เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 - สามคนผู้แสนน่าสนใจ

บทที่ 20 - สามคนผู้แสนน่าสนใจ

บทที่ 20 - สามคนผู้แสนน่าสนใจ


บทที่ 20 - สามคนผู้แสนน่าสนใจ

"นะ... นายว่าไงนะ?!"

ชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง จู่ๆ ก็หน้าแดงก่ำ ลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธ

"ทำไมไอ้หนู อยากมีเรื่องกับฉันหรือไง!" ซูเหยียนแค่นเสียงหัวเราะ จู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าดุดัน

"คนที่มาโวยวายทำตัวงี่เง่าให้เสียเวลาตั้งแต่แรก ก็คือนายไม่ใช่หรือไง!"

"ฉะ... ฉันเปล่า... คือ..." เมื่อถูกซูเหยียนขู่ ชายหนุ่มก็หดคอลง พูดตะกุกตะกักไม่เป็นคำ

"สรุปก็คือ พวกเราคือทีมเดียวกัน ถ้านายอยากจะรอด ก็อย่ามาทำตัวเป็นภาระ!" ซูเหยียนพูดอย่างไม่ไว้หน้า

"แก?!"

"ฮ่าๆๆ" ตอนนั้นเอง นักเลงรอยสักก็หัวเราะลั่น แทรกบทสนทนาของทั้งสองคนขึ้นมา "แกนี่หน้าขาวแต่ใจเด็ดใช้ได้เลยนะไอ้หนู ถ้าเมื่อกี้แกไม่พูดแทรกขึ้นมา ฉันก็กะจะอัดไอ้แว่นนี่สักหน่อยอยู่แล้วเชียว"

พูดจบ เขาก็มองสำรวจเรือนร่างและลำคอของชายหนุ่มแว่นด้วยสายตาไม่ประสงค์ดี

เมื่อเห็นว่ามีคนเข้าข้าง ชายหนุ่มก็ยิ่งหดคอลงไปอีก ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียง

นักเลงรอยสักดูจะพอใจกับอำนาจข่มขู่ของตัวเองมาก เขาเหลือบมองยาเวทมนตร์บนโต๊ะยาว ดวงตากลอกกลิ้งไปมา ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ก่อนจะหันมามองซูเหยียน

"เฮ้ย ไอ้หนู! แกชื่ออะไร สนใจมาเป็นลูกน้องลูกพี่หู่ไหมล่ะ?"

"เป็นลูกน้องนายเหรอ ฟังดูน่าสนใจดีนี่..." ซูเหยียนเลิกคิ้ว เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

หญิงสาวหน้าตาน่ารักเห็นแบบนั้นก็แสดงความกังวลออกมา ถ้าสองคนนี้จับมือกันล่ะก็ คงแย่แน่ๆ...

ลูกพี่หู่เห็นซูเหยียนมีท่าทีสนใจก็ยิ้มกริ่ม แต่ในแววตากลับแฝงความเย็นชาเอาไว้

ทว่า

"แต่ว่า ฉันขอปฏิเสธ!" วินาทีถัดมา ซูเหยียนก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"ฮ่าๆๆ ฉันรู้อยู่แล้วว่าแกต้องฉลาดเลือก วางใจได้ ลูกพี่หู่ไม่ยอมให้แก... เดี๋ยวนะ แกว่าไงนะ?"

ลูกพี่หู่กำลังจะหัวเราะร่า แต่จู่ๆ ก็เพิ่งรู้สึกตัว

เขาเบิกตากว้างจ้องซูเหยียน ก่อนจะฉายแววดุดัน "ไอ้หนู แกหลอกด่าฉันเหรอ?!"

ส่วนอีกสองคนที่เหลือก็ยืนมองซูเหยียนอย่างอึ้งๆ ไม่รู้ทำไม จู่ๆ ผู้ชายปากหมาคนนี้ถึงได้ดูหล่อกวนๆ ขึ้นมาในสายตาพวกเขาก็ไม่รู้

[เปิดใช้งานทักษะสำเร็จ]

เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนข้างหู ซูเหยียนก็ไม่ขยับแม้แต่คิ้ว เขายังคง 'ยิ้มเยาะ' ต่อไป "ฉันขอเตือนนายนะ เลิกสนใจฉันแล้วเอาเวลาไปคิดหาวิธีรอดชีวิตจากรอบแรกให้ได้ก่อนเถอะ"

"ชิ ฉันว่าคนที่ต้องตายก่อนน่าจะเป็นแกมากกว่า" ลูกพี่หู่พูดอย่างไม่สบอารมณ์ แต่กลับผิดคาดที่เขาไม่ได้ลงไม้ลงมืออะไร

ซูเหยียนแอบหรี่ตาลง

ลูกพี่หู่คนนี้ ถึงภายนอกจะดูเป็นคนใจร้อนและขี้โมโห แต่ความจริงแล้วเยือกเย็นกว่าที่เห็นภายนอกมาก

ซูเหยียนหันไปมองชายหนุ่มแว่นกับหญิงสาวหน้าตาน่ารัก ในเวลาสั้นๆ แค่นี้ ทั้งสองคนก็ได้แลกเปลี่ยนชื่อกันแล้ว คนหนึ่งชื่อ อู๋เยว่ อีกคนชื่อ จางชิงหลิน

เมื่อเห็นเขามองมา ทั้งสองคนก็มีท่าทีหวาดกลัว หันหน้าหนี ไม่กล้าสบตากับซูเหยียน

เล่นใหญ่ไปหน่อยหรือเปล่าเนี่ย... ซูเหยียนขมวดคิ้ว แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร ขอแค่สร้างภาพลักษณ์เป็นคนเลวได้ก็พอแล้ว

แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ คงไม่มีโอกาสได้กระตุ้นทักษะจากสองคนนี้แล้วล่ะ

ซูเหยียนตัดสินใจไม่เสียเวลาอีก เขาเดินไปที่โต๊ะยาวด้านข้าง แล้วหยิบยาเวทมนตร์ขึ้นมาหนึ่งขวดอย่างลวกๆ

ยาเวทมนตร์ทุกขวดมีรูปทรงเหมือนกันหมด บรรจุอยู่ในขวดปากสั้น ซูเหยียนดึงจุกขวดออกแล้วดมดู ไม่มีทั้งสีและกลิ่น

สิ่งที่น่าสังเกตก็คือ ตัวขวดมีสเกลแบ่งเป็นสิบส่วน และจุกขวดที่ดึงออกมาได้ก็มีสเกลแบบเดียวกัน

ถ้าเทยาเวทมนตร์ใส่จุกขวด ก็จะเทออกมาได้ปริมาณหนึ่งส่วนพอดีเป๊ะ

ซูเหยียนจมดิ่งสู่ความคิด

"อะ... เอ่อนี่..." ตอนนั้นเอง จางชิงหลินที่มองยาเวทมนตร์ในมือของซูเหยียนอยู่ ก็รวบรวมความกล้าพูดขึ้น

"ยาเวทมนตร์ขวดนั้น ขอดูหน่อยได้ไหม?"

ซูเหยียนชะงักไป เขาพบว่าหลังจากที่ตัวเองหยิบยาเวทมนตร์ขึ้นมาหนึ่งขวด โต๊ะยาวทั้งโต๊ะก็ถูกปกคลุมด้วยแสงสีทอง ยาเวทมนตร์ขวดอื่นๆ ถูกยึดติดไว้กับโต๊ะจนขยับไม่ได้

ดูเหมือนว่า จะหยิบยาเวทมนตร์ขึ้นมาได้ทีละขวดเท่านั้น

ซูเหยียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วแค่นเสียงหัวเราะ "ไสหัวไป! ทำตัวเงอะงะแบบแก ถ้าทำยาหกขึ้นมาจะทำยังไง"

[การใช้งานทักษะล้มเหลว]

เมื่อโดนซูเหยียนด่าแบบนั้น จางชิงหลินก็รู้สึกประหม่า เขากลืนน้ำลาย แล้วมองยาเวทมนตร์ในมือซูเหยียน

"มะ... ไม่หรอก ฉันเคยศึกษาลู่ทางจากสถาบันมาแล้ว เมื่อกี้แค่ตื่นเต้นไปหน่อยเท่านั้นเอง..."

จางชิงหลินไม่ทันสังเกตเห็นคิ้วที่ขมวดเข้าหากันของซูเหยียน เขาพยายามจะอธิบายต่อ แต่ก็พบว่าซูเหยียนหาวหวอด แล้วโยนยาเวทมนตร์ใส่อกเขาอย่างไม่ใส่ใจ

"ช่างเถอะ ตอนนี้ก็ยังดูอะไรไม่ออกอยู่ดี พวกนายเอาไปศึกษากันเองก็แล้วกัน"

ซูเหยียนถอยห่างจากคนพวกนั้น ไปนั่งยองๆ อยู่ตรงมุมมืด สายตาแฝงไปด้วยความสงสัย

"ทำไมล่ะ นี่มันเกมสยองขวัญแนวร่วมมือไม่ใช่เหรอ? แต่กฎกับไอเทมพวกนี้... มันออกแบบมาเพื่อให้คนฆ่ากันเองชัดๆ"

ซูเหยียนรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

เมื่อนึกถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไป เขาก็เริ่มเข้าใจแล้วว่า 'สันดานดิบของมนุษย์' ที่โจวหมิงพูดถึงมันหมายความว่ายังไง

ตอนนั้นเอง เสียงฝีเท้าก็ดังเข้ามาใกล้เขา

ซูเหยียนหันกลับไปมองด้วยใบหน้าเย็นชา ก็พบว่าเป็นหญิงสาวหน้าตาน่ารักคนนั้น

"สวัสดีจ้ะ" อู๋เยว่ในชุดเดรสสีขาวดูบริสุทธิ์ผุดผ่อง บวกกับใบหน้าที่สวยใสไร้เครื่องสำอาง เธอดูเป็นคนไร้พิษสงสุดๆ

"มีอะไร?" ซูเหยียนถามอย่างระแวดระวัง

อู๋เยว่ทัดผมไว้หลังหู เผยสีหน้ากังวลใจ ทำให้เธอดูบอบบางน่าทะนุถนอมเอามากๆ

"ฉันคิดว่านายเป็นคนที่พึ่งพาได้มากที่สุดในเกมนี้แล้วนะ ฉันเพิ่งเคยเล่นเกมเป็นครั้งแรก ไม่อยากตายเลย"

"ผู้ชายที่มีรอยสักคนนั้นนายก็เห็นแล้วนี่ เขาต่างจากพวกเราที่ได้รับการศึกษามา ฉันกลัวว่าเขาจะทำอะไรรุนแรงขึ้นมา"

"ถึงตอนนั้น พวกเราสามคนคงต้องตายในเกมนี้กันหมดแน่ๆ"

"เอาอย่างนี้ไหม พวกเราสามคนมาเป็นพันธมิตรกันก่อนดีหรือเปล่า?"

อู๋เยว่พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

สายตาของซูเหยียนยังคงเรียบเฉย

ผู้หญิงคนนี้เป็นคนเดียวที่ฉลาดที่สุดในดันเจี้ยนนี้จนถึงตอนนี้ แต่น่าเสียดาย ที่ความคิดของเธอเอาแต่จดจ่ออยู่กับการเอาตัวรอด

นี่มันตื้นเขินเกินไป ตื้นเขินจนอาจจะทำให้เธอต้องตายในเกมนี้ได้เลย ซึ่งมันไม่ดีเอาเสียเลย

"นายน้อยอย่างฉันไม่มีอารมณ์มาเล่นเกมชิงไหวชิงพริบกับพวกเธอหรอกนะ กลับไปตั้งใจศึกษาเกมซะเถอะไป!" ซูเหยียนตวาดไล่อย่างไม่เกรงใจ

คำเตือนเขาก็ให้ไปแล้ว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตาของคนพวกนี้แล้วล่ะ

อู๋เยว่เม้มปาก ทำหน้าตาหน้าสงสาร กัดริมฝีปากเบาๆ แล้วจำใจหันหลังเดินจากไป

ซูเหยียนไม่ได้สนใจอู๋เยว่อีก เมื่อเทียบกับเรื่องนี้ เขาสนใจมากกว่าว่าทำไมเมื่อกี้ถึงกระตุ้นทักษะจากจางชิงหลินไม่ได้

—เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู คุณสามารถปฏิเสธได้อย่างหล่อเท่ และเพิ่มค่าโชคดีขึ้นระดับหนึ่ง

เป็นเพราะไม่เข้าเงื่อนไขการทำงาน หรือว่าทักษะนี้มีคูลดาวน์ซ่อนอยู่? หรือจำกัดจำนวนครั้ง?

ระหว่างที่ซูเหยียนกำลังคิดหนักอยู่นั้น เสียงระบบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นอีกครั้ง

[เปิดใช้งานทักษะสำเร็จ]

"หืม?" ซูเหยียนหูผึ่ง หันขวับไปมองแผ่นหลังของอู๋เยว่ที่เดินจากไปทันที

ทำไมล่ะ... ในเมื่อใช้กับจางชิงหลินที่โดนเขาด่าสาดเสียเทเสียไม่สำเร็จ แต่กลับมาใช้กับอู๋เยว่ที่มีแผนการในใจได้สำเร็จซะงั้น

น่าสนใจ นี่มันน่าสนใจสุดๆ ไปเลย

มุมปากของซูเหยียนยกยิ้มขึ้นมา เขารู้กลไกการทำงานของทักษะนี้แล้ว

และในขณะเดียวกัน เขาก็พบว่า ในทีมของเขาตอนนี้ มีคนซ่อนดาบไว้ข้างหลังอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 20 - สามคนผู้แสนน่าสนใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว