เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เจ้าชายปีศาจไปสถานศึกษา ตอนที่ 9

เจ้าชายปีศาจไปสถานศึกษา ตอนที่ 9

เจ้าชายปีศาจไปสถานศึกษา ตอนที่ 9


เจ้าชายปีศาจไปสถานศึกษา ตอนที่ 9

การเทเลพอร์ท

มันเป็นอะไรที่ไม่น่าเชื่อ กับการที่ได้เทเลพอร์ทแบบนั้นด้วยตัวเอง

พอประกายแสงหายวับไป ฉากทิวรอบข้างก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ที่แห่งนี้ผิดกับดินแดนปีศาจที่มีแต่ท้องฟ้าสีเทาปกคลุม ที่นี่น่ะ ท้องฟ้าเป็นสีคราม มีเมืองอันแสนวุ่นวายอยู่ตรงหน้า

สถานที่นี้นี่เองแหละ สถานที่ดำเนินเรื่องหลักในนิยายของผมอย่าง  [จอมมารตายแล้ว ]

เมืองหลวงของจักรวรรดิ การ์เดียม

มันชวนให้ผมรู้สึกแปลกๆเวลามาอยู่ในเมืองที่ตัวเองเขียนไว้แค่ชื่อ

นี่เราอยู่กันที่ไหนนะ ?

ผมไม่รู้จักที่นี่ด้วยซ้ำไป

ไม่หรอก เอ่อ เอาจริงนะ ผมไม่ได้บรรยายทุกหัวมุมของเมืองหลวงแห่งนี้หรอก  คือ ผมหมายถึง ผมคงจะโดนด่านั่นแหละที่แต่ละตอนแต่ละตอนเนี่ยเอาแต่บรรยายรายละเอียดไร้สาระแบบนั้น

เป็นไปได้ว่า เรามาโผล่ย่านการค้าที่ไหนสักแห่งในเมืองหลวง

ผู้คนต่างมองมาที่ผมและเจ้าหญิงด้วยสีหน้างุนงง ทันทีที่จู่ๆเราก็โผล่มาจากไหนไม่รู้ด้วยเทเลพอร์ท

เทเลพอร์ทน่ะเป็นเวทย์มนตร์ระดับสูงมากๆ ดังนั้นไม่ได้มีโอกาสเห็นได้กันทั่วไปแน่ๆ

ในที่สุดผมก็มาถึงเมืองหลวง การ์เดียม เมืองที่ผมแต่งไว้ แต่ผมดันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลยนี่สิ

“อ้ะ …. อา , เกิดอะไรขึ้น ? ทะ , ที่นี่น่ะ …เมืองหลวงเหรอ ?”

เจ้าหญิงชาร์ล็อต เดอ การ์เดียส ที่เทเลพอร์ทมาพร้อมผมถึงกับเผยสีหน้าสับสนงุนงงออกมา

เดิมทีผมควรที่จะเป็นคนคุ้มครองของเธอ แต่สุดท้ายก็กลายเป็นลักพาตัวเธอออกมาด้วยเทเลพอร์ท ย่อมเป็นธรรมดาที่เธอจะตกใจ

“เซอร์ฟรานซิสน่ะถูกฆ่าแล้ว ผมก็เลยกลับมา ที่ปราสาทจอมมารด้วยคัมภีร์เทเลพอร์ทที่ค้นเจอ ผมว่า เมืองหลวงเป็นที่ที่หลอดภัยที่สุดสำหรับเจ้าหญิง”

พอได้ยินคำอธิบายจากผม เจ้าหญิงก็ตาโต เธอคงตกใจตอนที่ได้ยินว่า เซอร์ฟรานซิสถูกฆ่า และคงประหลาดใจไปอีกที่ผมสามารถหาวิธีการอื่นได้รวดเร็วเพื่อช่วยเธอจากสถานการณ์ดังกล่าวได้

ใช่ มันไม่มีทางหรอกที่เด็กอายุ 17 จะหลักแหลมขนาดนั้น แต่ต่อให้เป็นอายุเดิมของผมมันก็ใช่ว่าง่ายซะที่ไหน ! ผมเกือบตายไปหลายครั้งด้วยซ้ำ

“อ่า , ทำได้ดีมาก ….นายน่ะ ทำได้ดีมาก ดีมากจริงๆนะ”

ชาร์ล็อตทรุดตัวนั่งพิงกับม้านั่งใกล้ๆด้วยความโล่งใจ

เธอถอนใจเฮือกใหญ่ แค่คิดถึงก่อนหน้านี้ก็ชวนผวาแล้ว

–ประกายแสงจ้า !

