- หน้าแรก
- ศิษย์น้องขยันแทบตาย ศิษย์พี่แค่นอนหายใจก็ไร้เทียมทาน
- บทที่ 35 - หลี่เสวียนเมาแอ๋ ศิษย์น้องของข้าช่างดีเหลือเกิน!
บทที่ 35 - หลี่เสวียนเมาแอ๋ ศิษย์น้องของข้าช่างดีเหลือเกิน!
บทที่ 35 - หลี่เสวียนเมาแอ๋ ศิษย์น้องของข้าช่างดีเหลือเกิน!
บทที่ 35 - หลี่เสวียนเมาแอ๋ ศิษย์น้องของข้าช่างดีเหลือเกิน!
"ไม่น่ากลัวเลยเจ้าค่ะ ข้าว่าศิษย์พี่เท่สุดๆ ไปเลย!"
เมื่อได้ยินคำพูดของเฟิ่งจิ่วเกอ หลี่เสวียนก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆ
ดูเหมือนว่าศิษย์น้องของเขาแม้จะอายุน้อย แต่ก็ยังรู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดี ไม่ได้มีนิสัยพวกแม่พระโลกสวย เป็นคนที่เด็ดขาดคนหนึ่งเลยทีเดียว
ก่อนหน้านี้เขายังแอบกังวลว่าศิษย์น้องจะจิตใจดีเกินไปจนโดนคนอื่นหลอกเอาได้ง่ายๆ
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะคิดมากไปเอง
หลังจากที่สังหารพวกหลิงอ้าวเสร็จแล้ว ราชาลั่วก็รีบวิ่งเข้ามาหา พร้อมกับเอ่ยด้วยความเคารพนบนอบ "ขอบพระคุณคุณชายหลี่ที่ช่วยปัดเป่าภัยพิบัติมารให้กับประเทศของข้า!"
"ไม่ต้องเกรงใจหรอก รังมารโดนทำลายไปแล้ว แต่ก็ยังมีเผ่ามารที่หลงเหลืออยู่คอยอาละวาดตามที่ต่างๆ อีกนิดหน่อย พวกนี้คงต้องพึ่งพาราชวงศ์ลั่วจัดการเองแล้วล่ะ"
"คุณชายหลี่โปรดวางใจ ก็แค่พวกสุนัขแมวสามสี่ตัวเท่านั้น ราชวงศ์ลั่วของข้าสามารถจัดการเองได้" ราชาลั่วกล่าว
ราชวงศ์ลั่วเองก็มีรากฐานวิถียุทธ์ของตัวเองอยู่เหมือนกัน
เพียงแต่พวกเขาจัดการพวกมารระดับสูงหรือราชันย์มารไม่ได้เท่านั้นเอง
แต่ตอนนี้ ทั้งมารระดับสูง ราชันย์มาร และรังมาร ล้วนถูกหลี่เสวียนกวาดล้างจนสิ้นซากไปหมดแล้ว พวกอมนุษย์มารที่เหลืออยู่ ราชวงศ์ลั่วสามารถจัดการกันเองได้สบายๆ
แต่นอกเหนือจากเรื่องนี้แล้ว สิ่งที่ทำให้เขาตื่นตระหนกที่สุดก็คือความเด็ดขาดอำมหิตของหลี่เสวียน
ให้ตายเถอะ...
ทั้งบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ ทั้งศิษย์หัวกะทิจากสำนักต่างๆ...
เขาฆ่าทิ้งหมดรวดเดียวโดยไม่กะพริบตาเลยด้วยซ้ำ!
ใจกล้าบ้าบิ่นเกินไปแล้ว!
แน่นอนว่าลึกๆ ในใจของเขาไม่ได้รู้สึกไม่พอใจเลยสักนิด
ตรงกันข้าม เขากลับสะใจสุดๆ ไปเลยต่างหาก
เพราะช่วงหลายวันที่ผ่านมา เขาต้องทนรองรับอารมณ์พวกนี้มาไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ แต่ถึงจะสะใจ เขาก็รู้ดีว่าภูมิหลังของคนพวกนี้ไม่ธรรมดา
การฆ่าพวกมันทิ้งน่ะสะใจก็จริง
แต่สิ่งที่หลี่เสวียนจะต้องเผชิญต่อไป ก็คือความโกรธเกรี้ยวจากสำนักใหญ่ต่างๆ
"คุณชายหลี่ ราชวงศ์ลั่วของข้าจะพยายามปกปิดเรื่องนี้ให้อย่างสุดความสามารถ"
ราชาลั่วเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
หลี่เสวียนโบกมือปัด "นี่มันเรื่องของข้า ราชาลั่วไม่ต้องไปใส่ใจหรอก อีกอย่าง เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ปิดยังไงก็ปิดไม่มิดหรอก"
ในเมื่อเขากล้าทำ เขาก็กล้ายืดอกรับ
สำนักใหญ่พวกนั้นอยากจะมาแก้แค้นนักใช่ไหม...
