เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 ฉันมันสายสมจริง

บทที่ 16 ฉันมันสายสมจริง

บทที่ 16 ฉันมันสายสมจริง


ตอนที่สวี่โจวกินข้าวเสร็จและเตรียมตัวจะกลับ ซูเหวินยังคงเก็บคำวิจารณ์เมื่อครู่นี้มาคิดเล็กคิดน้อยไม่หาย

พอเห็นเขาจะไป ก็รีบคว้าของที่ระลึกชิ้นเล็กๆ ของร้านวิ่งตามมา นัยน์ตาแฝงแววซักไซ้

"ในเมื่อเป็นคนในวงการเดียวกัน งั้นผมคิดว่าผมเองก็ควรจะไปชิมอาหารที่ร้านของคุณบ้างเหมือนกันครับ"

"เมื่อกี้พวกคุณบอกว่า ซุปจานนี้สู้ข้าวต้มหอยนางรมรวมมิตรที่ร้านของคุณไม่ได้ไม่ใช่เหรอครับ"

"ไม่ทราบว่าร้านของคุณชื่ออะไรเหรอครับ"

ซูเหวินยื่นบิลค่าอาหารใบใหม่มาให้ "อ้อ จริงสิ ซุปหิมะละลายถ้วยนั้นผมเคลียร์บิลให้ฟรีแล้วนะครับ ส่วนนี่คือของขวัญเล็กๆ น้อยๆ จากทางเราครับ"

"เกรงใจจังเลยครับ"

สวี่โจวก้มมองของที่ระลึกที่อีกฝ่ายหิ้วมาให้ มันเป็นของประดับชิ้นเล็กๆ ที่ทำออกมาได้ประณีตมาก พอเห็นแววตาที่ไม่ยอมแพ้ของซูเหวิน เขาก็ได้แต่ยิ้มบางๆ

"ร้านผมเป็นแค่ร้านระดับศูนย์ดาวน่ะครับ ชื่อว่าอิซากายะอี้โจว อยู่ไม่ไกลจากที่นี่หรอก แค่ถนนเส้นถัดไปนี่เอง"

"ร้านศูนย์ดาวงั้นเหรอครับ" ซูเหวินเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ

"ใช่ครับ"

"......"

ซูเหวินหยิบมือถือขึ้นมาเสิร์ชชื่อ 'อิซากายะอี้โจว' ผลลัพธ์ที่โชว์หราขึ้นมาคือศูนย์ดาว

พอเห็นคำว่าศูนย์ดาว คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันแน่น ก่อนจะลองเปิดแอปพลิเคชันอื่นอีกสองแอปเพื่อค้นหาคะแนนรีวิวของร้าน

ร้านศูนย์ดาวเนี่ยนะ... หรือว่าในหมู่ชาวบ้านธรรมดาจะมีปรมาจารย์ซ่อนตัวอยู่จริงๆ?

แต่พอเห็นคะแนนของอิซากายะอี้โจวบนสองแอปนั้น แอปหนึ่งได้สองจุดห้า อีกแอปได้แค่หนึ่งจุดเก้า มุมปากของเขาก็กระตุกยิกๆ

พอกวาดตามองคอมเมนต์ด่าทอที่สาดเสียเทเสียเป็นสายน้ำ นัยน์ตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาและขอไปทีในชั่วพริบตา

"โอเคครับ ขอบคุณสำหรับคำชี้แนะ"

อุตส่าห์นึกว่าเจอคนเก่งในวงการเดียวกันซะอีก ที่แท้ก็แค่เด็กเมื่อวานซืนที่ชอบทำตัวอวดดีนี่เอง

ระหว่างทางเดินกลับหลังจากกินข้าวเสร็จ พ่อกับแม่ของเขายังคงโอดครวญเสียดายเงินค่าอาหารมื้อเมื่อกี้ไม่หาย

จนกระทั่งใกล้จะถึงบ้าน ทั้งสองคนถึงเพิ่งจะนึกขึ้นได้และเอ่ยชมออกมา

"ลูกเอ๊ย ข้าวต้มของลูกน่ะ อร่อยกว่าที่รองหัวหน้าเชฟร้านแปดดาวนั่นทำอีกนะ!"

"มิน่าล่ะ ลูกถึงกล้าขายตั้งชามละหกร้อยหกสิบ!"

