เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เจ้าชายปีศาจไปสถานศึกษา ตอนที่   7

เจ้าชายปีศาจไปสถานศึกษา ตอนที่   7

เจ้าชายปีศาจไปสถานศึกษา ตอนที่   7


เจ้าชายปีศาจไปสถานศึกษา ตอนที่   7

ผมไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่า ในชีวิตผมจะโดนแทรกแซงด้วยเด็กสาวที่ไม่ใช่แม้แต่เป็นตัวละครหลักในนิยายด้วยซ้ำ

ผมไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะได้เจอพวกทหารที่มาขโมยข้าวของในสงครามโลกจอมมารที่ผมเขียนบรรยายด้วย

ก็มันไม่มีเหตุจำเป็นหรือเหตุผลกลใดเลยด้วยซ้ำที่ผมต้องมานั่งจินตนาการสิ่งนี้ตอนที่ผมเขียนนิยาย

ตามปกติแล้วก็ไม่มีใครสนใจสิ่งที่ไม่ได้เขียนในนิยายเนื้อเรื่องหลักอยู่แล้ว ไม่ใช่รึไง ? มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเนื้อเรื่องหลักเลย แต่โลกใบนี้ก็มีขนาดใหญ่กว่าเนื้อเรื่องหลักอีก ?

ในขณะที่ตัวละครหลักกำลังรอการเข้าไปวิหารการ์เดียส แล้วก็ให้จินตนาการหลั่งไหลออกมา ในบางมุมของอารัมภบทก่อนที่เนื้อเรื่องหลักจะเริ่ม , เจ้าหญิงก็ถูกลอบสังหารและเจ้าชายปีศาจก็พยายามสู้ยิบตาเพื่อช่วยเหลือเธอ

นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ โลกนี้ที่ผมบรรยายต่างมีช่องว่างให้เติมเต็ม และมันสมจริงยิ่งกว่าที่ผมจินตนาการ

มันทำให้ทุกอย่างยิ่งน่ากลัวขึ้นไปใหญ่

ไดรัสนั้นยังคงเดินไม่หยุดขณะที่เขาดูผิดหวังและโกรธที่โดนปฏิบัติแบบเดียวกับไอ้พวกบ้าสงครามที่ละโมบโลภเห็นแก่ตัว

ตอนที่ผมกำลังรีบออกจากปราสาทจอมมาร อยู่ๆไดรัสก็มาคว้าแขนผมไว้

ไดรัสหลบเข้าไปที่ห้องทางเดินข้างๆไม่ใช่ตรงทางเดินหลัก แล้วซ่อนผมไว้หลังรูปปั้นกากอยในห้องโถงทางเดิน สีหน้าของเขานั้นเคร่งเครียด

“พวกอัศวินของดยุคซาลาเรี่ยน”

ผมรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร ผมถึงกับกลั้นหายใจ

ดยุคซาลาเรี่ยน

เป็นครอบครัวทางฝั่งแม่ของเบอตัสนั่นจึงเป็นสาเหตุที่พวกเขามีผู้ติดตามมากมาย

หากชาร์ล็อตตัดสินได้ว่า เซอร์ฟรานซิสนั้นไม่ใช่ศัตรู

ดยุคซาลาเรี่ยนก็ย่อมต้องเป็นศัตรูคนสำคัญของเธออย่างแน่นอน

เป้าหมายสูงสุดของดยุคซาลาเรี่ยนคือการทำให้เบอตัสกลายเป็นจักรพรรดิ

ดูเหมือนเซอร์ฟรานซิสจะโดนพวกเขาฆ่า

ไดรัสนั้นกลั้นหายใจและตึงเคร่ง   ผมไม่รู้ฐานะของไดรัสแต่เขาบอกว่า ตัวเองเป็นร้อยโท