ก็ปล่อยให้พวกมันมาเลยสิ!
คิดว่าเขาจะกลัวหรือไง
"คุณชายช่างห้าวหาญยิ่งนัก!"
ราชาลั่วอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจด้วยความเลื่อมใส
เมื่อรังมารโดนทำลาย พระราชวังก็กลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมของราชวงศ์ลั่วอีกครั้ง ราชาลั่วสั่งให้คนจัดเตรียมห้องพักสองสามห้อง เพื่อให้หลี่เสวียนและพวกพ้องได้พักผ่อน
ยามค่ำคืน
หลี่เสวียนนึกไปถึงตอนที่เขากำลังจะลงมือฆ่าพวกหลิงอ้าว จู่ๆ เสียงของหลิวเทียนเสวียนก็ดังขึ้นมาในหัว เขารู้สึกสงสัยเป็นอย่างมาก
"อยู่ดีๆ ทำไมถึงได้ยินเสียงของอาจารย์ได้ล่ะเนี่ย"
เขาพึมพำกับตัวเอง
"เจ้าโง่เอ๊ย นั่นก็เพราะว่าข้ามาอยู่ที่นี่แล้วไงล่ะ"
เสียงหนึ่งดังขึ้นที่นอกหน้าต่าง
หลี่เสวียนหันไปมองด้วยความประหลาดใจ เห็นเพียงใครบางคนกำลังยืนพิงขอบหน้าต่างอยู่ แสงจันทร์สาดส่องลงมาบนร่างของนาง ราวกับคลุมทับด้วยผ้าไหมสีเงิน
นั่นคืออาจารย์ผู้เลอโฉมผมขาวตาสีแดงของเขานั่นเอง!
ดวงตาของหลี่เสวียนเป็นประกาย เขารีบเดินเข้าไปทำความเคารพ รู้สึกซาบซึ้งใจเล็กน้อย "ไม่คิดเลยว่าอาจารย์จะอุตส่าห์ดั้นด้นเดินทางไกลจากยอดเขาเทียนเสวียนมาเพื่อข้า"
หลิวเทียนเสวียนกลอกตาบน "อันที่จริง ข้าก็แค่บังเอิญเดินผ่านมาแถวนี้พอดีน่ะ"
"ข้าเข้าใจ อาจารย์คงไม่อยากให้ศิษย์ต้องรู้สึกเป็นภาระสินะ แต่พระคุณของอาจารย์ยิ่งใหญ่นัก ศิษย์จะจดจำไว้ในใจอย่างแน่นอน"
หลี่เสวียนทำหน้าเหมือนเข้าใจทุกอย่างแจ่มแจ้ง
ส่วนหลิวเทียนเสวียนมุมปากกระตุกเล็กน้อย
ศิษย์คนนี้ ช่างตีความเก่งเสียจริง
"ข้าแค่บังเอิญเดินผ่านมาจริงๆ"
"อืมๆ... อาจารย์บอกว่าบังเอิญผ่านมา มันก็ต้องบังเอิญผ่านมาอยู่แล้ว"
"ช่างเถอะ ขี้เกียจจะเถียงกับเจ้าเรื่องนี้แล้ว ฆ่าศิษย์จากสำนักใหญ่รวดเดียวเรียบวุธ ดูไม่ออกเลยนะว่าเจ้าจะใจกล้าบ้าบิ่นขนาดนี้"
หลิวเทียนเสวียนลูบคาง มองหลี่เสวียนด้วยรอยยิ้มแฝงความนัย
ที่ผ่านมา หลี่เสวียนตอนอยู่ที่ยอดเขาเทียนเสวียน มักจะทำตัวเป็นเด็กดีเคารพผู้ใหญ่และรักเด็ก แถมยังมีท่าทีเกียจคร้านอยู่ตลอดเวลา ใครจะไปคิดล่ะว่า พอถึงเวลาลงมือจริงๆ เขาจะเด็ดขาดอำมหิต ไม่ปรานีใครหน้าไหน ราวกับเป็นเทพแห่งการฆ่าฟันก็ไม่ปาน!
