- หน้าแรก
- ศิษย์น้องขยันแทบตาย ศิษย์พี่แค่นอนหายใจก็ไร้เทียมทาน
- บทที่ 36 - ความเด็ดเดี่ยวของเจ้าสำนักสู่เซียน! อย่าให้บรรพจารย์ต้องดูแคลน!
บทที่ 36 - ความเด็ดเดี่ยวของเจ้าสำนักสู่เซียน! อย่าให้บรรพจารย์ต้องดูแคลน!
บทที่ 36 - ความเด็ดเดี่ยวของเจ้าสำนักสู่เซียน! อย่าให้บรรพจารย์ต้องดูแคลน!
บทที่ 36 - ความเด็ดเดี่ยวของเจ้าสำนักสู่เซียน! อย่าให้บรรพจารย์ต้องดูแคลน!
"ศิษย์น้อง เจ้าช่างดีเหลือเกิน!"
เมื่อถูกหลี่เสวียนดึงเข้ามากอดอย่างกะทันหัน เฟิ่งจิ่วเกอก็ถึงกับชะงักงัน
ใบหน้าของนางแดงเถือกขึ้นมาในพริบตา
ทว่าหลี่เสวียนกลับไม่รู้ตัวเลยสักนิด เขามองดูเฟิ่งจิ่วเกอที่หน้าแดงก่ำแล้วหัวเราะร่วน "ศิษย์น้อง เจ้าก็แอบดื่มสุรามาเหมือนกันใช่มั้ยล่ะ"
พูดไปพลาง สองมือก็บีบแก้มของเฟิ่งจิ่วเกอไปพลาง
แถมยิ่งบีบก็ยิ่งมันเขี้ยว ถึงกับหลุดปากชมว่าสัมผัสนุ่มมือดีจัง
เฟิ่งจิ่วเกอรีบคว้ามือของเขาเอาไว้ จับหลี่เสวียนกดลงบนเตียง แล้วจัดการถอดเสื้อคลุมตัวนอกของเขาออกอย่างรวดเร็ว
นางปรายตามองหลี่เสวียนที่ยังคงนอนพึมพำว่ามีศิษย์น้องนี่มันดีจริงๆ นางเอามือปิดหน้าตัวเองแล้ววิ่งเตลิดหนีไป "ศิษย์พี่ตอนเมานี่ รับมือยากชะมัดเลย!"
วันต่อมา
หลี่เสวียนตื่นขึ้นมาพลางนวดขมับที่ปวดตุบๆ
"ให้ตายสิ เมื่อวานดื่มหนักไปหน่อยแฮะ"
เวลาหลี่เสวียนดื่มเหล้า เขาไม่ชอบใช้พลังปราณแท้สลายฤทธิ์แอลกอฮอล์เลย
ถ้าทำแบบนั้นมันจะต่างอะไรกับไม่ได้ดื่มล่ะ
การดื่มสุรา สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความรู้สึกกรึ่มๆ เมานิดๆ นี่แหละ
เขาโคจรพลังปราณแท้เพื่อขับไล่ฤทธิ์สุราที่ตกค้างออกไป สมองก็กลับมาปลอดโปร่งอีกครั้ง พอหันมาดูตัวเองที่เหลือแต่ชุดชั้นใน เขาก็ลูบหัวตัวเองด้วยความงุนงง
"เมื่อวานใครเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ข้าเนี่ย"
ภาพของเฟิ่งจิ่วเกอแวบเข้ามาในหัว
"มีศิษย์น้องนี่มันดีจริงๆ แฮะ!"
"เมาปุ๊บก็มีคนคอยดูแลให้ ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่พอเมาแล้วก็นอนกองกับพื้น ตื่นมาอีกวันตัวเหม็นหึ่งไปหมด"
หลี่เสวียนทอดทอนใจ
เขาจัดการอาบน้ำล้างหน้าล้างตาจนสดชื่น แล้วจึงไปหาราชาลั่วเพื่อบอกลา
ทว่าก่อนจากไป ราชาลั่วได้หยิบแหวนมิติวงหนึ่งยื่นให้กับหลี่เสวียน "นี่คือน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากข้า ขอคุณชายหลี่โปรดรับไว้ด้วยเถิด"
ตอนแรกหลี่เสวียนกะจะปฏิเสธ แต่พอกวาดสายตาดูของในแหวนมิติแล้ว...
โอ้โห
ข้างในเต็มไปด้วยไหสุราชั้นยอดวางเรียงรายกันแน่นขนัด!