"ก็ใช่น่ะสิ ลูกชายเราต้องเป็นอัจฉริยะด้านการทำอาหารแน่ๆ!"

"แม่ว่ารองหัวหน้าเชฟคนเมื่อกี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยยอมรับเท่าไหร่ แถมยังดูถูกลูกเราด้วย!"

"นั่นเป็นเพราะเขายังไม่เคยซดข้าวต้มหอยนางรมรวมมิตรของลูกเราต่างหาก ถ้าได้ลองชิมสักคำ รับรองว่าไม่กล้าทำตัวกร่างแบบนี้หรอก!"

สวี่อี้กับจางอิงหงผลัดกันพูดคนละประโยค พลางตบไหล่สวี่โจวแปะๆ ด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ

บรรยากาศตลอดทางกลับบ้านชื่นมื่นสุดๆ

พอถึงบ้าน สวี่โจวก็เปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมา ทันทีที่ล็อกอินเข้าสู่ระบบหลังบ้านของนักเขียน เขาก็ได้รับข้อความแจ้งเตือนเรื่องการเซ็นสัญญา

[ขอแสดงความยินดีด้วย ผลงานเรื่อง 'ยอดนักปรุงโซมะ' ของคุณผ่านการพิจารณาเซ็นสัญญาแล้ว เพื่อความสะดวกในการติดต่อสื่อสาร กรุณาแอด QQ ของ บก. ชิงซานให้เร็วที่สุด...]

"ผ่านพิจารณาเซ็นสัญญาแล้วเหรอ"

แววตาของสวี่โจวฉายประกายเซอร์ไพรส์ขึ้นมาทันที "เพิ่งจะลงไปแค่ตอนที่สองก็ผ่านแล้วเนี่ยนะ"

หลังจากที่เขาแอด QQ ของชิงซานไป อีกฝ่ายก็ตอบกลับข้อความมาอย่างรวดเร็ว

[ชิงซาน: ยอดวิวอนิเมะอาหารเรื่องนี้ของคุณดีมากเลยนะ แต่ติดตรงที่มีประเด็นถกเถียงกันค่อนข้างเยอะ]

[ชิงซาน: ขออนุญาตเสียมารยาทถามหน่อยนะครับ เมนูอาหารในตอนต่อๆ ไปของคุณ จะเป็นสไตล์... เมนูออริจินัลแบบนี้หมดเลยหรือเปล่าครับ?]

ตอนที่พิมพ์ข้อความนี้ส่งมา ชิงซานแทบจะหัวล้านเพราะความเครียดอยู่แล้ว

นี่มันมากกว่าคำว่าประเด็นถกเถียงไปไกลแล้ว!

นี่มันกลายเป็นจุดสนใจของเหล่านักอ่านการ์ตูนนับไม่ถ้วนในหมวดหมู่อนิเมะอาหารไปแล้วชัดๆ!

เวลาการ์ตูนเรื่องอื่นอัปเดต แฟนคลับก็จะคอมเมนต์ประมาณว่า 'เย้! อัปตอนใหม่แล้ว! สนุกมาก! ชอบสุดๆ!'

แต่พอการ์ตูนของสวี่โจวอัปเดต แฟนคลับกลับเมนต์ว่า 'ฉันเทเรื่องอื่นหมดแล้ว ขอมาดูหน่อยเถอะว่านายจะวาดอะไรหลุดโลกออกมาอีก!'

แค่เลื่อนดูคอมเมนต์ใต้เรื่องแบบผ่านๆ ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายคาวเลือดที่สาดกระเซ็นไปทั่ว

[ไอ้นักเขียนหน้าหมา วันนี้ทำไมไม่อัปตอนใหม่! ครึ่งหลังของตอนที่สามล่ะ! ฉันยังรอทึ่งกับเมนูสุดกาวของแกอยู่นะโว้ย!]