พวกอัศวินของดยุคซาลาเรี่ยนนั้นเป็นตระกูลชนชั้นสูงที่มีอำนาจมากที่สุดในจักรวรรดิ จึงมีความภาคภูมิใจที่สูงมากเมื่อเทียบกับชนชั้นสูงตระกูลอื่น

ถึงผมไม่มั่นใจเท่าไหร่นักแต่พวกเขาก็น่าจะเป็นอัศวินระดับสูงกว่าอัศวินธรรมดา

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องทักษะเลย

-เกร้ง,เกร้ง , เกร้ง

พวกเขามากันเยอะ

– นี่แกแน่ใจแล้วรึ ว่าพวกนั้นเข้าไปในปราสาทแล้วยังไม่ออกมา ?

-ครับ  , ใช่ครับ

– ก็ไม่รู้ว่า จะถือเป็นเรื่องดีหรือแย่ ….

– เราทำยังไงดีใครถึงจะหาตัวเขาเจอ?

• แกต้องการจะบอกอะไร ?

– พวกเรากำลังจะทำแบบนั้นในที่นี่ด้วยหรือ?

– มันคงเป็นชะตากรรมนั่นแหละที่ต้องสิ้นสุดลงอย่างโชคร้ายแบบนี้

ถึงพวกเขาจะไม่ได้พูดตรงๆชัดๆว่าเป็นใครในบทสนทนา แต่เห็นชัดเจนอยู่แล้วว่า พวกเขากำลังตามหาใครอยู่

พวกเขาน่ะกำลังตามหาผมกับไดลัส ไดลัสเองก็กัดฟันแน่น

พวกนั้นจะผ่านเราไป พวกนั้นไม่รู้ว่าเราอยู่กันที่นี่

แต่ตอนนั้นเอง ที่ผมตระหนักได้ว่าตัวเองน่ะโง่ขนาดไหนที่คิดว่า จะสามารถตบตาเซ้นส์ของพวกอัศวินระดับสูงได้

“ข้าว่า พวกนั้นอยู่ที่นี่แล้วล่ะ”

หนึ่งในอัศวินพูดอย่างใจเย็น พวกนั้นเจอพวกเราง่ายๆเลย

“เจ้านั่นมันหายใจหนักมาก ดูเหมือนจะตื่นเต้นกันอยู่

หึ , มันไม่ยากที่จะจับสังเกตได้ ”

อัศวินคนอื่นๆก็มาตามเสียงเรียก

รวมแล้วเป็นอัศวินสี่คน

ผมกับไดรัสเดินถอยออกมาจากด้านหลังของรูปปั้น

อัศวินทั้งสี่คนนั้นใส่เกราะเพลทเมล์ดีๆและมองจ้องมาที่ไดรัส

อัศวินคนหนึ่งแสดงสีหน้าสบายๆพลางเดาะลิ้นเบาๆ

ดูแล้วน่าจะเป็นคนที่มีฐานะสูงที่สุดพูดขึ้นมา

“องค์หญิงน่ะเป็นเด็กสาวที่น่าสังเวชเหลือเกิน”

“แทนที่จะได้ฆ่าคนเดียวแล้วจบ แต่ดันทำให้ข้าต้องมาฆ่าคนเพิ่มซะได้”

อัศวินคนนั้นถอนใจในเรื่องที่เขาต้องฆ่าคนนับ 10 แทนที่จะเป็นคนแค่คนเดียว

ผมไม่สามารถสัมผัสถึงความลำบากใจของเขาได้ด้วยซ้ำ

“น่าละอายนัก สำหรับอัศวินแห่งจักรวรรดิที่มาแตะต้องเชื้อพระวงศ์ !”

