากองเบ้อเริ่มโดยไม่รู้สึกเสียดายสักนิด แล้วเริ่มลงมือทำอาหาร
ความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดระหว่างความเชี่ยวชาญระดับ 100% กับ 60% ก็คือความเป็นอิสระ
เมื่อเข้าใจสูตรอาหารนี้อย่างถ่องแท้ 100% แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสูตรอาหารเดิมอีกต่อไป แต่สามารถใส่ความเข้าใจของตัวเองลงไปได้
หั่นหอมหัวใหญ่ เห็ดแชมปิญอง มันฝรั่ง หมักเนื้อวัวด้วยเครื่องเทศ กีวี และไวน์แดง
ด้วยความที่เป็นวัตถุดิบในจินตนาการ เนื้อสัมผัสจึงยอดเยี่ยมมาก แค่มองแวบเดียวก็เห็นลายเนื้อชัดเจน ไม่เพียงแต่ไม่มีกลิ่นคาว แต่ยังเป็นประกายเงางามภายใต้แสงไฟ
ถึงจะหมักแค่ยี่สิบนาที แต่กลิ่นหอมของไวน์แดง เครื่องเทศ และความหวานละมุนของกีวีก็ซึมซาบเข้าไปในชิ้นเนื้อที่ใสแจ๋วทุกอณู
เนื้อดูดซับไวน์แดงจนอิ่มตัว และชุ่มฉ่ำไปด้วยกลิ่นหอมของเครื่องเทศ พอลองบีบดูเบาๆ ก็มีไวน์แดงไหลออกมาจากเนื้อเลยทีเดียว
“หมักเสร็จแล้ว เริ่มตุ๋นได้”
การเคลื่อนไหวของสวี่โจวลื่นไหลราวกับสายน้ำ โดยที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่ทันสังเกต ทักษะการใช้มีดของเขาไม่ได้หยุดอยู่แค่ระดับ 60% ของยูคิฮิระ โซมะในตอนแรกอีกต่อไปแล้ว
จากการฝึกฝนครั้งแล้วครั้งเล่า ทักษะของเขาก็ค่อยๆ พัฒนาขึ้น ประกายความคมกริบของมีดสะท้อนแสงไฟวับวาว สอดประสานกับเสียงหั่นฉับๆ อย่างสง่างามและเยือกเย็น
ทักษะการใช้มีดที่เริ่มก้าวข้ามขีดจำกัด แค่มองดูก็สัมผัสได้ถึงออร่าที่ไม่เหมือนเดิมที่แผ่ออกมาจากตัวเขาแล้ว
“สวี่โจว! นายเก่งขึ้นเยอะเลยนะ!” ยูคิฮิระ โซมะที่ยืนดูอยู่ข้างๆ เอ่ยชมเปาะ ก่อนจะประสานมือคารวะ ไฟในตัวลุกโชนขึ้นมาทันที
“เพื่อน ทักษะการใช้มีดของนายตอนนี้ร้ายกาจมาก!”
“เรามาแข่งโชคุเงคิกันสักตั้งเถอะ! ฉันทนรอไม่ไหวแล้ว!”
“อาหารใกล้จะเสร็จแล้ว”
ตอนที่ตุ๋นเนื้อ สวี่โจวสามารถกะความสุกของเนื้อได้จากกลิ่นหอมที่โชยออกมาจากหม้อตุ๋นแล้ว
พอได้กลิ่นหอมเข้มข้นของเนื้อวัวที่ลอยออกมาจากหม้อ เขาก็หลับตาสูดดมกลิ่น แล้วปิดแก๊สอย่างไม่ลังเล
“เสร็จแล้ว”
“ชิมดูสิ”
ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง สวี่โจวก็ยกเนื้อตุ๋นฉบับปรับปรุงมาวางตรงหน้าเจ้าหัวแดงยูคิฮิระ โซมะ
...
หลังจากสวี่โจวยกอาหารมาเสิร์ฟ ยูคิฮิระ โซมะก็ลืมเรื่องที่จะขอท้าแข่งโชคุเงคิไปซะสนิท จิตใจทั้งหมดจดจ่ออยู่กับอาหารตรงหน้า
เนื้อวัวส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย วางเรียงรายอยู่ในจาน เนื้อทุกส่วนถูกย้อมด้วยสีแดงเบอร์กันดีของไวน์แดงจนชุ่มฉ่ำ
สีสันสวยงามไร้ที่ติ กลิ่นหอมของไวน์ผสมผสานกับความหวานละมุนของผัก และกลิ่นหอมของเครื่องเทศ ชวนให้หลงใหลจนแทบคลั่ง
ยูคิฮิระ โซมะหยิบมีดกับส้อมขึ้นมา แววตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
“ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้นะครับ! งั้นผมไม่เกรงใจล่ะนะ!”