[แกคีพคาร์สไตล์นี้ต่อไปเลยนะ! ทุกวันนี้แค่ได้เข้ามาอ่านคอมเมนต์ในอนิเมะอาหารของแก ฉันก็บันเทิงใจสุดๆ แล้ว ตามเรื่องโปรดยังไม่เกาะติดขอบจอขนาดนี้เลย]

[เดี๋ยวนะ ฉันนี่แหละหน่วยกล้าตาย ฉันเคยเห็นสองเมนูนี้ในร้านอาหารที่เมืองซงหนานมากับตาจริงๆ]

[เมนต์บน แกกะจะปั่นให้ฉันขำใช่มั้ย? ชาเลนจ์กลั้นขำหรือไงเนี่ย]

พอเห็นประเด็นร้อนแรงพวกนี้ ชิงซานเองก็ลังเลอยู่หลายวันว่าจะเซ็นสัญญากับการ์ตูนเรื่องนี้ดีไหม

แต่ตัวเลขยอดวิวมันพุ่งปรี๊ดจนเกินต้าน

สุดท้ายก็เลยต้องยอมกัดฟันเซ็นสัญญาไป

โทรศัพท์มือถือสั่นครืด มีข้อความตอบกลับมาจากอีกฝั่ง

[สวี่โจว: ใช่ครับ หลังจากนี้ก็น่าจะเป็นสไตล์นี้ไปตลอดเลย]

[สวี่โจว: วางใจได้เลย เมนูอาหารของผมอิงตามหลักความสมจริงสุดๆ]

สวี่โจวนึกถึงอาหารสองสามเมนูที่ตัวเองเพิ่งจะลงมือทำไปหมาดๆ แล้วก็พยักหน้าหงึกๆ ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม 'สมจริงที่ไหนกันล่ะ นี่มันถอดแบบออกมาเป๊ะๆ เลยต่างหาก!'

[ชิงซาน: ......สมจริง?]

[ชิงซาน: คุณหมายถึงลูกค้าที่ได้กินอาหารอร่อยๆ แล้วจะหน้าแดงซ่านน่ะเหรอ? หรือหมายถึงอาหารของคุณมันมีแสงพุ่งออกมาได้?]

[สวี่โจว: ไว้คราวหน้าถ้ามีโอกาสมาเมืองซงหนาน เดี๋ยวผมเลี้ยงข้าวคุณเอง!]

หลังจากตอบข้อความของบก. เสร็จ สวี่โจวก็หันไปเช็กสถิติของการ์ตูน 'ยอดนักปรุงโซมะ' ของตัวเองอีกครั้ง

"ยอดเฟฟเพิ่มขึ้นเป็นสองร้อยแล้ว"

"คอมเมนต์พุ่งไปถึงสามร้อยห้าสิบ"

พอเหลือบไปมองช่องคอมเมนต์ ก็เห็นแต่คนเข้ามาเร่งให้เขารีบเข็นเมนูอาหารแห่งความมืดจานต่อไปออกมาไวๆ

[แค่ไข่ต้มแช่แข็งของแกก็ดูเบียวสุดโต่งแล้ว ตอนนี้ฉันตั้งตารอเมนูต่อไปไม่ไหวแล้ว รีบๆ วาดเลยนะเว้ย!]

[ลาใช้แรงงานยังไม่กล้าอู้เบอร์นี้เลย!]

สวี่โจวเห็นพวกนี้เข้ามาโจมตีว่าข้าวคลุกไข่แปลงร่างเป็นอาหารแห่งความมืด เขาก็อดรนทนไม่ไหว ต้องพิมพ์ตอบกลับไปรัวๆ

[อาหารแห่งความมืดอะไรกัน อย่ามาพูดจาซี้ซั้วนะ! ฉันมันสายสมจริงโว้ย!]

คนที่เห็นข้อความนี้คือ หลิวเทา พนักงานออฟฟิศของบริษัทแห่งหนึ่ง

หลิวเทาในตอนนี้กำลังนั่งโซ้ยข้าวกล่องช่วงโอที เดิมทีก็แค่อยากจะหาการ์ตูนอ่านคลายเครียดตอนกินข้าว แต่ใครจะไปคิดว่าแค่ทิ้งคอมเมนต์ไว้ประโยคเดียว กลับโดนนักเขียนสวนกลับมาหน้าหงาย

พอเขาเห็นเนื้อหาที่สวี่โจวตอบกลับมา ก็ถึงกับหัวเราะหึๆ ด้วยความโมโห

"ปากแข็งนักนะ"

"สายสมจริง? อย่ามาทำให้ขำหน่อยเลย"

ความหงุดหงิดจากการโดนสั่งทำโอทีปะทุขึ้นมาทันที ทำให้ความปากแจ๋วเข้าครอบงำ

หลิวเทากดเข้าไปที่รูปโปรไฟล์ของสวี่โจว แล้วใช้แอคเคานต์แฟนคลับการ์ตูนรัวข้อความแชตส่วนตัวส่งไปเป็นชุด

[หลิวเทา: เกิดมาจนป่านนี้ฉันยังไม่เคยเห็นอาหารเมนูนี้เลย! ฉันดูอนิเมะอาหารมาก็ตั้งเยอะ!]

