- หน้าแรก
- ข้าสามารถจุดประกายรู้แจ้งสรรพสิ่งได้
- บทที่ 19 ทางเลือก
บทที่ 19 ทางเลือก
บทที่ 19 ทางเลือก
บทที่ 19 ทางเลือก
เคล็ดวิชาวรยุทธ์เหล่านี้คือ "ผลการศึกษาวิจัย" ที่ตระกูลฉีแห่งจี้สุ่ยต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจและทรัพยากรไปมหาศาลตลอดหลายชั่วอายุคน และต้องจ่ายค่าตอบแทนที่ยิ่งใหญ่เพื่อแลกมา เพื่อจะใช้เป็นรากฐานและสมบัติของตระกูล หากไม่มีการจ่ายค่าตอบแทนที่เพียงพอ จะยอมให้คนอื่นเรียนไปง่ายๆ ได้อย่างไร?
เตี่ยนหัวเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี
ทว่า เหตุผลที่สำคัญที่สุดก็คือ... ความจริงแล้วการปิดกั้นตำรับยาเหล่านี้ไม่มีผลอะไรกับเตี่ยนหัวเลยสักนิด
เตี่ยนหัวไม่ใช่คนธรรมดาที่ต้องฝึกฝนขึ้นไปทีละก้าว สำหรับเตี่ยนหัวผู้มี "นิ้วทองคำ" ขอเพียงฝึกวรยุทธ์จนเริ่มต้นได้ จากนั้นเพียงแค่รู้แจ้งสักครั้ง เขาก็สามารถข้ามกระบวนการที่ยุ่งยากตรงกลางไปถึงขั้นสมบูรณ์ได้ในทันที
ดังนั้นสำหรับเตี่ยนหัวแล้ว เนื้อหาในเคล็ดวิชาวรยุทธ์เหล่านี้ ขอเพียงแค่ส่วนที่ทำให้เขาเริ่มต้นฝึกได้ก็เพียงพอแล้ว ซึ่งหมายความว่า สำหรับเตี่ยนหัวขอเพียงแค่ฉบับย่นย่อก็พอ
"ฉบับชั้นเลิศที่ตระกูลฉีแห่งจี้สุ่ยให้ความสำคัญที่สุด และผลการศึกษาวิจัยข้างในนั้น สำหรับคนธรรมดาคือขุมทรัพย์ แต่สำหรับข้าแล้วมันกลับสู้ประโยคไม่กี่บรรทัดในฉบับย่นย่อไม่ได้เลย!"
ดวงอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้าแล้ว หอเก็บคัมภีร์กำลังจะปิด เตี่ยนหัวจึงรีบคืน 《วิชาคงความงาม》 แล้วยืม 《ท่าเท้าย่างเทวะ》 ออกมา
ครั้งนี้เขาไม่เสียเวลาศึกษารายละเอียดอีก เพราะข้อจำกัดด้านเวลา เขาจึงเน้นการท่องจำให้ขึ้นใจเป็นหลัก โดยเฉพาะส่วนของฉบับย่นย่อ ในที่สุดก่อนที่ดวงอาทิตย์จะตกดินเพียงอึดใจและก่อนที่หอเก็บคัมภีร์จะปิด เขาก็ท่องจำจนจบได้สำเร็จ
ด้วยความจำที่ดีของร่างเดิม ประกอบกับการได้ศึกษาตำราที่เขียนตามแบบฉบับตระกูลฉีมาแล้วสามเล่ม ทำให้การอ่านและทำความเข้าใจรวดเร็วขึ้นมาก ความยากในการท่องจำก็ลดลงตามไปด้วย เพียงแค่อ่านในใจซ้ำสองรอบเขาก็จำเคล็ดวิชาได้ทั้งหมดแล้ว
