- หน้าแรก
- เกมสยองขวัญแล้วไง พอดีตรรกะผมมันโกง
- บทที่ 39 - อคติของระดับ D
บทที่ 39 - อคติของระดับ D
บทที่ 39 - อคติของระดับ D
บทที่ 39 - อคติของระดับ D
มันคือซอมบี้ที่ตัวสูงใหญ่เท่ากับตึกหลังเล็กๆ ทันทีที่มันโผล่มา กลิ่นเหม็นเน่าชวนอ้วกก็ลอยข้ามบังเกอร์มาเตะจมูกทันที
ผิวหนังสีเขียวคล้ำที่เน่าเฟะจนดูไม่ออกแล้วว่าเป็นเพศอะไร แต่พอมองจากชุดโลลิต้าขาดรุ่งริ่งบนตัวก็พอจะเดาออก
นั่น คงจะเป็นไอดอลซอมบี้แห่งย่านเริงรมย์สินะ
"พอดันเจี้ยนรอบนี้จบเมื่อไหร่ ฉันต้องไปหาจิตแพทย์เพื่อบำบัดสายตาตัวเองซะหน่อยแล้ว"
ซูเหยียนบ่นอุบอิบ
ควันโขมงลอยคลุ้ง ฝั่งตำรวจดูเหมือนจะหยุดยิงไปแล้ว ไม่นานนัก ตำรวจนายหนึ่งก็แบกเงาดำร่างหนึ่งรีบวิ่งกลับมาที่บังเกอร์
ผู้ที่ถูกคุมตัวมาคือชายหนุ่มไว้หนวดเคราเฟิ้มสวมเสื้อกล้ามสีขาว ท่อนล่างของเขาถูกดัดแปลงเป็นเครื่องจักรทั้งหมด
"โอ้! เดฟ ไอ้เวรเอ๊ย!" สารวัตรสไลม์ที่อยู่ข้างๆ หนงหมิงหย่วนโวยวายเสียงดังลั่นทันที "ฉันจะจับแกลากเข้าคุก แล้วเตะตูดแกให้เข็ดเลยคอยดู!"
ดูเหมือนว่าหมอนี่แหละคือ 'เดฟ' ตัวการที่สร้างไอดอลซอมบี้ขึ้นมา
"ไม่เกี่ยวกับฉันสักหน่อย!" เดฟทำหน้าบอกบุญไม่รับ "เมื่อหลายวันก่อนมีลูกค้ารายใหญ่กลุ่มหนึ่งมาบ่นว่าไอดอลในสังกัดฉันยังอึ๋มไม่พอ"
"ฉันก็เลยคิดว่า ถ้าทำให้พวกเธอตัวใหญ่ขึ้นอีกหน่อยก็คงจะดี สุดท้ายก็..."
"สุดท้ายแกก็เลยสร้างซอมบี้ราชาขาแดนซ์ตัวเท่าด็อกเตอร์ซอมบอสขึ้นมาเนี่ยนะ" ซูเหยียนอดแขวะไม่ได้
"เลิกเถียงกันได้แล้ว ไอ้สัตว์ประหลาดนั่นมันบุกมาแล้ว ขอกำลังเสริมด่วน!" ตอนนั้นเอง ก็มีคนตะโกนร้องขึ้นมา
พื้นดินสั่นสะเทือนรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
ถึงแม้ซอมบี้ตัวนั้นจะเคลื่อนไหวเชื่องช้า แต่มันก็อาศัยความได้เปรียบเรื่องขนาดตัวขนาดยักษ์ ร่นระยะห่างเข้ามาหาพวกเขารวดเร็วมาก
เดฟถูกจับใส่กุญแจมือทิ้งไว้ข้างๆ ทุกคนหมอบลงกับบังเกอร์ ปืนพกพ่นไฟออกมาอย่างดุเดือด แถมยังมีระเบิดมือถูกขว้างออกไปอย่างแม่นยำเป็นระยะ
แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพลังป้องกันของซอมบี้มันเพิ่มขึ้นจากการอัปเกรด หรือเป็นเพราะขนาดตัวที่ใหญ่โตมโหฬารกันแน่ ห่ากระสุนที่สาดเข้าไปถึงไม่ได้ทิ้งรอยแผลไว้บนตัวไอดอลซอมบี้สักเท่าไหร่เลย
"ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ดีแน่ รอให้ซอมบี้เข้ามาใกล้กว่านี้ พวกเราได้ตายหมู่กันหมดแน่" ซูเหยียนมองเห็นสถานการณ์ที่ตึงเครียด
"ไม่ต้องลนลานไปผู้ช่วย"
จังหวะนั้นเอง นักสืบหมีดำก็ตบไหล่ซูเหยียนเบาๆ ด้วยท่าทีสบายๆ "ดูฝีมือฉันได้เลย"
เห็นเพียงเขาเดินก้าวออกมาจากบังเกอร์ช้าๆ แล้วยื่นไม้เท้าในมือออกไป
จากนั้นก็มีเสียงกลไกดังแกรกกราก ปลายไม้เท้าก็เผยให้เห็นปากกระบอกปืนสีดำทะมึน
ซูเหยียนอึ้งไปนิดนึง ก่อนจะมองด้วยสายตาคาดหวัง หรือว่าพวกเขามีอาวุธเลเซอร์ด้วย
"ไอ้สัตว์ประหลาดชั่วร้ายเอ๋ย จงรับการโจมตีแบบสุภาพบุรุษของฉันไปซะเถอะ" นักสืบหมีดำพึมพำด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนที่ไม้เท้าในมือจะพ่นลำน้ำสีขาวขุ่นพุ่งพรวดออกไป!
ซูเหยียนที่ยืนอยู่ข้างๆ นักสืบหมีดำได้กลิ่นฉุนกึกคุ้นๆ ลอยมาเตะจมูก ก่อนที่ลำน้ำนั่นจะพุ่งเข้าเป้าตรงดวงตาของไอดอลซอมบี้อย่างจัง
ซอมบี้ชะงักไปชั่วครู่
มันทำหน้าขยะแขยง ก่อนจะหันหลังขวับ แล้วเดินมุ่งหน้าไปทางบังเกอร์อีกฝั่งแทน
แถมยังเดินเร็วขึ้นกว่าเดิมอีกนิดด้วย
"เอ๋" นักสืบหมีดำทำหน้างง
"ไอ้บ้าเอ๊ย!" ในที่สุดสารวัตรหมีขาวก็ทนไม่ไหว ตะโกนด่าลั่น "น้ำกระเทียมมันใช้ได้ผลกับผีดูดเลือดโว้ย แกต้องใส่เลือดหมาดำสิวะ!"
"ฉันลืมไปเลย..." นักสืบหมีดำหันกลับมาทำหน้าจ๋อยสนิท "งั้นตอนนี้เปลี่ยนมาใช้เลือดฉันแทนได้ปะ"
"หมอบลง!" จู่ๆ สารวัตรสไลม์ก็ตะโกนลั่น
ซูเหยียนตาไว รีบคว้าคอเสื้อนักสืบหมีดำลากกลับเข้ามาในบังเกอร์ เสียงดังกึกก้องกัมปนาทก็ดังขึ้น
ดูเหมือนซอมบี้ตัวนั้นจะถูกยั่วโมโห มันกระทืบเท้าลงบนพื้นอย่างแรง รอยร้าวแตกแขนงพุ่งตรงมาทางนี้ ตำรวจหลายนายที่ไม่ทันระวังตัวถูกแรงสั่นสะเทือนกระเด็นลอยละลิ่วออกไป
"แม่จ๋า ฉันยังไม่อยากตายนะ! ช่วยด้วย!" หนงหมิงหย่วนกุมหัวร้องโอดครวญ
ซูเหยียนปรายตามองเขา
ความวุ่นวายในครั้งนี้ใหญ่โตกว่ทุกครั้งที่ผ่านมา ตามหลักแล้วผู้เล่นคนอื่นๆ ที่อยู่จุดอื่นก็ควรจะรับรู้ได้เหมือนกัน
แต่จนถึงป่านนี้ก็ยังไม่มีใครโผล่หัวมาสักคน นั่นอธิบายได้แค่เรื่องเดียว——พวกเขาอาจจะเอาตัวไม่รอดเหมือนกัน
"ช่างมันเถอะ ขอฉันลองดูหน่อยก็แล้วกัน"
ซูเหยียนขยับไปตรงช่องว่างของบังเกอร์ แล้วยื่นปืนลูกโม่ผู้ศรัทธาออกไป
กระสุนที่แฝงไปด้วย 'ความรักและสันติภาพ' พุ่งแหวกอากาศเจาะทะลุกลางกบาลซอมบี้ ฝังตัวเข้าไปในหัวของอีกฝ่ายได้อย่างแม่นยำ
"สำเร็จไหม" หนงหมิงหย่วนที่อยู่ข้างๆ หูผึ่ง รีบชะโงกหน้ามาถามซูเหยียนด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ล้มเหลว" ซอมบี้ตัวนั้นยังคงขยับเขยื้อนต่อไปราวกับไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย ซูเหยียนถึงเพิ่งนึกขึ้นได้พร้อมกับทำหน้าเจื่อนๆ
"เกือบลืมไปเลยแฮะ ซอมบี้น่ะ มันไม่มีสมองนี่หว่า"
ทั้งสองคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก จ้องมองซอมบี้ยักษ์ที่บุกเข้ามาประชิดตัวแล้ว
"หนีเร็ว!!!"
ตูม——!
เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วทั้งถนน สิ่งปลูกสร้างรอบๆ พังพินาศป่นปี้ไปตั้งนานแล้ว
นี่มันไม่ใช่ในเกมนะ ที่จะพึ่งแค่บ้านหลังเล็กๆ ก็สามารถต้านทานกองทัพซอมบี้นับหมื่นได้สบายๆ
"ทำไงดีวะเนี่ย ไอ้ตัวนี้มันจะเอาลงได้จริงๆ เหรอ" ซูเหยียนถอยห่างจากบังเกอร์ หันไปมองพวกตำรวจที่วิ่งหนีกระเจิดกระเจิงกันไปคนละทิศคนละทาง ในใจเขาก็ชักจะเริ่มหวั่นๆ
ถ้าเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมา เขาอาจจะต้องเสียสัตว์อัญเชิญไปฟรีๆ ตัวนึงเลยนะ
"ช่างมันเถอะ ขืนปล่อยไว้แบบนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก"
ซูเหยียนหยุดวิ่ง หันขวับกลับไปจ้องไอดอลซอมบี้ที่เพิ่งจะฝ่าแนวกั้นเข้ามาได้
"ฉันเลือกนาย พีชูตเตอร์!"
"หา" หนงหมิงหย่วนที่วิ่งนำหน้าอยู่ พอได้ยินประโยคคุ้นๆ ก็อดหันกลับมามองไม่ได้
ลำแสงสีเขียวสายหนึ่งพุ่งออกจากปลายนิ้วของซูเหยียนตกลงบนพื้น จากนั้นผืนดินก็ปริแตก ต้นอ่อนสีเขียวมรกตต้นหนึ่งแทงยอดขึ้นมา ไม่นานก็เติบโตกลายเป็นต้นถั่วลันเตาสูงระดับหน้าแข้ง
"ป๊อกปิ้ว~" ฝักถั่วสีเขียวทำหน้าขึงขังแบบฉบับตัวการ์ตูน ส่ายหัวดุ๊กดิ๊กจ้องมองไปข้างหน้า
เพียงแต่เมื่อเอาไปเทียบกับซอมบี้ตัวเท่าตึกแล้ว มันก็ดูเล็กจิ๋วหลิวไปถนัดตา
"ไม่เอาน่าลูกพี่ เวลานี้ไม่ใช่เวลามาเล่นเกมนะเว้ย" หนงหมิงหย่วนขยี้ตา แทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
"หุบปากไปเลย" ซูเหยียนกลอกตาบน
ถ้ามีวิธีอื่น เขาจะยอมเอาชีวิตมาเสี่ยงกับพีชูตเตอร์เหรอ
ตอนนี้มีคนพลุกพล่าน ซูเหยียนไม่กล้างัดไม้ตายทั้งหมดที่มีออกมาใช้หรอก อีกอย่างจากที่เขาสังเกตมา พวก NPC กับผู้เล่นในดันเจี้ยนนี้ก็ไม่ได้เป็นกลางร้อยเปอร์เซ็นต์ซะด้วย
"พีชูตเตอร์ ยิงเลย!" ซูเหยียนสะบัดแขนตะโกนสั่ง
"ป๊อก!"
พีชูตเตอร์ตัวสั่นกึก ก่อนจะพ่นถั่วลันเตาขนาดเท่าลูกบิลเลียดออกมาจากปาก พุ่งทะยานเข้าใส่ซอมบี้ที่อยู่ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
ถั่วลันเตาสีเขียวมรกตตกลงบนท่อนแขนของซอมบี้เบาๆ ราวกับเม็ดฝน มันเล็กซะจนไม่ถึงขนาดเศษเล็บของอีกฝ่ายด้วยซ้ำ
แต่แล้วเรื่องน่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้น
ตูม—— ประกายไฟลุกโชนสว่างวาบขึ้นกลางอากาศ ก่อเกิดเป็นคลื่นกระแทกอันน่าสะพรึงกลัว!
เมื่อควันจางลง ซอมบี้ที่โดนห่ากระสุนของพวกเขาถล่มมาเป็นชั่วโมงแต่ยังไร้รอยขีดข่วน ตอนนี้ท่อนแขนของมันกลับถูกระเบิดจนขาดกระจุย
"แม่ร่วงเอ๊ย!"
หนงหมิงหย่วนเบิกตาแทบถลน "นั่นมันยิงบ้าอะไรออกไปวะเนี่ย ขีปนาวุธยังไม่เวอร์ขนาดนี้เลยมั้ง"
สีหน้าของซูเหยียนก็ผ่อนคลายลง เขาประเมินอานุภาพของสัตว์อัญเชิญระดับ D ต่ำเกินไปจริงๆ
ยิ่งไปกว่านั้น นี่ยังเป็นสัตว์อัญเชิญที่สามารถสร้างความเสียหายให้กับซอมบี้ได้อย่างมหาศาลอีกต่างหาก
ผู้เล่นหลายคนมักจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับพลังทำลายล้างของระดับ D อย่างเช่นอุปกรณ์เคลื่อนย้ายสามมิติในมือของซูเหยียน
ถ้ามองแค่เรื่องพลังทำลายล้าง มันอาจจะสู้ปืนพกธรรมดากระบอกหนึ่งไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่จุดเด่นของอุปกรณ์ระดับ D ชิ้นนี้ไม่ได้อยู่ที่การโจมตีตั้งแต่แรกแล้ว
การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง และความสามารถในการหลบหนีต่างหาก คือจุดแข็งที่โดดเด่นที่สุดของมัน
แต่ในตอนนี้ พีชูตเตอร์ที่อยู่ในมือของซูเหยียน ถูกกำหนดมาให้เป็นตัวโจมตีแบบเต็มสูบ แถมยังเป็นแบบยืนยิงอยู่กับที่อีกต่างหาก
ในสายความถนัดเฉพาะทาง สัตว์อัญเชิญระดับ D ประเภทนี้สามารถสร้างความเสียหายระดับล้างบางได้เลยทีเดียว
หนงหมิงหย่วนมองพีชูตเตอร์ตัวจิ๋วที่อยู่ตรงหน้าซูเหยียนด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ เขาถึงกับมองเห็นแววตาเหยียดหยามแบบมนุษย์ฉายชัดอยู่บนหน้าต้นถั่วด้วยซ้ำ
ก็แค่ซอมบี้กระจอกๆ โดนโจมตีปกติสิบทีก็ร่วงแล้วปะ
[จบแล้ว]