- หน้าแรก
- เกมสยองขวัญแล้วไง พอดีตรรกะผมมันโกง
- บทที่ 38 - ไอดอลแห่งย่านเริงรมย์
บทที่ 38 - ไอดอลแห่งย่านเริงรมย์
บทที่ 38 - ไอดอลแห่งย่านเริงรมย์
บทที่ 38 - ไอดอลแห่งย่านเริงรมย์
ผู้เล่นในที่นั้นหลายคนหยิบเอาเครื่องปรุง อุปกรณ์ทำครัว ตะเกียบ หรือแม้กระทั่งถังแก๊สออกมาจากกระเป๋า
ก็ไม่รู้ว่าไปขโมยมาจากในดันเจี้ยนหรือว่าพกมาเองกันแน่
หลีซิงออกโรงเป็นคนจัดการ เขากับผู้เล่นที่ทำงานในร้านอาหารช่วยกันแบ่งอาหารออกไปแปดส่วน ส่วนที่เหลือเหมือนจะเก็บไว้กินด้วยกันคืนนี้
ถึงแม้พวกหลีซิงจะไม่ใช่ผู้เล่นกลุ่มแรกที่เข้ามา แต่ดูเหมือนว่าจะได้รับความไว้วางใจจากหลายๆ คนไปแล้ว โดยมีหลีซิงเป็นแกนนำ
ซูเหยียนเหลือบมองช่องทักษะ แล้วก็ลุกขึ้นยืน "ส่วนของการผัดกับข้าวปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเถอะ ทักษะของฉันสามารถทำอาหารระดับเชฟใหญ่ได้ น่าจะใช้เวลาประมาณสิบถึงยี่สิบนาที"
"จริงดิ! ตอนที่ฉันเห็นพี่ซูเหยียนทำกับข้าว น้ำลายฉันแทบจะหกออกมาเลยนะ!"
หนงหมิงหย่วนตาเป็นประกาย รีบออกปากเป็นพยานให้ทันที
สีหน้าของผู้เล่นหลายคนดูยินดีปรีดาขึ้นมาถนัดตา
ซูเหยียนหัวเราะหึๆ แล้วก็ช่วยหนงหมิงหย่วนล้างจานชามกับเด็ดผักเตรียมไว้
ซูเหยียนสัมผัสได้ว่า หลังจากที่เขาบอกทักษะของตัวเองออกไป สายตาของสองคนที่อยู่ข้างหลังหลีซิงก็มองมาที่เขาด้วยความเฉยเมยมากยิ่งขึ้น
"จริงสิ หนงหมิงหย่วน" ระหว่างที่กำลังล้างจาน ซูเหยียนก็ถามขึ้นลอยๆ
"ฉันเห็นทุกคนหิวโซกันขนาดนี้ การหาอาหารในดันเจี้ยนนี้มันยากขนาดนั้นเลยเหรอ"
"ยิ่งกว่ายากอีก!" หน้าของหนงหมิงหย่วนสลดลงทันที "แปดวันที่ผ่านมา ฉันเพิ่งจะเคยได้แอปเปิลจากผู้เสียหายมาแค่ลูกเดียวเอง แถมยังเปรี้ยวจี๊ดอีกต่างหาก!"
หนงหมิงหย่วนเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ หน้าก็ดำทะมึนลงไปอีก "พวก NPC ในเมืองนี้แม่งเหมือนคนเสียสติ บางทีคนร้ายยืนอยู่ทนโท่ตรงหน้า ก็ยังไม่ยอมไปจับเลย"
"กลับเป็นพวกอาชญากรซะอีกที่หัวหมอกว่าเยอะ ทุกครั้งที่พวกมันใช้ฝีปากพลิกแพลงจนหัวหน้าฉันยอมแพ้ไม่จับเข้าคุก ทำเอาฉันขาดทุนย่อยยับทุกที"
"ต่อให้ฉันจะงัดเอาหลักฐานมากองเป็นภูเขาเลากา ไอ้ตำรวจงี่เง่านั่นก็ไม่ยอมจับคนอยู่ดี!"
