- หน้าแรก
- เคยเห็นอาหารเรืองแสงหรือไง ถึงกล้าวาดมังงะอาหารเนี่ย
- บทที่ 16 ฉันมันสายสมจริง
บทที่ 16 ฉันมันสายสมจริง
บทที่ 16 ฉันมันสายสมจริง
ตอนที่สวี่โจวกินข้าวเสร็จและเตรียมตัวจะกลับ ซูเหวินยังคงเก็บคำวิจารณ์เมื่อครู่นี้มาคิดเล็กคิดน้อยไม่หาย
พอเห็นเขาจะไป ก็รีบคว้าของที่ระลึกชิ้นเล็กๆ ของร้านวิ่งตามมา นัยน์ตาแฝงแววซักไซ้
"ในเมื่อเป็นคนในวงการเดียวกัน งั้นผมคิดว่าผมเองก็ควรจะไปชิมอาหารที่ร้านของคุณบ้างเหมือนกันครับ"
"เมื่อกี้พวกคุณบอกว่า ซุปจานนี้สู้ข้าวต้มหอยนางรมรวมมิตรที่ร้านของคุณไม่ได้ไม่ใช่เหรอครับ"
"ไม่ทราบว่าร้านของคุณชื่ออะไรเหรอครับ"
ซูเหวินยื่นบิลค่าอาหารใบใหม่มาให้ "อ้อ จริงสิ ซุปหิมะละลายถ้วยนั้นผมเคลียร์บิลให้ฟรีแล้วนะครับ ส่วนนี่คือของขวัญเล็กๆ น้อยๆ จากทางเราครับ"
"เกรงใจจังเลยครับ"
สวี่โจวก้มมองของที่ระลึกที่อีกฝ่ายหิ้วมาให้ มันเป็นของประดับชิ้นเล็กๆ ที่ทำออกมาได้ประณีตมาก พอเห็นแววตาที่ไม่ยอมแพ้ของซูเหวิน เขาก็ได้แต่ยิ้มบางๆ
"ร้านผมเป็นแค่ร้านระดับศูนย์ดาวน่ะครับ ชื่อว่าอิซากายะอี้โจว อยู่ไม่ไกลจากที่นี่หรอก แค่ถนนเส้นถัดไปนี่เอง"
"ร้านศูนย์ดาวงั้นเหรอครับ" ซูเหวินเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
"ใช่ครับ"
"......"
ซูเหวินหยิบมือถือขึ้นมาเสิร์ชชื่อ 'อิซากายะอี้โจว' ผลลัพธ์ที่โชว์หราขึ้นมาคือศูนย์ดาว
พอเห็นคำว่าศูนย์ดาว คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันแน่น ก่อนจะลองเปิดแอปพลิเคชันอื่นอีกสองแอปเพื่อค้นหาคะแนนรีวิวของร้าน
ร้านศูนย์ดาวเนี่ยนะ... หรือว่าในหมู่ชาวบ้านธรรมดาจะมีปรมาจารย์ซ่อนตัวอยู่จริงๆ?
แต่พอเห็นคะแนนของอิซากายะอี้โจวบนสองแอปนั้น แอปหนึ่งได้สองจุดห้า อีกแอปได้แค่หนึ่งจุดเก้า มุมปากของเขาก็กระตุกยิกๆ
พอกวาดตามองคอมเมนต์ด่าทอที่สาดเสียเทเสียเป็นสายน้ำ นัยน์ตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาและขอไปทีในชั่วพริบตา
"โอเคครับ ขอบคุณสำหรับคำชี้แนะ"
อุตส่าห์นึกว่าเจอคนเก่งในวงการเดียวกันซะอีก ที่แท้ก็แค่เด็กเมื่อวานซืนที่ชอบทำตัวอวดดีนี่เอง
…
ระหว่างทางเดินกลับหลังจากกินข้าวเสร็จ พ่อกับแม่ของเขายังคงโอดครวญเสียดายเงินค่าอาหารมื้อเมื่อกี้ไม่หาย
จนกระทั่งใกล้จะถึงบ้าน ทั้งสองคนถึงเพิ่งจะนึกขึ้นได้และเอ่ยชมออกมา
"ลูกเอ๊ย ข้าวต้มของลูกน่ะ อร่อยกว่าที่รองหัวหน้าเชฟร้านแปดดาวนั่นทำอีกนะ!"
