- หน้าแรก
- เคยเห็นอาหารเรืองแสงหรือไง ถึงกล้าวาดมังงะอาหารเนี่ย
- บทที่ 15 แบบนี้มันไม่อร่อยเท่าที่ลูกทำนี่นา!
บทที่ 15 แบบนี้มันไม่อร่อยเท่าที่ลูกทำนี่นา!
บทที่ 15 แบบนี้มันไม่อร่อยเท่าที่ลูกทำนี่นา!
สวี่โจวเดินทางมายังร้านตำรับอาหารชาววังซูชิด้วยความคาดหวังเต็มเปี่ยม
พอมาถึงหน้าร้าน เขาก็ต้องตะลึงกับจำนวนคนที่ยืนต่อคิวและความหรูหราหมาเห่าของร้านอาหารแห่งนี้
แม้แต่โซนรอคิวยังตกแต่งซะอลังการงานสร้าง มองแวบเดียวก็ได้กลิ่นเงินลอยเตะจมูก แค่เห็นรูปทรงโซฟาที่บิดเกลียวแปลกตาก็สัมผัสได้ถึงความแพงระยับแล้ว
“ลูกเอ๊ย ลูกอุตส่าห์หาเงินมาได้ตั้งยากตั้งเย็น เราจะมากินกันที่นี่จริงๆ เหรอ...”
“แม่ว่าเราเปลี่ยนร้านกันดีไหม”
จางอิงหงมองดูผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมาซึ่งล้วนแต่แต่งตัวภูมิฐานเต็มยศ พอก้มมองเสื้อยืดตัวโคร่งบนร่างตัวเอง เธอก็รู้สึกประหม่าขึ้นมานิดๆ
“แม่ครับ คิดซะว่าผมมาวิจัยตลาดก็แล้วกัน” สวี่โจวเดินไปหยิบเมนูที่หน้าเคาน์เตอร์ จากนั้นก็เอาปากกาติ๊กสั่งเมนูชื่อดังของร้านมาจนหมด
พนักงานเสิร์ฟที่ตาไวรีบเดินเข้ามาหา พอเห็นเมนูที่พวกเขาสั่งก็เอ่ยขึ้น
“ซุปเมฆาหิมะที่สั่งไป ปริมาณหนึ่งที่ทานได้แค่คนเดียวนะครับ”
“แพงขนาดนี้เชียว!” จางอิงหงเห็นราคาซุปเมฆาหิมะที่ปาเข้าไปถึง 2,888 หยวนต่อที่ ก็ถึงกับปวดใจหนึบ
แต่สวี่โจวกลับติ๊กสั่งไปสามที่รวดอย่างไม่ลังเล แถมยังสั่งซุปหิมะละลายมาอีกสามที่ แล้วก็กวาดสั่งเมนูที่เคยเห็นในอนิเมะอาหารมาก่อนหน้านี้จนเกลี้ยง
ราคาเฉลี่ยของอาหารแต่ละจานปาเข้าไปห้าพันกว่าหยวนทั้งนั้น
แพงหูฉี่สุดๆ
แต่ถึงอย่างนั้นคนก็ยังหลั่งไหลกันมาไม่ขาดสาย
สวี่โจวอดไม่ได้ที่จะพึมพำกับตัวเอง “ที่นี่ ประชาชนบ้านเรารวยกันขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย”
ดูเหมือนว่าสภาพเศรษฐกิจในโลกคู่ขนานใบนี้จะแข็งแกร่งกว่ามากจริงๆ ทั้งประเทศให้ความรู้สึกเจริญรุ่งเรืองสุดขีด
…
รอคิวไม่นานก็ได้โต๊ะ
เนื่องจากพวกเขาสั่งอาหารไปเยอะมาก รองหัวหน้าเชฟจึงลงมาเสิร์ฟด้วยตัวเอง เขาอยู่ในชุดเชฟสีขาวสะอาดตา และเริ่มบรรยายสรรพคุณน้ำไหลไฟดับตั้งแต่ยกอาหารจานแรกมาเสิร์ฟ
“ซุปเมฆาหิมะชามนี้ วัตถุดิบหลักคือไข่ไก่กับเนื้อไก่ครับ เนื้อไก่ของเราคัดสรรมาจากไก่บ้านที่เลี้ยงแบบปล่อยตามธรรมชาติบนภูเขาของทางร้านเราเอง เนื้อแต่ละชิ้นจะเลือกเฉพาะส่วนที่นุ่มที่สุด เลาะพังผืดออกจนหมด แล้วนำมาสับจนละเอียดเป็นเนื้อครีม...”
“อย่ามองว่ามันเป็นแค่ปริมาณที่เล็กน้อยนะครับ แต่ด้วยราคาเพียง 2,888 หยวน ถือว่าไม่แพงเลยครับ”
“มองแวบแรกจะดูคล้ายกับก้อนเมฆสีขาวบริสุทธิ์ที่ลอยล่องอยู่กลางทะเลสาบที่ใสจนเห็นก้นบึ้ง ซึ่งนี่ก็คือที่มาของชื่อซุปเมฆาหิมะนั่นเองครับ”
สวี่โจวมองปราดเดียว ก็ยกชามซุปขึ้นมาซดอึกๆ รวดเดียวหมดเกลี้ยง เขาเคี้ยวหยับๆ พลางนึกในใจ ‘นี่มันก็แค่เต้าฮวยไก่ไม่ใช่รึไง!’
ก็แค่จัดจานให้ดูดีมีชาติตระกูล ใส่เนื้อไก่น้อยลงหน่อย แล้วก็เติมวัตถุดิบอื่นลงไปนิดๆ หน่อยๆ แต่วิธีทำโดยรวมก็คล้ายๆ กับเต้าฮวยไก่นั่นแหละ
แค่คำเดียวเนี่ยนะ สองพันแปดร้อยแปดสิบแปด!
แต่รสชาติก็ถือว่าไม่เลวเลยแหละ
จัดจานก็สวย ได้ฟีลอาหารชาววังอยู่นะ
แม้ในใจจะแอบค่อนขอด แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป
อาหารอีกหลายจานที่ทยอยนำมาเสิร์ฟ ล้วนให้ความรู้สึกคุ้นตาสวี่โจวไปซะหมด ขณะที่รองหัวหน้าเชฟก็ยังคงพ่นน้ำลายโอ้อวดไม่หยุด
“นี่คือเมนูร้อยปักษาพันร้อยรัดถ้วยหยกครับ ใช้ไข่ไก่และเนื้อสัตว์อีกกว่าสิบชนิด นำมาผสมผสานจนกลายเป็นเส้นสายหลากสีสัน รังสรรค์ออกมาเป็นภาพวาดทิวทัศน์ภูเขาสายน้ำ...”
‘นี่มันก็ไข่เจียวหั่นฝอยไม่ใช่เหรอ กินเข้าไปส่วนใหญ่ก็มีแต่รสไข่เจียวหั่นฝอยนี่หว่า’ สวี่โจวคิดในใจ
“ส่วนจานนี้คือเมนูใจน้ำแข็งกาน้ำหยกประทับจันทร์ใสครับ เมนูนี้สามารถเบ่งบานเป็นดอกไม้ได้จากในกาน้ำชา ดั่งใจน้ำแข็งที่บริสุทธิ์ผุดผ่องในกาน้ำหยก และเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของร้านเราเลยล่ะครับ...”
‘ไอ้ที่อยู่ข้างในนี้มันก็แค่เต้าหู้ที่เอามาหั่นเป็นรูปดอกไม้ไม่ใช่เหรอ เมนูแบบนี้กล้าตั้งราคาแปดพันแปดเลยเนี่ยนะ ต้นทุนมันไม่กี่หยวนเองไม่ใช่เรอะ!’
สวี่โจวลอบเดาะลิ้นในใจ เขาชะโงกหน้าไปมองนิดหน่อย ในกาน้ำหยกแสนสวยมีดอกเบญจมาศที่ถูกหั่นมาอย่างประณีตบานสะพรั่งอยู่
เมื่อน้ำซุปเดือดพล่าน ดอกเบญจมาศเต้าหู้ที่อยู่ด้านในก็จะพลิ้วไหวและเบ่งบาน
ยอมรับเลยว่าสวยงามจริงๆ
อาหารทุกจานล้วนหน้าตาสวยงาม รสชาติก็ใช้ได้ ติดตรงที่ปริมาณน้อยไปหน่อย ซุปราคาตั้งสองพันแปด ซดแค่สองอึกก็หมดซะแล้ว
รสชาติหลักๆ จะเน้นไปที่ความกลมกล่อมหอมหวาน แถมยังประณีตบรรจง
ถ้ามองจากจุดนี้ ร้านนี้ก็ถือว่าดีเยี่ยมเลยล่ะ
ถ้าไม่ติดเรื่องราคาน่ะนะ...
…
หลังจากยัดทะนานไปได้ไม่กี่คำ ก็มาถึงอาหารจานสุดท้าย
เห็นได้ชัดว่าอาหารจานนี้เป็นเมนูชูโรงของร้านตำรับอาหารชาววังซูชิ และแน่นอนว่าเป็นเมนูที่เจียงเหวิน รองหัวหน้าเชฟที่ยืนอยู่ตรงหน้าภูมิใจนำเสนอสุดๆ
ตอนที่ยกเมนูนี้มาเสิร์ฟ พอเห็นว่ามันเป็นแค่ถ้วยตุ๋นใบจิ๋ว สีหน้าของจางอิงหงกับสวี่อี้ที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็เริ่มดูไม่ค่อยจืดนัก
แค่เนี่ย ปาไปตั้งหลายพัน!