แน่นอนว่าการจำได้ก็คือจำได้ การเข้าใจก็คือเข้าใจ ส่วนการฝึกจนเป็นนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่หอเก็บคัมภีร์จะปิด แผนการในช่วงบ่ายวันนี้ของเตี่ยนหัวก็นับว่าสำเร็จลุล่วงแล้ว
เมื่อกลับถึงเรือนเถาหรานและกินมื้อเย็นเสร็จ ในสมัยโบราณก็ไม่มีกิจกรรมบันเทิงใดๆ เตี่ยนหัวจึงกลับเข้าห้องนอนเพื่อพักผ่อน
ขณะที่นอนอยู่บนเตียง เขาก็รำลึกถึงเนื้อหาในตำราที่อ่านมาวันนี้พลางพิจารณาทางเลือกของตนเอง
เดิมทีตัวเลือกแรกของเตี่ยนหัวคือ 《วิชากายาแกร่ง》 เพราะมันเป็นวรยุทธ์ที่แพร่หลายที่สุดในหมู่ผู้ชาย เขาจึงคิดว่าการฝึกเบื้องต้นน่าจะง่ายที่สุด ทว่าเขานึกไม่ถึงเลยว่ามันจำเป็นต้องมีอาจารย์คอยสอนถึงจะฝึกได้ และยังต้องกำหนดจิตมโนภาพเป็นตัวอาจารย์เพื่อเริ่มต้นวิชาด้วยเหตุผลเหล่านี้ทำให้เตี่ยนหัวยกเลิกความคิดที่จะเรียน 《วิชากายาแกร่ง》 ทันที
ส่วน 《วิชาคงความงาม》 นั้นเป็นวิชาที่ผู้หญิงฝึกกันมากที่สุด เตี่ยนหัวยืมมาอ่านเพื่อเปรียบเทียบและศึกษาเท่านั้น ไม่เคยคิดจะเรียนมันจริงๆ เลย ทว่า... เขากลับได้รับโชคที่คาดไม่ถึง นั่นก็คือ 《วิชาเซียนเทียน》 ฉบับย่นย่อ
แม้ฉะบับย่นย่อของ 《วิชาเซียนเทียน》 จะมีเพียงประโยคเดียว แต่มันก็เพียงพอสำหรับการเริ่มต้นฝึกฝนแล้ว
นอกจากนี้ เป้าหมายที่ต้องกำหนดจิตมโนภาพไม่ใช่คนอื่น และไม่ใช่สัตว์ แต่คือตัวเขาเอง! แถมยังไม่ใช่ตัวเขาตอนโต แต่คือตัวเขาเองตอนที่ยังไม่เกิด!
เตี่ยนหัวมีความรักสันโดษทางจิตใจอยู่บ้าง การจะให้ไปกำหนดจิตมโนภาพเป็นสัตว์หรือเป็นคนอื่น หรือแม้แต่เป็นตัวเขาเองตอนโต เขาก็รู้สึกว่ามันแปลกๆ และดูขัดๆ พิกล แต่การกำหนดภาพตัวเองตอนยังไม่เกิดนั้น เขากลับไม่รู้สึกเช่นนั้นเลย เป้าหมายในการกำหนดจิตมโนภาพนี้ทำให้เตี่ยนหัวพอใจอย่างมาก
อีกประการหนึ่งคือรูปแบบการฝึกที่ง่ายและซ่อนเร้น มีท่าฝึกเพียงท่าเดียว และยังทำในขณะที่นอนหลับอีกด้วย
ยังมีข้อดีอีกอย่าง คือเวลาในการฝึกฝนคือตอนนอนหลับ ไม่ได้แย่งเวลาในช่วงกลางวันที่ต้องตื่นอยู่ กลางวันเขาสามารถไปทำธุระสำคัญอื่นๆ ได้ การฝึกฝนและการงานจึงไม่ขัดแย้งกัน จุดนี้ทำให้เตี่ยนหัวพอใจเป็นที่สุด
ข้อสุดท้ายที่ต้องเอ่ยถึงคือ สรรพคุณของ 《วิชาเซียนเทียน》 นั่นคือการคงความอ่อนเยาว์และยืดอายุขัย!