ไดรัสตะโกนลั่น

“หากแกคิดว่าการร้องห่มร้องไห้ให้กับเด็กคนนึงที่ข้าไม่รู้จักชื่อด้วยซ้ำแบบนั้นมันจะทำให้ข้าเสียเกียรตินี่

…… โทษทีว่ะ ข้าไม่สน ”

เขาดูไม่สนใจคำด่าว่าจากบุคคลที่ไม่มีค่าในสายตเขา

“ก็ใช่แหละ , มันไม่ใช่อะไรที่ชวนให้สบายใจเลย ข้ายอมรับเรื่องนั้น”

เขายิ้มขมขื่นให้กับตัวเอง

“ข้าก็ไม่อยากเชื่อว่า ต่อจากเลือดเจ้าพวกปีศาจก็ต้องมาเปื้อนเลือดมนุษย์ด้วยกันต่อ”

มันเหมือนเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยสบายใจนักสำหรับเขาที่ต้องแบบนั้น เพียงเพราะเจ้าหญิงไม่ยอมตายๆไปแต่โดยดี เขาถึงต้องมาลงมือทำอะไรแบบนี้

หากไม่นับความไม่สบายใจเรื่องนั้นแล้ว เขาก็ลงมืออย่างไม่ลังเล

-ชิ้ง !

ยามที่อัศวินคนนั้นชักดาบออกมา อัศวินคนอื่นๆก็ทำอย่างเดียวกัน ถึงพวกเราจะหนีไปได้ แต่ก็แน่ใจเลยว่าจะโดนไล่ตามทันในเวลาไม่ช้าไม่นานนัก

ความสามารถทางร่างกายของเขานั้นไม่ได้แค่เหนือผมหากแต่ยังเหนือไดรัสด้วย

คัมภีร์

เราจะสามารถผ่านสถานการณ์นี้ไปโดยใช้คัมภีร์เวทย์ได้ไหมนะ?

ถึงผมจะใช้เวทย์ออกจากหนังสือคัมภีร์ พวกเขาก็วิ่งเข้าใส่แล้วฟันคอผมหลุดก่อนที่ผมจะทันฉีกหน้าเสร็จด้วยซ้ำ

ผมอุตส่าห์หลบหนีจากปราสาทจอมมาร แต่นี่ผมกลับมาตายแบบนี้เนี่ยนะ ? แค่คิดว่าตัวเองต้องมาตายอนาถในสถานการณ์บ้าๆแบบนี้ทำเอาผมปวดใจ

นี่ผมตายซ้ำซ้อนภายในเวลาไม่ถึงวันหลังจากตายแล้วเหรอเนี่ย

อัศวินใกล้เข้ามาหาพวกเราเรื่อยๆ ผมหายใจหอบ ถึงจะมีทางเดินขนาดใหญ่แต่อัศวินสามคนก็ล้อมกรอบไว้

ถ้าพูดให้ถูกก็คือ ไม่ได้ยืนอุดขวางทางเดินเต็มตัวคับที่หรอก แต่มันให้ความรู้สึกแบบนั้น

การมีอยู่ของพวกอัศวินแทบไม่อาจเทียบได้กับรูปปั้นกากอยที่ผมกับไดรัสไปแอบอยู่เมื่อกี้นี้เลย ….

เดี๋ยวก่อนนะ

กากอย งั้นเหรอ?

ผมหันไปมองรูปปั้นกากอยด้วยสายตาที่ว่างเปล่า

นั่นไง

ไม่ใช่ว่าตามปรกติแล้วเจ้านี่มันควรจะขยับได้หรอกเหรอ ?

ทันทีที่ความคิดน่ากลัวแวบเข้ามา

-วู้มมมมม !

-ตูม!

ง้าวยักษ์ของกากอยก็ฟาดลงใส่อัศวินที่เข้ามาหาพวกเราจากด้านหน้า

เสียงระเบิด

ความประหลาดใจ

ความตาย

“วิ่ง !”

