เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 42 ยอมแต่งงาน

บทที่ 42 ยอมแต่งงาน

บทที่ 42 ยอมแต่งงาน


เรื่องอื่นพักไว้ก่อน… หากต้องแต่งเข้าตระกูลอู๋หรือตระกูลซุน เอาแค่เรื่องความแตกต่างของชนชั้นฐานะ นางจะห่างไกลจากวงสังคมของเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงทันที

ซึ่งนั่นจะทำให้ภารกิจที่ต้องทำในต้าเยว่ ได้รับผลกระทบหนักจนแทบจะดำเนินต่อไปไม่ได้

หรือต่อให้แต่งกับหวังจื่อฝู ก็ยังมีความเสี่ยงที่ความลับจะแตก…

ยิ่งไปกว่านั้น, หวังจื่อฝูสุขภาพร่างกายอ่อนแอ หากแต่งเข้าตระกูลหวังในฐานะภรรยา... เมื่อสามีล้มหมอนนอนป่วย นางย่อมต้องคอยปรนนิบัติดูแลอยู่ข้างกายตลอด การจะออกไปร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์คงเป็นเรื่องยาก

ย่อมไม่มีเหตุผลอันใดที่สามีนอนป่วยซมอยู่บนเตียง แต่ภรรยากลับแต่งตัวสวยหยาดเยิ้ม ออกไปพบปะสมาคมกับพวกฮูหยินขุนนางทุกวี่ทุกวันได้หรอก

ส่วนเสิ่นถิงอวี้นั้น…

เขาล่วงรู้ความลับของนางแล้ว หากแต่งกับเขา นางก็ไม่ต้องเหนื่อยยากฝืนทำตัวเป็นเจ้าของร่างเดิมอีกต่อไป แถมเขายังรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะช่วยเป็นเกราะกำบังให้นางอีกด้วย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง… เขาเกิดในตระกูลสูงศักดิ์ หากนางอาศัยฐานะ ‘ภรรยาเอกของคุณชายใหญ่เสิ่น’ การทำภารกิจของนางย่อมสะดวกสบายและราบรื่นกว่ามาก

เรื่องที่เสิ่นหานเยว่แอบมีใจให้เซี่ยจิ้นไป๋นั้น ชุยลิ่งเหยายังคงจดจำได้แม่นยำ นางอยากช่วยให้เสิ่นหานเยว่พิชิตใจเซี่ยจิ้นไป๋ให้สำเร็จ โดยให้นางลอกเลียนแบบวิธีที่ชุยลิ่งเหยาเคยใช้จีบเขาเมื่อชาติก่อนไปใช้

นี่คือเส้นทางสู่ความสำเร็จของภารกิจที่ชุยลิ่งเหยาวางแผนเอาไว้ ดังนั้น… นางยิ่งไม่ควรไปจากจวนสกุลเสิ่นเด็ดขาด

เมื่อคิดวนไปวนมาทบทวนอยู่หลายตลบ... กลายเป็นว่าเสิ่นถิงอวี้คือตัวเลือกที่เหมาะสมและตอบโจทย์ที่สุด

นอกจากเรื่องที่นางอาจจะต้องเผชิญกับโทสะอันเกรี้ยวกราดของผู้อาวุโสในตระกูลเสิ่นแล้ว อย่างอื่นก็นับว่าสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ

ในใจของชุยลิ่งเหยาเริ่มโอนอ่อนผ่อนตามแล้ว

หลังจากรับประทานมื้อเช้าเสร็จ ขณะที่ชุยลิ่งเหยากำลังจะไปเยี่ยมเสิ่นซื่อ ก็มีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยือนถึงเรือนเล็กเสียก่อน

“คารวะคุณหนูรองเจ้าค่ะ”

ผู้มาเยือนสวมชุดสาวใช้คนสนิทประจำจวนใหญ่ นางยืนอยู่ที่หน้าประตูเรือน ย่อตัวคารวะชุยลิ่งเหยาที่กำลังเดินลงบันไดมา

“ฮูหยินเชิญคุณหนูรองไปพบเจ้าค่ะ”

นี่คือ ‘เหลียนเอ๋อร์’ สาวใช้คนสนิทของท่านป้าใหญ่… ฮูหยินที่นางเอ่ยถึง ย่อมต้องเป็นหลิวซื่อ ฮูหยินของซื่อจื่อแห่งจวนกั๋วกงนั่นเอง

สีหน้าของชุยลิ่งเหยาชะงักไปเล็กน้อย อาจจะเป็นเพราะร้อนตัวกระมัง นางถึงได้คิดไปในทันทีว่า...