ไดรัสมายืนตรงหน้าผมพร้อมแสงแว๊บ

“แฮ่ก ….แฮ่ก ….”

ไดรัสสามารถหนีพ้นสภาพสุดสิ้นหวังและมาอยู่ตรงหน้าเราพร้อมกับหายใจหอบหนัก

“คุณปลอดภัยดีสินะ , ร้อยโท !”

“ใช่…. ถ้าช้ากว่านี้สักหน่อย เจ้าพวกนั้นได้เฉือนแขนขา ผมแน่”

ไดรัสสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วตรงเข้าไปคุกเข่า ไม่ใช่ตรงหน้าผมหากแต่เป็นเจ้าหญิงชาร์ล็อต

“ร้อยโท ไดรัส ,ผู้บัญชาการหน่วยที่ 3 , กองร้อยที่ 11 , ทหารม้าที่ 4 , กองพลจักรวรรดิที่ 1

ผมขอถวายความภักดี แก่ฝ่าบาท,เจ้าหญิงแห่งจักรวรรดิลำดับ หนึ่ง ”

ชาร์ล็อตดูจะยังไม่เก็ทว่ามันเกิดอะไรขึ้น

พวกเราน่ะมีคัมภีร์เทเลพอร์ทสองชุด

แผน A น่ะง่ายดายมาก ก็แค่เข้าไปถึงตัวเจ้าหญิง แล้วใช้คัมภีร์แมสเทเลพอร์ท(Mass Teleport) ถ้าหากยามหน้าทางเข้ายอมให้เราเข้าไป

แผนB นั้นก็คือ ให้ไดรัสเปิดทางให้ผม แล้วดึงความสนใจไป

ส่วนไดรัสก็จะใช้คัมภีร์เทเลพอร์ทเดี่ยว หลังจากที่ผมใช้ แมสเทเลพอร์ทพาองค์หญิงหนีมาได้แล้ว

ไดรัสน่ะจะยืนยันให้แน่ก่อนว่า พวกเราหนีได้แล้ว แล้วจึงค่อยหนีตามมาทีหลัง

หากไม่อธิบายมาก่อน ชาร์ลอตก็คงงงแน่ๆที่จู่ๆก็มีคนแปลกหน้าจากไหนไม่รู้โผล่มา ผมก็เลยอธิบายเรื่องทั้งหมดไว้ก่อนแล้ว

ผมบอกกับเธอว่าหากไม่ได้ร้อยโทไดรัสคนนี้ ผมไม่มีทางทำภารกิจนี้สำเร็จลุล่วงได้

ชาร์ล็อตพยักหน้า แม้จะยังคงงุนงงสงสัยอยู่

“ขอบใจมากนะ ร้อยโทไดลัส”

ชาร์ลอตซาบซึ้งและกล่าวขอบคุณที่เขาช่วยเธอในคราวสำคัญ

“ในฐานะทหารของจักรวรรดิ ตัวผมนั้นสมควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเชื้อพระวงศ์ก่อน”

ไดลัสนั้นตัดสินใจในเรื่องที่ตัดสินใจได้ยากเย็น จริงอยู่ที่ทหารคนไหนก็พูดแบบเขาไ้ แต่ของจริงกับสิ่งที่พูดน่ะมันผิดกัน

เขาเสี่ยงเอาชีวิตตัวเองไปโยนทิ้ง เพื่อเผชิญหน้ากับกองกำลังที่ตั้งใจจะฆ่าองค์หญิง เหมือนเป็นเรื่องปกติ

เขาไม่ลังเล สงสัยแต่น้อยเลยว่า ตัวเองอาจจะตายก็ได้

ส่วนสิ่งที่ผมทำลงไปนั้นก็เพราะชีวิตผมโดนการมีอยู่ของชาร์ล็อตก่อกวนเข้าให้ แต่หมอนี่น่ะมันคนจริง ลูกผู้ชายชาติทหารแท้ๆ

ชาร์ล็อตพยักหน้าเพราะเธอก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน

“ศัตรูของพวกเราจะไม่ตามเรามาด้วยเวทย์มนตร์เทเลพอร์ทเหรอ ?”