ซูเหยียนพยักหน้าอย่างใช้ความคิด
ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมคดีฆาตกรรมที่บ้านของโอเวนถึงได้ดูงี่เง่าปัญญาอ่อนราวกับจงใจดูถูกสติปัญญาของเขาขนาดนั้น
ในดันเจี้ยนนี้ การจะใช้พยานหลักฐานและตรรกะเหตุผลมาจับกุมคนร้าย คงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้แล้ว
วิธีที่ถูกต้องก็คือ ต้องพึ่งพาทักษะที่มีอยู่ในมือ เพื่อช่วยให้ NPC ปิดคดีได้สำเร็จต่างหาก
ซูเหยียนปรายตามองกลุ่มผู้เล่นที่อยู่ด้านหลัง
คนส่วนใหญ่ที่นี่ น่าจะติดกับดักความคิดนี้กันหมด
"พี่ซูเหยียน! หั่นผักเสร็จหมดแล้ว พี่มาลองดูหน่อยไหม"
"มาแล้วๆ"
ซูเหยียนยิ้มรับ เขาเปิดเตาแก๊สท่ามกลางสายตาของทุกคน ไม่นานนัก กลิ่นหอมฉุยยั่วน้ำลายก็ลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
ทุกคนต่างก็เอ่ยปากชม 'ฝีมือทำอาหาร' ของซูเหยียนไม่ขาดปาก
ซูเหยียนสัมผัสได้ว่า ในที่สุดพวกหลีซิงก็เลิกจับตามองเขาแล้ว
เขาคิดไตร่ตรองในใจ ก่อนจะตัดสินใจไม่พูดข้อสันนิษฐานของตัวเองออกมาต่อหน้าทุกคน
หนทางยังอีกยาวไกล
เมื่อเห็นว่าดึกมากแล้ว ในที่สุดผู้เล่นทุกคนก็บอกลากัน ซูเหยียนกับหนงหมิงหย่วนแยกย้ายกันที่ใต้ถุนสำนักงานนักสืบหมีดำ
ซูเหยียนกลับมาที่สำนักงาน ก็เห็นหมีดำตัวหนึ่งนอนเปลือยเปล่าแผ่หลาอยู่บนโซฟาข้างกำแพง กรนเสียงดังครอกฟี้
พอไม่มีชุดสูทกับไม้เท้าแล้ว ก็ดูมี 'ความเป็นหมี' ขึ้นมาจริงๆ แฮะ
ซูเหยียนหัวเราะเบาๆ เขาเดินไปหาผ้าห่มที่อยู่แถวๆ นั้น แล้วก็คลุมโปงนอนลงบนโซฟาอีกตัว
เช้าวันต่อมา ซูเหยียนตื่นขึ้นมาเพราะเสียงรื้อค้นข้าวของดังโครมคราม
"ผู้ช่วย!"
นักสืบหมีดำพูดขึ้นอย่างร้อนรน ทั้งๆ ที่ยังใส่ชุดสูทไม่เรียบร้อยดีเลยด้วยซ้ำ
"มีคดีด่วนเข้ามา เราต้องรีบไปช่วยสารวัตรหมีขาวแล้ว!"
"ผีตัวไหนตายอีกล่ะ" ซูเหยียนหาวหวอดๆ ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง
เมื่อคืนเขาปลดกระสุนธรรมดาออกจากปืนลูกโม่ผู้ศรัทธาไปแล้ว เช้านี้น่าจะรีโหลดจนเต็มแล้วล่ะมั้ง
เขาตัดสินใจแล้วว่า ถ้าเจอ 'อาชญากรไอคิวสูง' ที่ไหนอีก เขาจะแจก 'ลัทธิมาร์กซ์' อัดหน้ามันไปสักนัด
จะได้ไม่ต้องมานั่งหาเรื่องใส่ตัวให้เปลืองน้ำลาย
"ไม่ใช่คดีฆาตกรรม!" น้ำเสียงของนักสืบหมีดำกดต่ำลง "แต่เป็นพวก 'ไอดอล' ในย่านเริงรมย์ พวกเธอกำลังก่อจลาจล!"
ซูเหยียนชะงักกึกไปทันที
"ไอดอลเนี่ยนะ"
พอลงมาชั้นล่าง รถตำรวจคันหนึ่งก็จอดรออยู่ที่หน้าประตูแล้ว
"นักสืบหมีดำ เอาอาวุธมาครบแล้วใช่ไหม การจลาจลครั้งนี้รุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาเลยนะ"
ซูเหยียนปีนขึ้นไปนั่งเบาะหลัง ก็ได้ยินสารวัตรหมีขาวพูดกับนักสืบหมีดำ
"ไม่ต้องห่วง ไม้เท้าของฉันไม่ได้มีไว้แค่โชว์หรอกนะ" นักสืบหมีดำโชว์ไม้เท้าในมือให้ดู เหมือนจะมีลูกเล่นอะไรซ่อนอยู่
สารวัตรหมีขาวไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาเหยียบคันเร่งพารถตำรวจพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว
"การจลาจลในย่านเริงรมย์มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่" ซูเหยียนที่นั่งอยู่เบาะหลังเอ่ยถาม ความจริงเขาตั้งใจจะถามนักสืบหมีดำ แต่ดูเหมือนว่าสารวัตรหมีขาวจะรู้เรื่องดีกว่า
สารวัตรหมีขาวมองซูเหยียนผ่านกระจกมองหลัง ก่อนจะตอบคำถาม "ย่านเริงรมย์ คือสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของพวกนอกกฎหมายยังไงล่ะ"
"ประชาชนที่ทำธุรกิจสีเทา คอยจัดหากิจกรรมบันเทิงสุดเหวี่ยงให้กับพวกอันธพาล พวกเราก็ทำได้แค่หลับตาข้างเดียวยอมๆ ปล่อยผ่านไป"
"และหนึ่งในนั้น สิ่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ก็หนีไม่พ้น 'วงไอดอล' ที่บริหารงานโดยอาชญากรมาเฟียนามว่า เดฟ"
"น่าขำใช่ไหมล่ะ ทั้งๆ ที่หมอนั่นมันเลวทรามต่ำช้าขนาดนั้น แต่กลับไม่เคยมีเลือดเปื้อนมือเลยสักหยด พวกเราก็เลยไม่มีสิทธิ์ไปจับกุมมัน แถมอีกฝ่ายยังกอบโกยเงินทองไปได้เป็นกอบเป็นกำอีกต่างหาก"
"ก็สมเหตุสมผลดีนี่" ซูเหยียนไม่แสดงความเห็น จะให้เขาไปเล่าวีรกรรมสุดโต่งในจักรวาลมาร์เวลให้สารวัตรหมีขาวฟังก็คงไม่ได้หรอกมั้ง
พอนึกถึงผีสางนางไม้สารพัดรูปแบบในเมืองนี้ ซูเหยียนก็ลองหยั่งเชิงถามดู "วงไอดอลในสังกัดของเดฟที่ว่า หรือว่าจะเป็น..."