หลิวซื่อคงรู้เรื่องที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเกิดหน้ามืดตามัวขึ้นมาแล้วเป็นแน่ จึงได้ส่งคนมาตามเพื่อคิดบัญชีกับนางที่เป็นต้นเหตุ

นางเพียงแค่ยืนนิ่งเงียบไปชั่วครู่ น้ำเสียงของเหลียนเอ๋อร์ก็แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นมาทันที

“มีอันใดหรือเจ้าคะ? หรือว่าเดี๋ยวนี้คำสั่งของฮูหยินใหญ่ใช้กับคุณหนูรองไม่ได้เสียแล้ว?”

ชุยลิ่งเหยา “……”

ที่นี่คือจวนกั๋วกง ในเมื่อฮูหยินของซื่อจื่อต้องการพบนาง นางก็เหมือนลูกไก่ในกำมือ หลีกเลี่ยงอย่างไรก็คงไม่พ้น

ชุยลิ่งเหยาหันไปสั่งจือชิวว่า

“เจ้าไปเรียนท่านแม่เสียหน่อย บอกว่าท่านป้าใหญ่เรียกข้าไปพูดคุยด้วย กลับมาแล้วข้าจะไปคารวะท่าน”

จือชิวที่ตั้งท่าจะตามไปด้วยก็ชะงักฝีเท้า… นางข่มความกังวลไว้เต็มอก ก้มหน้าตอบรับคำสั่ง

รอจนคนทั้งสองเดินลับตาไป นางก็ร้อนรนจนเดินวนไปวนมาเป็นหนูติดจั่น

นึกถึงเรื่องที่ได้ยินเมื่อคืน ว่าคุณชายใหญ่ต้องการแต่งคุณหนูของนางเป็นภรรยาเอก แล้วเช้าตรู่วันนี้ ท่านป้าใหญ่ที่ไม่เคยญาติดีกับคุณหนูของนางเลย กลับส่งคนมาตามตัวแต่เช้าตรู่

เรื่องนี้คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ!

ลังเลอยู่ไม่ถึงสองอึดใจ จือชิวก็ตบต้นขาฉาดใหญ่! กัดฟันแน่น ก่อนหมุนตัวไปยังเรือนส่วนหน้าทันที!

นางได้แต่ภาวนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอให้คุณชายใหญ่อยู่ติดบ้านในวันนี้เถิด!

ระยะทางที่ปกติใช้เวลาเดินราวหนึ่งก้านธูป จือชิววิ่งหน้าตั้งไปไม่ถึงครึ่งก้านธูปก็ถึงที่หมาย…

ที่หน้าประตูห้องหนังสือ เสิ่นเอ้อร์เดินสวนออกมาพอดี

เมื่อเห็นสาวใช้ตัวเล็กๆ วิ่งหน้าตื่นทำท่าจะบุกเข้าไปข้างใน เขาขวางก็ยังเอาไม่อยู่ สุดท้ายเลยต้องคว้าท่อนแขนกระชากเอาไว้ แล้วตวาดเสียงเย็น

“สาวใช้จากเรือนไหน ช่างไร้มารยาทนัก!?”

“ปล่อยข้านะ! คุณชายใหญ่อยู่ข้างในหรือไม่!?”

พอเห็นหน้าจือชิวชัดๆ เสิ่นเอ้อร์ก็ชะงักไป

“ห้องหนังสือเป็นเขตหวงห้าม เจ้ากล้าดียังไงถึงบุกรุกเข้ามา?”

ต่อให้เจ้านายของเขาจะปฏิบัติต่อคุณหนูรองแตกต่างไปจากเดิม ก็ไม่ได้หมายความว่าสาวใช้ตัวเล็กๆ จากเรือนใน จะบุกรุกห้องหนังสือได้ตามใจชอบ

เมื่อถูกจับแขนไว้แน่น จือชิวดิ้นรนขัดขืนอย่างร้อนใจจนกระทืบเท้าเร่าๆ ในหัวนางคิดแต่เพียงว่าป่านนี้เจ้านายของตนคงกำลังโดนฮูหยินทรมานอยู่เป็นแน่

นางไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมอะไรทั้งนั้นแล้ว ตะโกนเข้าไปในห้องหนังสือสุดเสียง

“คุณชายใหญ่! คุณชายใหญ่เจ้าขา! คุณหนูของบ่าวถูกท่านป้าใหญ่เรียกตัวไปที่เรือนหลักแล้วเจ้าค่ะ! ท่านต้อง...”

