- หน้าแรก
- ยอดเซียนจำแลงระบบ ผู้ชักใยเบื้องหลังทุกมิติ
- บทที่ 16 : จับกุมตามรายชื่อ ห้ามตกหล่นแม้แต่คนเดียว!
บทที่ 16 : จับกุมตามรายชื่อ ห้ามตกหล่นแม้แต่คนเดียว!
บทที่ 16 : จับกุมตามรายชื่อ ห้ามตกหล่นแม้แต่คนเดียว!
วันที่สองหลังจากการยึดครองอำเภอกานเฉวียน
ภายในเมือง ประตูบ้านทุกหลังปิดสนิท ท้องถนนเงียบเชียบ ดูวังเวงอย่างน่าประหลาด
ชาวบ้านต่างพากันหลบซ่อนตัวอยู่ในบ้าน ไม่กล้าแม้แต่จะย่างกรายออกมา
ด้วยเกรงว่าการกระทำเพียงเล็กน้อยอาจไปกระตุกหนวดเสือกองทัพที่เพิ่งบุกยึดเมืองเมื่อวาน จนนำภัยมาสู่ครอบครัว
เพราะท้ายที่สุดแล้ว โจรผ่านยังแค่เหมือนหวีสาง แต่ทหารผ่านเหมือนหวีเสนียด
ในยุคสงครามและความโกลาหลเช่นนี้ กองทัพที่บุกเข้าเมืองนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าโจรปล้นชิงเสียอีก
พวกเขาได้ยินมานักต่อนักว่า หลังจากกบฏบางกลุ่มตีเมืองแตก ก็จะปล่อยให้ทหารออกปล้นชิงทรัพย์สิน ค้นบ้านทุกหลัง ใครกล้าขัดขืนฆ่าล้างโคตร
ผู้คนในเมือง ชายฉกรรจ์ถ้าไม่ถูกฆ่าก็ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร ส่วนผู้หญิงก็ตกเป็นเครื่องบำเรอกาม
ใครกล้าขัดคำสั่ง มีแต่ตายสถานเดียว!
แม้กระทั่งเมื่อพวกกบฏจากไป ชาวบ้านที่เหลือรอดก็แทบเอาชีวิตไม่รอด
เพราะทุกอย่างที่เอาไปได้ถูกกวาดไปจนเกลี้ยง
เสบียงอาหารถูกปล้น สัตว์เลี้ยงถูกฆ่าชำแหละ แม้แต่เฟอร์นิเจอร์ บานประตู หน้าต่าง ก็ยังถูกรื้อไปทำฟืน
ดังนั้น ชาวเมืองกานเฉวียนจึงอดไม่ได้ที่จะหวาดกลัว
ทว่า พวกเขารอมาทั้งคืน
กองทัพที่บุกยึดเมืองเมื่อวานกลับไม่ได้ทำการปล้นชิงใดๆ ซ้ำยังเงียบสงบผิดปกติ
ไม่มีบ้านไหนในเมืองถูกรบกวนแม้แต่หลังเดียว
เหตุการณ์ประหลาดเช่นนี้ ทำให้ชาวเมืองกานเฉวียนเริ่มเกิดความสงสัยปนเปไปกับความหวาดกลัว
ในโลกนี้มีกองทัพที่ไม่ปล้นชาวบ้านอยู่จริงหรือ?
...
ที่ว่าการอำเภอกานเฉวียน
หลังจากกองกำลังพิทักษ์ยึดเมืองได้ เฉินชวนก็ใช้ที่นี่เป็นกองบัญชาการชั่วคราว
เฉินซานนำกำลังคนเร่งตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินตลอดทั้งคืน จนในที่สุดก็ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน และมารายงานเฉินชวนที่ห้องโถง
"จากการตรวจนับ มีเสบียงเหลือในยุ้งฉางหลวงอำเภอกานเฉวียนกว่า 300,000 ชั่ง และมีเงินเหลือในคลังเงิน 1,200 ตำลึง"
"นอกจากนี้ ยังมีชุดเกราะเหล็กกว่า 100 ชุดในคลังอาวุธ พร้อมด้วยอาวุธต่างๆ เช่น ดาบ ธนู และหอก..."
"ทำไมน้อยนัก?"
หลังจากฟังรายงาน เฉินชวนขมวดคิ้วแน่น
เขาเคยดูบัญชีมาก่อน ในฐานะแหล่งผลิตธัญพืช 'ยุ้งฉางฉางผิง' ของอำเภอกานเฉวียนที่ใช้สำหรับพยุงราคาข้าวและบรรเทาทุกข์ ควรมีความจุเสบียงปกติอยู่ที่ 1.2 ถึง 1.5 ล้านชั่ง
แต่ตอนนี้เหลือแค่ 300,000 ชั่ง
ถ้าเสบียงที่หายไปถูกนำไปใช้บรรเทาทุกข์ เฉินชวนคงไม่ว่าอะไร
แต่สถานการณ์จริงคือ อำเภอกานเฉวียนไม่ได้แจกจ่ายเสบียงบรรเทาทุกข์เลยแม้แต่น้อย!
เสบียงในยุ้งฉางหลวงต้องถูกยักยอกไปแน่นอน!
"บัดซบ!"
แม้จะคาดการณ์ไว้บ้างแล้ว แต่พอเจอเข้ากับตัว เฉินชวนก็ยังอดโมโหไม่ได้
"อีกอย่าง เราค้นบ้านหวังซื่อกุ้ย พบเงิน 8,300 ตำลึง และโฉนดที่ดินรวมกว่า 1,000 ไร่"
"ยังมีของมีค่าอื่นๆ อีกเพียบ ทั้งของเก่า ภาพวาด เครื่องประดับทองและเงิน..."
เฉินซานรายงานต่อ
"แปดพันกว่าตำลึงเชียวรึ?"
ถ้าเอาไปแลกในร้านค้าระบบ ก็ได้แต้มโชคชะตากว่า 80 แต้ม
ยังไม่นับที่ดินทำกินอีกกว่าพันไร่
ลำพังแค่นายอำเภอคนเดียว
ในขณะที่คลังเงินของอำเภอกานเฉวียนมีเงินเหลือแค่ 1,200 ตำลึง!
"ส่วนต่างของเสบียงในยุ้งฉางหลวงมันมหาศาลขนาดนี้ หวังซื่อกุ้ยทำคนเดียวไม่ได้แน่ ต้องมีผู้สมรู้ร่วมคิด!"
เฉินชวนฟันธง
ได้ยินดังนั้น เฉินซานจึงถามขึ้น "จะให้ส่งคนไปเค้นคอถามมันไหม?"
"ไม่มีเวลาแล้ว"
เฉินชวนส่ายหน้าแล้วสั่งการทันที "ไปตามเอ้อร์หู่มาให้ข้า ให้เขาไปจับคนมา"
"รับทราบ"
เฉินซานพยักหน้า ไม่ถามว่าให้ไปจับใคร และไม่ถามด้วยว่าทำไมเฉินชวนถึงรู้ว่าต้องจับใคร
หลังจากเฉินซานออกไป เฉินชวนก็เรียกหาระบบในใจทันที
"ระบบ ขอข้อมูลเกี่ยวกับคดียักยอกเสบียงของอำเภอกานเฉวียนหน่อย"
"ได้สิ"
เซี่ยฟานตอบกลับโดยไม่ลังเล
เรื่องเล็กน้อยแค่นี้แค่ดีดนิ้วก็รู้แล้ว ในโลกมนุษย์จะมีอะไรเล็ดลอดสายตาเซี่ยฟานไปได้?
เพียงแต่การคำนวณลิขิตสวรรค์ หากเจาะลึกเกินไปอาจไปกระตุกหนวด 'วิถีสวรรค์' ของมิตินี้เข้า จึงต้องอาศัยโฮสต์เป็นฉากบังหน้า
"ข้อมูลชิ้นนี้ราคา 1 แต้มโชคชะตา ต้องการจ่ายเลยหรือไม่?"
"จ่ายเลย"
"ขอบคุณที่ใช้บริการ"
หลังจากรับแต้มโชคชะตาไป เซี่ยฟานก็มอบรายชื่อให้เฉินชวน แถมยังใจดีเสกกระดาษขาวพร้อมรายชื่อที่คัดลอกไว้เสร็จสรรพออกมาให้ด้วย
พอเฉินชวนหยิบรายชื่อมาดู หน้าเขาก็มืดครึ้มลงทันที
"ผู้เกี่ยวข้อง: นายอำเภอกานเฉวียน หวังซื่อกุ้ย, นายทะเบียน, พัศดี, ผู้ตรวจการ..."
"ไม่มีคนดีเลยสักคนรึไง?"
"นอกจากนี้ ผู้รับผิดชอบในการระบายของ ได้แก่ จ้าวโหย่วไฉ ตระกูลจ้าวแห่งหมู่บ้านหงเฟิง, หวังโหย่วเต๋อ ตระกูลหวังแห่งอำเภอกานเฉวียน..."
"ดี ดีจริงๆ!"
อ่านจนจบ เฉินชวนแทบจะหัวเราะออกมาด้วยความโกรธ
มิน่าล่ะ จ้าวโหย่วไฉถึงคุยนักคุยหนาว่าสนิทกับหวังซื่อกุ้ย ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง
ยักยอกเสบียงหลวง โทษประหารชีวิต
ดูท่าพวกมันจะเป็นสหายร่วมเป็นร่วมตายกันจริงๆ
"ท่านหัวหน้า เรียกหาข้าหรือขอรับ?"
จังหวะนั้น จางเอ้อร์หู่ผลักประตูเข้ามา พอเห็นหน้าดำคร่ำเครียดของเฉินชวน เขาก็ของขึ้นทันที "ใครทำท่านโมโห ท่านหัวหน้า? เดี๋ยวข้าไปสั่งสอนมันเดี๋ยวนี้!"