“อืม ลองดูสิ”
“ได้เลย”
ยูคิฮิระ โซมะใช้มีดกับส้อมกรีดลงบนเนื้อวัวอย่างระมัดระวัง น้ำซุปในเนื้อวัวก็ไหลเยิ้มออกมาตามรอยมีดทันที
เนื้อวัวนุ่มละมุนสุดๆ ความหวานละมุนของกีวีซึมลึกเข้าไปในเส้นใยของเนื้อตั้งแต่ตอนหมักแล้ว
หลังจากผ่านการตุ๋น ความหวานก็เข้าไปเบรกความฝาดเปรี้ยวเล็กน้อยของไวน์แดงเบอร์กันดี ดึงเอารสชาติอันซับซ้อนของเชอร์รีป่า ดิน ใบไม้ชื้น และเห็ดแชมปิญองที่ซ่อนอยู่ในไวน์แดงปิโนต์นัวร์ออกมาจนถึงขีดสุด
รสชาติอันซับซ้อนขององุ่นปิโนต์นัวร์ที่แสนบอบบาง เมื่อระเหยไปในน้ำซุปเนื้อตุ๋นจนหมด ก็กลายเป็นรสชาติที่กลมกล่อมถึงขีดสุด
ตุ๋นจนเข้าเนื้อ ทุกคำที่กัดลงไปอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมฟุ้งกระจาย ซึมซาบไปทุกอณู
“อร่อย!”
“อาหารของนายจานนี้อร่อยมาก!”
ยูคิฮิระ โซมะลิ้มรสเนื้อที่สุกกำลังดี รู้สึกได้เลยว่าเนื้อทุกคำนุ่มละมุน แถมยังมีน้ำซุปเข้มข้นที่เกิดจากไวน์แดงเบอร์กันดีระเหยเข้าไปผสมผสานกับน้ำซุปเนื้อวัวไหลเยิ้มออกมา
น้ำซุปที่ไหลเยิ้มออกมานั้นเข้มข้นซะจนแค่ซดเข้าไปอึกเดียว ก็ทำเอาวิญญาณสั่นสะท้านไปทั้งดวง
ขนาดคนที่ได้ลิ้มรสอาหารอร่อยๆ มานับไม่ถ้วนอย่างยูคิฮิระ โซมะ ก็ยังอดไม่ได้ที่จะตื่นตะลึงกับเมนูนี้ เขาหลับตาพริ้ม รู้สึกเหมือนเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายกำลังกรีดร้องด้วยความฟิน
เลือดและวิญญาณราวกับถูกสะกด กลิ่นหอมหวานของผัก กลิ่นหอมกลมกล่อมของไวน์แดง ทั้งหมดหลอมรวมกันอยู่ในน้ำซุปอย่างสมบูรณ์แบบ
และน้ำซุปเหล่านั้นก็ถูกดูดซึมเข้าไปในเนื้อวัวจนหมดสิ้น
นั่นคือรสชาติที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
พอกินเสร็จ ยูคิฮิระ โซมะถึงกับต้องใช้เวลาสงบสติอารมณ์อยู่นานกว่าจะเอ่ยปากชมออกมาได้
“จริงๆ ฉันว่าสูตรของฉันก็ไม่ได้ดีไปกว่าของนายหรอกนะ”
“นายทำเมนูนี้ได้สมบูรณ์แบบถึงขีดสุดแล้ว ฉันไม่มีอะไรจะสอนนายแล้วล่ะ”
“แต่ถ้านายอยากเรียนวิธีของฉัน ฉันก็สอนให้ได้นะ”
อาหารทั้งจานถูกกวาดเรียบไม่เหลือหลอ
พอกินเสร็จ ยูคิฮิระ โซมะก็ยืนอยู่ข้างๆ ค่อยๆ อธิบายสูตรอาหารของตัวเองให้เขาฟังอย่างละเอียด
เนื่องจากสูตรอาหารทั้งสองเวอร์ชันไม่ได้ต่างกันมาก สวี่โจวแค่ดูรอบเดียวก็จำได้ขึ้นใจ
“ยอดเยี่ยมมาก!”
“สวี่โจว! นายเก่งมากเลยนะ! ฉันจะรอนายที่โรงเรียนโทสึกินะ!” ยูคิฮิระ โซมะทำหน้าตื่นเต้นสุดๆ
...
หลังจากเรียนรู้วิธีทำเนื้อตุ๋นไวน์แดงเบอร์กันดีฉบับปรับปรุงจนทะลุปรุโปร่งแล้ว สวี่โจวก็ออกจากห้องฝึกซ้อมของระบบ
พอกลับมาถึงห้องนอน เวลาเพิ่งจะผ่านไปแค่ไม่กี่นาที
พอเหลือบมองราคาวัตถุดิบในระบบ สวี่โจวก็อดไม่ได้ที่จะมุมปากกระตุก
“ราคานี้มันจะไม่โหดไปหน่อยเหรอ!?”
“ขายแพงขนาดนี้ ใครจะมีปัญญากิน?”
วัตถุดิบด้านล่างแพงหูฉี่ ราคาเนื้อวัวกับผักก็พอๆ กับคราวก่อน แต่ที่แพงหูฉีกก็คือไวน์แดงเบอร์กันดีนี่แหละ
แค่สองร้อยมิลลิลิตรก็ปาเข้าไปแปดพันเก้าแล้ว
ทำด้วยทองคำหรือไง?
สวี่โจวอดไม่ได้ที่จะกดดูคำอธิบายของวัตถุดิบในจินตนาการรอบนี้
[ไวน์แดงปิโนต์นัวร์เบอร์กันดี: ไวน์แดงพันธุ์ปิโนต์นัวร์ที่ผลิตจากไร่องุ่นระดับกรองด์ครูของโรงบ่มไวน์ชั้นนำในเบอร์กันดีจากโลกยอดนักปรุงโซมะ ทำจากองุ่นปิโนต์นัวร์ 100%]
[ไวน์แดงเบอร์กันดีมักจะมีรสชาติหอมหวานของเชอร์รี สตรอว์เบอร์รี และราสป์เบอร์รี แถมยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของผืนดิน เนื่องจากไม่สามารถใช้วิธีเบลนด์ไวน์ได้ คุณภาพของไวน์จึงขึ้นอยู่กับคุณภาพขององุ่นปิโนต์นัวร์ล้วนๆ และองุ่นปิโนต์นัวร์ที่ใช้หมักไวน์ขวดนี้ปลูกอยู่ที่...]
“พอแล้ว รู้แล้ว”
“องุ่นปิโนต์นัวร์ชั้นยอด แถมยังเป็นพันธุ์องุ่นคุณหนูที่โตมากับการฟังเพลง ไม่เคยต้องตากแดดตากฝนเลยสินะ...”
สวี่โจวข้ามคำอธิบายยืดยาวช่วงหลังไป แล้วเลื่อนไปดูราคาตรงๆ
[ไวน์แดงปิโนต์นัวร์เบอร์กันดีระดับท็อป: 8,900/250 ml]
สวี่โจวเหลือบมองวัตถุดิบอื่นๆ อีกรอบ
วัตถุดิบอื่นก็ไม่ได้ถูกหรอกนะ
แต่พอเอาไปเทียบกับไวน์แดงขวดนี้แล้ว ดูคุ้มค่าขึ้นมาทันตาเห็น
[เนื้อสันคอวัวชาโรเลส์: มาจากหนึ่งในสายพันธุ์วัวเนื้อชั้นยอดในโลกยอดนักปรุงโซมะ เส้นใยเนื้อละเอียดอ่อน ไขมันแทรกซึมสม่ำเสมอราวกับลายหินอ่อน เมื่อผ่านการตุ๋น จะได้เนื้อที่นุ่มละมุนชุ่มฉ่ำสุดๆ กลิ่นเนื้อหอมเข้มข้น เป็นสายพันธุ์วัวเนื้ออันดับหนึ่งสำหรับทำเนื้อตุ๋นไวน์แดงเบอร์กันดี วัวตัวนี้ตั้งแต่เด็ก...]
[ราคาเนื้อสันคอวัวชาโรเลส์: 999/500g]
[น้ำผึ้งป่าของยูคิฮิระ โซมะ: น้ำผึ้งที่ยูคิฮิระ โซมะไปเก็บมาด้วยตัวเอง เป็นน้ำผึ้งที่เก็บมาจากสวนดอกไม้ในไร่ของอิชชิกิ ซาโตชิ ผลผลิตมีจำกัด ธรรมชาติแท้ 100%...]
[น้ำผึ้งป่าของยูคิฮิระ โซมะ: 88/100g]
แล้วก็มีพวกชุดผักกับเครื่องปรุงสำหรับทำน้ำซุปอีกนิดหน่อย
แต่เพราะใช้ปริมาณไม่เยอะ ค่าผัก เครื่องเทศ และวัตถุดิบอื่นๆ สำหรับเนื้อวัวหนึ่งที่ก็ตกแค่สองร้อยยี่สิบสามหยวนเท่านั้น
สวี่โจวมองดูราคารวมของวัตถุดิบกับราคาขาย แล้วก็สูดลมหายใจเข้าลึก
[เนื้อตุ๋นไวน์แดงเบอร์กันดี (ฉบับปรับปรุง): ราคาวัตถุดิบในจินตนาการ 10,200 หยวน ราคาขายแนะนำ 12,800 หยวน]
หมื่นสองพันแปด?
นี่มันจะขายออกจริงๆ เหรอ?
สวี่โจวอดไม่ได้ที่จะเหงื่อตก
เมื่อไม่กี่วันก่อนเขายังแอบบ่นว่าอาหารร้านตำรับอาหารชาววังซูชิขายแพงอยู่เลย สรุปว่าของตัวเองขายแพงกว่าซะงั้น
ถ้าขายราคานี้ ขืนมีคนมาเห็นเข้า ไม่โดนเอาไปประจานลงเสี่ยวหงชูเหรอ?