“เงียบเดี๋ยวนี้!” เสิ่นเอ้อร์รีบตะครุบปิดปากนางไว้แน่น กระซิบเสียงดุลอดไรฟัน

“เจ้าอยากให้คนรู้กันทั้งจวนหรืออย่างไร ว่าเจ้านายของเจ้ากำลังถูกฮูหยินใหญ่เล่นงาน!?”

จือชิวส่งเสียงอู้อี้อื้ออึงในลำคอ ดวงตาเบิกกว้าง

เสิ่นเอ้อร์ยอมปล่อยมือจากปากนาง เอ่ยอย่างหัวเสียว่า

“คุณชายไม่ได้อยู่ข้างในหรอก! ท่านได้รับข่าวก็รีบรุดล่วงหน้าไปตั้งนานแล้ว”

ตอนเหลียนเอ๋อร์เพิ่งได้รับคำสั่งจากฮูหยิน ไม่ทันไรก็มีเด็กรับใช้วิ่งมารายงานข่าวให้ทางนี้ทราบแล้ว

เจ้านายของเขามีหรือจะนั่งติดเก้าอี้ รีบร้อนออกไปปกป้องยอดดวงใจทันทีเลยต่างหาก!

…………

อีกด้านหนึ่ง

ชุยลิ่งเหยาได้เห็นคนจริงๆ อย่างที่เสิ่นเอ้อร์กล่าวไว้

การจะเดินไปเรือนของท่านป้าใหญ่ จำเป็นต้องเดินผ่านภูเขาจำลองสองลูกและสระบัว

แดดยามเช้ายังไม่แรงนัก ถนนปูหินสีเขียวสะอาดสะอ้าน นางถือพัดกลมบังแสงแดดที่ส่องแยงตา เดินก้าวย่างอย่างมั่นคง

ขณะที่เดินผ่านทางเดินเล็กๆ เส้นหนึ่งก่อนจะถึงที่หมาย… กลับมีคนผู้หนึ่งมายืนรอก่อนอยู่แล้ว

นางเงยหน้าขึ้น มองเห็นร่างสูงโปร่งคุ้นตายืนเด่นเป็นสง่าอยู่ที่ปลายทาง

เขาคือเสิ่นถิงอวี้...

ชายหนุ่มอยู่ใต้ร่มเงาต้นอู๋ถง เขาสวมชุดคลุมยาว รูปร่างสูงโปร่งผ่าเผย มองเห็นแต่ไกลก็สะดุดตาโดดเด่น

ฝีเท้าของชุยลิ่งเหยาชะงักกึก! หัวใจที่กำลังเต้นระรัวและตื่นตระหนก พลันสงบลงอย่างน่าประหลาด…

เมื่อรับรู้ได้ถึงความเคลื่อนไหวทางฝั่งนี้ คนที่ยืนรอคอยอยู่เนิ่นนานก็เงยหน้ามองมา แต่ระยะทางค่อนข้างไกลเกินไป ชุยลิ่งเหยาจึงมองไม่เห็นสีหน้าของเขาได้ถนัดนัก

แต่คนหน้าตาดี มองภาพรวมอย่างไรก็ดูดี…

แค่เขายืนอยู่ตรงนั้น ก็ให้ความรู้สึกสง่างามดุจต้นหยกที่ยืนหยัดท่ามกลางสายลมแล้ว

เหลียนเอ๋อร์ที่เดินนำทางอยู่ข้างหน้าก็มองเห็นเขาเช่นกัน ฝีเท้าที่เร่งรีบเมื่อครู่ชะงักลงโดยสัญชาตญาณ

สีหน้าของสาวใช้แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย นางหันมามองชุยลิ่งเหยาแวบหนึ่ง

“คุณหนูรองช่างมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวนักนะเจ้าคะ ถึงกับเชิญคุณชายใหญ่มาเป็นเกราะป้องกันได้ล่วงหน้า, เพียงแต่ไม่รู้ว่า… คุณหนูจะรับผิดชอบไหวหรือไม่ กับข้อหายุยงให้แม่ลูกต้องมาผิดใจกัน”

นางคิดเอาเองว่าที่เสิ่นถิงอวี้มาปรากฏตัวดักรออยู่ที่นี่ เป็นเพราะจือชิวแอบไปตามมา

แม้แต่ชุยลิ่งเหยาเองก็แอบคิดเช่นนั้น…

การที่นางทิ้งจือชิวไว้เบื้องหลัง ก็เพราะตั้งใจจะให้สาวใช้ไปตามคนมาช่วยรบจริงๆ นั่นแหละ

เมื่อวานเสิ่นถิงอวี้บอกเองไม่ใช่หรือ ว่าขอเพียงนางตกลงแต่งงาน เขาจะจัดการปัญหาทุกอย่างให้เอง?

เช่นนั้นก็ต้องแสดงฝีมือให้ข้าเห็นหน่อยสิ

และด่านแรกก็คือมารดาบังเกิดเกล้าของเขา...

เหลียนเอ๋อร์ชะลอฝีเท้าลง ชุยลิ่งเหยาจึงเดินตามไปช้าๆ แต่เสิ่นถิงอวี้กลับไม่ได้ยืนรอพวกนางอยู่ที่เดิม

เขาขยับตัว แล้วก้าวเท้ายาวๆ เดินตรงดิ่งมาทางนี้

ยิ่งร่างสูงโปร่งเดินเข้ามาใกล้มากเท่าใด ใบหน้าของเขาก็ยิ่งปรากฏชัดเจนขึ้นในคลองจักษุมากเท่านั้น

ในที่สุดชุยลิ่งเหยาก็มองเห็นสีหน้าของเขาชัดๆ...

เครื่องหน้าของเขายังคงหล่อเหลาเกลี้ยงเกลา แต่คิ้วเข้มกลับขมวดมุ่น แววตาไม่ได้สุกใสเป็นประกายเหมือนตอนที่อยู่กับนางเมื่อวาน ทว่ากลับแฝงไปด้วยความเคร่งขรึมและเย็นชา

ไม่นาน… ร่างสูงก็เดินมายืนหยุดอยู่ตรงหน้า

เหลียนเอ๋อร์รีบย่อตัวคารวะ ก้มหน้าหลุบตาอย่างเจียมตัว

“บ่าวคารวะคุณชายใหญ่เจ้าค่ะ”

เทียบกับท่าทีที่ดูเหมือนเคารพ แต่แฝงความจองหองโอหังตอนอยู่ต่อหน้าชุยลิ่งเหยาเมื่อครู่ นี่ถึงจะเป็นท่าทีที่บ่าวไพร่ควรมีต่อเจ้านายผู้ทรงอำนาจจริงๆ

เสิ่นถิงอวี้ไม่ได้เอ่ยปากบอกให้ลุกขึ้น สายตาคมกริบเพียงกวาดมองเหลียนเอ๋อร์แวบหนึ่ง

นัยน์ตาลุ่มลึกคู่นั้นแฝงความหมายบางอย่างกดดันลงมา…

เป็นความเงียบที่ไม่โกรธเกรี้ยว ทว่ากลับน่าเกรงขาม ทำให้คนถูกมองรู้สึกหวาดหวั่นจนสั่นสะท้าน

เขาเริ่มจะมีมาดของขุนนางหนุ่มผู้ทรงอำนาจ ที่แม้อายุน้อย… แต่ก็สามารถยืนหยัดอยู่ในราชสำนักได้

ทว่าช่างน่าแปลก... ที่บุคลิกน่าเกรงขามนี้ กลับไม่มีเค้าลางของเด็กหนุ่มขี้อาย ที่แค่นางมองหน่อย… ก็หน้าแดงทำตัวไม่ถูกเมื่อวานนี้หลงเหลืออยู่เลย

คนผู้นี้มีสองบุคลิกหรืออย่างไร?

ชุยลิ่งเหยากำลังยืนเหม่อลอยคิดสงสัยอยู่ในใจ ไม่นานนางก็ได้สบเข้ากับดวงตาที่สงบนิ่งคู่นั้น

แววตาดุดันของเสิ่นถิงอวี้เมื่อครู่วูบไหวอ่อนแสงลงในพริบตา น้ำเสียงของเขาเจือรอยยิ้มจางๆ อันแสนอบอุ่น

“เดินมาตั้งไกล... เหนื่อยหรือไม่?”

อืม... กลับมาเป็นพ่อหนุ่มแสนดีไร้พิษภัยคนเดิมอีกแล้ว

จบบทที่ บทที่ 42 ยอมแต่งงาน

คัดลอกลิงก์แล้ว