เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35 ข้าจะแต่งกับเจ้า

บทที่ 35 ข้าจะแต่งกับเจ้า

บทที่ 35 ข้าจะแต่งกับเจ้า


แววตาของนางเต็มไปด้วยคำถาม

เสิ่นถิงอวี้หลุบตาลงอย่างเก้อเขินเล็กน้อย หลบเลี่ยงสายตาที่จ้องมองมาตรงๆ ของนาง

“หากเจ้าเต็มใจ ข้าแต่งงานกับเจ้าได้นะ”

อาจเป็นเพราะกลัวว่านางจะรู้สึกว่าเขาล้อเล่นกับเรื่องสำคัญในชีวิต หลังพูดจบ… เขาจึงเอ่ยสำทับอีกประโยคว่า

“บุญคุณช่วยชีวิต สมควรตอบแทนด้วยการพลีกาย”

ชุยลิ่งเหยา “……”

นางถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

เมื่อไม่ได้ยินเสียงคนฝั่งตรงข้ามตอบกลับ เสิ่นถิงอวี้จึงช้อนตาขึ้นมอง

นัยน์ตาที่มักจะอ่อนโยนและกระจ่างใสอยู่เป็นนิจ บัดนี้กลับเจือแววขัดเขินอยู่หลายส่วน

เห็นได้ชัดว่าการเอ่ยถึงเรื่องแต่งงานขึ้นมาดื้อๆ ทำให้ทั้งสองรู้สึกวางตัวไม่ถูกอยู่บ้าง แต่ก็ยังคงกล่าวต่อไป

“หากเจ้าแต่งงานกับข้า ท่านอาหญิงก็จะวางใจได้ ส่วนเรื่องของเซี่ยจิ้นไป๋...”

เขาชะงักไปเล็กน้อย น้ำเสียงจริงจังหนักแน่น

“หลังแต่งงาน, ข้าจะบอกวิธีลบล้างความสงสัยของเขาออกไปเอง”

ทั้งสองเรื่องนี้ เขามั่นใจว่าจะสามารถช่วยนางแก้ไขได้… ขอเพียงแค่นางแต่งงานกับเขา

ชุยลิ่งเหยาอธิบายไม่ถูก ว่าตนเองกำลังรู้สึกเช่นไรในยามนี้

รู้สึกเพียงว่าหัวใจเต้นโครมคราม ความหวั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนพัดโหมเข้ามา พร้อมกับความรู้สึกเหลือเชื่ออย่างรุนแรง

ลมหายใจของนางสะดุด ท่ามกลางความเงียบงันเนิ่นนาน นางจึงงอนิ้วเคาะลงบนโต๊ะเบาๆ รอจนเขาหันมามอง

“ข้าจะยอมเชื่อว่าท่านอยากจะช่วยข้าจากใจจริงก็ได้ แต่ทว่านะ… เสิ่นถิงอวี้, บุญคุณช่วยชีวิตที่ท่านพูดถึง ข้าจำไม่ได้แล้วจริงๆ…”

“คาดว่าคงไม่ใช่เรื่องใหญ่โตสลักสำคัญอันใด ไม่เห็นจำเป็นที่ท่านต้องเอาเรื่องสำคัญทั้งชีวิตมาแลกเลย ข้า...”

“เป็นเรื่องใหญ่สิ…”

เสิ่นถิงอวี้เอ่ยขัดจังหวะนางเสียงเบา ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะอ่อนโยน บัดนี้เต็มไปด้วยความจริงจัง

“เจ้าอาจจะจำไม่ได้แล้ว แต่สำหรับข้า… ข้าไม่มีวันลืม”

งานล่าสัตว์ในปีนั้น เขายังอายุน้อยและไม่สุขุมพอ จึงหลงเข้าไปในป่าทึบที่จัดไว้สำหรับขุนนางบู๊โดยเฉพาะ

เขาพลาดถูกหมีดำต้อนให้จนมุม ในตอนที่กำลังตกอยู่ในสภาพทุลักทุเลถึงขีดสุด ก็เป็นนางที่เข้ามาช่วยชีวิตเขาไว้

ดรุณีน้อยในชุดขี่ม้าสีแดงสด รวบผมสีดำขลับขึ้นสูง นั่งคร่อมทะมัดทะแมงอยู่บนหลังม้า