และการตัดสินใจ

ตอนนี้น่ะไม่มีเวลามาให้คิดแล้ว

กากอยตัวใหญ่บดขยี้อัศวินที่เข้ามาใกล้พวกเราอย่างไม่ปรานีด้วยแรงมหาศาล

ผมเห็นกับตาชัดเจนเลยว่า เกราะของอัศวินระดับสูงนั้นโดนบดขยี้ พวกเขาไม่มีโอกาสจะได้ร้องเลยสักแอะ

พวกเขาอาจจะแข็งแกร่งก็จริงแหละแต่ที่นี่คือ ปราสาทจอมมาร

ที่ตั้งของกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกปีศาจ

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเข้าใจได้ว่า กากอยนั้นเป็นมอนสเตอร์ที่ทรงพลังเทียบได้กับอัศวินระดับสูง

ผมทนคลื่นไส้ไม่ไหวก็เลยเดินเลี่ยงๆร่างนั้น โดยไม่คิดนึกภาพของมันอีก

-ตุบ ! ตูม ! ตุบ !

พวกเราสามารถสลัดพวกอัศวินที่ตามไล่พวกเรามาได้ในจังหวะที่สั่งใช้งานกากอย

“ทะ , ทำไมอยู่ๆมันถึงขยับได้ ?”

“ผะ , ผมก็ไม่รู้ !”

ไม่หรอก , ผมรู้ดีเลยล่ะ

เห็นกันชัดๆเลยว่า ความสามารถทางร่างกายผมนั้นไม่ต่างจากมนุษย์เด็กแต่ผมมีความสามารถในการสั่งการปีศาจได้

อาจเป็นเพราะความคิดของผมก็ได้ที่ทำให้กากอยเปิดการใช้งาน หรือไม่ก็มันอาจสัมผัสได้ถึงเจตนาฆ่าของพวกอัศวินแล้วมันก็ลงมือไปด้วยตัวเอง

จะทางไหนก็ตามแต่ เห็นได้ชัดว่า มันทำไปเพื่อปกป้องผม

ผมเกิดมาพร้อมกับพลังที่ใช้ควบคุมปีศาจ

แต่ถึงอย่างนั้นผมก็บอกเขาไม่ได้ แถมตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการวิ่ง ไม่สำคัญว่า จะมีอัศวินอยู่ตรงนั้นสักกี่คน ไม่ว่าจะยังไงก็ไม่สามารถรับการโจมตีของมอนสเตอร์ตัวใหญ่ยักษ์แบบนั้นได้หรอก

ปราสาทที่กำลังอยู่ระหว่างสำรวจ ก็อลหม่านขึ้นมาเพราะแรงระเบิดที่อยู่ๆก็เกิดปะทุ

ผมกับไดรัสใช้โอกาสนั้นรีบเผ่นออกจากปราสาทจอมมาร

“มันต้องมีคนอื่นตามเรามาแน่”

“ใช่”

พวกอัศวินของซาลาเรี่ยนนั้นกระจายตัวแล้วออกตามหาเรา

ถึงจะมีการปะทะเกิดขึ้น แต่พวกนั้นจะคงไล่ตามทันทีที่รู้ว่า เรากำลังหนีอยู่

ไดรัสวางผมไว้บนหลังม้าแล้วพวกเราก็ขี่มันมุ่งหน้าออกจากปราสาทไป

แม้จะมีสายตาแปลกๆมองมายังพวกเราที่กำลังเร่งร้อน แต่มันไม่ใช่เวลามาใส่อะไรพวกนั้นแล้ว

-ฮู่ว , ฮู่ว,  ฮู่ว, ฮู่ว!

ทันทีที่ไปถึงกองบัญชาการ เราต้องรีบออกไปจากที่นี่พร้อมกับชาร์ล็อต

ผมเกือบสติแตกตอนที่ขี่ม้าอยู่เพราะมันยากที่จะทรงตัวไว้

“บ้าเอ้ย ! พวกมันตามมาไล่จับเรา !”

