- หน้าแรก
- เคยเห็นอาหารเรืองแสงหรือไง ถึงกล้าวาดมังงะอาหารเนี่ย
- บทที่ 12 หรือว่าลูกชายจะเป็นอัจฉริยะด้านการทำอาหาร?
บทที่ 12 หรือว่าลูกชายจะเป็นอัจฉริยะด้านการทำอาหาร?
บทที่ 12 หรือว่าลูกชายจะเป็นอัจฉริยะด้านการทำอาหาร?
พอกลับไปถึงบ้าน สวี่โจวก็ลองเลียบเคียงถามเรื่องระดับดาวของร้านอาหารดูสักหน่อย
และก็เป็นไปตามคาด พ่อกับแม่ของเขารู้เรื่องนี้อยู่แล้ว
ทว่าพวกท่านกลับไม่ได้ใส่ใจมันเลยสักนิด
สวี่อี้เกาหัวแกรกๆ พลางหันมามองลูกชาย “พ่อรู้แล้วล่ะลูก เพราะงั้นก่อนหน้านี้พ่อถึงได้กะว่าจะปิดร้านไปเลยไง”
“รสมือพ่อกับแม่ก็แค่นั้นแหละ จะไปสอบเลื่อนระดับกับเขาได้ยังไง ขืนเปิดต่อไปรสชาติก็งั้นๆ แถมเมนูก็มีให้เลือกน้อยลงเรื่อยๆ สุดท้ายก็คงไม่มีลูกค้าเข้าร้านอยู่ดี”
“ไม่เป็นไรหรอกลูก เดี๋ยวพ่อกับแม่ไปหางานทำเอาก็ได้ ไม่ต้องเป็นห่วงนะ”
สวี่อี้หัวเราะแหะๆ พลางเกาหัวต่อ “เดี๋ยวนี้กฎระเบียบของร้านอาหารมันเข้มงวดจะตายไป”
“อ้อ แล้วร้านนั้นน่ะเป็นที่ของป้าแกเอง เดี๋ยวตอนจะคืนร้านก็คงคุยกันไม่ยากหรอก...”
เห็นพ่อกับแม่มัวแต่บ่นพึมพำไม่หยุด สวี่โจวก็จัดการวางข้าวต้มหอยนางรมรวมมิตรที่หิ้วติดมือมาด้วยสองที่ลงบนโต๊ะทันที
“ผมหิ้วมาฝากครับ”
“อะไรเหรอ?”
“ข้าวต้มครับ”
สวี่โจวชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเสริมต่อว่า “ผมทำเองครับ เป็นเมนูที่ขายอยู่ในร้านตอนนี้แหละ”
พอได้ยินแบบนั้น ทั้งคู่ก็ทำสีหน้าปลื้มใจออกมาวูบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นลำบากใจแทน โดยเฉพาะจางอิงหงที่มองลูกชายด้วยแววตาเป็นห่วง
“ลูกชาย... จะเปลี่ยนเป็นร้านขายอาหารเช้าแม่ก็ไม่ว่าหรอกนะ แต่ถ้าทำร้านแบบนั้น ลูกจะตื่นเช้าไหวเหรอ?”
“ทำร้านอาหารเช้ามันเหนื่อยมากเลยนะลูก”
แค่คิดว่าลูกชายต้องถ่างตาตื่นขึ้นมาเตรียมของตั้งแต่กลางดึก เธอก็แทบจะทนดูไม่ได้แล้ว
จางอิงหงซดข้าวต้มเข้าไปคำหนึ่งด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในอก อย่างไรเสียก็นี่เป็นน้ำพักน้ำแรงที่ลูกชายตั้งใจทำให้กิน
ตอนแรกเธอก็กะจะซดไปงั้นๆ แต่ทันทีที่น้ำข้าวต้มไหลผ่านลำคอ ดวงตาก็พลันเบิกกว้างขึ้นมาทันที
รสหวานสดชื่นสุดขีดพุ่งจู่โจมประสาทสัมผัสของจางอิงหง จนเธอรู้สึกเหมือนหัวสมองดังอื้ออึงไปชั่วขณะ ในใจเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
นี่เป็นข้าวต้มที่ลูกชายเธอทำออกมาจริงๆ เหรอเนี่ย?