"มิน่าล่ะ ลูกถึงกล้าขายตั้งชามละหกร้อยหกสิบ!"
"ก็ใช่น่ะสิ ลูกชายเราต้องเป็นอัจฉริยะด้านการทำอาหารแน่ๆ!"
"แม่ว่ารองหัวหน้าเชฟคนเมื่อกี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยยอมรับเท่าไหร่ แถมยังดูถูกลูกเราด้วย!"
"นั่นเป็นเพราะเขายังไม่เคยซดข้าวต้มหอยนางรมรวมมิตรของลูกเราต่างหาก ถ้าได้ลองชิมสักคำ รับรองว่าไม่กล้าทำตัวกร่างแบบนี้หรอก!"
สวี่อี้กับจางอิงหงผลัดกันพูดคนละประโยค พลางตบไหล่สวี่โจวแปะๆ ด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ
บรรยากาศตลอดทางกลับบ้านชื่นมื่นสุดๆ
พอถึงบ้าน สวี่โจวก็เปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมา ทันทีที่ล็อกอินเข้าสู่ระบบหลังบ้านของนักเขียน เขาก็ได้รับข้อความแจ้งเตือนเรื่องการเซ็นสัญญา
[ขอแสดงความยินดีด้วย ผลงานเรื่อง 'ยอดนักปรุงโซมะ' ของคุณผ่านการพิจารณาเซ็นสัญญาแล้ว เพื่อความสะดวกในการติดต่อสื่อสาร กรุณาแอด QQ ของ บก. ชิงซานให้เร็วที่สุด...]
"ผ่านพิจารณาเซ็นสัญญาแล้วเหรอ"
แววตาของสวี่โจวฉายประกายเซอร์ไพรส์ขึ้นมาทันที "เพิ่งจะลงไปแค่ตอนที่สองก็ผ่านแล้วเนี่ยนะ"
หลังจากที่เขาแอด QQ ของชิงซานไป อีกฝ่ายก็ตอบกลับข้อความมาอย่างรวดเร็ว
[ชิงซาน: ยอดวิวอนิเมะอาหารเรื่องนี้ของคุณดีมากเลยนะ แต่ติดตรงที่มีประเด็นถกเถียงกันค่อนข้างเยอะ]
[ชิงซาน: ขออนุญาตเสียมารยาทถามหน่อยนะครับ เมนูอาหารในตอนต่อๆ ไปของคุณ จะเป็นสไตล์... เมนูออริจินัลแบบนี้หมดเลยหรือเปล่าครับ?]
ตอนที่พิมพ์ข้อความนี้ส่งมา ชิงซานแทบจะหัวล้านเพราะความเครียดอยู่แล้ว
นี่มันมากกว่าคำว่าประเด็นถกเถียงไปไกลแล้ว!
นี่มันกลายเป็นจุดสนใจของเหล่านักอ่านการ์ตูนนับไม่ถ้วนในหมวดหมู่อนิเมะอาหารไปแล้วชัดๆ!
เวลาการ์ตูนเรื่องอื่นอัปเดต แฟนคลับก็จะคอมเมนต์ประมาณว่า 'เย้! อัปตอนใหม่แล้ว! สนุกมาก! ชอบสุดๆ!'
แต่พอการ์ตูนของสวี่โจวอัปเดต แฟนคลับกลับเมนต์ว่า 'ฉันเทเรื่องอื่นหมดแล้ว ขอมาดูหน่อยเถอะว่านายจะวาดอะไรหลุดโลกออกมาอีก!'
แค่เลื่อนดูคอมเมนต์ใต้เรื่องแบบผ่านๆ ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายคาวเลือดที่สาดกระเซ็นไปทั่ว
[ไอ้นักเขียนหน้าหมา วันนี้ทำไมไม่อัปตอนใหม่! ครึ่งหลังของตอนที่สามล่ะ! ฉันยังรอทึ่งกับเมนูสุดกาวของแกอยู่นะโว้ย!]
