- หน้าแรก
- สเนป ความลับใต้ผ้าคลุมดำ
- บทที่ 14 การเลือกวิชาเรียน
บทที่ 14 การเลือกวิชาเรียน
บทที่ 14 การเลือกวิชาเรียน
บทที่ 14 การเลือกวิชาเรียน
“ขอต้อนรับนักเรียนใหม่ทุกคน” ดัมเบิลดอร์ลุกขึ้นยืน
เขาอ้าแขนกว้างในท่าทางต้อนรับพร้อมรอยยิ้มเจิดจ้าที่ปรากฏบนใบหน้า
“และขอต้อนรับเพื่อนเก่าทุกคนกลับมาด้วย! เอาละ เริ่มงานเลี้ยงได้!”
อาหารเลิศรสปรากฏขึ้นราวกับมีมนตรา เติมเต็มจานเปล่าบนโต๊ะยาวให้เต็มพรึบอย่างน่าอัศจรรย์
พวกเขาสวามปามอาหารรสดีอย่างเอร็ดอร่อย เพียงไม่นานอาหารที่เหลือในถาดทองคำก็อันตรธานไป และในชั่วพริบตา พวกมันก็ถูกแทนที่ด้วยของหวานอย่างพายผลไม้ เค้กช็อกโกแลต และพุดดิ้งส้ม
“เซเวอร์รัส ฉันไม่เห็นเอเวอรี่เลย” ไอโบพูดเสียงอู้อี้ขณะที่มีอาหารเต็มปาก “ทำไมเขาถึงไม่มางานเลี้ยงเปิดเทอมล่ะ?”
อีกด้านหนึ่งของโต๊ะยาว มัลซิเบอร์ เรกูลัส และเคร้าช์ จูเนียร์ นั่งรวมกลุ่มกันและคุยกันด้วยเสียงเบา
สเนปพอจะเดาเหตุผลที่เอเวอรี่หายไปได้ และมันก็เป็นเหตุผลที่มีเขาเป็นต้นเหตุ
เขาทำได้เพียงตอบไอโบไปแบบกำกวม “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่มันก็น่าแปลกจริงๆ นั่นแหละ”
ในที่สุด ของหวานก็ถูกเก็บกวาดไปจนหมด จานและถ้วยแก้วกลับมาสะอาดวาววับเหมือนของใหม่
ในตอนนั้นเอง ดัมเบิลดอร์ก็ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
เสียงจอกแจกจอแจในห้องโถงค่อยๆ เงียบลง
“กรุณาเงียบสักครู่” ดัมเบิลดอร์มองทุกคนด้วยรอยยิ้ม “ฉันต้องขอรบกวนให้พวกเธอฟังคนแก่บ่นพึมพำสักนิด
“ฉันต้องขอเตือนทุกคนว่า นักเรียนไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในป่าต้องห้ามที่อยู่ติดกับบริเวณโรงเรียน และเฉพาะนักเรียนชั้นปีที่สามขึ้นไปเท่านั้นที่สามารถไปเที่ยวหมู่บ้านฮอกส์มี้ดได้ในวันหยุดสุดสัปดาห์
“ที่สำคัญกว่านั้น ฉันมีความยินดีที่จะแนะนำศาสตราจารย์ วิลเฮลมินา กรับบลี-แพลงก์ สมาชิกใหม่ในคณะครูของเราในเทอมนี้ เธอจะมาสอนวิชาการป้องกันตัวจากศาสตร์มืดในปีนี้”
ศาสตราจารย์กรับบลี-แพลงก์งั้นหรือ?
สเนปอดไม่ได้ที่จะเงยหน้ามองไปยังโต๊ะคณาจารย์—
แม่มดสูงวัยที่นั่งข้างดัมเบิลดอร์ลุกขึ้นยืน เธอมีคางที่ยื่นออกมาอย่างเห็นได้ชัด และผมสีเทาของเธอถูกตัดเล็มอย่างเป็นระเบียบ
สเนปจำได้ว่าในเรื่องราวเดิม ศาสตราจารย์กรับบลี-แพลงก์เป็นอาจารย์สอนแทนในวิชาการดูแลสัตว์วิเศษ โดยมาทำหน้าที่แทนแฮกริด
เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าเธอจะมาสอนวิชาการป้องกันตัวจากศาสตร์มืดในปีนี้ หรือว่าเธอจะเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยประจำตัวของดัมเบิลดอร์กันแน่?