"เอ้อร์หู่ มาได้จังหวะพอดี"
เฉินชวนนวดขมับ แล้วยื่นรายชื่อในมือให้
"ตามรายชื่อในกระดาษแผ่นนี้ ไล่จากบนลงล่าง ไปจับตัวพวกมันมาให้หมด อย่าให้หลุดรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!"
"รับทราบขอรับ"
จางเอ้อร์หู่รับรายชื่อไป กวาดตามองแวบหนึ่ง แล้วทำหน้าปุเลี่ยนๆ "ท่านหัวหน้า..."
"มีอะไร? มีคนรู้จักงั้นรึ?"
"เปล่าขอรับ คือ... ข้าอ่านหนังสือไม่ออก..."
"..."
เฉินชวนมองจางเอ้อร์หู่ด้วยสีหน้าซับซ้อน ถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ไปหาคนที่อ่านหนังสือออกในกองทัพไปด้วยสักคนไป๊"
"รับทราบขอรับ"
...
หวังโหย่วเต๋อ เศรษฐีผู้มีชื่อเสียงแห่งอำเภอกานเฉวียน
ด้วยความที่เจ้านี่มีแต่ทรัพย์แต่ไร้ซึ่งคุณธรรม ชาวบ้านจึงไม่เรียกเขาว่าหวังโหย่วเต๋อ (ผู้มีคุณธรรม) แต่เรียกว่า 'เศรษฐีหวัง' แทน
ขณะนี้ หวังโหย่วเต๋อกำลังนั่งหารือกับพ่อบ้านในคฤหาสน์หลังใหญ่ เกี่ยวกับเรื่อง "กองทัพกบฏ" ที่บุกยึดเมืองเมื่อวาน
"ไม่นึกเลยว่าไอ้หวังซื่อกุ้ยจะไร้น้ำยาขนาดนี้"
"ที่ว่าการอำเภอกับค่ายทหารต้านทานพวกกบฏไม่ได้เลย อำเภอกานเฉวียนแตกง่ายดายปานนี้เชียว"
หวังโหย่วเต๋อส่ายหน้าถอนหายใจด้วยความเสียดาย
เพื่อผูกสัมพันธ์กับหวังซื่อกุ้ย เขาอุตส่าห์ส่งเงินกำนัลไปตั้งมากมาย
ผลปรากฏว่าตอนนี้หวังซื่อกุ้ยโดนจับ เงินที่เสียไปก็เหมือนละลายแม่น้ำ
"นายท่าน จะมัวถอนหายใจไปไยขอรับ?"
"ในความคิดข้า กบฏกลุ่มนี้มีเขี้ยวเล็บไม่เบา บุกยึดกานเฉวียนได้ราวกับเดินเข้าบ้านร้าง ด้วยศักยภาพขนาดนี้ อนาคตอาจจะไปได้ไกลกว่านี้อีก"
"สู้เราผูกสัมพันธ์กับพวกมันตั้งแต่เนิ่นๆ จะไม่ดีกว่าพึ่งพาหวังซื่อกุ้ยคนเดียวเป็นสิบเป็นร้อยเท่าหรือขอรับ?"
พ่อบ้านที่ยืนอยู่ข้างๆ เสนอความเห็นที่แตกต่าง
แคว้นฉีกำลังโซซัดโซเซท่ามกลางมรสุม
กบฏผุดขึ้นทุกหย่อมหญ้า อำนาจราชสำนักในท้องถิ่นเสื่อมถอยลงทุกวัน
แทนที่จะฝากผีฝากไข้ไว้กับขุนนางท้องถิ่น การเลือกแทงม้าตัวที่แกร่งอย่างกองทัพกบฏ... เอ้ย กองทัพปฏิวัติ ย่อมดูมีอนาคตกว่าเห็นๆ
ราชสำนักแคว้นฉีปกครองมาสองร้อยกว่าปีแล้ว
คฤหบดีบ้านนอกอย่างตระกูลหวังคงไม่อยู่ในสายตาพวกเขาหรอก
แต่พวกกองทัพกบฏนั้นต่างออกไป
ถ้าตระกูลหวังตาถึง เลือกนายถูกคน ในฐานะผู้สนับสนุนรุ่นบุกเบิก อนาคตอาจได้เป็นถึงขุนนางใหญ่โตหรือแม่ทัพนายกองก็เป็นได้!
"ที่เจ้าพูดมาก็มีเหตุผล"
"พวกมันยึดเมืองได้เมื่อวาน ได้ยินว่าอาวุธชุดเกราะครบมือ แถมยังฝึกมาดี เห็นได้ชัดว่าเตรียมการมานาน"
"ดูจากตรงนี้ ก็พอจะเดาได้ว่าพวกมันไม่ใช่คนธรรมดาแน่"
หวังโหย่วเต๋อพยักหน้าเห็นด้วยกับข้อเสนอของพ่อบ้าน
ในเมื่อหวังซื่อกุ้ยหมดอนาคตแล้ว ตระกูลหวังของเขาก็จำต้องเลือกนายใหม่ที่ฉลาดกว่า