[แกคีพคาร์สไตล์นี้ต่อไปเลยนะ! ทุกวันนี้แค่ได้เข้ามาอ่านคอมเมนต์ในอนิเมะอาหารของแก ฉันก็บันเทิงใจสุดๆ แล้ว ตามเรื่องโปรดยังไม่เกาะติดขอบจอขนาดนี้เลย]
[เดี๋ยวนะ ฉันนี่แหละหน่วยกล้าตาย ฉันเคยเห็นสองเมนูนี้ในร้านอาหารที่เมืองซงหนานมากับตาจริงๆ]
[เมนต์บน แกกะจะปั่นให้ฉันขำใช่มั้ย? ชาเลนจ์กลั้นขำหรือไงเนี่ย]
…
พอเห็นประเด็นร้อนแรงพวกนี้ ชิงซานเองก็ลังเลอยู่หลายวันว่าจะเซ็นสัญญากับการ์ตูนเรื่องนี้ดีไหม
แต่ตัวเลขยอดวิวมันพุ่งปรี๊ดจนเกินต้าน
สุดท้ายก็เลยต้องยอมกัดฟันเซ็นสัญญาไป
โทรศัพท์มือถือสั่นครืด มีข้อความตอบกลับมาจากอีกฝั่ง
[สวี่โจว: ใช่ครับ หลังจากนี้ก็น่าจะเป็นสไตล์นี้ไปตลอดเลย]
[สวี่โจว: วางใจได้เลย เมนูอาหารของผมอิงตามหลักความสมจริงสุดๆ]
สวี่โจวนึกถึงอาหารสองสามเมนูที่ตัวเองเพิ่งจะลงมือทำไปหมาดๆ แล้วก็พยักหน้าหงึกๆ ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม 'สมจริงที่ไหนกันล่ะ นี่มันถอดแบบออกมาเป๊ะๆ เลยต่างหาก!'
[ชิงซาน: ......สมจริง?]
[ชิงซาน: คุณหมายถึงลูกค้าที่ได้กินอาหารอร่อยๆ แล้วจะหน้าแดงซ่านน่ะเหรอ? หรือหมายถึงอาหารของคุณมันมีแสงพุ่งออกมาได้?]
[สวี่โจว: ไว้คราวหน้าถ้ามีโอกาสมาเมืองซงหนาน เดี๋ยวผมเลี้ยงข้าวคุณเอง!]
หลังจากตอบข้อความของบก. เสร็จ สวี่โจวก็หันไปเช็กสถิติของการ์ตูน 'ยอดนักปรุงโซมะ' ของตัวเองอีกครั้ง
"ยอดเฟฟเพิ่มขึ้นเป็นสองร้อยแล้ว"
"คอมเมนต์พุ่งไปถึงสามร้อยห้าสิบ"
พอเหลือบไปมองช่องคอมเมนต์ ก็เห็นแต่คนเข้ามาเร่งให้เขารีบเข็นเมนูอาหารแห่งความมืดจานต่อไปออกมาไวๆ
[แค่ไข่ต้มแช่แข็งของแกก็ดูเบียวสุดโต่งแล้ว ตอนนี้ฉันตั้งตารอเมนูต่อไปไม่ไหวแล้ว รีบๆ วาดเลยนะเว้ย!]
[ลาใช้แรงงานยังไม่กล้าอู้เบอร์นี้เลย!]
สวี่โจวเห็นพวกนี้เข้ามาโจมตีว่าข้าวคลุกไข่แปลงร่างเป็นอาหารแห่งความมืด เขาก็อดรนทนไม่ไหว ต้องพิมพ์ตอบกลับไปรัวๆ
[อาหารแห่งความมืดอะไรกัน อย่ามาพูดจาซี้ซั้วนะ! ฉันมันสายสมจริงโว้ย!]
คนที่เห็นข้อความนี้คือ หลิวเทา พนักงานออฟฟิศของบริษัทแห่งหนึ่ง
หลิวเทาในตอนนี้กำลังนั่งโซ้ยข้าวกล่องช่วงโอที เดิมทีก็แค่อยากจะหาการ์ตูนอ่านคลายเครียดตอนกินข้าว แต่ใครจะไปคิดว่าแค่ทิ้งคอมเมนต์ไว้ประโยคเดียว กลับโดนนักเขียนสวนกลับมาหน้าหงาย
พอเขาเห็นเนื้อหาที่สวี่โจวตอบกลับมา ก็ถึงกับหัวเราะหึๆ ด้วยความโมโห
"ปากแข็งนักนะ"
"สายสมจริง? อย่ามาทำให้ขำหน่อยเลย"
ความหงุดหงิดจากการโดนสั่งทำโอทีปะทุขึ้นมาทันที ทำให้ความปากแจ๋วเข้าครอบงำ
หลิวเทากดเข้าไปที่รูปโปรไฟล์ของสวี่โจว แล้วใช้แอคเคานต์แฟนคลับการ์ตูนรัวข้อความแชตส่วนตัวส่งไปเป็นชุด
[หลิวเทา: เกิดมาจนป่านนี้ฉันยังไม่เคยเห็นอาหารเมนูนี้เลย! ฉันดูอนิเมะอาหารมาก็ตั้งเยอะ!]