ในมือถือคันธนู และปล่อยลูกศรพุ่งทะลุดวงตาของหมีดำ ช่วยชีวิตเขาให้รอดพ้นจากวิกฤตความตาย

ยามที่ลดคันธนูลง นัยน์ตาคู่สวยนั้นก็กวาดมองมาที่เขา

ความมีชีวิตชีวาและอิสระเสรีที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้างดงามของนาง ทำให้เขาไม่อาจลืมเลือนได้ลง

เพียงสบตา... ก็ตราตรึงลึกเข้าไปในหัวใจ

เขาอยากรู้เหลือเกินว่านางคือคุณหนูบ้านใด หมั้นหมายหรือยัง มีชายในดวงใจแล้วหรือไม่

และในวันเดียวกันนั้นเอง เสิ่นถิงอวี้ก็ได้พบนางอีกครั้ง

บนลานชมการล่าสัตว์ นางผลัดเปลี่ยนจากชุดขี่ม้า มาสวมชุดกระโปรงที่ดูสง่างามเรียบร้อย

ทรงผมหางม้าถูกปลดลง เกล้าเป็นมวยผมสำหรับสตรีที่ออกเรือนแล้ว และนั่งเคียงข้างอยู่กับองค์ชายสี่

ดรุณีน้อยแรกรุ่นนั้นเป็นเพียงภาพลวงตา แท้จริงนางแต่งงานเป็นภรรยาของผู้อื่นไปแล้วต่างหาก

ความรู้สึกของเด็กหนุ่มที่เพิ่งจะก่อตัวและกำลังเบ่งบาน กลับถูกบังคับให้ต้องดับสลายลงในพริบตา

ความรู้สึกสูญเสียและสับสนมึนงงในตอนนั้น ราวกับเถาวัลย์และหนามแหลมคมที่พันธนาการตัวเขาไว้อย่างแน่นหนา

ความรู้สึกอึดอัดที่แทบขาดใจนั้น เสิ่นถิงอวี้จดจำมันมาถึงสองปี, จนกระทั่งเมื่อสามปีก่อน… ก็ได้รับข่าวสลดว่านางตกน้ำเสียชีวิต...

ขนตาของเสิ่นถิงอวี้พลันสั่นไหว เขาหลุบตาลงเพื่อปกปิดอารมณ์ความรู้สึก

“ในเมื่อเจ้าคิดจะแต่งงานกับหวังจื่อฝู แล้วเหตุใดถึงไม่ลองเก็บข้าไว้พิจารณาดูบ้างเล่า... ข้าไม่มีวันทำร้ายเจ้าแน่นอน”

เขาเอาแต่เน้นย้ำซ้ำๆ ว่าจะไม่มีวันทำร้ายนาง อยากจะช่วยเหลือนางอย่างบริสุทธิ์ใจเท่านั้น เพราะต้องการตอบแทนบุญคุณช่วยชีวิต

น้ำเสียงที่เคยกระจ่างใสและนุ่มนวล บัดนี้แหบพร่าทว่าหนักแน่น

ประกอบกับใบหน้าที่หล่อเหลาของเขา ยิ่งทำให้คนฟังรู้สึกยินดีที่จะเชื่อใจเขามากขึ้นไปอีกหลายส่วน

ในใจของชุยลิ่งเหยาบังเกิดความรู้สึกลังเลสับสน…

เสิ่นซื่อป่วยหนัก เรื่องแต่งงานก็จวนตัวเต็มที นางต้องการความช่วยเหลือจริงๆ

เดิมทีนางคิดว่าจะหาโอกาสไปหาพี่ชายเพื่อเปิดเผยตัวตน แล้วขอให้พี่ชายหาวิธีช่วย

แต่เมื่อเช้าตื่นมาได้กลิ่นอายที่คุ้นเคย จนตระหนักได้ว่าเซี่ยจิ้นไป๋อาจจะกำลังแอบจับตาดูพฤติกรรมของนางอยู่ นางจึงจำต้องล้มเลิกความคิดที่จะไปหาคนรู้จักในอดีต

ยิ่งไปกว่านั้น… เพื่อลบล้างความระแวงสงสัยของเซี่ยจิ้นไป๋ นางยังต้องสวมบทบาทเป็นเผยซูเหยาให้แนบเนียนอีกด้วย

หากเป็นเผยซูเหยา… เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ นางจะทำอย่างไร?