ระบบถ่ายทอดคำสั่งของพวกนั้นทำงานสมบูรณ์แบบ พวกอัศวินของดยุคซาลาเรี่ยนไล่ตามเราแทบจะในทันที ถึงจะมีผู้คนจับจ้องอยู่มากมายแต่พวกนั้นก็ต้องการที่จะจับตัวเรา โดยไม่กลัวว่าจะตกเป็นข่าวเลย

การทำแบบนั้นก็แปลว่า พวกเขาสามารถฆ่าผมกับไดรัสได้เลยทันที โดยไม่ต้องกังวลเรื่องหลังจากนั้น

จริงอยู่ที่ไม่สามารถฆ่าเจ้าหญิงกลางถนนได้ แต่หากเป็นพวกเราน่ะจะฆ่าทิ้งยังไงก็ได้แล้วค่อยอ้างเหตุผลขึ้นมาสนับสนุนทีหลัง

“ให้ตายเหอะ !”

ม้าที่พวกอัศวินขี่นั้นมีฝีเท้าเร็วกว่าม้าที่ไดรัสขี่มาก

ขนาดพวกมันสวมเกราะแล้วก็ยังเร็วอยู่ดี

แม้ทีแรกจะห่างไกลออกไป แต่ก็เริ่มชิดขึ้นมาเรื่อยๆ

จำนวนผู้ที่ไล่ล่าพวกเราตอนนี้มาเกิน 10 นายแล้ว

ทหารคนหนึ่งที่ขนเกวียนลากของ ส่วนอีกคนหนึ่งก็ลากเชลยศึกก็มองตามหลังเรา

“ร้อยโท ! จับเอวผมไว้ให้แน่นๆนะ !”

“ได้ !”

ไดรัสคว้าเอวผมไว้ไม่ให้หล่นโดยไม่ถามว่า ผมตั้งใจจะทำอะไร

ผมเปิดหนังสือคัมภีร์ที่อยู่ที่เอว แล้วรีบมองหาเวทย์มนตร์ที่จะช่วยพวกเราในสถานการณ์แบบนี้

อะไรก็ได้ 

มันไม่มีอะไรที่พวกเราใช้ได้เลยหรือไง?

[เฮส], [Haste]

ผมเปิดคัมภีร์ขึ้นมาแล้วร่ายเฮสใส่ม้า

– ฮู่ว, ฮู่ว, ฮู่ว , ฮู่ว!

จู่ๆ ม้าก็วิ่งไวขึ้น โดยมีฟองสีขาวฟ่อดออกมารอบปากม้า

“บ้าเอ้ย ! ไวขึ้นมันก็ดีแหละแต่มันจะฆ่าม้าของเราก่อนไปถึงน่ะสิ !”

เฮส นั้นทำให้ความเคลื่อนไหวของคนๆหนึ่งว่องไวขึ้นแต่ก็แลกกับการที่กินพละกำลังไปอย่างรวดเร็ว

ม้าเองก็ไม่ใช่สัตว์ที่สามารถเร่งฝีเท้าในเวลานานๆแต่แรกแล้ว

แถมผมยังใส่เวทย์เร่งความเร็วใส่ ซึ่งมันจะกระตุ้นระบบเผาผลาญพลังงาน ทำให้เผาผลาญชีวิตม้าหนักไปอีก

มันน่าจะจบลงเร็วๆนี้แล้วแหละ

“ตายในหนึ่งนาทีก็ยังดีกว่าตายในสามนาที !”

“นี่มันเป็นงานที่บ้าระห่ำจริงๆ !”

แม้ในสถานการณ์แบบนี้เขายังมีเวลามาหัวเราะขณะพูด

ไดรัสควบม้าอย่างบ้าคลั่ง  แต่ถึงจะขี่ม้าที่เร็วได้ยากขนาดไหน เขาก็ยังคงจับตัวผมไว้แล้วคุมม้าด้วยมือเดียว

“ชิ …!”

ไดรัสมองไปด้านหลังแล้วสบถออกมา

“พวกมันกำลังจะยิงธนูใส่ !”

พวกอัศวินไม่ใช้ดาบ พวกนั้นตั้งใจจะยิงธนูเพราะเริ่มไล่ตามพวกเราไม่ทัน

นับว่าโชคดีมากที่ไดรัสสามารถเอี้ยวตัวหลบแบบโลดโผนและสะท้อนลูกธนูได้

“ม้ามันเริ่มเหนื่อยมากแล้ว!”

เงื่อนไขของม้าเรากับม้าพวกนั้นมันผิดกั

ไดรัสน่ะให้ม้าของเขาเร่งฝีเท้ามาตั้งแต่ออกจากปราสาทจอมมาร

จากม้าที่เริ่มล้าแล้ว ก็ยังมีผมร่ายเวทย์เฮสใส่เพิ่มเข้าไปอีก ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ม้าจะหมดแรงในไม่ช้านี้

ผมมองไปที่หนังสือคัมภีร์เผื่อว่าจะมีเวทย์อะไรที่ฟื้นฟูพละกำลังของม้าได้ แต่มันดันไม่มีเวทย์แบบนั้นน่ะสิ

มันมีแต่เวทย์ใช้งานจิปาถะอย่างภาพหลอน หลงไหล ไม่ก็ลวงตา

“นี่นายคิดว่า เจ้าพวกนั้นจะได้รับผลจากเวทย์เสน่งั้นเหรอ ?!”

“มันไม่ได้ผล ! การจะเป็นอัศวินได้น่ะมีผ่านการฝึกต้านเวทย์มาแล้ว !”

พวกเขาทุกคนสวมอุปกรณ์ต้านเวทย์ไว้ด้วย

เวทย์ทั่วไประดับล่างไม่มีทางได้ผลกับเขา นั่นคือสิ่งที่ไดรัสอยากจะบอกผม

ใช่ , ผมก็คิดไว้แล้วล่ะ ว่ามันไม่น่าจะเวิร์ค

มันคงเป็นอะไรที่น่าขำมากหากสุดยอด กองทัพระยะประชิดจะมาตายเพียงเพราะโดนโปรยเวทย์ใส่ ดังนั้นก็เลยต้องมีการฝึกเตรียมการต่อต้านรับมือเวทย์มนตร์ไว้ด้วย

ผมรู้เรื่องนั้นดีเพราะผมได้ใส่หลักสูตร “การฝึกต้านเวทย์” ไว้ในหลักสูตรของสถานศึกษาด้วย แต่กลายเป็นว่าการตั้งค่านั้นกำลังขัดขวางผมแทน

ถึงอย่างนั้นผมก็ต้องใช้คัมภีร์อยู่ดี

มันเป็นการเดิมพัน

ผมใช้ภาพลวงตา

“บอกนายแล้วไงว่ามันไม่ได้ผล !”

“ผมไม่ได้เล็งไปที่อัศวิน !”

ผมเปิดคัมภีร์ออกมาแล้วใช้เวทย์เป้าหมายไม่ใช่พวกอัศวิน

ผมทำตามภาษิตโบราณที่ว่า

หากคิดจะยิงนายพล ให้ยิงม้าของเขาก่อน

[ภาพลวงตา ] [Illusion]

สั่งใช้เวทย์

-ฮรี้ !

เท่านั้นแหละ

-พั่บ !

จากนั้นก็ได้ยินเสียงอัศวินหล่นกระแทกพื้นส่วนม้าเองก็ร้องเสียงดังอยู่ด้านหลังพวกเรา

นับว่าโชคดีนะที่ม้าน่ะไม่ได้ฝึกต้านเวทย์มาด้วย

หากเวทย์มันไม่ได้ผลกับอัศวินก็ใช้มันกับม้าของพวกเขาแทน

ผมแสดงให้ม้าพวกนั้นได้เห็นภาพหลอนเป็นมังกรตัวหนึ่ง

จบบทที่ เจ้าชายปีศาจไปสถานศึกษา ตอนที่   7

คัดลอกลิงก์แล้ว