"ถึงแล้ว"
รถตำรวจเบรกดังเอี๊ยด จอดสนิทอยู่ที่ทางเข้าถนนสายหนึ่ง
ทันทีที่ก้าวลงจากรถ ก็ได้ยินเสียงระเบิดดังกึกก้องมาจากไม่ไกล!
ซูเหยียนยกมืออุดหู วิ่งตามหมีทั้งสองตัวพุ่งตรงไปยังทิศทางที่มีควันโขมงอย่างรวดเร็ว
ซูเหยียนกวาดสายตามองไปรอบๆ ตอนนี้สายตาของเขาได้รับการพัฒนาขึ้นมากจากการผ่านดันเจี้ยนมาหลายครั้ง ระยะห่างหลายสิบเมตรก็ยังพอมองเห็นได้อย่างชัดเจน
ท่ามกลางควันปืนและแสงเพลิงที่สาดส่องสลับกันไปมา มีร้านอาหารเล็กๆ แห่งหนึ่งที่พังยับเยิน ป้ายร้านที่แตกหักเขียนไว้ว่า "ร้านอาหารกัปปะ"
ห่างจากร้านอาหารไปไม่ไกล มีการสร้างบังเกอร์ชั่วคราวขึ้นมา สิ่งมีชีวิตหลากสายพันธุ์ที่สวมชุดตำรวจแบบเดียวกับสารวัตรหมีขาว กำลังระดมยิงสวนกลับไปยังฝั่งตรงข้ามอย่างดุเดือด
"ซูเหยียน!"
หนงหมิงหย่วนที่หมอบอยู่ข้างๆ ตำรวจสไลม์ พอหันมาเห็นซูเหยียน ก็ทำท่าเหมือนเห็นพระมาโปรด รีบโบกมือเรียกอย่างตื่นเต้น
แต่พอจำได้ว่าทักษะของซูเหยียนดูเหมือนจะใช้ต่อสู้ไม่ได้ ก็รีบโบกมือไล่อย่างร้อนรน "รีบหนีไป!"
ซูเหยียนตั้งใจจะดูลาดเลาก่อน เลยเดินตามนักสืบหมีดำไปติดๆ โชคดีที่เขาตามสารวัตรหมีขาวมุดเข้าบังเกอร์มาได้ทัน ก็เลยมาโผล่ข้างๆ หนงหมิงหย่วนพอดี
"เฮ้ย! สถานการณ์มันเป็นไงวะเนี่ย!"
ซูเหยียนปิดหูตะโกนถามหนงหมิงหย่วน
เสียงปืนรอบด้านมันดังสนั่นหวั่นไหว จนแทบจะไม่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวอย่างอื่นเลย
"แม่ร่วง ฉันประสาทจะแดกอยู่แล้วเนี่ย!" หนงหมิงหย่วนตะโกนตอบกลับมาเหมือนกัน
"ไอ้ตัวพวกนั้นแม่งโคตรอุจาดตาเลย!"
ซูเหยียนอยากจะถามใจจะขาดว่าไอ้ตัวที่ว่ามันคือตัวอะไร แต่ไม่นานนัก แรงสั่นสะเทือนจากพื้นดินกับเงาดำทะมึนที่คืบคลานเข้ามา ก็ให้คำตอบกับเขาเอง
ซอมบี้สวมชุดเจ้าหญิงผูกโบสีชมพู ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าทุกคน
[จบแล้ว]