ดวงตาของเขาเบิกกว้างเป็นประกาย รีบเก็บแหวนมิติเข้ากระเป๋าอย่างไว ก่อนจะกอดคอราชาลั่วแล้วหัวเราะร่วน "ราชาลั่ว วันหน้าหากมีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจอะไร ก็ไปหาข้าที่สำนักสู่เซียนได้ทุกเมื่อเลยนะ"
"ฮ่าฮ่า ตกลงตามนี้เลย"
ราชาลั่วรู้สึกว่าสุราพวกนี้ช่างเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเสียเหลือเกิน
แต่หลังจากนั้น เขาก็มองหลี่เสวียนด้วยแววตาลึกล้ำ "คุณชายหลี่ ข้าหวังว่าตอนที่ข้าไปเยือนสำนักสู่เซียน ข้าจะได้พบกับท่านจริงๆ นะ"
นั่นสินะ
ความโกรธเกรี้ยวของสำนักใหญ่ต่างๆ ไม่ใช่อะไรที่จะดับมอดลงได้ง่ายๆ
การกลับไปในครั้งนี้ของหลี่เสวียน ทางที่ดีที่สุดก็คือเขาจะต้องปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน
หลี่เสวียนหัวเราะฮ่าฮ่า "หากมีวาสนา เราคงได้พบกันอีกแน่"
พูดจบ เขาก็หันหลังพากลุ่มของเฟิ่งจิ่วเกอและจวินหานเดินทางกลับสู่สำนักสู่เซียน ทว่าในขณะที่พวกเขากำลังเดินทางกลับนั้น...
ทั่วทั้งดินแดนตะวันออกกลับเกิดเรื่องใหญ่ราวกับฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย
ศิษย์ของทุกสำนักที่ถูกส่งไปกำจัดมารที่ราชวงศ์ลั่ว...
ตายเรียบ!
ข่าวนี้เปรียบเสมือนอสนีบาตฟาดลงกลางวันแสกๆ ทำเอาทั่วทั้งดินแดนตะวันออกสั่นสะเทือนไปตามๆ กัน
ณ ยอดเขาแห่งหนึ่งที่สูงตระหง่านเสียดฟ้าประหนึ่งคมกระบี่ ปราณกระบี่อันทรงพลังระเบิดออก บุรุษชุดขาวผู้หนึ่งกำลังถือจดหมายด้วยใบหน้าโกรธจัด
"ดี ดี ดีมาก!"
"กล้าฆ่าศิษย์แห่งสำนักดาบเหล็กของข้า คิดว่าตัวเองมีกายศักดิ์สิทธิ์แล้วจะทำอะไรตามอำเภอใจก็ได้งั้นรึ?! หลี่เสวียนแห่งสำนักสู่เซียน! ฝากไว้ก่อนเถอะ!"
ใบหน้าของชายผู้นั้นถมึงทึง จากนั้นร่างของเขาก็กลายเป็นลำแสงกระบี่พุ่งทะยานออกไป
ไม่เพียงแต่สำนักดาบเหล็กเท่านั้น
ยังมีสำนักมังกรเทพอีกด้วย
ศิษย์คนหนึ่งร้องไห้คร่ำครวญวิ่งเข้าไปในตำหนักใหญ่ คุกเข่าลงเบื้องหน้าบุรุษที่สวมชุดคลุมลายมังกร "ท่านเจ้าสำนัก! ศิษย์พี่รองสิ้นใจแล้วขอรับ!"
"เกิดอะไรขึ้น?!"
"เป็นฝีมือของหลี่เสวียนแห่งสำนักสู่เซียนขอรับ..."
ศิษย์ผู้นั้นเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังอย่างละเอียด
บุรุษในชุดคลุมลายมังกรโกรธเกรี้ยวจนเลือดขึ้นหน้า "ดีเหลือเกินนะหลี่เสวียน!! ถ้าข้าไม่ได้ถลกหนังเลาะกระดูกเจ้า เจ้าคงคิดว่าสำนักมังกรเทพของข้ารังแกได้ง่ายๆ สินะ!!"
เขาก้าวเท้ายาวๆ ออกไป
เงาร่างประหนึ่งมังกรผงาดฟ้า พุ่งทะยานมุ่งหน้าไปยังที่ตั้งของสำนักสู่เซียนอย่างรวดเร็ว!
ในเวลาเดียวกันนั้น
บรรดาผู้บริหารระดับสูงของสำนักใหญ่ทั่วทั้งดินแดนตะวันออก ต่างก็มุ่งหน้าไปยังสำนักสู่เซียน
เพื่อเตรียมตัวไปเอาผิดกับหลี่เสวียน!
และเมื่อกลุ่มของหลี่เสวียนเพิ่งจะกลับมาถึงสำนักสู่เซียน ก็ถูกเจ้าสำนักสู่เซียนเรียกตัวไปยังตำหนักใหญ่ทันที ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไป หลี่เสวียนก็พบกับเจ้าสำนักสู่เซียน รวมไปถึงเจ้ายอดเขาเทียนฮั่ว เจ้ายอดเขาเวิ่นเจี้ยน เจ้ายอดเขาจิงหยุน และเจ้ายอดเขาอื่นๆ อีกรวมห้าท่าน
ใบหน้าของพวกเขาสะท้อนความเคร่งเครียดและจริงจัง สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่หลี่เสวียน
"หลี่เสวียน ได้ยินมาว่าเจ้าสังหารหลิงอ้าว บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เพียวเหมี่ยว รวมไปถึงศิษย์จากสำนักใหญ่อื่นๆ เป็นความจริงหรือไม่"
เจ้าสำนักสู่เซียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
หลี่เสวียนพยักหน้าเบาๆ "เป็นความจริงขอรับ"
สิ้นคำตอบนี้
ทั่วทั้งตำหนักก็ฮือฮากันขึ้นมาทันที
คลื่นพลังกดดันอันแข็งแกร่งหลายสายพวยพุ่งออกมา ล็อกเป้าหมายไปที่หลี่เสวียน!
พวกเขาไม่คิดเลยว่าการลงจากเขาครั้งแรกของอีกฝ่าย จะก่อเรื่องใหญ่โตขนาดนี้!
"หลี่เสวียน เจ้ารู้ตัวไหมว่าทำอะไรลงไป?!"
"เจ้านำพาความอันตรายมาสู่สำนักสู่เซียนของเรานะ!"
ทุกคนพากันตะคอกตำหนิ
ในขณะที่หลี่เสวียนก็ยืนรับฟังคำด่าทอเหล่านั้นด้วยความสงบนิ่ง
เจ้าสำนักสู่เซียนจ้องมองหลี่เสวียนด้วยสายตาลึกล้ำ "ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ใช่คนที่จะลงมือฆ่าคนบริสุทธิ์อย่างสุ่มสี่สุ่มห้า ว่ามาสิ เรื่องราวมันเป็นมายังไงกันแน่"
หลี่เสวียนจึงเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ฟังอย่างละเอียด
เมื่อได้ฟังเรื่องราว ทุกคนต่างก็มองหน้ากันไปมา
เจ้ายอดเขาเทียนฮั่วตบโต๊ะดังปัง "ฆ่าได้ดี!!"
หลายคนหันไปมองค้อนใส่เขา
เจ้ายอดเขาเทียนฮั่วขมวดคิ้ว "ทอดทิ้งประชาชนของราชวงศ์ลั่ว แถมยังเนรคุณหักหลัง ไอ้พวกสวะพรรค์นี้ มันไม่สมควรตายหรือไง"
"สมควรตายก็จริง แต่การฆ่าพวกมันทิ้งก็เป็นการนำพาหายนะมาสู่สำนักสู่เซียนของพวกเราเช่นกัน"
เจ้ายอดเขาเวิ่นเจี้ยนส่ายหน้าพร้อมกับถอนหายใจ
"เจ้ากลัวขี้ขึ้นสมองรึไง"
เจ้ายอดเขาเทียนฮั่วแค่นเสียงเหอะ
เจ้ายอดเขาเวิ่นเจี้ยนเลิกคิ้วขึ้น "กลัวบ้าอะไรล่ะ! แต่ถ้าสำนักใหญ่เหล่านั้นร่วมมือกันบุกมา สำนักสู่เซียนของพวกเราก็คงต้องสูญเสียศิษย์ไปไม่น้อยเลยทีเดียว"
"สำนักสู่เซียนไม่มีคนขี้ขลาดตาขาวหรอกเว้ย!"