“นอกจากนี้ ฉันคิดว่าคนส่วนใหญ่ในห้องโถงนี้คงทราบดีว่าภายนอกฮฮกวอตส์นั้น กำลังเกิดสงครามขึ้น
“โวลเดอมอร์และเหล่าสาวกของเขายังคงสร้างความเดือดร้อนและทำร้ายผู้บริสุทธิ์”
เสียงสูดลมหายใจด้วยความหวาดกลัวดังระงมไปทั่วห้องโถง
ดัมเบิลดอร์รออยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงกล่าวต่อ
“สถานการณ์ปัจจุบันอันตรายมาก ดังนั้นขอให้ทุกคนระมัดระวังความปลอดภัยส่วนบุคคลเป็นพิเศษ และตั้งมั่นอยู่ในความไม่ประมาทตลอดเวลา
“หากพวกเธอพบเห็นเหตุการณ์ที่ผิดปกติหรือน่าสงสัย โปรดรายงานให้คณะครูทราบทันที
“เอาละ นี่ก็ดึกมากแล้ว ขอให้ทุกคนกลับไปยังหอพัก พักผ่อนให้เต็มที่เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเรียนในวันพรุ่งนี้”
รอบตัวพวกเขาเริ่มมีเสียงเลื่อนโต๊ะเก้าอี้และเสียงเสียดสีดังระคายหู
ทุกคนทยอยลุกขึ้น เดินออกจากห้องโถงมุ่งหน้าไปยังหอพัก
ในหอพักใต้ทะเลสาบที่คุ้นเคย สเนปก็ไม่เห็นเอเวอรี่เช่นกัน
มีเพียงเตียงของเขาเท่านั้นที่ไม่มีหีบวางไว้ข้างๆ
ในตู้เสื้อผ้าที่เปิดทิ้งไว้ นอกจากหนังสือเรียนเก่าๆ สองสามเล่มที่เหลือทิ้งไว้ตั้งแต่ปลายเทอมก่อน ก็ไม่มีสิ่งใดหลงเหลืออยู่อีกเลย
ก่อนจะข่มตาหลับ สเนปยังคงสงสัยว่าเอเวอรี่ลาออกเพราะเรื่องนี้หรือเปล่า
เขาจะไปเข้าร่วมกับพวกผู้เสพความตายเร็วกว่าเดิมไหม? เขาไม่รู้เลยว่าเรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่ออนาคตอย่างไรบ้าง
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ โต๊ะอาหารเช้า เพดานของห้องโถงโปร่งใสเป็นสีฟ้าสดใส มีปุยเมฆสีขาวสะอาดตาสองสามสายลอยผ่าน
วันนี้เป็นวันที่ต้องเลือกวิชาเรียน
หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ พวกเขายังคงรออยู่ที่ที่นั่ง
“ขอดูวิชาที่นายเลือกหน่อยสิ” ไอโบหยิบใบสมัครของสเนปไปดู
“ฉันต้องแน่ใจว่าวิชาที่ฉันเลือกจะเหมือนกับของนาย ไม่อย่างนั้นการต้องเป็นไอ้ตัวประหลาดจากสลิธีรินคนเดียวในห้องเรียนคงไม่ใช่ประสบการณ์ที่รื่นรมย์นัก”
เขาแก้ไขใบสมัครของตัวเองเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า “โชคดีจริงๆ ที่ปีนี้ยังมีนาย”
“เหอะ!” สเนปอดไม่ได้ที่จะพ่นลมใส่เขา
การยืนยันตารางเรียนของนักเรียนชั้นปีที่หกนั้นยุ่งยากกว่าที่เคยเป็นมา
อาจารย์ประจำบ้านแต่ละหลังต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่า ผลสอบ ว.พ.ร.ส. ของนักเรียนแต่ละคนตรงตามข้อกำหนด จึงจะอนุญาตให้ลงทะเบียนเรียนในระดับ ส.พ.บ.ส. ที่สูงขึ้นได้
ไม่นานนัก ศาสตราจารย์ โฮเรซ ซลักฮอร์น ผู้มีพุงพลุ้ยก็เดินตรงมาจากโต๊ะคณาจารย์มุ่งหน้ามาทางพวกเขา
“อืม ผลสอบ ว.พ.ร.ส. วิชาปรุงยาได้ระดับดีเยี่ยม” ซลักฮอร์นก้มมองพลางตรวจสอบใบสมัครและผลสอบของสเนป “เธอสามารถเรียนในชั้นเรียนระดับสูงของฉันต่อไปได้
“ส่วนวิชาอื่นๆ ไหนดูซิ... สมุนไพรศาสตร์ แปลงร่าง คาถา และการป้องกันตัวจากศาสตร์มืด ล้วนได้ระดับดีเยี่ยม และวิชาการดูแลสัตว์วิเศษก็ได้ระดับเกินความคาดหมาย
“ดีมาก สเนป เธออยากจะเป็นมือปราบมารหรือผู้บำบัดกันล่ะ?”
“ผมยังไม่ได้ตัดสินใจครับศาสตราจารย์ แต่ผมเชื่อว่าวิชาเหล่านี้ โดยเฉพาะวิชาปรุงยา คือศาสตร์ที่แม่นยำและเป็นศิลปะที่มหัศจรรย์ซึ่งคุ้มค่าแก่การหลงใหลและศึกษาอย่างต่อเนื่องครับ”
ซลักฮอร์นมองสเนปด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย เขายกมือขึ้นลูบหนวดสีเงินขาวราวกับตัววอลรัส คล้ายกำลังครุ่นคิดบางอย่าง
“เอาละ คนต่อไปเชิญ—” เขาส่งตารางเรียนคืนให้สเนป
ไม่กี่นาทีต่อมา ตารางเรียนของไอโบก็เสร็จเรียบร้อย นอกจากหกวิชาที่เรียนเหมือนสเนปแล้ว เขายังเลือกวิชามักเกิ้ลศึกษาเพิ่มด้วย
“ตอนนี้เรายังไม่มีเรียน” ไอโบพูดกับสเนปพลางมองตารางเรียน “คาบแรกเริ่มตั้งสิบโมงแน่ะ ฉันกะว่าจะกลับไปที่ห้องนั่งเล่นรวมสักหน่อย แล้วนายล่ะ?”
“นายกลับไปคนเดียวเถอะ ฉันอยากจะเดินเล่นแถวนี้คนเดียวสักพัก เดี๋ยวเจอกันในคาบเรียนนะ”
ในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา สเนปเฝ้าคิดถึงเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งมาตลอด และเขาก็กระหายที่จะไปดูมันด้วยตาตัวเอง
เขาเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นแปดของปราสาท ผ่านระเบียงทางเดิน และมาหยุดอยู่ตรงหน้าภาพแขวนผนังขนาดใหญ่
ภาพนั้นถ่ายทอดเหตุการณ์ที่บาร์นาบัสจอมเพี้ยนพยายามสอนบัลเลต์ให้กับพวกโทรลล์
เมื่อสังเกตเห็นการมาถึงของสเนป เจ้าโทรลล์ก็หยุดทุบตีครูสอนบัลเลต์และหันหัวมาจ้องเขม็งที่เขา
สเนปรีบวิ่งไปตรวจดูปลายระเบียงทั้งสองด้าน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้
เมื่อมั่นใจว่าไม่มีใครเห็น เขาจึงเดินไปยังหน้าต่างที่ปลายสุดของกำแพงสีขาวฝั่งตรงข้ามกับภาพแขวน จากนั้นก็เดินมุ่งหน้าไปยังแจกันขนาดเท่าตัวคนซึ่งอยู่อีกฟากหนึ่ง
“ฉันต้องการสถานที่สำหรับซ่อนของ... ฉันต้องการสถานที่สำหรับซ่อนของ...”
หลังจากท่องซ้ำครบสามจบ ประตูที่เรียบเนียนก็ปรากฏขึ้นบนกำแพงสีขาว
สเนปมองซ้ายมองขวาเพื่อตรวจสอบเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะค่อยๆ จับที่จับทองเหลืองแล้วผลักประตูเปิดออก
เขารีบแทรกตัวเข้าไปในห้องต้องประสงค์และปิดประตูตามหลังทันที
เสียงนกในปราสาทเงียบหายไปในพริบตา รอบตัวเหลือเพียงความเงียบงันอย่างสมบูรณ์
สถานที่แห่งนี้ดูราวกับมหาวิหารที่ลึกล้ำ เต็มไปด้วยข้าวของที่เหล่านักเรียนฮอกวอตส์รุ่นแล้วรุ่นเล่าแอบนำมาซ่อนไว้จนกองพูนเป็นกำแพงสูง
นอกจากเฟอร์นิเจอร์ที่ชำรุดซึ่งกองพะเนินไปจนถึงเพดาน และสิ่งของเวทมนตร์ที่เกือบจะสิ้นฤทธิ์แล้ว ยังมีขวดที่เปื้อนฝุ่นและสกปรกอย่างยิ่งซึ่งบรรจุน้ำยาปรุงยาที่แข็งตัวมานานแสนนาน
หมวกเก่าคร่ำคร่า เสื้อคลุม หนังสือหลายพันเล่ม และดาบที่เป็นสนิม ล้วนถูกกองทิ้งไว้อย่างไม่ใส่ใจในที่แห่งนี้