หรือว่าสวี่โจวจะเป็นอัจฉริยะด้านการทำอาหารตัวจริงเสียงจริง!
ทำไมมันถึงได้อร่อยเหาะขนาดนี้ล่ะ?
จางอิงหงยังคงมึนงงทว่ามือกลับบรรจงตักหอยนางรมเข้าปากอย่างระมัดระวัง วินาทีที่เนื้อหอยที่ดูวาววับนุ่มนิ่มและหวานฉ่ำสัมผัสกับลิ้น ร่างกายเธอก็สั่นสะท้านขึ้นมาทันที
“นี่มัน... รสชาตินี้มัน...”
“ลูกชาย นี่ลูกเป็นคนทำเองจริงๆ เหรอ?”
“ครับ”
สวี่โจวฉีกยิ้มกว้าง “ข้าวต้มหอยนางรมรวมมิตรชามนี้ขายราคาหกร้อยหกสิบหยวนเลยนะแม่ แม่ต้องกินให้หมดนะ”
ถึงแม้จะทะลุมิติมาอยู่ในโลกคู่ขนาน แต่ก็ยังโชคดีที่ได้มาอยู่ในร่างของตัวเองในโลกนี้ แถมพ่อกับแม่ตรงหน้าก็ยังเป็นพ่อแม่แท้ๆ ของเขาเหมือนเดิม
เพียงแต่กฎเกณฑ์เรื่องอาหารของโลกนี้มันช่างแตกต่างจากโลกเดิมอย่างสิ้นเชิง
พอได้ยินราคาหกร้อยหกสิบหยวน สวี่อี้กับจางอิงหงถึงกับอึ้งกิมกี่ไปตามๆ กัน
“เท่าไรนะ!?”
“หกร้อยหกสิบหยวน?”
“ลูกหมายความว่า อาหารร้านเราขายราคาหกร้อยหกสิบหยวนเนี่ยนะ?”
สวี่โจวพยักหน้ายืนยันอย่างมั่นใจ “ใช่ครับ แค่ต้นทุนวัตถุดิบก็ปาเข้าไปสี่ร้อยกว่าหยวนแล้ว ผมใช้แต่ของเกรดพรีเมียมทั้งนั้นเลยนะ”
พอได้ยินแบบนั้น จางอิงหงก็เริ่มรู้สึกนึกเสียดายขึ้นมาทันที เธอรีบตะแคงชามกรอกข้าวต้มที่เหลือเพียงน้อยนิดลงปากจนเกลี้ยงเกลา
“โอย... ถ้ารู้แบบนี้แม่จะค่อยๆ ละเลียดกินทีละนิด”
“ซดรวดเดียวหมดแบบนี้ ยังไม่ทันจะรู้รสเท่าไรก็หมดซะแล้ว”
สวี่โจวเห็นท่าทางของพ่อแม่แล้วก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ “ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยววันหลังผมหิ้วมาฝากอีก”
...