[หลิวเทา: แกบอกมาสิ สายสมจริงงั้นเรอะ แกไปเอาความสมจริงมาจากร้านห่วยแตกร้านไหน! ทำไมคนเมืองซงหนานที่เป็นถึงเมืองหลวงแห่งอาหารอย่างฉันถึงไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน!]
[หลิวเทา: ตอบมาสิวะ!]
[หลิวเทา: ยังจะมาปากแข็งอีก! ในบรรดานักเขียนการ์ตูนอาหาร แกนี่มันปากแจ๋วที่สุดแล้ว ถ้ามันมีอาหารเมนูนี้อยู่จริงๆ แล้วมันอร่อยเหาะขนาดนั้นล่ะก็ ฉันจะตั้งกระทู้ขอโทษแกต่อหน้าสาธารณชน แถมจะยอมเรียกแกว่่าพ่อเลยเอ้า!]
พอเห็นว่าฝั่งนักเขียนเงียบกริบไม่ยอมตอบ หลิวเทาก็แค่นเสียงหัวเราะเยาะ เตรียมจะกดลบการ์ตูนเรื่อง 'ยอดนักปรุงโซมะ' ออกจากชั้นหนังสือ
ทว่าในวินาทีนั้นเอง จุดแจ้งเตือนสีแดงเม็ดเล็กๆ ก็เด้งขึ้นมา
ในช่องแชตเมื่อครู่ สวี่โจวตอบกลับมาแล้ว
[สวี่โจว: (ส่งรูปภาพ/แชร์โลเคชัน) พรุ่งนี้เปิดร้านตอนสี่โมงเย็น อย่าบอกนะว่าแกไม่กล้ามา? ก็อย่างว่าแหละ ร้านนี้ราคามันค่อนข้างเอาเรื่องอยู่อะนะ]
หลิวเทา: "......"
เดี๋ยวนะ นี่แกเอาจริงดิ?
…
วันต่อมา สวี่โจวนอนหลับยาวรวดเดียวจนถึงเที่ยง
หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ เขาก็กินข้าวไปสองสามคำอย่างชิลๆ แล้วเตรียมตัวเปิดร้าน
เขากดส่งข้อความไปหาสวีข่ายกับเจ้าแว่น ลูกค้าวีไอพีทั้งสองคนของตัวเอง ก่อนจะเดินตรงดิ่งไปยังร้านอาหาร
พอเดินทอดน่องมาถึงหน้าร้าน ก็เห็นสวีข่ายกับไช่ไช่กำลังยืนรอด้วยสีหน้าตื่นเต้นและคาดหวังแบบสุดๆ
"เถ้าแก่! วันนี้ในที่สุดคุณก็ยอมเปิดร้านสักทีนะ!"
"เมื่อวานทำไมคุณไม่เปิดร้าน รู้ไหมว่าเมื่อวานผมใช้ชีวิตผ่านพ้นมาได้ยังไง!"
สวีข่ายทำหน้ามุ่ยราวกับวิญญาณอาฆาต ทันทีที่สวี่โจวไขกุญแจเปิดประตู เขาก็รีบรัวชื่อเมนูอาหารแบบไม่รอช้า
"เถ้าแก่ ผมเอาเมนูเนื้อย่างจำแลง ข้าวต้มหอยนางรมรวมมิตร แล้วก็... ข้าวคลุกไข่แปลงร่างมีไหม!"
"ถ้ามีข้าวคลุกไข่แปลงร่างด้วยล่ะก็ ขอสั่งมาที่นึงเลย!"
"ข้าวคลุกไข่ของคุณ ทำเอาผมหิวจนจะบ้าตายอยู่แล้ว!"