หลี่เสวียนยิ้มบางๆ "แม้ศิษย์จะไม่ค่อยได้ออกไปท่องยุทธภพ แต่ศิษย์ก็รู้ดีว่า ความเมตตาต่อศัตรู ก็คือความโหดร้ายต่อตัวเอง!"
"ฮ่าฮ่า พูดได้ดี สมกับเป็นศิษย์ของหลิวเทียนเสวียนผู้นี้!"
หลิวเทียนเสวียนหัวเราะพลางตบไหล่หลี่เสวียน
[ติ๊ง ความประทับใจจากหลิวเทียนเสวียน +5]
หลี่เสวียนเอ่ยต่อ "อีกอย่าง เรื่องนี้อาจารย์เป็นคนสั่งให้ข้าลงมือเองนะ!"
หลิวเทียนเสวียน "............"
"จริงสิอาจารย์ ในบรรดาคนที่ข้าฆ่าไป มีบุตรศักดิ์สิทธิ์ของแดนศักดิ์สิทธิ์รวมอยู่ด้วยคนนึง สำนักสู่เซียนจะรับมือไหวไหม" หลี่เสวียนแอบกังวลเล็กน้อย
เขาถึงขั้นวางแผนไว้แล้วว่า หากสำนักสู่เซียนรับมือไม่ไหว เขาก็จะแกล้งทำเป็นทรยศสำนัก แล้วดึงความสนใจของทุกสำนักมาไว้ที่ตัวเองคนเดียว
"แค่แดนศักดิ์สิทธิ์เพียวเหมี่ยวกระจอกๆ มีระดับขอบเขตอริยะอยู่แค่ไม่กี่คน ไม่เห็นน่ากลัวตรงไหนเลย!" หลิวเทียนเสวียนยืนเอามือไพล่หลัง ทำท่าทางมั่นใจเต็มเปี่ยม
หลี่เสวียนมองอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจ
ตามข่าวลือ หลิวเทียนเสวียนน่าจะอยู่แค่ขั้นครึ่งก้าวสู่จอมราชันย์ไม่ใช่เหรอ
แต่พอดูจากตอนนี้แล้ว...
มันทะแม่งๆ นะ!
ฟังจากน้ำเสียงของนางแล้ว ดูเหมือนนางจะไม่เกรงกลัวแม้กระทั่งขอบเขตอริยะเลยด้วยซ้ำ!
อาจารย์ของเขาเทพทรูขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?
"ขอประทานโทษนะขอรับ ไม่ทราบว่าตอนนี้อาจารย์อยู่ขั้นไหนแล้ว..."
หลี่เสวียนลองหยั่งเชิงถามดู
หลิวเทียนเสวียนยืนเอามือไพล่หลังเชิดหน้าขึ้น "ไร้เทียมทาน!"
ขี้โม้จังวะ?
หลี่เสวียนกะพริบตาปริบๆ แต่เมื่อเห็นท่าทางมั่นอกมั่นใจของอาจารย์ เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโล่งใจขึ้นมา
ต่อให้ฟ้าถล่มก็ยังมีอาจารย์คอยค้ำยันไว้!
"เอาล่ะ ไม่คุยกับเจ้าแล้ว ช่วงก่อนหน้านี้ข้าคำนวณดวงชะตาได้ว่า ที่ดินแดนอุดรสุด มีเด็กคนหนึ่งที่มีวาสนาต่อข้า ข้ากำลังจะไปพานางกลับมาน่ะ"
หลี่เสวียนกะพริบตาเมื่อได้ยินดังนั้น
ถ้าพูดแบบนี้ก็หมายความว่า...
ข้ากำลังจะมีศิษย์น้องเพิ่มอีกคนแล้วเหรอ?
ดวงตาของหลี่เสวียนเป็นประกาย
ในขณะเดียวกัน หลิวเทียนเสวียนก็เหาะออกไปนอกหน้าต่าง กลืนหายไปในความมืดมิดของยามราตรี
หลี่เสวียนเพิ่งจะนึกอะไรขึ้นมาได้
การลงจากเขาของหลิวเทียนเสวียนในครั้งนี้ ก็เพื่อไปรับลูกศิษย์คนใหม่ พูดอีกอย่างก็คือ...
นางแค่บังเอิญเดินผ่านมาจริงๆ น่ะสิ??
หลี่เสวียนรู้สึกว่าเมื่อกี้ตัวเองช่างหลงตัวเองเสียเหลือเกิน!
ที่แท้ตัวตลกก็คือข้าเองหรอกเหรอเนี่ย?
วันต่อมา
หลี่เสวียนลุกขึ้นจากเตียง ตั้งใจจะไปบอกลาราชาลั่ว แต่จู่ๆ เขาก็ได้กลิ่นหอมของสุราลอยมาเตะจมูก ทำเอาความอยากอาหารพุ่งกระฉูด
"สุรานี่กลิ่นหอมชะมัดเลย..."
เขาเดินตามกลิ่นสุราไป จนกระทั่งมาถึงห้องใต้ดินแห่งหนึ่ง
ห้องใต้ดินแห่งนี้มีรอยแตกอยู่
กลิ่นสุราหอมฟุ้งลอยคลุ้งออกมาจากข้างใน
"ที่นี่น่าจะเป็นคลังเก็บสุราใต้ดินของพระราชวังสินะ" หลี่เสวียนกลืนน้ำลายเอื๊อก เขาหยิบไหสุราขึ้นมาไหหนึ่ง แล้วยกขึ้นซดอึกๆ
อึก อึก อึก...
หลี่เสวียนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะลั่น "สะใจโว้ย!"
เขาไม่ได้ดื่มด่ำกับสุราแบบนี้มานานมากแล้ว
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่
เฟิ่งจิ่วเกอ จวินหาน และคนอื่นๆ พร้อมกับราชาลั่วที่กำลังตามหาหลี่เสวียนไปทั่ว ก็มาถึงห้องเก็บสุราใต้ดิน และได้เห็นหลี่เสวียนที่กำลังเมาแอ๋ไม่ได้สติ
มุมปากของเฟิ่งจิ่วเกอกระตุกเล็กน้อย
เมื่อก่อนทำไมถึงดูไม่ออกเลยนะ ว่าศิษย์พี่จะชอบดื่มขนาดนี้?
"ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่คิดเลยว่าคุณชายหลี่จะเป็นยอดคนในวงเหล้าเหมือนกันนะเนี่ย มาใครก็ได้ เอาสุราในห้องใต้ดินนี้ไปบรรจุใส่ไหให้หมด แล้วมอบให้เป็นของขวัญแก่คุณชายหลี่ที"
ราชาลั่วหัวเราะร่วน
ทว่าตอนนี้หลี่เสวียนเมาพับไปแล้ว จึงฟังไม่ค่อยรู้เรื่องว่าราชาลั่วพูดอะไร ไม่อย่างนั้นเขาคงจะกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจไปแล้ว
"ข้าขอเป็นตัวแทนศิษย์พี่ ขอบพระคุณฝ่าบาทเจ้าค่ะ"
เฟิ่งจิ่วเกอกล่าว จากนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องใต้ดิน แบกหลี่เสวียนที่กำลังเมาแอ๋ขึ้นหลัง แล้วพาเขากลับไปที่ห้องพัก
"ข้ายังดื่มได้อีกนะ!"
หลี่เสวียนนอนงึมงำอยู่บนเตียง
ใบหน้าของเขาแดงก่ำ ท่าทางเมามายดูน่าเอ็นดู ราวกับเป็นเซียนสุราที่ร่วงหล่นลงมาสู่โลกมนุษย์
นี่เป็นครั้งแรกที่เฟิ่งจิ่วเกอได้เห็นหลี่เสวียนในสภาพแบบนี้ ทำเอานางอดใจเต้นแรงไม่ได้
"ศิษย์พี่ขนาดตอนเมายังหล่อขนาดนี้เลย!"
เฟิ่งจิ่วเกอพึมพำกับตัวเอง จากนั้นก็เตรียมตัวจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้หลี่เสวียน เพราะเสื้อผ้าของอีกฝ่ายเปื้อนเหล้าไปไม่น้อยจนเหนียวเหนอะหนะไปหมด
ส่วนหลี่เสวียนที่เห็นเฟิ่งจิ่วเกอ ก็หัวเราะแหะๆ จู่ๆ เขาก็ดึงนางเข้ามากอด แล้วลูบหัวอีกฝ่ายไปมา "ศิษย์น้อง เจ้าช่างดีเหลือเกิน..."
[จบแล้ว]