นั่นเป็นสิ่งที่พวกเรากังวลอยู่ ณ ตอนนี้

ในหมู่ศัตรูพวกเราย่อมต้องมีพ่อมดอยู่แล้ว และผมก็มั่นใจด้วยว่า ตัวเองน่ะตะโกนเสียงดังถึงปลายทางว่า เมืองการ์เดียม

ยังไงพวกเขาก็ต้องรู้แน่ๆแหละ

ไดรัสหน้าเคร่งพอได้ยินคำพูดผม

“เราต้องรีบหนีไปให้ไว”

“ไม่หรอก, พวกเราไม่ต้องทำแบบนั้นแล้ว”

แต่ชาร์ล็อตกลับไม่ร้อนใจ

“ไม่มีพ่อมดคนไหนในกองทัพพันธมิตรที่สามารถเทเลพอร์ทจากดินแดนปีศาจไปยังการ์เดียมได้

พวกเราน่ะ เคลื่อนย้ายมาไกลอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ

เดิมทีมันไม่ควรเกิดขึ้นได้ด้วยซ้ำ อีกทั้งยังไม่มีประตูวาร์ปอยู่ใกล้ๆกับปราสาทจอมมารด้วยเช่นกัน ดังนั้น…ไม่มีใครสามารถตามเรามาได้แล้วล่ะ ”

เมื่อบอกให้เรารู้ถึงประสิทธิภาพที่สูงอย่างไม่น่าเชื่อของคัมภีร์ปีศาจแล้ว ชาร์ล็อตก็ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่พวกนั้นจะไล่ตามเรามาด้วยการเทเลพอร์ท

“แต่ก็เป็นไปได้ว่าพวกเขาจะรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยเวทย์มนตร์สื่อสาร แต่มันก็ใช้เวลาสักระยะ ซึ่งนั่นก็เพียงพอให้เราไปถึงวังหลวง”

เวทย์มนตร์สื่อสาร ไม่ใช่อะไรที่ใช้ปุ้บได้ปั้บ มันมีดีเลย์

มันก็ขึ้นกับระยะทางระหว่างสองตำแหน่ง ที่ยิ่งมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเลย์ นานออกไปเท่านั้น จนกว่าเวทย์นั้นจะส่งไปถึงผู้คนที่เป็นเป้าหมาย

ทีแรก เขารู้ข่าวว่า เจ้าหญิงมีชีวิต แล้วเขาก็ต้องออกคำสั่งให้ฆ่าเจ้าหญิง คราาวนี้เขาก็ต้องมาสั่งใหม่อีกว่า เจ้าหญิงได้เทเลพอร์ทไปยังการ์เดียมแล้ว

“แล้วท่านจะเล่าได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น ,ร้อยโท ?”

“ได้ครับ , ผมจะเล่าให้ฟังเอง”

เนื่องจากเรามีเวลาไม่มากมายนัก เราก็เลยใช้เวลาช่วงที่พาเจ้าหญิงเดินไปยังถนนเมืองหลวง อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นไปด้วย

พอเล่ามาถึงตอนที่ผมเกือบตายเพราะพวกอัศวินของดยุค เจ้าหญิงก็มองผมด้วยแววตาขอโทษ

ผมรอดมาได้แล้ว เธอไม่เห็นจะต้องมาขอโทษ หรือรู้สึกผิดกับผมเลย

จริงอยู่ที่ผมสามารถใช้คัมภีร์เทเลพอร์ททันทีที่ผมออกจากปราสาทจอมมารเลยก็ได้ หากผมอยากรอดชีวิตน่ะ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมอยากจะเป็น

ผมก็ไม่รู้เหมือนกันแหละว่าทำไม แต่ผมไม่อยากทิ้งชาร์ล็อตไว้แม้ชีวิตผมต้องเสี่ยงตายด้วยก็ตาม

ผมเข้าใจดีว่า มันเป็นอะไรที่โง่มากที่ไปเสี่ยงชีวิตตัวเองช่วยใครสักคนหนึ่งที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก

ผมอยากจะบอกเลยว่า มันไม่ใช่นิสัยของผมเลยด้วยซ้ำ

แต่เอาเถอะ เอาเถอะ อย่างน้อยมันก็จบลงด้วยดีนะ

แต่ผมมั่นใจแล้วว่า ผมจะไม่ทำอะไรบ้าๆแบบนี้อีก

เอาแค่ตอนที่ไดรัสเล่าเหตุการณ์ดังกล่าว ผมฟังแล้วก็ขนลุกเสียววาบถึงหลังแล้ว

พอมองย้อนกลับไป มีอะไรผิดธรรมชาติเกิดขึ้นมากมายเลยไม่ว่าจะเป็นการที่อยู่ๆ กากอยก็ทำงานขึ้นมาแล้วขวางพวกอัศวิน