[หลิวเทา: แกบอกมาสิ สายสมจริงงั้นเรอะ แกไปเอาความสมจริงมาจากร้านห่วยแตกร้านไหน! ทำไมคนเมืองซงหนานที่เป็นถึงเมืองหลวงแห่งอาหารอย่างฉันถึงไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน!]

[หลิวเทา: ตอบมาสิวะ!]

[หลิวเทา: ยังจะมาปากแข็งอีก! ในบรรดานักเขียนการ์ตูนอาหาร แกนี่มันปากแจ๋วที่สุดแล้ว ถ้ามันมีอาหารเมนูนี้อยู่จริงๆ แล้วมันอร่อยเหาะขนาดนั้นล่ะก็ ฉันจะตั้งกระทู้ขอโทษแกต่อหน้าสาธารณชน แถมจะยอมเรียกแกว่่าพ่อเลยเอ้า!]

พอเห็นว่าฝั่งนักเขียนเงียบกริบไม่ยอมตอบ หลิวเทาก็แค่นเสียงหัวเราะเยาะ เตรียมจะกดลบการ์ตูนเรื่อง 'ยอดนักปรุงโซมะ' ออกจากชั้นหนังสือ

ทว่าในวินาทีนั้นเอง จุดแจ้งเตือนสีแดงเม็ดเล็กๆ ก็เด้งขึ้นมา

ในช่องแชตเมื่อครู่ สวี่โจวตอบกลับมาแล้ว

[สวี่โจว: (ส่งรูปภาพ/แชร์โลเคชัน) พรุ่งนี้เปิดร้านตอนสี่โมงเย็น อย่าบอกนะว่าแกไม่กล้ามา? ก็อย่างว่าแหละ ร้านนี้ราคามันค่อนข้างเอาเรื่องอยู่อะนะ]

หลิวเทา: "......"

เดี๋ยวนะ นี่แกเอาจริงดิ?

วันต่อมา สวี่โจวนอนหลับยาวรวดเดียวจนถึงเที่ยง

หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ เขาก็กินข้าวไปสองสามคำอย่างชิลๆ แล้วเตรียมตัวเปิดร้าน

เขากดส่งข้อความไปหาสวีข่ายกับเจ้าแว่น ลูกค้าวีไอพีทั้งสองคนของตัวเอง ก่อนจะเดินตรงดิ่งไปยังร้านอาหาร

พอเดินทอดน่องมาถึงหน้าร้าน ก็เห็นสวีข่ายกับไช่ไช่กำลังยืนรอด้วยสีหน้าตื่นเต้นและคาดหวังแบบสุดๆ

"เถ้าแก่! วันนี้ในที่สุดคุณก็ยอมเปิดร้านสักทีนะ!"

"เมื่อวานทำไมคุณไม่เปิดร้าน รู้ไหมว่าเมื่อวานผมใช้ชีวิตผ่านพ้นมาได้ยังไง!"

สวีข่ายทำหน้ามุ่ยราวกับวิญญาณอาฆาต ทันทีที่สวี่โจวไขกุญแจเปิดประตู เขาก็รีบรัวชื่อเมนูอาหารแบบไม่รอช้า

"เถ้าแก่ ผมเอาเมนูเนื้อย่างจำแลง ข้าวต้มหอยนางรมรวมมิตร แล้วก็... ข้าวคลุกไข่แปลงร่างมีไหม!"

"ถ้ามีข้าวคลุกไข่แปลงร่างด้วยล่ะก็ ขอสั่งมาที่นึงเลย!"

"ข้าวคลุกไข่ของคุณ ทำเอาผมหิวจนจะบ้าตายอยู่แล้ว!"

จบบทที่ บทที่ 16 ฉันมันสายสมจริง

คัดลอกลิงก์แล้ว