เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 304 - กฎหอตำรา

บทที่ 304 - กฎหอตำรา

บทที่ 304 - กฎหอตำรา


เมื่อได้ยินคำตัดสินของโจวเซี่ยน ทั้งสองคนก็หน้าถอดสีทันที

"พวกเราไปแอบทำงานส่วนตัวตอนไหนกัน กฎบ้าบออะไรของนาย!" ชายหนุ่มหน้าดำหน้าแดงโวยวาย

"ใช่สิ มีแต่นายคนเดียวที่มือสะอาด นายกล้าพูดไหมล่ะว่าคนอื่นมือสะอาดกันหมดทุกคน!" หญิงสาวด่าทอ "ฉันเห็นบางคนเก็บผลไม้ เก็บไปเก็บมาก็แอบกินเองสองลูก บางคนก็แอบอู้ ตอนคนอื่นเขายุ่งกันหัวปั่นตัวเองกลับมายืนอู้งาน นายจงใจหาเรื่องพวกเราชัดๆ!"

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ผู้คนที่มุงดูอยู่รอบๆ หลายคนก็สีหน้าเปลี่ยนไป พากันตำหนิติเตียน

"อย่ามาสาดโคลนใส่คนอื่นสิ คนจิตใจสกปรกมองอะไรก็สกปรกไปหมดนั่นแหละ"

"พวกนายแอบหนีออกจากทีมยังมีหน้ามาเถียงอีก ถ้าทุกคนทำตัวเหมือนพวกนาย แล้วทีมจะรวมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันได้ยังไง"

ผู้คนรอบข้างต่างวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่

โจวเซี่ยนหน้าตาไร้อารมณ์ เดินเข้าไปท่ามกลางเสียงตะคอกของผู้ชายและเสียงกรีดร้องของผู้หญิง เขาล้วงเอาถุงใส่เห็ดออกมาจากกระเป๋าเสื้อของพวกเขาทั้งสองคนอีกคนละถุง

"หลักฐานมัดตัวขนาดนี้ ยังมีหน้ามาแก้ตัวอะไรอีก ทีมที่ยี่สิบหกของเราวันนี้ไม่ได้ไปเก็บเห็ดเลยสักนิด"

"ใครอนุญาตให้นายมาแตะต้องตัวฉัน ฉันจะฟ้องว่านายลวนลาม!" จู่ๆ หญิงสาวก็ลงไปนั่งกองกับพื้น ร้องห่มร้องไห้โวยวาย

แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือสายตาที่เย็นชาจากผู้คนรอบข้าง

เธอดิ้นรนอยู่บนพื้นพักใหญ่ แต่ก็ไม่มีใครออกตัวมา "ทวงความยุติธรรม" ให้เธอเลยสักคน

ท่าทีของเธอเริ่มเชื่องช้าลงเรื่อยๆ ความกังวลเริ่มก่อตัวขึ้น

"พวกเธอ ช่วยฉันด้วยสิ" เธอหันไปมองกลุ่มผู้หญิงที่มุงดูอยู่เพื่อหาพวก

"ใครเป็นพวกเธอ อย่ามาทำตัวน่ารังเกียจหน่อยเลย" ผู้หญิงที่ถูกเรียกทำหน้าขยะแขยง "ชื่อเสียงของผู้หญิงเราก็ป่นปี้เพราะคนชั่วๆ อย่างเธอนี่แหละ"

สองสามีภรรยาคู่นี้เดินคอตกจากไปท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาของผู้คน