รองหัวหน้าเชฟที่ยืนอยู่ข้างๆ ยังคงเชิดหน้าแนะนำต่อไป
“ซุปหิมะละลายที่พวกคุณลูกค้าสั่งในวันนี้ เราใช้หอยนางรมทะเล น้ำซุปสต็อก และข้าวต้ม นำมาปั่นจนกลายเป็นข้าวต้มสีขาวคุณภาพระดับท็อปที่เนียนละเอียดราวกับเกล็ดหิมะ ไร้ซึ่งสัมผัสเป็นเม็ดๆ...”
“มองจากที่ไกลๆ จะเหมือนกับพระจันทร์เสี้ยวส่องแสงนวลตา พอมองใกล้ๆ ก็จะเหมือนกับหิมะขาวโพลน ผลงานชิ้นนี้ของเราแฝงไปด้วยสุนทรียภาพอย่างลึกซึ้งเลยล่ะครับ”
“ที่สำคัญคือย่อยง่ายมากๆ ครับ เราผสมผสานรสชาติของอาหารทะเลทุกชนิดลงไปในเนื้อข้าวต้ม คุณลูกค้าจะไม่ได้สัมผัสถึงเนื้อของอาหารทะเลเลย เพราะเนื้อทั้งหมดมันละลายอยู่ในข้าวต้มหมดแล้ว นี่คือเมนูที่ขายดีที่สุดของร้านเรา...”
ไม่ได้สัมผัสถึงเนื้อของอาหารทะเล?
งั้นฉันจะมากินข้าวต้มซีฟู้ดหาพระแสงอะไรล่ะ!
ตอนที่ได้ยินคำว่าหอยนางรม สวี่โจวก็ชะงักไปนิดหน่อย
หอยนางรมงั้นเหรอ ซุปหิมะละลายถ้วยนี้มันก็คือข้าวต้มหอยนางรมรวมมิตรเวอร์ชันยาจกไม่ใช่รึไง!
เขาฟังอีกฝ่ายโม้สรรพคุณความเทพของอาหารจานนี้ไปพลาง หางตาก็เหลือบไปเห็นว่าพ่อกับแม่ของตัวเองดูเหมือนจะยังไม่อิ่ม
ทั้งสองคนประคองถ้วยขึ้นมาซดอย่างระมัดระวัง พอกินไปหนึ่งคำก็เดาะลิ้นด้วยความงุนงง ก่อนจะเผลอยื่นหน้าเข้ามากระซิบ
“ลูกเอ๊ย ทำไมรสชาติมันคล้ายๆ กับเมนูใหม่ที่ลูกทำเลยล่ะ”
“นั่นสิ แต่ไม่อร่อยเท่าที่ลูกทำหรอกนะ”
สวี่อี้ซดไปอีกคำ คิ้วก็ขมวดเข้าหากันแน่น “พ่อว่าข้าวต้มหอยนางรมรวมมิตรที่ลูกขายยังอร่อยกว่าอีก”
“อร่อยกว่าแค่นิดเดียวที่ไหนกันล่ะ” จางอิงหงยังไม่อิ่มท้องเลยสักนิด พอคิดถึงราคาค่าตัวของมัน คิ้วก็ขมวดมุ่น
“อร่อยกว่านี้ตั้งเยอะต่างหาก!”