ต่อให้ไม่ยินยอมพร้อมใจแค่ไหน นางก็ทำได้เพียงก้มหน้าเชื่อฟังและแต่งงานเป็นแน่

เมื่อครู่ชุยลิ่งเหยาก็คิดจริงๆ ว่าแต่งงานกับหวังจื่อฝูที่เป็นญาติผู้พี่ในอดีตไปก็สิ้นเรื่อง

แต่การแต่งงานกับหวังจื่อฝู อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องที่ว่าเขาจะยอมแต่งงานด้วยหรือไม่ ในกรณีที่นางไม่เปิดเผยตัวตน เอาแค่ตอนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเช้าค่ำ เขาจะไม่สังเกตเห็นพิรุธของนางเลยเชียวหรือ?

ขนาดเสิ่นถิงอวี้ที่ไม่ได้คุ้นเคยอะไรกับนางมากมาย ยังสามารถมองทะลุปรุโปร่งได้ภายในเวลาแค่สองวัน ว่าวิญญาณภายในของนางเปลี่ยนคนไปแล้ว

หวังจื่อฝูเองก็ไม่ใช่คนโง่ ใครจะรู้ว่าเขาจะประติดประต่อเรื่องราว และล่วงรู้ตัวตนของนางตอนไหน

ชุยลิ่งเหยาชักจะขยาดพวกคนฉลาดหัวใสพวกนี้แล้วจริงๆ

เรื่องยืมศพคืนวิญญาณนั้นพิสดารเกินไป มีคนรู้เรื่องนี้น้อยลงสักคนก็ยิ่งดี

ในเมื่อตอนนี้คนเพียงคนเดียวที่ล่วงรู้ความลับนั่งอยู่ตรงหน้า และกระตือรือร้นเสนอตัวจะช่วยเหลือ นี่ก็ถือเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว

ราวกับจะสัมผัสได้ถึงความลังเลของนาง เสิ่นถิงอวี้จึงส่งยิ้มบางๆ ให้

“ในเมื่อเจ้าไม่อยากแสดงตัวกับเซี่ยจิ้นไป๋ แสดงว่าเจ้าไม่อยากกลับไปอยู่ที่จวนอวี้อ๋องอีกแล้ว… เช่นนั้นมีเพียงการทำให้เซี่ยจิ้นไป๋มั่นใจว่าเขาจำคนผิด เจ้าถึงจะมีชีวิตที่สงบสุขได้”

เขาค่อยๆ วิเคราะห์แจกแจงข้อดีข้อเสียออกมาอย่างใจเย็น

“การแต่งงานของพวกเรา เป็นเพียงแผนการรับมือเฉพาะหน้าเท่านั้น เจ้าไม่ต้องรู้สึกกดดันแต่อย่างใด เพราะข้าเต็มใจทำเอง”

“สำหรับข้าแล้ว… ข้าก็ไม่ได้สูญเสียสิ่งใดเลย” ทุกแง่ทุกมุมล้วนคิดเผื่อนางทั้งสิ้น

ถึงขั้นปลอบใจไม่ให้นางรู้สึกกดดันอีกต่างหาก

ชุยลิ่งเหยาเริ่มรู้สึกโอนอ่อนตามขึ้นมาจริงๆ

นางไม่ได้มีความรู้สึกผูกพันหรือเป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้เลย ดังนั้นเรื่องการแต่งงาน นางจึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับมันมากนัก

การแต่งงานออกเรือนอะไรเทือกนั้น ไม่ได้ให้ความรู้สึกสมจริงสักเท่าไหร่

ยิ่งไปกว่านั้น… เขาก็บอกเองว่าเป็นเพียงแผนการรับมือเฉพาะหน้า

เช่นนั้นต่อให้นางแต่งงานไป วันหน้าก็ยังสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนตอนที่เป็นคุณหนูในห้องหอ

ไม่จำเป็นต้องร่วมเตียงเคียงหมอนกับผู้ชาย แต่ก็มีสถานะเป็นสตรีที่ออกเรือนได้แล้ว

สามารถอยู่ปรนนิบัติดูแลเสิ่นซื่อเพื่อแสดงความกตัญญู ซ้ำยังไม่ต้องออกไปจากแวดวงสังคมชั้นสูงนี้