เตี่ยนหัวรู้สึกว่าสำหรับเขาแล้วสรรพคุณนี้เป็นรูปธรรมที่สุด และทำให้เขาหวั่นไหวที่สุดเช่นกัน
ส่วนข้อเสียเรื่องอานุภาพในการต่อสู้ที่อ่อนแอ... สำหรับเตี่ยนหัวที่มีของวิเศษอย่างเสื้อคลุมเซียนและกระบี่เซียนคุ้มกายอยู่แล้ว เรื่องนี้ไม่นับเป็นปัญหาเลยสักนิด!
ตั้งแต่ต้น เตี่ยนหัวไม่เคยคิดจะใช้วรยุทธ์ในการต่อสู้อยู่แล้ว!
ต่อให้พวกมันจะร้ายกาจแค่ไหนก็เป็นเพียงวิชาวรยุทธ์ระดับโลกีย์ การป้องกันจะแข็งแกร่งเท่าเสื้อคลุมเซียนหรือ? การโจมตีจะรุนแรงเท่ากระบี่เซียนหรือ?
ย่อมไม่มีทาง!
เมื่อเป็นเช่นนี้ วรยุทธ์ที่เน้นรุกหรือรับเป็นหลักจึงไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขการเลือกของเขาเลยตั้งแต่แรก
ด้วยปัจจัยหลายอย่างที่สอดคล้องกันเช่นนี้ ทำให้เตี่ยนหัวมั่นใจอย่างยิ่งว่า วรยุทธ์ที่เขาจะเลือกคือ 《วิชาเซียนเทียน》
ส่วนวิชาการต่อสู้นั้น เตี่ยนหัวเลือก 《ท่าเท้าย่างเทวะ》
หลังจากการศึกษา เตี่ยนหัวพบว่า 《ท่าเท้าย่างเทวะ》 ตอบโจทย์ความต้องการของเขาทุกประการ
ในด้านวิชาการต่อสู้ เงื่อนไขของเตี่ยนหัวเรียบง่ายมาก: วิชาที่เน้นรุกหรือรับมากเกินไปไม่เลือก, วิชาที่ฝึกยากเกินไปไม่เลือก, วิชาที่เริ่มต้นฝึกได้ยากเกินไปไม่เลือก, วิชาที่ฝึกแล้วเกิดเสียงดังรบกวนมากไม่เลือก และการกำหนดจิตมโนภาพที่ไม่ตรงตามความต้องการของเตี่ยนหัวก็ไม่เลือก
《ท่าเท้าย่างเทวะ》 ตอบโจทย์เงื่อนไขข้างต้นได้ครบถ้วน
และที่สำคัญที่สุดคือ มันให้ผลลัพธ์ในการเดินทางที่ยอดเยี่ยมมาก ในอนาคตเมื่อเตี่ยนหัวย้ายออกจากอำเภอจี้สุ่ยเพื่อไปท่องเที่ยวโลกกว้าง เขาจะได้ใช้มันอย่างแน่นอน!
แม้จะตัดสินใจเลือกได้แล้ว แต่เตี่ยนหัวก็ไม่ได้ตั้งใจจะฝึกฝนภายในจวนตระกูลฉีที่มีคนพลุกพล่านและปากต่อปากเช่นนี้
เดิมทีเมื่อก่อนเตี่ยนหัวไม่ได้มีความกังวลในเรื่องนี้เลย แต่การวิเคราะห์เมื่อตอนเที่ยงทำให้เตี่ยนหัวตัดสินใจที่จะสงวนท่าทีไว้บ้าง เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของตนเอง และไม่ยอมให้ทุกเรื่องของเขาเปิดเผยต่อหน้าฉีเริ่นทั้งหมด
สำหรับการชิงไหวชิงพริบนั้นเตี่ยนหัวไม่ถนัดเอาเสียเลย แต่การที่เขาต้องกลมกลืนไปกับโลกใบนี้ เขาย่อมเลี่ยงการติดต่อกับผู้คนไม่ได้ ดังนั้นเตี่ยนหัวจึงตัดสินใจว่าการคบมิตรต้องระมัดระวัง เขาไม่ควรคลุกคลีกับคนที่มีเล่ห์เหลี่ยมลึกซึ้งและเจ้าเล่ห์เพทุบายอย่างฉีเริ่นมากเกินไป ดังนั้น...
'แผนการเปลี่ยนแล้ว ข้าต้องรีบย้ายออกจากจวนตระกูลฉีให้เร็วที่สุด!'
เมื่อคิดได้เช่นนั้น เตี่ยนหัวก็นอนหลับไปทั้งชุดและหลับไปในเวลาอันรวดเร็ว
...
แม้เซียนซือจะแจ้งชื่อฉายาว่าเตี่ยนหัว และให้พวกเขาเรียกว่าเต้าจาง แต่ทว่าคนผู้นั้นคือเซียนซือตัวจริงนะ! เมื่อไม่ได้อยู่ต่อหน้า ฉีเริ่นยังคงเรียกเขาว่าเซียนซือ หรืออาจารย์เตี่ยนหัว ด้วยความยำเกรง
หลังจากมั่นใจว่าอาจารย์เตี่ยนหัวหลับไปแล้ว ฉีเริ่นถึงได้เดินทางมาที่หอเก็บคัมภีร์ในยามวิกาล: "นำตำราที่อาจารย์เตี่ยนหัวอ่านในวันนี้ออกมาให้ข้าทั้งหมด จัดลำดับตามเวลาให้เรียบร้อย"
ในฐานะเจ้าบ้าน ฉีเริ่นย่อมไม่ต้องปฏิบัติตามกฎเรื่องยืมหนึ่งคืนหนึ่ง หรือยืมอ่านได้เพียงครั้งละเล่ม
'กฎเกณฑ์มีไว้สำหรับผู้ที่อ่อนแอ ยิ่งอ่อนแอเท่าไหร่ กฎเกณฑ์ที่ต้องปฏิบัติตามก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น'
นี่คือคติที่ฉีเริ่นยึดถือและปฏิบัติมาโดยตลอด ดังนั้นฉีเริ่นผู้ที่ชอบเน้นเรื่องกฎระเบียบที่สุด กลับเป็นผู้ที่เพิกเฉยต่อกฎระเบียบมากที่สุดในจวนตระกูลฉี
"《ตำราวิวัฒนาการยุทธ์》, 《วิชากายาแกร่ง》, 《วิชาคงความงาม》, 《ท่าเท้าย่างเทวะ》"
"เหตุใดถึงเป็นสี่เล่มนี้?"
"เหตุใดท่านถึงเลือกเคล็ดวิชาวรยุทธ์สามเล่มนี้?"
ลักษณะเด่นของวรยุทธ์ทั้งสามเล่มนี้คือมันแพร่หลายที่สุด และความแพร่หลายที่สุดก็หมายความว่าอานุภาพของมันอ่อนแอที่สุดด้วย
ในหอเก็บคัมภีร์มีเคล็ดวิชาวรยุทธ์มากมาย เหตุใดเซียนซือถึงเลือกวรยุทธ์ที่อ่อนแอที่สุดสามเล่มนี้เล่า?
หลังจากฉีเริ่นเปิดอ่าน 《ตำราวิวัฒนาการยุทธ์》 อย่างละเอียดอีกรอบ เขาก็ได้คำตอบในใจ
"หรือว่า... เป็นเพราะวรยุทธ์ทั้งสามประเภทนี้ เป็นตัวแทนที่โดดเด่นที่สุดของวรยุทธ์ที่ถูกคิดค้นขึ้นในช่วงสองสามร้อยปีมานี้ หลังจากการรวมแผ่นดิน?"