ซดไปหนึ่งคำ เมื่อเทียบกับข้าวต้มหอยนางรมรวมมิตรที่เคยกินก่อนหน้านี้ รสชาติถือว่าจืดชืดไปเลย
ถ้าไม่ได้รสชาติสุดแสนจะว้าวของข้าวต้มหอยนางรมรวมมิตรมาประทับอยู่ในใจก่อน อาหารจานนี้ก็อาจจะถือว่าเป็นเมนูที่อร่อยมากจานหนึ่งก็ได้
แต่พอได้กินข้าวต้มหอยนางรมรวมมิตรฝีมือสวี่โจวแล้ว สวี่อี้กับจางอิงหงต่างก็รู้สึกว่าซุปหิมะละลายถ้วยนี้รสชาติมันขาดๆ อะไรไปสักอย่าง
แต่ซุปหิมะละลายถ้วยนี้ จัดจานออกมาได้ประณีตมากทีเดียว มันถูกตักใส่ลงในชามกระเบื้องเคลือบใบเล็กสุดหรู
ใต้ชามกระเบื้องมีอุปกรณ์สำหรับอุ่นความร้อน ในชามมีควันลอยกรุ่น ดูราวกับแสงจันทร์ที่ถูกตักมาใส่ไว้ในชามจริงๆ
ดูไม่ออกเลยสักนิดว่ามันคือข้าวต้ม กลับเหมือนภาพวาดทิวทัศน์ภูเขาสายน้ำสีขาวที่มีการเว้นช่องว่างเอาไว้มากกว่า
หลังจากซดไปได้สองสามคำ ทั้งสองคนก็เหลือบไปมองราคา เล่นเอาเจ็บจี๊ดไปถึงขั้วหัวใจ
“ลูกเอ๊ย แม่ว่าอาหารมื้อนี้นะ... เอาเป็นว่าคราวหน้าถ้าจะกินข้าวต้มแบบนี้ ลูกต้มกินเองที่บ้านเถอะ”
สวี่โจวยังไม่ทันได้อ้าปากพูด ก็ได้ยินเสียงรองหัวหน้าเชฟเอ่ยถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยแน่ใจนัก
“คนในวงการเดียวกันเหรอครับ”
“ไม่ทราบว่ามีตรงไหนที่ไม่พอใจกับอาหารของทางร้านเราหรือเปล่าครับ”
เจียงเหวินก้าวขึ้นมาเป็นรองหัวหน้าเชฟตั้งแต่อายุยังน้อย แน่นอนว่าเขาย่อมมีความมั่นใจในฝีมือการทำอาหารของตัวเองทะลุปรอท
ตั้งแต่เมนูนี้กลายมาเป็นเมนูชูโรงของร้านตำรับอาหารชาววังซูชิ ก็แทบจะไม่เคยได้รับคำติชมในแง่ลบเลยสักครั้ง
ลูกค้าทุกคนที่แวะเวียนมาชิม ล้วนแต่ให้คะแนนเต็มร้อยกันทั้งนั้น
ทว่าตอนนี้กลับมีคำวิจารณ์แง่ลบโผล่มาเป็นครั้งแรก เรื่องนี้ทำเอาเขาเก็บไปคิดหนักเลยทีเดียว
“ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าคิดว่าซุปหิมะละลายของเรามีปัญหาตรงไหนเหรอครับ เป็นเพราะรู้สึกว่าไม่อร่อย หรือว่าเป็นแค่เรื่องราคาครับ”
“เอ่อ...” สวี่โจวอึกอักไปเล็กน้อย
ความเห็นที่อัดอั้นอยู่ในใจก่อนหน้านี้เขาก็ไม่ได้พูดออกไป คิดซะว่าวันนี้ตัวเองมาในฐานะลูกค้า เลยไม่อยากจะต่อความยาวสาวความยืดอะไร เขาคิดว่ารองหัวหน้าเชฟคนนี้คงกลัวเขาจะชักดาบไม่จ่ายเงิน เลยรีบพูดเสริมขึ้นมา
“ไม่เป็นไรครับ พวกเราไม่ได้จะขอคืนอาหารหรอกครับ เดี๋ยวพวกเราจ่ายเงินตามปกติเลยครับ”
“คุณลูกค้าอายุยังน้อย ไม่ทราบว่าทำงานเป็นเชฟอยู่ร้านอาหารระดับกี่ดาวเหรอครับ ได้เป็นหัวหน้าเชฟหรือยังครับ”
พอเจียงเหวินเห็นท่าทางเก้อเขินของสวี่โจว เขาก็ระบายยิ้มออกมาบางๆ ทว่าน้ำเสียงกลับแฝงไปด้วยความข่มขวัญอยู่หลายส่วน
“ทางเรายินดีต้อนรับการแลกเปลี่ยนอย่างเป็นมิตรจากคนในวงการเดียวกันเสมอครับ”
“ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าเรียนจบจากโรงเรียนสอนทำอาหารที่ไหนเหรอครับ ศึกษามาจากสายไหน”
คำถามเป็นชุดถูกรัวใส่ไม่ยั้ง
ส่วนสวี่โจวในตอนนี้น่ะเหรอ กำลังนั่งจ้องบิลค่าอาหารอยู่
มากันสามคน โดนฟาดไปแปดหมื่นแปด
ราคาไม่เบาเลยจริงๆ
เขาหันขวับไปมองลูกค้าโต๊ะข้างๆ ที่กำลังสวาปามอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย ในที่สุดก็ตระหนักได้ถึงความแตกต่างระหว่างร้านอาหารระดับแปดดาวกับร้านอาหารธรรมดาทั่วไป
และในที่สุดก็ได้ซึ้งถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจของประชาชนตาดำๆ ในโลกใบนี้เข้าอย่างจัง