- หน้าแรก
- จิ๋นซีเปลี่ยนชะตา ปฏิรูปแคว้นฉินด้วยวิทยาการต่างมิติ
- บทที่ 20 - แผนลวงซ้อนแผน
บทที่ 20 - แผนลวงซ้อนแผน
บทที่ 20 - แผนลวงซ้อนแผน
บทที่ 20 - แผนลวงซ้อนแผน
ซื่อจื่อแห่งจวนผิงหนานอ๋องถูกลักพาตัวไปแล้ว!
ข่าวนี้เปรียบเสมือนก้อนหินที่ถูกโยนลงในน้ำจนเกิดแรงกระเพื่อมมหาศาลและแพร่กระจายออกไปทุกทิศทางด้วยความเร็วแสง เขาถูกลักพาตัวไปในช่วงค่ำ ทว่าพอถึงช่วงบ่ายของวันต่อมาองค์ฮ่องเต้ก็ได้รับทราบรายละเอียดของเหตุการณ์ผ่านช่องทางพิเศษของราชวงศ์เรียบร้อยแล้ว
รวมถึงยอดคนอย่างผู้เฒ่าอู๋หมิง ประมุขนิกายปีศาจประจิมเง็กหล่อซะ (อวี้หลัวซ่า) และเหล่าผู้มีอิทธิพลทั้งหลายต่างก็ได้รับทราบข่าวนี้พร้อมๆ กัน
ทางด้านหลวี่บู๋เหวยก็ได้วางสายลับไว้ล่วงหน้าและได้รับข้อมูลมหาศาลจากการกระจายข่าวในครั้งนี้ อย่างน้อยที่สุดขุมกำลังที่สามารถส่งข่าวได้รวดเร็วเพียงนี้ย่อมมิใช่ธรรมดาแน่นอน!
ท่านซื่อจื่อหายตัวไปในยามวิกาล โดยทิ้งจดหมายไว้เพียงฉบับเดียวซึ่งระบุไว้สามบรรทัด บรรทัดแรกคือราคาค่าไถ่: ทองคำหนึ่งล้านตำลึง บรรทัดที่สองคือเวลา: ภายในสามวัน และบรรทัดที่สามคือสถานที่: บนท่าเรือหลงชวน
ท่าเรือหลงชวนเป็นท่าเรือที่ถูกทิ้งร้างมานานเนื่องจากมีโขดหินโสโครกและกระแสน้ำใต้น้ำที่ซับซ้อนยิ่งนัก ในแต่ละปีมีกองเรือพุ่งชนโขดหินจนอับปางที่นี่มิน้อย
เมื่อเวลาผ่านไปที่แห่งนี้จึงถูกทิ้งให้รกร้าง ทว่าเมื่อข่าวการลักพาตัวซื่อจื่อแพร่สะพัดออกไป ภายในเวลาเพียงสามวันก็ได้มีสายลับจำนวนมหาศาลเดินทางมาสำรวจสถานที่แห่งนี้
และสายลับทุกคนที่เดินทางออกจากที่นี่ ล้วนถูกคนของหลวี่บู๋เหวยสะกดรอยตามไปทั้งสิ้น แม้จะมีบางคนที่ฉลาดเฉลียวและหลบหนีการติดตามไปได้ ทว่าส่วนใหญ่กลับเปิดเผยข้อมูลสำคัญออกมาโดยมิรู้ตัว
เพียงชั่วพริบตา เวลาสามวันก็ผ่านพ้นไป
ผิงหนานอ๋องนำกองทัพส่วนตัวห้าร้อยนายที่มีอาวุธครบมือ สวมเกราะหนักและถือธนูหน้าไม้แรงสูงมุ่งหน้าไปยังท่าเรือ
ข้างกายเขามียอดมือปราบกิมเกาลิ้มซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นมือปราบอันดับหนึ่งในรอบสามร้อยปีของสำนักมือปราบหกห้อง และยังมีตัวเอกผู้อยู่ทุกหนแห่งที่มีเรื่องวุ่นวายอย่างเล็กเซียวหงส์ร่วมเดินทางมาด้วย
ยิ่งไปกว่านั้นเพียงผิงหนานอ๋องออกคำสั่งเดียว วีรบุรุษทั่วดินแดนทางตอนใต้ต่างก็ขานรับ ยอดฝีมือที่มีชื่อเสียงโด่งดังหลายคนต่างพกพาอาวุธคู่ใจเดินทางมารวมตัวกันที่นี่
แม้แต่เจ้าเมืองเมฆขาว เอี้ยก่วย (เยี่ยโกวเฉิง) ผู้ที่ถูกเปรียบเปรยดั่งมังกรบนฟากฟ้ามิแปดเปื้อนธุลีดินก็ยังเดินทางมาถึงที่นี่ด้วยเช่นกัน
ในขณะที่ในเงามืด สายลับจากนิกายปีศาจประจิมก็ได้เดินทางมาถึงนานแล้ว
หลวงจีนสัตย์ซื่อพร่ำบ่นบทสวดอาวิดตพุทธะ ยืนอยู่เคียงข้างเล็กเซียวหงส์
หลวงจีนขู่กวา ยืนอยู่ข้างกิมเกาลิ้มในฐานะศิษย์พี่
แม้แต่กงซุนต้าม้า ผู้นำขององค์กรคนล่องหน (หยิ่นสิงเหริน) ก็ยังแปลงโฉมเดินปะปนมาดูเหตุการณ์กับเขาด้วย
บางคนมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น บางคนรู้สึกว่าโจรลักพาตัวผู้นี้น่าสนใจยิ่งนักที่กล้าลงมือกับจวนผิงหนานอ๋อง ช่างรนหาที่ตายเสียจริง!
ทว่ามิว่าจะด้วยเหตุผลกลใด ความสนใจของทุกคนในยามนี้ล้วนถูกดึงดูดมายังสถานที่แห่งนี้อย่างเบ็ดเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“แผนการส่งเสียงบูรพาโจมตีประจิม แม้จะเป็นกลอุบายที่เก่าแก่ ทว่าในหลายๆ ครั้งมันกลับได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ยามใช้กลอุบายมิจำเป็นต้องสนใจว่ามันจะเก่าหรือใหม่ ขอเพียงมันใช้ได้ผลก็นับว่าเพียงพอแล้ว” หลวี่บู๋เหวยเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
จนถึงตอนนี้ เขานับว่ายอมสยบให้แก่อิ่งเจิ้งอย่างแท้จริง เมื่อพิจารณาจากพงศาวดารความสำเร็จในอนาคตของอิ่งเจิ้งนั้น แม้แต่ตัวเขาเองก็ต้องยอมรับนับถือจากใจจริง
และหากมองจากความเป็นจริง อิ่งเจิ้งในยามนี้กุมความลับเรื่องการท่องหมื่นโลกไว้ในมือ ยามนี้ต้องการเสบียงอาหารจึงเดินทางมายังแผ่นดินต้าหมิง เช่นนั้นหากวันหนึ่งอิ่งเจิ้งต้องการอายุขัยที่ยืนยาวหรือต้องการความเป็นอมตะเล่า?
หากเขาติดตามอิ่งเจิ้งอย่างสุดกำลังตั้งแต่วันนี้ มิใช่ว่าจะมีโอกาสได้รับความเป็นอมตะด้วยหรอกหรือ? ต่อให้มิมิอมตะ ทว่าการได้อยู่ดูโลกไปอีกสักหลายร้อยปีและเดินทางไปชมทัศนียภาพที่ต่างกันในแต่ละโลก มิใช่เรื่องที่ดีงามหรอกหรือ?
หลังจากปรับเปลี่ยนสภาพจิตใจแล้ว การทำงานร่วมกันระหว่างเขากับอิ่งเจิ้งก็นับว่าราบรื่นและเป็นสุขยิ่งนัก
“เป็นที่นี่แน่นอน ข้าคำนวณมิผิดพลาดจริงๆ!” ผู้อาวุโสหมัดเหล็กกระซิบเบาๆ
สถานที่แห่งนี้คืออุโมงค์ใต้ดินที่เขาขุดขึ้นมาภายในเวลาเพียงสามวัน โชคดีที่วิทยาการกลไกของตระกูลกงซูนั้นอัศจรรย์ยิ่งนัก แม้จะมิอาจสร้างวิหคจักรกลที่บินได้เหมือนตระกูลม่อทว่าการขุดดินนั้นมิใช่เรื่องยากลำบากเลย
เบื้องหน้าของเขาในยามนี้คือแผ่นหินขนาดใหญ่ แผ่นหินนี้กว้างยาวสามฟุตและหนาถึงสามฟุต เพียงมองดูแผ่นหินนี้ก็ทราบได้ทันทีว่าพื้นที่ด้านบนต้องเป็นสถานที่ที่ล้ำค่าที่สุดภายในจวนอ๋องแน่นอน
ผู้อาวุโสหมัดเหล็กเหลือบมองนาฬิกาจักรกลที่ข้อมือขวาแล้วเอ่ย “ตรวจเช็คเวลา ยามนี้คือต้นยามห้าย (21:15 น.) อีกหนึ่งเค่อเราจะเริ่มลงมือ!”
ผ่านทางเชือกเส้นเล็กและกลไกพิเศษ เสียงของผู้อาวุโสหมัดเหล็กจากในอุโมงค์ได้ถูกส่งต่อไปยังเบื้องหน้าของอิ่งเจิ้ง
ผู้ที่ควบคุมภาพรวมอยู่ที่นี่คือหลวี่บู๋เหวย ส่วนอิ่งเจิ้งนั้นเปรียบเสมือนเครื่องมือรักษาความปลอดภัยที่ไร้อารมณ์ เขายืนอยู่ตรงนี้เพื่อคอยรับมือกับเหตุการณ์มิคาดฝันที่อาจเกิดขึ้นเท่านั้น
หลวี่บู๋เหวยพยักหน้าให้อิ่งเจิ้งก่อนจะเริ่มออกคำสั่ง เหล่าวีรบุรุษของฉินต่างเข้าประจำที่ตามหน้าที่ของตน ส่วนพวกคนงานที่เกณฑ์มาจากหอชิงอีก็ได้เตรียมรถม้าไว้พร้อมสรรพนานแล้ว
ทันทีที่ห้องลับถูกเปิดออก ทรัพย์สินเงินทองจะถูกลำเลียงใส่หีบและขนขึ้นรถม้าด้วยความเร็วสูงสุด มุ่งหน้าไปยังท่าเรืออีกแห่งหนึ่งที่ถูกเหมาปิดไว้ล่วงหน้าแล้ว
ที่ท่าเรือแห่งนั้นมีเรือเดินทะเลขนาดใหญ่จอดรออยู่ ทันทีที่ทรัพย์สินเหล่านั้นขึ้นไปบนเรือได้ก็นับว่ามันตกเป็นของหอชิงอีอย่างสมบูรณ์
สุดท้ายพวกมันจะถูกกระจายผ่านมือพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยและเกษตรกร เสบียงอาหารจะถูกแลกเปลี่ยนและลำเลียงกลับไปยังแคว้นฉินผ่านประตูมิติทีละส่วน
เวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว ปลายยามห้าย (21:30 น.) ได้มาถึงแล้ว
ในวินาทีนั้น ผู้ที่เริ่มลงมือก่อนคือองครักษ์ปราบมารที่กระจายตัวอยู่รอบนอกจวนผิงหนานอ๋อง พร้อมกับเหล่านักรบเดนตายที่หอชิงอีฝึกฝนขึ้นมา
แม้ผิงหนานอ๋องจะนำกองทัพส่วนตัวที่แข็งแกร่งที่สุดห้าร้อยนายและยอดฝีมือส่วนใหญ่จากจวนอ๋องออกไปแล้ว ทว่าผู้ใดจะรับประกันได้ว่านั่นคือพละกำลังทั้งหมดของจวนอ๋อง
ดังนั้นภายใต้การนำขององครักษ์ปราบมาร เหล่านักรบเดนตายจึงมุ่งเป้าโจมตีไปยังที่พำนักของพระชายาผิงหนานอ๋อง เป้าหมายคือสตรีผู้เป็นเจ้าของจวนแห่งนี้
ทันทีที่พวกเขาลงมือ ขุมกำลังที่ซ่อนอยู่ของจวนอ๋องก็จำต้องปรากฏตัวออกมา เรื่องอื่นอาจจะพอผ่อนปรนทว่าพระชายาย่อมสำคัญที่สุด! หากพวกเขาเอาแต่เฝ้าตามหน้าที่ทว่าพระชายากลับถูกลอบสังหาร พวกเขาย่อมมิมีจุดจบที่ดีแน่นอน!
คนอื่นอาจจะพอรอดชีวิต ทว่าหัวหน้าของขุมกำลังที่ซ่อนอยู่นี้ย่อมต้องมลายสิ้นชีวิตแน่นอน!
ดังนั้นแม้พระชายาจะมิได้ออกคำสั่ง ทว่าเมื่อเหล่าองครักษ์ในที่ลับเห็นว่าทหารยามปกตมิอาจคุ้มครองความปลอดภัยได้ พวกเขาจึงต้องปรากฏตัวออกมาอย่างหลีกเลี่ยงมิได้
เมื่อเห็นยอดฝีมือเหล่านั้นปรากฏกายออกมา หลวี่บู๋เหวยก็พยักหน้าด้วยความวางใจ “ต่อไปเป็นตาของท่านแล้ว ผู้อาวุโสหมัดเหล็ก”
“วางใจเถอะ เรื่องกลไกข้าคือมืออาชีพ”
ในขณะที่พูด ผู้อาวุโสหมัดเหล็กก็ได้หยิบกระบอกทรงกลมออกมาพ่นสเปรย์บางอย่างลงบนแผ่นหิน ทันใดนั้นก็เกิดหมอกควันสีดำขึ้น เพียงมิกี่ลมหายใจแผ่นหินที่หนาถึงสามฟุตก็ถูกกัดกร่อนจนเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่
ผ่านไปเพียงครู่เดียว หมอกควันที่ฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรงนั้นก็สลายตัวไปจนสิ้น นี่คือการบดขยี้ด้วยวิทยาการที่ข้ามผ่านยุคสมัย มิอาจมีสิ่งใดขวางกั้นได้
ผ่านเชือกเส้นเล็กพิเศษนั้น หลวี่บู๋เหวยได้ยินเพียงเสียงโลหะปะทะกันดังเคร้งคร้าง เป็นเสียงของการทำลายกลไกสลับกับเสียงอุทานด้วยความประหลาดใจของผู้อาวุโสหมัดเหล็ก
“กลไกชิ้นนี้น่าสนใจยิ่งนัก ดูเหมือนวิทยาการกลไกของโลกใบนี้จะมีหลายอย่างที่ควรค่าแก่การศึกษา หากมีโอกาสข้าอยากจะพบผู้ที่สร้างกลไกเหล่านี้จริงๆ ท่าทางจะเป็นคนที่น่าสนใจมิใช่น้อย”
“เอาล่ะ เรียบร้อยแล้ว!”
[จบแล้ว]