"ไม่กลัวตาย ก็ไม่ได้แปลว่าจะต้องไปตายเปล่าสักหน่อย ข้าว่าตอนนี้พวกเราควรจะหาทางระงับความโกรธแค้นของสำนักใหญ่พวกนั้นก่อนดีกว่า"
"มีอะไรต้องระงับ ไม่ได้ฆ่าคนผิดสักหน่อย พวกมันต่างหากที่สั่งสอนลูกศิษย์ให้ออกมาเป็นสวะแบบนี้ พวกมันนั่นแหละที่สมควรจะฆ่าตัวตายเพื่อชดใช้ความผิด"
เจ้ายอดเขาหลายคนเถียงกันหน้าดำหน้าแดง
หลี่เสวียนลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยว่า "ท่านเจ้าสำนัก ท่านเจ้ายอดเขาทุกท่าน เมื่อเรื่องราวมันดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้ว ข้า หลี่เสวียน จะไม่ขอยืนดูอยู่เฉยๆ อย่างแน่นอน อย่างแย่ที่สุด พวกท่านก็แค่ส่งตัวข้าออกไปให้พวกมันก็พอ"
ปัง!
เจ้าสำนักสู่เซียนตบฝ่ามือลงบนโต๊ะ
โต๊ะทั้งตัวถึงกับแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ
"พูดบ้าอะไรของเจ้า สำนักสู่เซียนของเราจะไม่ละเว้นศิษย์ที่ทำผิด แต่ก็จะไม่ทอดทิ้งศิษย์ที่กำจัดคนชั่วผดุงความยุติธรรมเช่นกัน! เจ้าไม่ได้ทำอะไรผิด สำนักสู่เซียนก็จะไม่ทอดทิ้งเจ้า!
เรื่องนี้ สำนักสู่เซียนของเราจะขอยืนหยัดเคียงข้างเจ้า!
หากคนของสำนักใหญ่พวกนั้นอยากจะมาคิดบัญชี ก็ให้พวกมันแห่กันมาได้เลย!"
เจ้าสำนักสู่เซียนยืนเอามือไพล่หลัง ประกาศกร้าวด้วยความห้าวหาญ
บรรดาเจ้ายอดเขาต่างมองเขาด้วยความประหลาดใจ
นี่เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่พวกเขาได้เห็นเจ้าสำนักสู่เซียนมีความเด็ดเดี่ยวถึงเพียงนี้!
หลี่เสวียนเองก็ไม่คิดว่าสำนักสู่เซียนจะยอมปกป้องเขาโดยไม่เสียดายอะไรเลยขนาดนี้!
ชั่วขณะนั้น ภายในใจของเขารู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก
"จริงสิ อาจารย์ของเจ้ารู้เรื่องนี้แล้วใช่ไหม"
เจ้าสำนักสู่เซียนเอ่ยถาม
หลี่เสวียนพยักหน้าเบาๆ "ขอรับ อาจารย์รู้เรื่องแล้ว"
"ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว เจ้ากลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ การขจัดภัยพิบัติมารในครั้งนี้ เจ้ามีความดีความชอบไม่น้อย รอให้เรื่องนี้คลี่คลายลงเสียก่อน ข้าจะตบรางวัลให้เจ้าอีกที"
เจ้าสำนักสู่เซียนแย้มยิ้มบางๆ
ก่อเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ ไม่เพียงแต่จะไม่โดนลงโทษ
แต่ยังมีรางวัลให้อีกงั้นรึ?
แม้แต่เจ้ายอดเขาเทียนฮั่วที่เห็นด้วยกับการกระทำของหลี่เสวียน ก็ยังอดไม่ได้ที่จะมองเจ้าสำนักสู่เซียนด้วยความประหลาดใจ และเมื่อพวกหลี่เสวียนเดินออกไปแล้ว เขาก็เอ่ยถามขึ้นว่า
"ท่านเจ้าสำนัก ท่านสบายดีหรือเปล่า"
"ข้าจะเป็นอะไรไปได้ล่ะ"
เจ้าสำนักสู่เซียนยิ้มบางๆ "ทุกท่าน อย่าลืมสิว่า แม้สำนักสู่เซียนจะไม่ใช่แดนศักดิ์สิทธิ์ แต่ประวัติศาสตร์อันยาวนานของพวกเรา ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าแดนศักดิ์สิทธิ์เลยแม้แต่น้อย และบรรพจารย์รุ่นก่อนๆ ของสำนักสู่เซียนเรา ก็ไม่มีใครเป็นคนขี้ขลาดหวาดกลัวเลยสักคน!
หากวันนี้ พวกเราไม่ปกป้องหลี่เสวียน วันหน้าเมื่อดวงวิญญาณกลับคืนสู่ปรโลก เกรงว่าบรรพจารย์ของพวกเราคงจะต้องดูแคลนพวกเราแน่ๆ!"
[จบแล้ว]