เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 ข้าจะช่วยท่านพิชิตใจเขาเอง

บทที่ 22 ข้าจะช่วยท่านพิชิตใจเขาเอง

บทที่ 22 ข้าจะช่วยท่านพิชิตใจเขาเอง


ชุยลิ่งเหยา: “……”

ที่แท้ก็แอบรัก แถมยังเป็นความรักที่ใสซื่อบริสุทธิ์

นางเงียบไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยถาม

“พี่หญิงพึงใจเขาที่ตรงจุดไหนหรือเจ้าคะ?”

เสิ่นหานเยว่ปรายตามองนางแวบหนึ่ง

“เมื่อสองปีก่อน เขาสร้างผลงานรบอันเกรียงไกรที่สมรภูมิชายแดนใต้ ชนะศึกติดๆ กันหลายครั้ง…”

“วีรกรรมนั้นลือกระฉ่อนมาถึงเมืองหลวง ไม่รู้ว่าทำให้คุณหนูในห้องหอตั้งกี่คนเกิดความเลื่อมใสศรัทธา”

“ต่อมาเมื่อเขากลับคืนราชสำนัก ถนนจูเชวี่ยก็แทบจะถูกถมทับด้วยแป้งหอมและบุปผา ทุกคนทำเพียงเพื่อขอให้ได้ยลโฉมเขาสักครั้ง”

ขณะที่พูด แววตาของนางก็ทอประกาย

“บุรุษที่องอาจผ่าเผยเช่นนี้ ทั้งยังรูปงามถึงเพียงนั้น… คุณหนูในเมืองหลวงที่หมายปองเขาจึงมีมากมาย ข้าเองก็เป็นเพียงหนึ่งในนั้น จะต้องหาเหตุผลอันใดอีกเล่า! ก็เหมือนที่เจ้าหลงรักพี่ชายข้านั่นแหละ เป็นเพราะเหตุใดกันล่ะ?”

สตรีชื่นชมบุรุษผู้มีความสามารถ นับเป็นสัจธรรมของโลกโดยแท้จริง

เพียงแต่ชุยลิ่งเหยามักจะเฝ้ามองทุกสิ่งของโลกนี้ในฐานะคนนอกมาโดยตลอด

การพิชิตใจเซี่ยจิ้นไป๋ก็ราบรื่นเป็นอย่างมาก… ตั้งแต่แรกพบจนภารกิจลุล่วง ทุกอย่างล้วนดำเนินไปอย่างเป็นธรรมชาติ

รอบกายเซี่ยจิ้นไป๋ก็สะอาดสะอ้าน ไร้ซึ่งหมู่มวลบุปผามาห้อมล้อมเกาะแกะ ไม่จำเป็นต้องให้นางไปตบตีแย่งชิงความโปรดปรานกับสตรีอื่น

ก่อนที่จะรับพระชายารอง ระหว่างพวกเขาไม่เคยมีคนอื่นแทรกกลาง เขาไม่เคยทำให้นางต้องขุ่นเคืองใจเพราะสตรีอื่นเลยแม้แต่น้อย

แม้กระทั่งหลี่หว่านหรงผู้เป็นตัวเลือกพระชายาที่ฮองเฮากำหนดไว้ เขาก็ไม่เคยปล่อยให้อีกฝ่ายมาปรากฏตัวเสนอหน้าให้นางเห็นเลย

อาจเป็นเพราะได้มาง่ายดายเกินไป ดังนั้นเรื่องที่เซี่ยจิ้นไป๋เป็นที่นิยมในหมู่หญิงสาวชาวเมือง ชุยลิ่งเหยาจึงไม่ค่อยเข้าใจลึกซึ้งนัก

ยามนี้เมื่อได้ยินจากคำบอกเล่า นางก็ไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านอันใดนัก

ขณะกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง เสิ่นหานเยว่ก็พลันกล่าวต่อ

“สิ่งที่ข้าชอบที่สุดก็คือความรักมั่นของเขามีต่อภรรยาเอก บุรุษที่วางแผนการรบได้อย่างแยบยล บัญชาการทหารนับหมื่นนับแสนได้อย่างสุขุมเยือกเย็น ทว่ากลับมอบความรักที่ทุ่มเทลึกซึ้งถึงเพียงนี้ แค่คิด... ก็ทำให้ใจคนปรารถนาแล้ว”