หลังจากกินมื้อค่ำเสร็จ สวี่โจวก็กลับเข้าห้องมาปั่นต้นฉบับการ์ตูนต่อ เขากะว่าสองวันนี้จะปั่นการ์ตูนออกมาให้ได้หลายๆ ตอนหน่อย
เนื้อหาช่วงครึ่งหลังของตอนที่สอง เกือบทั้งหมดจะเป็นโชว์เดี่ยวของพระเอกอย่าง ยูคิฮิระ โซมะ
ส่วนนางเอกอย่าง นาคิริ เอรินะ กลับไม่ได้มองว่าคนเปิดร้านอาหารห้องแถวเล็กๆ แบบพระเอกจะทำอาหารที่ได้มาตรฐานออกมาได้เลยสักนิด
ทว่าพระเอกกลับยกเมนูข้าวคลุกไข่แปลงร่างมาวางเสิร์ฟตรงหน้าพอดิบพอดี วินาทีที่นางเอกเห็นว่าเป็นแค่ข้าวคลุกไข่ธรรมดาๆ เธอก็แสดงสีหน้าผิดหวังออกมาทันที
“ต่อหน้าคนที่มีสิ่งที่เรียกว่า ลิ้นเทพเจ้าอย่างฉัน อาหารที่ถูกยกมาวางเสิร์ฟจะต้องเป็นอาหารชั้นสูงที่ครบถ้วนทั้งรูป รส และกลิ่นเท่านั้น”
“นี่แกกล้าเอาอาหารกุ๊ยบ้านนอกเหมือนอาหารหมาแบบนี้มาให้คนที่เติบโตท่ามกลางสรวงสวรรค์แห่งอาหารอย่างฉันกินงั้นเหรอ”
“การสอบจบลงเพียงเท่านี้”
นาคิริ เอรินะหมุนตัวเตรียมจะเดินจากไปทันที
...
สวี่โจวที่กำลังวาดถึงตรงนี้อดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำออกมา “ข้าวคลุกไข่มันผิดตรงไหนกันฮะ ถ้าเป็นข้าวคลุกไข่ตุ๋นเนื้อเนียน เหยาะโชยุกับน้ำมันงาลงไปหน่อยนะ หอมฉุยจนต้องขอเบิ้ลเลยล่ะ!”
“นี่เธอกล้าดูถูกข้าวคลุกไข่ตุ๋นงั้นเหรอ?”
บ่นเสร็จเขาก็ลงมือวาดต่ออย่างเมามัน
ในเวลาไม่นาน ยอดนักปรุงโซมะตอนที่สองก็ดำเนินมาถึงช่วงไคลแมกซ์
ในที่สุดพระเอกก็เตรียมจะเปิดเผยความลับสุดยอดของอาหารจานนี้ออกมาแล้ว
“ร่างที่แท้จริงของอาหารจานนี้ กำลังจะเผยออกมาให้เห็นต่อจากนี้ต่างหาก”
“เบิกตาดูให้ดีล่ะ คุณค่าที่แท้จริงของข้าวคลุกไข่ดิบน่ะ จะสำแดงฤทธิ์เดชออกมาได้ก็ต่อเมื่ออยู่บนข้าวสวยร้อนๆ เท่านั้น”
หลังจากที่พระเอกพูดจบ ใต้ชั้นไข่ที่ดูแสนจะธรรมดาก็เหมือนจะมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่
วินาทีที่โปะไข่ลงบนข้าวสวยร้อนจี๋ วุ้นจากปีกไก่ที่ซ่อนอยู่ในไข่ก็เริ่มละลายกลายเป็นน้ำซอสรสเข้มข้นด้วยความร้อนจากเม็ดข้าว แล้วไหลซึมเข้าไปห่อหุ้มเมล็ดข้าวทุกเมล็ดจนทั่ว
ทุกคำที่ตักกินเข้าไปจะสัมผัสได้ถึงรสชาติของปลาคัตสึโอะ ปีกไก่ และกลิ่นหอมหวนของเหล้าสาเกที่ผสมผสานอยู่ในน้ำซอสเนื้อวุ้น
และแน่นอนว่าอาหารจานนี้อยู่เหนือความคาดหมายของนางเอกไปไกลลิบ
ฉากสุดท้ายของตอนที่สองจบลงตรงที่คำพูดสุดมั่นของพระเอกที่ว่า “ใช่แล้วล่ะ ร้านผมมันก็แค่ร้านอาหารกุ๊ยข้างทาง”
“ส่วนเธอก็อยู่ในสังคมชั้นสูงแห่งอาหารอันเลิศหรูนั่นก็จริง แต่ถ้ามัวแต่นั่งอยู่บนที่สูงแล้วคอยดูถูกคนอื่นแบบนี้ล่ะก็ ไม่มีทางทำอาหารที่ดีออกมาได้หรอกนะ”
“อาหารของผมจะอร่อย หรือหมาไม่แดก เธอก็ลองพูดออกมาดูสิ”
ยูคิฮิระ โซมะยืนกอดอกพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
วาดมาถึงตรงนี้ สวี่โจวก็จัดการตัดจบตอนพอดิบพอดี ก่อนจะอัปโหลดเนื้อหาช่วงครึ่งหลังของตอนที่สองขึ้นระบบไปทันที
...
