เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 กระชากตัวกลับมา

บทที่ 29 กระชากตัวกลับมา

บทที่ 29 กระชากตัวกลับมา


“แม้แม่ของเจ้าจะเกิดจากอนุ แต่ท่านตาของเจ้าก็มีนางเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวในตอนนั้น”

“ตั้งแต่เกิดก็ถูกยกให้เป็นลูกของภรรยาเอก เติบโตมาด้วยความรักความเอ็นดู… พอถึงวัยปักปิ่น ท่านตาก็คัดเลือกคู่ครองให้อย่างพิถีพิถัน จนถูกใจในความรู้ความสามารถของเผยซู่ คิดไม่ถึงเลยว่า…”

ขอบตาของหลี่ซื่อแดงก่ำ เต็มไปด้วยความปวดร้าว

บิดาบังเกิดเกล้าของเจ้าของร่างเดิมนามว่าเผยซู่ ไม่ใช่คนไร้ชื่อเสียงเรียงนาม

ในอดีตเขาเคยสอบผ่านจิ้นสื้อ เป็นบัณฑิตผู้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเมืองหลวง และได้แต่งงานกับคุณหนูแห่งจวนกั๋วกง

ตามหลักแล้วก็ควรจะได้อยู่รับราชการเป็นขุนนางในเมืองหลวงอย่างราบรื่น แล้วค่อยๆ ไต่เต้าขึ้นไปทีละก้าว

แต่เผยซู่กลับไม่ทำเช่นนั้น…

เขาเป็นคนมีนิสัยซื่อตรง ไม่อยากหมกตัวอยู่ในวังวนขุนนางแห่งเมืองหลวง จึงเป็นฝ่ายทูลขอออกไปรับราชการต่างเมือง สาบานว่าจะสร้างความผาสุกให้แก่ราษฎรในท้องถิ่น

สุดท้าย… กลับล้มป่วยด้วยวัณโรค ทิ้งลูกเมียไว้เบื้องหลัง และสิ้นใจลงในระหว่างดำรงตำแหน่ง

จวนกั๋วกงก็เคยคิดจะให้บุตรสาวแต่งงานใหม่

แต่เสิ่นซื่อมีความรักลึกซึ้งต่อเผยซู่ อีกทั้งยังตัดใจทิ้งลูกสาวตัวน้อยไม่ลง จึงใช้ชีวิตอยู่เป็นม่ายที่เมืองผิงโจวนานนับสิบปี

ก่อนที่เมื่อสามปีก่อน ถึงได้ยอมกลั้นใจเฮือกสุดท้าย พาลูกสาวกลับมาเมืองหลวงเพื่ออนาคต

นี่คือเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา

เพื่อลูกสาวแล้ว… เสิ่นซื่อได้อุทิศตนไปทั้งชีวิต

น่าเสียดายที่ลูกสาวดันเป็นพวกคลั่งรักจนหน้ามืดตามัว ไม่เคยนึกสงสารมารดาเลยสักนิด

ชุยลิ่งเหยากะพริบตาเบาๆ รู้สึกจุกแน่นในอกจนทำอะไรไม่ถูก

หลี่ซื่อทอดถอนใจยาว

“แม่ของเจ้าไม่อาจทนรับความเหนื่อยล้าได้อีกแล้ว หากเจ้ายืนกรานว่าจะแต่งกับท่านพี่ของเจ้าให้ได้ เช่นนั้นข้าจะไปพูดกับท่านกั๋วกงให้เอง”

ผู้ใหญ่ประทานให้ ผู้น้อยย่อมมิอาจปฏิเสธ

คนเป็นปู่สั่งให้เสิ่นถิงอวี้รับญาติผู้น้องเป็นอนุ เขาก็ย่อมไม่อาจขัดขืน

แต่หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป คงเป็นที่น่าอายและขบขันของชาวบ้าน

เรื่องเหลวไหลเช่นนี้ ท่านกั๋วกงจะยอมตกลงหรือ?

หลี่ซื่อก็เป็นแค่อนุ จะมีปากมีเสียงถึงเพียงนั้นเชียว?

ชุยลิ่งเหยาตกใจจนสะดุ้ง รีบส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวัน

หลี่ซื่อมองนางอย่างกึ่งเชื่อกึ่งไม่เชื่อ

“ข้าคิดตกแล้วเจ้าค่ะ ต่อให้เป็นท่านพี่ ข้าก็จะไม่ยอมเป็นอนุเด็ดขาด และจะไม่ทำให้ท่านแม่ต้องเหนื่อยใจอีก” ชุยลิ่งเหยาเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง

“…เช่นนั้นก็ดีแล้ว” หลี่ซื่อยื่นมือมาตบไหล่นางเบาๆ

“ได้เป็นภรรยาเอก หากได้รับความคับแค้นใจ น้าชายและพวกพี่ๆ ของเจ้าย่อมออกหน้าเป็นปากเป็นเสียงให้เจ้าได้”

แต่หากไปเป็นอนุให้เสิ่นถิงอวี้……

ต่อให้ต้องทนรับความอยุติธรรมใหญ่หลวงปานใด ก็ทำได้เพียงกัดฟันอดทน

น้าชายแท้ๆ ของนาง ลำพังตัวเองก็ยังเป็นแค่บุตรสายรอง จะกล้าไปก้าวก่ายเรื่องบนเตียงของเสิ่นถิงอวี้ผู้เป็นทายาทสืบตระกูลได้อย่างไร

หลังจากหลี่ซื่อจากไปไม่นานนัก.. ท่านป้าใหญ่หลิวซื่อก็เดินออกมาจากห้องโถงด้านใน ไม่แม้แต่จะปรายตามองชุยลิ่งเหยาเลยสักนิด

เสิ่นหานเยว่รับปากจะช่วยชุยลิ่งเหยาสืบดูว่ามารดาเลือกใครไว้บ้าง นางจึงเดินตามออกไป แล้วออดอ้อนซักไซ้ตลอดทาง

หลิวซื่อมีบุตรชายและบุตรสาวเพียงสองคน

สองพี่น้องเสิ่นถิงอวี้และเสิ่นหานเยว่ เรียกได้ว่าเป็นแก้วตาดวงใจของนาง นางย่อมไม่โกรธเคืองลูกๆ ได้ลงคอ

ถูกลูกสาวตามออดอ้อนจนทนไม่ไหว นางจึงกุมขมับแล้วบอกชื่อทั้งหมดออกมา

“ปกติเจ้าไม่เคยสนใจเรื่องของญาติผู้น้องคนนี้เลยมิใช่หรือ เหตุใดจู่ๆ ถึงได้มาอยากรู้อยากเห็นเรื่องนี้”

“เวลาเปลี่ยน คนก็เปลี่ยนนี่เจ้าคะ”

เสิ่นหานเยว่ได้เบาะแสที่ต้องการ ก็ยิ้มร่าขอตัวลา แล้วมุ่งหน้าตรงไปยังเรือนส่วนหน้าทันที

……

ณ เรือนส่วนหน้า 

ที่ห้องหนังสือ, เสิ่นถิงอวี้นั่งตัวตรงอยู่หน้าโต๊ะหนังสือ ในมือถือพู่กันไม้ไผ่ กำลังจดจ่อกับการเขียนอะไรบางอย่างอยู่

เมื่อได้ยินว่าน้องสาวมาหา จึงรีบสั่งเสิ่นเอ้อร์

“ให้นางเข้ามา”

สองพี่น้องมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน พอเสิ่นหานเยว่ก้าวเข้ามา ก็รีบบอกจุดประสงค์ทันที

“ท่านพี่ ช่วยข้าสืบประวัติคนหน่อยได้ไหมเจ้าคะ?”

เสิ่นถิงอวี้ไม่ได้เงยหน้า

“ใครหรือ?”

เสิ่นหานเยว่ร่ายชื่อรวดเดียวสี่ห้าชื่อ

มีทั้งชื่อที่เสิ่นถิงอวี้เคยได้ยิน และชื่อที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน

แต่ทั้งหมดล้วนเป็นบุรุษเพศ…

ข้อมือของเขาชะงักไปเล็กน้อยก่อนเอ่ยถาม

“สืบให้ใครกัน?”

ด้วยฐานะของคนเหล่านี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีทางเข้าตาน้องสาวของเขาได้แน่นอน

เสิ่นหานเยว่ไม่ปิดบังเขา จึงเอ่ยไปตามตรง

“นี่คือรายชื่อว่าที่สามี ที่ท่านแม่ช่วยเป็นธุระเลือกให้ญาติผู้น้องสกุลเผย… นางกลัวว่าจะไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของคนเหล่านี้ ข้าก็เลยคิดจะช่วยนางสืบดูให้ละเอียดเสียหน่อย…”

“ถึงอย่างไรเรื่องการแต่งงานก็เป็นเรื่องใหญ่ตลอดชีวิต ต้องรอบคอบให้มากเข้าไว้เจ้าค่ะ”

ทว่านางก็เป็นเพียงคุณหนูในห้องหอ ไม่มีอำนาจจะไปสืบเรื่องของบุรุษภายนอกอย่างละเอียดได้ จึงทำได้เพียงขอความช่วยเหลือจากพี่ชายแท้ๆ ของตน

เสิ่นถิงอวี้วางพู่กันลง เงยหน้ามองน้องสาว

“นางยอมแต่งงานงั้นหรือ?”

ช่างเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดยิ่งนัก

เดิมทีเสิ่นหานเยว่คิดว่าพี่ชายของตนน่าจะรู้สึกยกภูเขาออกจากอก จึงเอ่ยอย่างประหลาดใจว่า

“ลูกผู้หญิงถึงวัยออกเรือนแล้ว ไม่แต่งงานแล้วจะให้ทำอย่างไรเล่า? กำแพงหินอย่างท่านพี่ นางชนจนหัวร้างข้างแตกก็ไม่พังหรอก… อีกอย่างท่านอาหญิงก็ป่วยหนัก ไม่อนุญาตให้นางเอาแต่ใจได้อีกแล้ว ไม่ยอมก็ต้องยอมเจ้าค่ะ”

ไม่ยอมก็ต้องยอม...

สีหน้าของเสิ่นถิงอวี้แข็งค้างไปชั่วขณะ

เขายังไม่ทันได้ยืนยันข้อสันนิษฐานของตนเองเลย ว่ามันเป็นความจริงหรือไม่… นางก็กำลังจะแต่งงานเสียแล้ว

หากข้อสันนิษฐานของเขาเป็นจริงล่ะก็…

ต้องมาเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่กะทันหันเช่นนี้ ใจของนางจะสับสนวุ่นวายเพียงใดกัน?

“ท่านพี่?”

เสิ่นหานเยว่รีบเร่งเร้า

“ท่านจะรับปากหรือไม่เจ้าคะ หากไม่ได้… ข้าจะได้ไปขอร้องพี่รองแทน”

“ไม่จำเป็น” เสิ่นถิงอวี้กล่าว

“ข้าจะสืบให้เอง”

คำตอบเพียงไม่กี่คำ ทั้งน้ำเสียงยังเรียบเฉย… แต่เสิ่นหานเยว่กลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง

ดวงตาของนางเบิกกว้างขึ้นช้าๆ

“ท่านพี่ หรือว่าท่าน...”

เมื่อเจอเข้ากับสายตาที่เสิ่นถิงอวี้ตวัดมองมาอย่างฉับพลัน

คำพูดที่เหลือก็กลืนหายลงไปในลำคอ

……

ค่ำคืนนั้น

เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในจวนเสิ่นกั๋วกงเมื่อตอนกลางวัน ลอยเข้าหูเซี่ยจิ้นไป๋จนหมดสิ้น

เขารับฟังด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก

“เจ้าว่าหากนางเป็นนายหญิงของพวกเจ้าจริงๆ นางจะทำเช่นไร?”

ยอมแต่งงานกับบุรุษที่ไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้า เพื่อให้มารดาสบายใจ, หรือว่า… คิดจะทำบางอย่างเพื่อพลิกสถานการณ์

อย่างเช่น… มาหาเขาแล้วสารภาพตัวตน

หรือไม่ก็... ไปขอความช่วยเหลือจากสหายเก่าในอดีต

เฉินหมิ่นโหรว… ซุนซูเจิน…

สองคนนี้ล้วนเป็นเพื่อนสนิทของนาง มีความผูกพันลึกซึ้ง และต่างก็แต่งงานเข้าตระกูลสูงศักดิ์ทั้งสิ้น

ทว่าอำนาจของสตรีในเรือนหลัง ย่อมยื่นมือเข้าไปก้าวก่ายในจวนเสิ่นกั๋วกงไม่ได้

หรือจะไปแสดงตัวกับบิดามารดาและพี่ชาย?

หากจวนฉางผิงโหวคิดจะปกป้องนางจริงๆ ก็มีความเป็นไปได้อยู่บ้าง

เซี่ยจิ้นไป๋คาดเดาการกระทำในก้าวต่อไปของนางอย่างละเอียดลออ โดยไม่ได้เก็บเรื่อง ‘การแต่งงาน’ ที่ว่านั่นมาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย

เขาเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่าชุยลิ่งเหยาจะต้องหาวิธีปฏิเสธการแต่งงานได้

และสิ่งที่เขาต้องทำก็คือซ่อนตัวอยู่ในเงามืด เฝ้าดูความเคลื่อนไหวในก้าวต่อไปของนาง… เมื่อใดที่จับได้คาหนังคาเขา และมีหลักฐานมัดตัวแน่น

เขาก็จะหงายไพ่เปิดโปงอย่างเด็ดขาด!

จะกระชากตัวคนเดิมออกมา กดนางไว้ในอ้อมอก และบีบคั้นขอคำอธิบายจากนางให้จงได้!

เหตุใดจึงไม่ยอมแสดงตัวกับเขา?

และการวิ่งตามตื๊อขอเป็นอนุของเสิ่นถิงอวี้นั้น… มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่?

แน่นอนว่าเขาจะต้องใจเย็น จะแหวกหญ้าให้งูตื่นไม่ได้

ขอเพียงนางยอมง้อเขาดีๆ เขาก็สามารถทำเป็นไม่สนใจเรื่องอื่นๆ ได้เสมอ และจะไม่ทำให้นางลำบากใจด้วย

การวางแผนอยู่ในกระโจมบัญชาการ และทุกสิ่งทุกอย่างล้วนอยู่ในกำมือเช่นนี้ ทำให้เซี่ยจิ้นไป๋รู้สึกวางใจยิ่งนัก

เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามราตรี เตรียมตัวจะลอบเข้าไปในจวนเสิ่นกั๋วกงอีกครั้ง

หลี่หยงไม่กล้าเอ่ยห้าม ทำเพียงกล่าวเตือน

“ดื่มยาก่อนแล้วค่อยไปเถิดพ่ะย่ะค่ะ หากนายหญิงกลับมาแล้ว พระองค์ยิ่งต้องรักษาสุขภาพให้ดี”

ประโยคหลังนั้น ทำให้เซี่ยจิ้นไป๋หยุดชะงักได้สำเร็จ

เขาควรจะรักษาสุขภาพให้ดีจริงๆ

มิเช่นนั้น… จะกลับมาสานต่อบุพเพวาสนา ครองรักไปจนแก่เฒ่ากับเหยาเหยาของเขาได้อย่างไร

หากเขาด่วนจากไปก่อนวัยอันควร แม่นางผู้ไร้หัวใจคนนั้น คงได้โยนเขาไว้เบื้องหลัง แล้วหันไปหาบุรุษอื่นเป็นแน่

ความเจ็บปวดเปรี้ยวฝาดที่คุ้นเคยแล่นพล่านขึ้นมากลางอก เซี่ยจิ้นไป๋ยกชามยาขึ้นดื่มรวดเดียว แววตาของเขาแดงก่ำและเหี้ยมเกรียม

หากไม่ใช่เพราะอยากจะรอดูว่านางมีแผนการอันใดอยู่ในใจล่ะก็…

เขาคงจะบุกไปกระชากตัวนางกลับมาเดี๋ยวนี้เลยด้วยซ้ำ

จบบทที่ บทที่ 29 กระชากตัวกลับมา

คัดลอกลิงก์แล้ว