“……” คำพูดของชุยลิ่งเหยาจุกอยู่ที่คอหอย

เสิ่นหานเยว่ที่เพิ่งเคยเผยความในใจให้คนอื่นฟังเป็นครั้งแรก จึงเปิดฉากพูดเป็นต่อยหอย มองไม่ออกเลยสักนิดว่าอีกฝ่ายกำลังจนปัญญาจะต่อคำ

นางลดเสียงลงแล้วกล่าวว่า

“ได้ยินมาว่าฝ่าบาททรงอยากจะอาศัยช่วงที่อวี้อ๋องพักรักษาตัวอยู่ในเมืองหลวง พระราชทานงานมงคลสมรสให้เขาอีกสักครั้ง ดังนั้นวันนี้เขาถึงได้มาปรากฏตัวที่งานเลี้ยงชมดอกไม้อย่างไรเล่า”

“!!!” ชุยลิ่งเหยาเบิกตากว้างเงยหน้าขึ้นมองทันที

“ท่านอยากจะแต่งกับเขาหรือเจ้าคะ?”

“แน่นอนสิ!”

คำพูดที่โพล่งออกมาอย่างลืมตัว ทำให้เสิ่นหานเยว่เพิ่งจะมารู้สึกเขินอายเอาในภายหลัง

“...หากมีโอกาสน่ะนะ”

“……”

จู่ๆ ความรู้สึกของชุยลิ่งเหยาก็สับสนวุ่นวายไปหมด บอกไม่ถูกว่าเป็นความรู้สึกเช่นไร

เมื่อนึกขึ้นได้ว่าญาติผู้พี่คนนี้ เป็นคนที่ปฏิบัติต่อเจ้าของร่างเดิมดีที่สุดในบรรดาคุณหนูจวนกั๋วกงทั้งหมด นางจึงเงียบไปอึดใจหนึ่ง สุดท้ายก็เอ่ยเตือนด้วยความหวังดี

“ชีวิตคนเรานั้นยาวนานนัก ลูกผู้หญิงจะเลือกสามี ก็ควรเลือกคนที่นิสัยใจคอนะเจ้าคะ”

เมื่อสามปีก่อน ในช่วงวาระสุดท้ายนั้น เซี่ยจิ้นไป๋กลายเป็นคนอารมณ์แปรปรวน เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย

หลายครั้งที่นางไม่รู้ตัวเลยว่าไปขัดใจเขาตรงไหน จู่ๆ เขาก็หน้าดำคร่ำเครียด จ้องมองนางด้วยสายตาเย็นชาอยู่นาน

หากไม่สะบัดแขนเสื้อเดินหนี ก็มักจะอุ้มนางโยนลงไปบนเตียง

แต่ตอนนี้...

พอนึกถึงบุรุษผู้มีรังสีอำมหิต และแผ่ไอเย็นเยียบไปทั่วร่างที่เพิ่งได้พบหน้าเมื่อครู่

อย่าว่าแต่ให้ร่วมเรียงเคียงหมอนเลย แค่ไปยืนอยู่ตรงหน้าเขา หญิงสาวบอบบางคนไหนบ้างจะไม่ขาสั่นพั่บๆ ด้วยความหวาดกลัว

ทว่าเสิ่นหานเยว่กลับไม่เห็นด้วย

“อวี้อ๋องนิสัยดีจะตายไป เมื่อก่อนเขากับพระชายาไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด เป็นคู่ยวนยางสวรรค์สร้างโดยแท้”

ชุยลิ่งเหยา: “……”

ฟิลเตอร์ความคลั่งรักนี้มันหนาเตอะเกินไปแล้ว!