ในความเป็นจริง ผลกระทบที่พวกเขาได้รับไม่ได้มีเพียงแค่นี้

ในสภาพแวดล้อมปัจจุบัน เป็นเรื่องยากมากที่คนธรรมดาจะเอาชีวิตรอดได้ด้วยตัวคนเดียว

ดังนั้นหลายคนจึงเลือกที่จะรวมกลุ่มกัน การเข้าร่วมกับกิลด์ฉินก็ด้วยเหตุผลเดียวกัน

เนื่องจากกิลด์ฉินมีขนาดใหญ่มาก จึงต้องแบ่งออกเป็นทีมย่อยเพื่อปฏิบัติหน้าที่

โดยปกติแล้ว สมาชิกในทีมย่อยจะถูกกำหนดตายตัว

การจับกลุ่มมักจะขึ้นอยู่กับความสนิทสนมและระยะห่างของที่พักอาศัย

ในสถานการณ์เช่นนี้ ชื่อเสียงจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อชื่อเสียงป่นปี้ ไม่เพียงแต่ทีมเดิมจะขับไล่ไสส่ง แต่ทีมอื่นๆ ก็ไม่อยากรับคนที่มีชื่อเสียงไม่ดีเข้าทีมด้วย

เพราะพฤติกรรมของเพื่อนร่วมทีมมีผลโดยตรงต่อการอดตายของคนทั้งครอบครัวในวันรุ่งขึ้นจริงๆ

"หัวหน้า ผมผิดไปแล้ว พวกเรายินดีรับโทษ เห็ดพวกนี้ขอมอบให้ทีมทั้งหมดเลยครับ" ชายหนุ่มเพิ่งจะคิดได้ เขารีบพูดขึ้นมา

"นายไม่ได้รู้ตัวว่าผิดหรอก นายแค่รู้ตัวว่ากำลังจะโดนลงโทษต่างหาก" โจวเซี่ยนส่ายหน้า "ในเมื่อมีกฎ ก็ต้องบังคับใช้ตามกฎ"

ชายหนุ่มได้ยินดังนั้น ร่างกายก็สั่นสะท้าน สีหน้าซีดเผือด

เมื่อมองแผ่นหลังที่เดินจากไปอย่างหมดสภาพของคู่สามีภรรยาคู่นี้ หลายคนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็รู้สึกหนาวสั่นในใจ

เหตุการณ์นี้ถือเป็นการเตือนสติพวกเขาได้เป็นอย่างดี

ถ้าทำผิด กิลด์ฉินเอาจริงและลงโทษจริงแน่นอน

ตกดึก ฉินจื่อเหวินทำการปิดประตูมิติ

เขาเรียกจ้าวผู่มา "รวบรวมเสบียงได้มากน้อยแค่ไหนแล้ว"

จ้าวผู่ตอบ "ครั้งนี้เก็บเกี่ยวผักและผลไม้สดได้กว่าสองพันห้าร้อยจินครับ แล้วก็โค่นต้นไม้ใหญ่มาได้หลายต้น ต้นไม้บนเกาะส่วนใหญ่ต้นไม่ค่อยใหญ่ ส่วนมากจะเป็นต้นมะพร้าว สนทะเล และไทร ที่ทนลมทนเกลือได้ดี ซึ่งไม่ค่อยเหมาะจะเอามาทำเรือเท่าไหร่ครับ"

"อืม" ฉินจื่อเหวินค่อนข้างพอใจ แค่มีเสบียงกลับมาก็ถือว่าดีแล้ว

ฉินจื่อเหวินสั่งการ "พวกผักและผลไม้สดที่กินได้ก็เอาไปแบ่งตามผลงานเลยนะ ส่วนเมล็ดกับต้นกล้าก็เก็บไว้ปลูก"

"รับทราบครับท่านประธาน"

"อ้อ มีอีกเรื่องที่ต้องแจ้งให้ทุกคนทราบ" ฉินจื่อเหวินอธิบายคุณสมบัติของสิ่งก่อสร้างใหม่ หอตำราร้อยสำนัก ให้ฟัง

แม้จ้าวผู่จะประหลาดใจเมื่อได้ยิน แต่เขาก็ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว

ก็แน่ล่ะ เจอสิ่งก่อสร้างประหลาดๆ มาตั้งเยอะแยะแล้ว จะมีสิ่งก่อสร้างที่รวบรวมความรู้ให้ออกมาเป็นหนังสือเพิ่มมาอีกสักอย่างก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

เพียงแต่จ้าวผู่ก็แอบอยากรู้เหมือนกันว่า วิชาแพทย์ศัลยกรรมที่เขาสั่งสมมาทั้งชีวิต จะถูกประเมินให้อยู่ในระดับไหน

สิบนาทีต่อมา จ้าวภู่มองหนังสือ "วิชาศัลยกรรมระดับกลาง" ในมือ แววตาของเขาเป็นประกายวิบวับ

ฝีมือของเขา ถึงกับได้รับการประเมินให้อยู่ในระดับวิชาศัลยกรรมระดับกลางเชียวหรือ

จ้าวผู่ยิ้มบางๆ นี่ถือเป็นการยืนยันความสามารถในอาชีพแพทย์ตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมาของเขาเลยก็ว่าได้

วันรุ่งขึ้น เมื่อข่าวเรื่องหอตำราร้อยสำนักแพร่สะพัดออกไป หอคอยหกชั้นแห่งนี้ก็กลายเป็นสถานที่ยอดฮิตอันดับหนึ่งภายในกิลด์ฉินทันที

หลายคนคิดว่าทักษะความสามารถของตัวเองคงจะผ่านเกณฑ์ แต่เมื่อได้ลองปฏิบัติจริง กลับพบว่าความรู้ส่วนใหญ่ที่พวกเขามี ไม่สามารถแปลงออกมาเป็นหนังสือได้เลยสักนิด

"เป็นไปได้ยังไงกัน วิชาหอกของฉันทำไมถึงไม่ผ่านแม้แต่ระดับเบื้องต้นด้วยซ้ำ" เจียงซานทำหน้าบอกไม่ถูก

"นั่นเป็นเพราะแกแอบอู้น่ะสิ ฉันโชคดี วิชาหอกของฉันรวมเป็นหนังสือได้แล้ว ดูท่าหอตำราแห่งนี้จะยอมรับในตัวฉันนะ" เฉาเปี้ยนเซิงหัวเราะร่า ในมือถือหนังสือปกสีฟ้าอมเขียวไว้เล่มหนึ่ง

เนื่องจากมีคนอยากเข้าไปในหอตำราเป็นจำนวนมาก บริเวณหน้าประตูจึงแออัดไปด้วยผู้คนที่มาเข้าคิวต่อแถวยาวเหยียด

ไกลออกไป เจี่ยเหลียงไฉที่มองเห็นภาพความคึกคักนี้ จัดระเบียบเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วโค้งคำนับอย่างสุดซึ้ง "ขอแสดงความยินดีกับนายท่านที่ได้ครอบครองของวิเศษชิ้นนี้ขอรับ หอตำราแห่งนี้ช่างล้ำลึกนัก สามารถแปลงความถนัดของคนให้ออกมาเป็นคัมภีร์ได้ ซ้ำยังช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ ประหยัดเวลาที่ต้องทนหนาวทนร้อนร่ำเรียนเป็นสิบปี นี่คือของวิเศษในการสร้างคน และเป็นรากฐานของการตั้งตัวเลยทีเดียวขอรับ

หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่ช้าก็เร็ว นายท่านก็จะมีคนเก่งๆ มาอยู่ในมืออย่างแน่นอน" เจี่ยเหลียงไฉหยุดพักเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อ "ทว่าแม้ของวิเศษจะล้ำเลิศเพียงใด ก็ไม่อาจเปิดให้เป็นสถานที่สาธารณะที่ใครจะเข้าออกก็ได้อย่างตามใจชอบ ข้าน้อยขอเสนอให้ตั้งกฎ ใช้ความดีความชอบและพรสวรรค์แลกเปลี่ยน ขอรับ"

"ลองว่ามาสิ"

"ข้อแรก ใช้ผลงานแลกเปลี่ยนโอกาสในการเข้าหอตำรา ผู้ใดที่จงรักภักดีต่อนายท่านและสร้างผลงาน จะได้รับอนุญาตให้เข้าหอตำราตามขนาดของผลงาน และสามารถอ่านคัมภีร์ในระดับที่สอดคล้องกันได้