พวกนักโทษปีศาจที่อยู่ๆก่อจราจลขึ้นมา ขณะที่พวกนั้นกำลังจะจับตัวพวกเราได้

เหตุเกิดครั้งแรกก็เรียกว่า เรื่องบังเอิญ แต่พอเกิดเป็นครั้งที่สองนี่ มันน่าสงสัยเกินไปแล้ว มันดูพอเหมาะพอเจาะจนเกินไป

ไดรัสก็แค่รู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่มีชีวิตรอดมาได้ แต่ผมเห็นสีหน้าของเจ้าหญิงที่ตึงเคร่ง

เธอน่ะคือ ชาร์ล็อต เจ้าหญิงผู้อยู่ในปราสาทกลางในกลางจักรวรรดิ พูดได้ว่าอยู่ใจกลางเวทีสงครามการเมืองก็ว่าได้

เธอนั้นฉลาดเป็นกรด และยังผ่านประสบการณ์บางอย่างมาแล้ว ในทันทีที่เธอได้รับความช่วยเหลือจากจุดที่เหนื่อยล้าทั้งกายและใจ , เธอก็คาดการณ์ความตายของตัวเองได้แทบจะในทันที

เหล่าปรากฏการณ์แปลกๆที่เดินขบวนเข้ามา

เด็กชายผู้สูญเสียความทรงจำ

คัมภีร์เทเลพอร์ทที่ผมหาเจอได้ในทันที

จุดที่น่าสงสัยที่สุดในเรื่องนี้ ก็คือ ผมเองนี่แหละ

ผมไม่รู้ว่า คนอื่นจะมีข้อสรุปเรื่องนี้ยังไง แต่สำหรับผมแล้วไม่ว่าจะมองมุมไหนมันก็ไม่ส่งผลดีกับผมทั้งนั้น

และเห็นได้ชัดแล้วว่า เจ้าหญิงน่ะไปถึงข้อสรุปนั่นได้แน่ๆ

ผมไม่รู้ว่าเธอจะตัดสินใจยังไง แต่ผมจะไม่รอให้เธอลงมือ

ผมเดินช้าลง ปล่อยให้พวกเขานำหน้าไป

ถือเป็นโชคดีที่ไดรัสนั้นอยู่ใกล้ชิดกับองค์หญิงเผื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันจะเกิดขึ้น

แบบนี้ดีแล้ว

แค่องค์หญิงเป็นหนี้บุญคุณผมก็ดีแล้ว แต่ผมไม่สามารถอยู่ใกล้ชิดกับเธอได้ เพราะมันเสี่ยงที่ตัวตนของผมจะถูกเปิดโปงเข้าสักวัน

ความสัมพันธ์แบบนี้ มันไม่ยืนยาวนักหรอก

นี่เป็นสิ่งเดียวที่ผมจะสามารถทำได้

ผมเดินออกห่างไปเงียบๆ และรีบหลบเข้าซอยที่ผมเดินผ่านมา

ต่อให้เธออยากจะมอบให้ผมสักพันโกลด์ ผมก็ไม่สามารถติดต่อกับเจ้าหญิงได้อีก เจ้าหญิงน่ะปลอดภัยแล้ว แต่สำหรับผมน่ะ มันไม่ต่างจากการเดินดุ่มเข้าถ้ำเสือ

ไม่มีทางหรอก ที่ผมจะไปตบตาคนเก่ง และชนชั้นสูงในรั้วในวัง

ด้วยเวทย์ปลอมตัวในที่แค่ใช้เวทย์ลบล้างอ่อนๆก็พัดหายได้แล้ว

แล้วผมจะไปตั้งเป้าให้ชีวิตตัวเองสั้นขนาดนั้นตั้งแต่มาอยู่โลกนี้ไปทำไมกันล่ะ ?

ทำไมผมต้องไปเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อเป้าหมายระยะสั้นแค่นั้นกันล่ะ?

ผ่านเข้าไปซอกซอย ผมซ่อนตัวเพื่อให้แน่ว่า เจ้าหญิงกับไดรัสจะหาผมไม่เจอ

ตอนนี้พวกเขาไม่ตามหาผมอีกต่อไปแล้ว การกลับถึงวังหลวงนั้นสำคัญกว่า

ทีแรกผมน่ะหนีออกมาจากถ้ำที่กำลังถล่มที่ชื่อ ปราสาทจอมมาร เพื่อมาจบที่ถ้ำเสื้อที่เรียกว่า ค่ายทหารกองทัพพันธมิตร แต่ผมจะไม่เหยียบย่างเข้าไปในรังมังกรที่เรียกว่า วังหลวงแน่ๆ

หลังจากเดินมาสักพัก ผมก็มาหยุดเงียบๆแล้วนั่งที่ม้านั่งตัวหนึ่ง

“ฟิ่วววว ….”

ปล่อยทุกอย่างไว้ข้างหลัง ผมขอพักสักแปป

“ให้ตายเหอะ ….”

ในที่สุดผมก็ได้พูดอะไรปกติออกมาบ้างซะที หัวผมแทบระเบิดแล้ว

ผมได้เจอทั้งเหตุการณ์นองเลือด ได้เห็นผู้คนฆ่ากันตายต่อหน้าต่อตา และผมยังเป็นเหตุให้คนอื่นต้องตายอีกด้วย

กว่าจะมาถึงตรงนี้ได้ผมเกือบสติแตกไปหลายต่อหลายครั้ง

ตอนนี้ขอพักก่อนดีกว่า พัก แล้วปล่อยความทรงจำสุดเลวร้ายนั้นไปก่อน ค่อยมาคิดว่า จะทำอะไรต่อไปดี

นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ผมได้พักผ่อนหย่อนใจ หลังจากเจอสถานการณ์บีบคั้นชวนสิ้นหวัง ดันให้ต้องจนมุมในโลกที่ไม่คุ้นเคย

ผมผ่อนคลายลงเล็กน้อยที่ไม่โดนบีบให้ต้องไปไหนแล้ว

ตอนนี้ผมอยู่ที่ไหนสักแห่งในเมืองหลวงจักรวรรดิ

จะว่าไป เท่าที่ผมดูแล้ว เมืองหลวงจักรวรรดิน่ะก็ดูคล้ายยกรุงโซลในเกาหลีเลย

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า นี่เป็นเมืองใหญ่ ใหญ่ที่สุดในทวีป ไม่ว่าจะยุคไหนสมัยไหน เมืองใหญ่ขนาดนี้น่ะไม่ใช่เรื่องปกติที่มีกันดาดดื่น

ตอนนี้ผมนั่งเล่นบนม้านั่งบนถนนทางเดิน ที่ผู้คนไม่คับคั่งมากไปนักและก็ไม่ได้โหรงเหรง

เมืองหลวงจักรวรรดิน่ะเป็นเมืองที่รุ่งเรืองมีบรรยากาศผู้คนคึกคัก อันเนื่องมาจากจักรวรรดิน่ะได้รับชัยชนะจากสงครามโลกปีศาจ

ถึงอย่างนั้นหากผมอยากที่จะมีชีวิตรอดต่อไป ผมก็ไม่ควรคิดว่า ความสงบสุขนี้มันจะแน่นอนเสมอไป

หลังจากรวบรวมความรู้สึกในหัวใจที่แตกสลายกลับคืนฟื้นมา  , ผมกลับรู้สึกผิดจากความทรงจำแย่ๆ

จากนี้เป็นต้นไปผมต้องคิดให้ดีว่า ผมทำอะไรได้บ้างและควรทำอะไรต่อไป

แต่ผมเจอปัญหาแล้วอย่างนึง ผมไม่มีเงินเลยแฮะ

ผมไม่มีที่นอน ไม่มีอาหารให้กิน แถมการกลับไปกับเจ้าหญิงนั้นเป็นเรื่องไร้สาระเกินไปด้วย

การทำงานหาเงินเป็นอะไรที่ยาก เพราะมันจะเกิดอะไรขึ้นล่ะ ถ้าหากเวทย์มนตร์ปลอมตัวผมอยู่ๆหมดฤทธิ์ขึ้นมาขณะที่ผมกำลังล้างจานอยู่ในร้านอาหารที่ไหนสักแห่ง ?