หลังจากอัปโหลดเสร็จ สวี่โจวก็ลองกวาดสายตาดูสูตรอาหารที่ตัวเองเพิ่งวาดไป พลางพินิจพิเคราะห์วัตถุดิบแต่ละอย่างแล้วก็อดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา
“ข้าวคลุกไข่แปลงร่างนี่ดูท่าจะต้นทุนสูงใช่เล่นเลยนะเนี่ย!”
“ทั้งปลาคัตสึโอะ ปีกไก่ ไข่ไก่ ข้าวสวย...”
“ราคาขายอาหารจานนี้ สงสัยจะพุ่งไปแตะระดับเดียวกับเมนูเนื้อย่างจำแลงแหงๆ”
บ่นไปพลางเขาก็เหลือบดูสถิติการ์ตูนของตัวเองไปพลาง
ดูเหมือนว่าช่วงสองวันนี้ยอดต่างๆ จะพุ่งทะยานเร็วกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยแฮะ
ทั้งยอดเข้าชมและยอดคนติดตามต่างก็ขยับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
[ยอดเข้าชม ยอดนักปรุงโซมะ : 250]
[ยอดคนติดตาม ยอดนักปรุงโซมะ : 100]
[ยอดคอมเมนต์ ยอดนักปรุงโซมะ : 130]
ดูเหมือนว่ายอดคอมเมนต์จะพุ่งนำโด่งไปไกลที่สุด โดยเฉพาะตรงส่วนที่มีสูตรอาหารโผล่มา มักจะมีคอมเมนต์โผล่มาให้พรึ่บพรั่บเสมอ
สวี่โจวขี้เกียจจะกดเข้าไปไล่อ่านคอมเมนต์พวกนั้น เพราะมันเยอะจนตาลาย เขาเลยเลือกที่จะเข้าไปดูพวกกระทู้ในบอร์ดการ์ตูนแทน
ทันใดนั้น โทรศัพท์ของสวี่โจวก็สั่นครืดคราดขึ้นมา
พอก้มลงมองดู
ที่แท้ก็เป็นข้อความวีแชตจากสวีข่ายนั่นเอง
[สวีข่าย: เถ้าแก่ครับ เมนูข้าวคลุกไข่ดิบนี่จะทำขายในร้านด้วยไหมครับ?]
[สวีข่าย: วันนี้เถ้าแก่เขียนจนผมหิวจนไส้กิ่วเลยเนี่ย...]
“หิวแล้วทำไมไม่ไปคอมเมนต์ในหน้าการ์ตูนล่ะฮะ ดันมาทักวีแชตหาฉันซะงั้น?”
สวี่โจวเหลือบมองแวบหนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าหมอนี่เป็นถึงสมาชิกระดับ VIP ของร้าน เลยยอมพิมพ์ตอบกลับไปสักหน่อย
[สวี่โจว: ทำขายครับ แต่คงต้องรออีกสองสามวันนะ]
[สวีข่าย: ทำไมต้องรอตั้งหลายวันด้วยล่ะครับ!]
[สวีข่าย: ผมอยากกินวันนี้เลยครับ อยากกินใจจะขาดอยู่แล้ว...]
[สวี่โจว: สองวันนี้ปิดร้านครับ]
พอเห็นข้อความแจ้งปิดร้าน สวีข่ายถึงกับหน้าเหวอค้างไปเลย
ปิดร้าน?
อะไรนะ?
เถ้าแก่สวี่จะปิดร้านตั้งสองวันเลยเหรอ!!
แล้วสองวันนี้เขาจะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไงล่ะเนี่ย!