ข้อสอง ใช้พรสวรรค์แลกเปลี่ยนกับตำรา หากมีผู้มีฝีมือคนใดปรารถนาจะรวบรวมทักษะของตนให้กลายเป็นคัมภีร์เล่มใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดลับวิชาช่าง ความรู้ทางสรีระ หรือแม้แต่การตระหนักรู้ในวิถีแห่งการต่อสู้ หากสามารถสร้างเป็นตำราได้หนึ่งเล่ม ก็อนุญาตให้เขาอ่านคัมภีร์ในระดับเดียวกันได้ฟรีหนึ่งเล่ม สิ่งนี้เรียกว่า นำทักษะแลกทักษะ นำปัญญาเบิกปัญญา ด้วยวิธีนี้ ตำราในหอตำราก็จะเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ และใจคนก็จะตกอยู่ในกำมือของนายท่านทั้งหมดขอรับ"

"ผมว่าตาเฒ่าเจี่ยพูดมีเหตุผลนะ" ฉินจื่ออู่ที่ยืนอยู่ข้างๆ พยักหน้าเห็นด้วย "พี่ใหญ่ ตอนที่พี่เปิดระเบียงศรดารากับลานฝึกยุทธ์ก็แล้วไปเถอะ เพราะตอนนั้นเราจำเป็นต้องเพิ่มขีดความสามารถในการต่อสู้จริงๆ

แต่ตอนนี้หอตำราแห่งนี้ช่วยให้คนเรียนรู้ความรู้ได้อย่างรวดเร็ว ถ้าคนที่ซื่อสัตย์กับคนที่ไม่ซื่อสัตย์ได้รับการปฏิบัติเหมือนกันหมด แล้วคนที่ซื่อสัตย์จะได้อะไรล่ะ ผมคิดว่าไม่ใช้ผลงานแลก ก็ต้องใช้ความรู้แลก ยังไงก็ให้ดูฟรีๆ ไม่ได้หรอก แล้วผมก็คิดว่าเงื่อนไขนี้ไม่ได้ยากอะไรเลยนะ

พวกเขาสามารถไปเรียนรู้ทักษะที่ระเบียงศรดารากับลานฝึกยุทธ์ได้ พอฝีมือพัฒนาถึงระดับหนึ่ง ก็เอาทักษะไปแลกกับความรู้ในระดับเดียวกัน แถมวิธีนี้ยังเป็นการช่วยตรวจสอบระดับทักษะของพวกเขาทางอ้อมได้อีกด้วย"

ฉินจื่อเหวินพยักหน้า "ตกลง เหลียงไฉ เดี๋ยวเจ้าไปประกาศกฎนี้ให้ทุกคนทราบนะ วันนี้ใครที่เข้าไปสร้างตำราในหอตำราได้ให้จดบันทึกรายชื่อไว้ อืม... วันนี้เป็นวันแรก วันแรกเปิดให้อ่านหนังสือฟรีไปก่อน กฎนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้"

เวลาแค่วันเดียวก็คงเรียนอะไรไม่ได้มากนักหรอก ถึงหนังสือพวกนี้จะช่วยให้เรียนรู้ได้เร็วขึ้น แต่มันก็ไม่ได้เว่อร์เหมือนหนังสือสกิลในเกม ที่แค่ตบมือดังป้าบ ก็เรียนรู้สกิลได้ในพริบตาเสียหน่อย

ให้พวกเขาลองลิ้มรสความหอมหวานของหอตำราดูสิ จะได้มีแรงกระตุ้นมากขึ้น

ส่วนเรื่องที่ว่าหนังสือจะถูกแอบเอาออกไปหรือไม่นั้น ไม่ต้องกังวลเลย เพราะหนังสือในหอตำราจะอ่านได้แค่ในหอตำราเท่านั้น หากนำออกนอกบริเวณหอตำรา หนังสือก็จะหายไปและกลับไปอยู่บนชั้นวางหนังสือเองโดยอัตโนมัติ

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 304 - กฎหอตำรา

คัดลอกลิงก์แล้ว