พวกเขาไม่มีทางจ่ายเงินล่วงหน้าให้ก่อนทั้งที่ผมเป็นคนไม่รู้หัวนอนปลายเท้าแบบนี้แน่

ตอนนี้เองที่ผมเข้าใจแล้วว่า ทำไมพวกคนจรจัดถึงได้ก่ออาชญากรรม

หากไม่ใช่การก่ออาชญากรรมแล้ว ผมก็ไม่มีทางออกจากทางตันนี้ได้เลย

แล้วผมไปอยู่ในสถานที่ดูแลเด็กอะไรพวกนั้นไม่ได้เหรอ ?

มันมีไอ้ที่แบบนั้นด้วยไหม ?

มันคงไม่มีไอ้บ้าที่ไหนจะไปสร้างเซตติ้งโลก ที่มีระบบรับเลี้ยงดูแลเด็กในนิยายตัวเองล่ะมั้ง ……?

โอ้ะ  พอมานึกๆดูแล้ว

ผมเองนี่ว่า ไอ้บ้าคนนั้น มันเป็นโปรเจคที่รวบรวมเอาเด็กกำพร้าที่พ่อแม่ตายในสงครามโลกปีศาจมารวมไว้ ในช่วงหลังสงครามจบ

ผมรู้เรื่องนี้ดีเพราะจะมีเด็กบางคนในเรื่องบอกว่า มาจากสถานรับเลี้ยงเด็กในวิหาร ในช่วงบทหลักของชีวิตโรงเรียน

ที่ผมเขียนไปว่ามีเด็กจำนวนไม่น้อยที่เป็นลูกหลานของผู้คนที่ออกไปรบในสงครามโลกปีศาจ อยู่ในวิหารด้วย ในหมู่พวกนั้นเองก็มีตัวละครหลัก

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ข่าวที่ว่ามนุษย์ชนะปีศาจได้แล้วก็แพร่ออกไป พวกนโยบายที่ใหญ่ขนาดนั้นไม่มีทางทำได้ในทันทีหรอก มีโอกาสที่จะเป็นแบบนั้นสูงมาก

ถึงผมจะไปที่ไหนสักแห่งที่คล้ายศูนย์เลี้ยงดูเด็กกำพร้า แล้วขอให้รับผมเข้าไป ไม่ว่าพวกเขาจะรับผมหรือไม่มันก็ยังเป็นในเขตเมืองหลวงอยู่ดี

ไม่ว่าเจ้าหญิงจะออกตามหาผมตอนนี้เลยหรือมันก็ไม่ความเป็นไปได้ที่เธอจะเจอตัวผมอยู่ดี

ไม่ว่าจะด้วยเหตุที่อยากตกรางวัลให้ผม หรืออยากหาว่า ผมเป็นใครกันแน่เหตุผลอะไรไม่สำคัญ

เจ้าหญิง ก็คงสามารถใช้ความคิดคาดการณ์ได้แน่ว่า ผมอาจจะไปอยู่ศูนย์รับเลี้ยงเด็กที่ไหนสักแห่ง เธอน่ะฉลาดขนาดนั้นอยู่แล้ว หรือต่อให้เธอไม่สามารถตามหาผมในต่างแดน ต่างเมืองได้ผมก็ไม่มีเงินค่าเดินทางอยู่ดี

แถมผมยังไม่มั่นใจว่าตัวเองจะเอาชีวิตรอดในสภาพที่โหดร้ายแบบนี้ได้ด้วย

อีกทั้งผมยังเป็นปีศาจอีกด้วย เชื่อว่า ถ้าตอนนี้ผมมีบิสกิตอยู่ในมือนะ ผมโยนมันเข้าปากตัวเองแน่ๆ

อันที่จริงตอนนี้ผมก็เริ่มหิวละ

ทำไมผมถึงไม่ใส่เซตติ้งสุดสะดวกสบายอย่างเช่นว่า  “พวกปีศาจน่ะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยมานาหรืออะไรสักอย่างกันนะ !

[เปิดใช้ฟังชั่น  'เพิ่ม เซตติ้ง ' ]

“……เอ้ะ ?”

[ต้องการ  100,000 แอคชีฟเม้นท์พ้อยท์ เพื่อ เพิ่มเซตติ้ง ' เผ่า อาร์คเดม่อนนั้นสามารถรับสารอาหาร ผ่านพลังเวทย์มนตร์ได้ ' ]

มีข้อความอยู่ๆปรากฏขึ้นมาตรงหน้าผม

…นี่มันอะไรกันเนี่ย ?

จบบทที่ เจ้าชายปีศาจไปสถานศึกษา ตอนที่ 9

คัดลอกลิงก์แล้ว