ทำเอานางผู้เป็น ‘คู่ยวนยางสวรรค์สร้าง’ ถึงกับไม่รู้จะงัดคำไหนมาเกลี้ยกล่อมต่อดี

เสิ่นหานเยว่ยังกล่าวต่ออีก

“ข้าถึงวัยออกเรือนแล้ว ท่านพ่อท่านแม่กำลังมองหาลูกเขยให้… ในเมื่ออย่างไรก็ต้องแต่งงาน เหตุใดจะไม่แต่งกับคนที่ตัวเองชอบเล่า ต่อให้มีความหวังเพียงน้อยนิด ข้าก็อยากจะลองสู้ดูสักตั้ง”

คำพูดนี้มีเหตุผล ชุยลิ่งเหยาพยักหน้าเบาๆ

“พี่หญิงพูดถูกเจ้าค่ะ”

แม้ราชวงศ์ต้าเยว่จะมีขนบธรรมเนียมที่เปิดกว้าง แต่เรื่องสามีภรรยาหย่าร้างกันก็ยังมีให้เห็นน้อยนัก

การได้แต่งงานกับชายที่หมายปอง ย่อมทำให้อดทนอดกลั้นได้มากกว่า

ยอมรับความยากลำบากด้วยความเต็มใจ คงไม่มีอะไรจะดีไปกว่านี้อีกแล้ว…

เมื่อได้ยินคำพูดของนาง เสิ่นหานเยว่ก็รู้สึกยินดีปรีดาที่ได้รับการยอมรับ ถึงขั้นอยากจะยกให้นางเป็นสหายรู้ใจไปตลอดชีวิต

ความสัมพันธ์ของพวกนางทั้งสองพลันแนบชิดขึ้นมาอย่างกะทันหัน นางคว้ามือของชุยลิ่งเหยามาจับไว้แน่น กล่าวด้วยความดีใจว่า

“หากข้าได้แต่งให้เขา ข้าจะต้องจัดการดูแลเรือนหลังให้เขาอย่างดี ให้เขาทุ่มเทกับราชกิจในราชสำนักได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องมากังวลเรื่องจุกจิกภายในบ้านเลยแม้แต่น้อย”

คุณหนูที่เกิดในจวนกั๋วกง เดิมทีก็ถูกฟูมฟักมาตามแบบฉบับนายหญิงของตระกูลใหญ่โตอยู่แล้ว ความสามารถในการดูแลจัดการเรือนย่อมไม่ต้องพูดถึง

เมื่อนึกถึงภารกิจที่ตนเองได้รับมอบหมายในครั้งนี้ หัวใจของชุยลิ่งเหยาก็กระตุกวูบ

นางไม่อยากมีลูกในโลกใบนี้ แต่ภารกิจคือการทำให้เซี่ยจิ้นไป๋มีทายาทสืบสกุล

ระบบบอกว่าสามารถให้สตรีอื่นเป็นผู้ให้กำเนิดแทนได้

หากพิจารณาดูให้ดี… เสิ่นหานเยว่เหมาะสมกับเซี่ยจิ้นไป๋อย่างแท้จริง!

ชุยลิ่งเหยามองเห็นหนทางสว่างในการทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วง นางพลิกมือกลับไปกุมมือญาติผู้พี่เอาไว้ เอ่ยอย่างจริงจังว่า

“หากพี่หญิงมีใจรักลึกซึ้งต่อเขาถึงเพียงนั้น ยืนกรานว่าจะแต่งกับเขาให้ได้ เช่นนั้นข้าจะช่วยท่านพิชิตใจเขาเอง”

นางสามารถเป็นแม่สื่อสนับสนุนให้ผู้อื่นสมหวัง และช่วยให้เสิ่นหานเยว่สมปรารถนาได้

ถึงอย่างไร… การพิชิตใจเซี่ยจิ้นไป๋ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ยากเย็นเท่าใดนัก

ในครั้งนี้, นางสามารถเร้นกายอยู่ในเงามืด คอยเป็นกุนซือชี้แนะให้เสิ่นหานเยว่ไปพิชิตใจเขา ไม่จำเป็นต้องโผล่หน้าไปให้เขาเห็นด้วยซ้ำ และไม่ต้องให้เขารู้เรื่องที่นางฟื้นคืนชีพกลับมาด้วย

รอจนเสิ่นหานเยว่ตั้งครรภ์และคลอดบุตรอย่างราบรื่น…

เมื่อเรื่องราวเสร็จสิ้น นางก็จะจากไป ซ่อนเร้นผลงานและชื่อเสียงไว้เบื้องหลังอย่างเงียบๆ

นางวาดแผนการไว้อย่างงดงาม ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่นางคงคาดไม่ถึง…

คือบทสนทนาทั้งหมดนี้ จะถูกบุคคลในหัวข้อได้ยินตั้งแต่ต้นจนจบ!

ภายนอกรถม้า

เซี่ยจิ้นไป๋ที่ขี่ม้าตามหลังรถมาอย่างเนิบนาบ ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ดูคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม ทำเอาหลี่หยงที่มองดูอยู่เหงื่อเย็นแตกพลั่ก

ทิ้งราชกิจมากมายไว้เบื้องหลัง ไม่รีบร้อนไปจัดการสะสาง

แต่กลับมาอาศัยหูที่สดับรับฟังได้ไกล แอบสะกดรอยตามรถม้าของคุณหนูสองคน และแอบฟังเรื่องที่พวกนางคุยกันเป็นส่วนตัว

นี่หรือคือเจ้านายของเขา ผู้ซึ่งใช้ชีวิตประหนึ่งซากศพเดินได้ ไม่เคยนำพาสิ่งใดมาใส่ใจเลยนับตั้งแต่พระชายาสิ้นพระชนม์?

เซี่ยจิ้นไป๋รู้สึกสนใจในตัวหลานสาวตระกูลเสิ่น ผู้ที่เพิ่งเคยพบหน้ากันเพียงครั้งเดียว

เขาอยากรู้ว่าตอนที่แม่นางผู้นั้นเอ่ยถึงเขา เหตุใดจึงไร้ซึ่งความเคารพยำเกรง แถมยังมีทีเหมือนเป็นเรื่องปกติธรรมดา ราวกับว่าพวกเขาคุ้นเคยกันยิ่งนัก

เพราะคุ้นเคยกัน… จึงไม่รู้สึกว่าเขาเป็นคนที่เอื้อมไม่ถึง

เวลาพูดคุยกัน… ถ้อยคำจึงดูผ่อนคลายและเป็นกันเอง

เมื่อครู่ตอนที่พบหน้ากันครั้งแรก นางไม่มีแม้แต่ความคิดที่จะย่อกายทำความเคารพเขาเสียด้วยซ้ำ

และเพราะเหตุใดจังหวะการเต้นของหัวใจในอกของเขา ถึงได้เต้นรัวอย่างน่าประหลาดเมื่อได้ยินเสียงของนาง

เป็นเพราะมันกำลังลิงโลด ราวกับว่าได้รับการยืนยันถึงอะไรบางอย่าง ดีใจจนแทบจะกระดอนหลุดออกมาจากอก

แต่เซี่ยจิ้นไป๋นั้นอดทนเก่ง…

ต่อให้เป็นอารมณ์ความรู้สึกที่อึดอัดและเจ็บปวดทรมานสักเพียงใด เขาก็ทนได้

ตอนนี้สิ่งที่เขาอยากรู้มากที่สุดก็คือ นางจะช่วยญาติผู้พี่ของนาง ‘พิชิตใจเขา’ อย่างไร?

ภายในรถม้า 

เสิ่นหานเยว่เองก็สงสัยในเรื่องนี้เช่นกัน

“เจ้าจะช่วยอะไรข้าได้หรือ?”

ญาติผู้น้องที่กำพร้าทั้งบิดาและพี่ชาย ไร้ตระกูลหนุนหลัง ต้องมาขอพึ่งพิงอาศัยอยู่ที่บ้านของนาง

ขนาดเสนอตัวไปเป็นอนุ พี่ชายของนางยังไม่เอา แล้วจะมาช่วยอะไรนางได้?

ชุยลิ่งเหยาไม่ใส่ใจเลยสักนิดที่ถูกดูแคลน นางกล่าวอย่างเป็นธรรมชาติว่า

“ก็หาวิธีช่วยท่านคว้าหัวใจเซี่ย... เอ่อ… ท่านอวี้อ๋องมาครองให้ได้น่ะสิเจ้าคะ”

เรื่องอื่นนางอาจจะไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ แต่ในเรื่องการพิชิตใจเซี่ยจิ้นไป๋ นางมีเคล็ดลับและประสบการณ์อยู่ไม่น้อย

ถึงอย่างไรนางก็เคยทำให้ [ค่าความรัก] ของเซี่ยจิ้นไป๋พุ่งทะลุเต็มปรอทมาแล้ว

สำหรับระบบแล้ว นางคือคนที่สอบได้คะแนนเต็มเชียวนะ!

จบบทที่ บทที่ 22 ข้าจะช่วยท่านพิชิตใจเขาเอง

คัดลอกลิงก์แล้ว