เป็นผลดีต่อการทำภารกิจของระบบให้สำเร็จอีกด้วย

เสิ่นถิงอวี้รู้ตัวตนของนาง เขาจะช่วยปกปิด และเป็นเกราะกำบังให้ได้

ด้วยความเฉลียวฉลาดของเขา เป็นไปได้ที่เขาจะสามารถช่วยนางลบล้างความสงสัยของเซี่ยจิ้นไป๋ได้จริงๆ

คงไม่มีตัวเลือกไหนที่ดีไปกว่านี้อีกแล้ว

เพียงแต่ว่า....

หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้ากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง แพขนตายาวงอนหลุบต่ำ ทอดเงาจางๆ ลงบนเปลือกตา

สายลมฤดูร้อนอันอบอุ่นพัดโชยมาเบาๆ ปอยผมที่เคลียคลออยู่ริมขมับปลิวไสว

เสิ่นถิงอวี้ลอบมองนางเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่ง จึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

“ท่านอาหญิงป่วยหนัก เรื่องแต่งงานของเจ้าไม่อาจผัดผ่อนได้อีกแล้ว ควรจะรีบตัดสินใจให้เร็วที่สุด...”

“สำหรับข้อเสนอของข้า หากแม่นางยังมีเรื่องใดที่ตัดสินใจไม่ได้ ลองบอกข้ามาเถิด”

นี่มันกำลังเร่งรัดให้นางรีบตอบตกลงชัดๆ

ชุยลิ่งเหยาไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดเขาถึงต้องเป็นแบบนี้ด้วย

ต่อให้เพื่อต้องการตอบแทนบุญคุณจริงๆ จนต้องลงทุนเอาเรื่องแต่งงานของตัวเองมาแลก ก็ไม่น่าจะแสดงท่าทีกระตือรือร้นจนออกนอกหน้าขนาดนี้…

ดูจากท่าทางแล้ว เขาก็ไม่ใช่คนใจร้อนเสียหน่อย แต่คำพูดของเขาก็มีเหตุผลจริงๆ

เมื่อชุยลิ่งเหยานึกถึงใบหน้าที่ซีดขาวราวกับกระดาษของเสิ่นซื่อ นางก็ตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด

นางเงยหน้าขึ้น มองชายหนุ่มฝั่งตรงข้าม แล้วเอ่ยว่า

“เช่นนั้นท่านก็รับเผยซูเหยาเป็นอนุเถอะ”

ในเมื่อเป็นเพียงแผนการรับมือเฉพาะหน้า ฐานะอนุภรรยาย่อมปลีกตัวหลุดพ้นได้ง่ายกว่าฐานะภรรยาเอกมากนัก

และก็ไม่กระทบต่อการแต่งงานรับภรรยาเอกของเขาในอนาคตด้วย

นางไม่อยากเอาคำว่า ‘บุญคุณช่วยชีวิต’ มาเป็นข้ออ้างชุบมือเปิบ ยึดครองตำแหน่งภรรยาเอกของเขาอย่างหน้าไม่อายหรอกนะ

สิ้นเสียงของนาง ภายในศาลาชมวิวก็ตกอยู่ในความเงียบงันไปชั่วขณะ

เสิ่นถิงอวี้หรี่ตาลง จ้องมองนางนิ่งๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

“เจ้าจะเป็นอนุหรือ?”

คำพูดนี้ฟังดูพิลึกนัก...

“เป็นเผยซูเหยาที่ไปเป็นอนุเจ้าค่ะ”

ชุยลิ่งเหยาเม้มริมฝีปากเอ่ยแก้ให้ถูกต้อง พร้อมกับเสริมว่า

“และก็เป็นเพียงแผนการรับมือเฉพาะหน้าเท่านั้น”

“อย่างนี้นี่เอง...” เสิ่นถิงอวี้พยักหน้าเบาๆ

ชุยลิ่งเหยานึกว่าเขาจะตอบตกลงแล้ว แต่กลับได้ยินเขาเอ่ยว่า

“ข้าไม่รับอนุ รับแต่ภรรยาเอกเท่านั้น”

จบบทที่ บทที่ 35 ข้าจะแต่งกับเจ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว