เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

066 ใช้คุณธรรมสยบผู้คน

066 ใช้คุณธรรมสยบผู้คน

066 ใช้คุณธรรมสยบผู้คน


“วางใจเถอะน่า ผมจะไปทำเรื่องใจร้ายประเภทที่ว่า ไม่ยอมให้นายยอมแพ้อะไรแบบนั้นได้ยังไงกัน?”

ดันเต้เอามือไพล่หลังพลางโน้มตัวลงเล็กน้อย และจ้องมองฟลาต้าด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ แต่รอยยิ้มนี้ในสายตาของฟลาต้าแล้ว กลับดูสยองขวัญสั่นประสาทจนน่าขนลุก

“ผมหวังดีกับนายนะเนี่ย ถึงได้อยากช่วย ถ้าเมื่อกี้นายขืนทะเล่อทะล่าออกไปจากหุบเขามายาล่ะก็ นายอาจจะตายจริงๆ ก็ได้นะ จำได้ไหมว่าตอนเริ่มผมเคยใช้การ์ดเวทมนตร์ไปใบหนึ่ง?”

ขณะที่พูด ดันเต้ก็หยิบการ์ดเวทมนตร์ออกมาใบหนึ่ง แล้วชูให้ฟลาต้าดู มันคือการ์ดเวทมนตร์ที่ฟลาต้าไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้สำเร็จในช่วงแรกนั่นเอง

“รีบตรวจสอบดูเอฟเฟกต์ของการ์ดใบนี้สิ”

สิ้นเสียงของดันเต้ บนหน้าการ์ดก็พลันเกิดคลื่นแสงสั่นสะเทือนเป็นสีส้ม ทำเอาหัวใจของฟลาต้าเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง

[ความเจ็บปวดลุกลาม]

[ประเภท: การ์ดเวทมนตร์]

[ระดับความหายาก: มหากาพย์สีส้ม]

[ระดับ: 3]

[เอฟเฟกต์: มอบสถานะความเจ็บปวดลุกลามให้กับศัตรู โดยสถานะนี้ไม่สามารถชำระล้างได้ ในระหว่างที่สถานะนี้ยังไม่ถูกยกเลิก ศัตรูจะไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดใดๆ แต่เมื่อสถานะนี้สิ้นสุดลง ความเจ็บปวดทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ติดสถานะจะระเบิดออกมาพร้อมกันในทันที]

[หมายเหตุ: ยายแก่! ผมพนันได้เลยว่าแกไม่มีวันได้เห็นการ์ดใบนี้หรอก!]

“อื้อ! อื้อออ!”

ฟลาต้าเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เขาพยายามส่ายหัวอย่างเสียสติด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เขาทำท่าราวกับอยากจะพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่ก็ไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมา

“ผมรู้นะว่านายกำลังคิดอะไรอยู่ นายคิดจะอาศัยสถานะปิดกั้นความรู้สึกเจ็บปวด เพื่อหลบเลี่ยงความเจ็บปวดที่ถึงตายนี้ใช่ไหมล่ะ? แต่นายเคยอ่านคู่มือการใช้งานเครื่องสร้างโลกเงาจำลองอย่างละเอียดหรือเปล่า?”

“ในวินาทีที่นายก้าวเท้าออกจากโลกเงาจำลอง สถานะทั้งหมดของนายจะถูกล้างทิ้งทันที”

ซึ่งนั่นรวมถึง...ทั้งสถานะความเจ็บปวดลุกลาม และปิดกั้นความรู้สึกเจ็บปวดด้วย นั่นหมายความว่า ในวินาทีที่ฟลาต้าออกจากโลกเงา เขาจะต้องแบกรับความเจ็บปวดทั้งหมดที่สะสมมา โดยไม่มีเกราะป้องกันความเจ็บปวดใดๆ คอยช่วยเลยแม้แต่น้อย!

“ผมลองสมมตินะ แค่สมมติเล่นๆ ว่า...ถ้าเกิดตอนที่นายออกไปข้างนอก มีกวีผู้เสื่อมสลายอีกตัวหนึ่งกำลังรอนายอยู่ล่ะ?”

“อื้อออ!” (เป็นไปไม่ได้!)

ถึงฟลาต้าจะพูดไม่ได้ แต่ความสยองขวัญและการดิ้นรนที่ฉายชัดบนใบหน้ากลับถูกดันเต้อ่านออกจนหมดเปลือก

“ใครบอกว่าผมมีกวีผู้เสื่อมสลายแค่ใบเดียวกันล่ะ? นายลองดูไอ้ตัวที่ผมเพิ่งอัญเชิญออกมานี่สิ มันดูต่างจากตัวเดิมของผมอยู่นิดหน่อยใช่ไหม?”

ดันเต้พูดพลางชี้ไปยังกวีผู้เสื่อมสลายที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา

เมื่อเทียบกับชุดสีดำทมิฬแบบเดิม ตอนนี้มันมีแสงสีฟ้าสลัวๆ เพิ่มเข้ามาด้วย

“ผมส่งกวีผู้เสื่อมสลายให้โคลอิกซ์ไปนานแล้ว ตอนนี้เขากำลังยืนรอนายอยู่ที่ข้างนอกนั่น เตรียมพร้อมอัญเชิญรอให้นายออกไปหาอยู่เลยล่ะ”

ณ พื้นที่ด้านนอก

สายตาของทุกคนพร้อมใจกันพุ่งไปที่โคลอิกซ์ซึ่งนั่งอยู่ในโซนผู้ชม

โคลอิกซ์: “???”

เมื่อจู่ๆ ต้องกลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งสนาม ทำเอาโคนีเลียที่อยู่ข้างๆ ตกใจจนป๊อปคอร์นร่วงหลุดจากมือ ส่วนตัวของโคลอิกซ์เองก็หน้าเหวอทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน

ถึงตอนนี้ ทุกคนก็เข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่า...ดันเต้กำลังปั่นหัวฟลาต้าอยู่!

เขามีการ์ดกวีผู้เสื่อมสลายแค่ใบเดียวเท่านั้นแหละ!

ดันเต้ก็แค่ใช้ทักษะของนักสร้างการ์ดเปลี่ยนสกินให้กับกวีผู้เสื่อมสลายของตัวเองเท่านั้นเอง!

ภายในหุบเขามายา ดันเต้เดินวนรอบตัวฟลาต้าอย่างช้าๆ

“ฮี่ๆ ขอทดสอบไอคิวนายหน่อยนะ เมื่อกี้ตอนที่ผมเรียกกวีผู้เสื่อมสลายออกมา ผมโจมตีใส่นายด้วยความเจ็บใจไปแล้ว 60 เท่า งั้นถ้านายออกจากดันเจี้ยนไป นายจะต้องโดนความเจ็บใจกี่เท่ากันแน่?”

“อื้อออ!!!”

เพราะในหุบเขามายา ความเจ็บปวดจะถูกลดทอนลงเหลือเพียง 1/4 ดังนั้นความเจ็บใจ 60 เท่าที่ดันเต้เพิ่งจัดให้ไป ผลที่เกิดขึ้นจริงจึงเท่ากับ 15 เท่า

แต่ทว่า ดาเมจนี้ถูกบันทึกไว้ด้วยเอฟเฟกต์ของความเจ็บปวดลุกลามเรียบร้อยแล้ว และเมื่อฟลาต้าออกจากโลกเงาจนสถานะระเบิดออกมา แถมยังต้องไปเจอกับกวีผู้เสื่อมสลายที่อยู่นอกสนามอีก...ผลรวมความเจ็บปวดที่เขาต้องเจอจะพุ่งสูงถึง 150 เท่า!

ซึ่งนั่นอาจจะพอที่จะทำให้หัวใจของเขาวายตายคาที่ได้เลย! หรือต่อให้ฟลาต้าโชคดีรอดมาได้ ชีวิตที่เหลือของเขาก็คงต้องนอนเป็นผักอยู่บนเตียงไปตลอดชาติ

“ตอนนี้นายเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปกับโคลอิกซ์หรือยังล่ะ?”

ฟลาต้าแทบจะร้องไห้ออกมา เขาอยากจะขอโทษโคลอิกซ์ผ่านหน้าจอที่ถ่ายทอดสดอยู่ข้างนอกใจจะขาด แต่เขากลับออกเสียงไม่ได้เลย

“เอาล่ะ ไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ ปกติผมเป็นพวกชอบใช้ความดีตอบแทนความชั่วอยู่แล้ว ไม่ลำบากนายหรอก ตอนนี้สิทธิ์ในการเลือกอยู่ที่นายแล้ว นายอยากจะยอมแพ้ไหมล่ะ?”

ดันเต้ถามด้วยรอยยิ้มบางๆ

ฟลาต้าพยักหน้าหงึกๆ อย่างบ้าคลั่ง

ดันเต้หันหลังกลับไป แล้วชูมือทั้งสองข้างขึ้นสู่ท้องฟ้า

“เพื่อนนักศึกษาทุกท่าน ฟลาต้ายอมแพ้แล้ว ตามสัญญาเป็นตายของเรา ต่อไปนี้เขาห้ามมารบกวนโคลอิกซ์อีกเด็ดขาด”

พูดจบแค่นั้นดันเต้ก็เงียบไป แล้วหันกลับมามองฟลาต้าด้วยรอยยิ้มลึกลับ

“อื้อ! อื้อ!” (รีบยกเลิกสถานะความเจ็บปวดลุกลามให้ฉันสิ!)

สีหน้าของฟลาต้าเต็มไปด้วยความกระวนกระวายและความหวาดกลัวที่ปนเปกันไปหมด

“หึๆ ผมเคยพูดตอนไหนว่าจะช่วยยกเลิกให้นายกันล่ะ?”

ดันเต้กลั้นขำไม่อยู่จนรอยยิ้มกว้างออกมา ท่าทางของเขาในตอนนี้เหมือนกับพวกนักวางแผนที่เพิ่งแกล้งคนอื่นได้สำเร็จไม่มีผิด

ตอนนี้ฟลาต้าเข้าใจความหมายของดันเต้แล้ว! ถ้าดันเต้ออกจากหุบเขามายาไปก่อน แม้ทางโลกเงาจำลองจะตัดสินให้ดันเต้เป็นฝ่ายแพ้ แต่นั่นก็ไม่สำคัญอีกต่อไป เพราะฟลาต้าได้แสดงความจำนงขอยอมแพ้ต่อหน้าทุกคนไปเรียบร้อยแล้ว!

การเดิมพันของพวกเขามีผลสรุปที่ชัดเจนแล้ว! และไม่ว่าโคลอิกซ์ที่อยู่ข้างนอกจะมีกวีผู้เสื่อมสลายอยู่จริงหรือไม่ ตราบใดที่ดันเต้ออกไปก่อน แล้วไปดักรอนอกทางออกเพื่อเรียกกวีผู้เสื่อมสลายออกมา ฟลาต้าก็ต้องโดนความเจ็บใจ 150 เท่าเข้าไปเต็มๆ อยู่ดี!

เขาโดนดันเต้ต้มซะเปื่อย เพราะดันไปตอบตกลงยอมแพ้ตามเกมของหมอนั่น คราวนี้เขาสิที่ตกที่นั่งลำบากของจริง!

“อื้ออออ!” (ไม่นะ! แกทำแบบนี้ไม่ได้! แกจะโดนสถาบันไล่ออกนะ!)

“หือ? พูดอะไรน่ะ? ผมฟังไม่รู้เรื่องเลย เราเซ็นสัญญาเป็นตายกันไว้แล้วนะ ความเสี่ยงที่เกิดจากเครื่องสร้างโลกเงาจำลองมันจะมาเกี่ยวอะไรกับผมล่ะ?”

“อื้อ!”

“ผมไปก่อนนะ! ถ้านายพร้อมเมื่อไหร่ก็ค่อยออกจากหุบเขามายาก็แล้วกัน!”

“อื้อออ!” (อย่าไปนะ อย่าทิ้งผมไว้แบบนี้ ขอร้องล่ะ ปล่อยผมไปเถอะ!)

“คนใจดีอย่างผมไม่เคยคิดจะทำร้ายนายเลยนะ จะมาบอกให้ปล่อยอะไรกันล่ะ...”

สิ้นเสียงนั้น ร่างของดันเต้ก็เลือนหายไปจากหุบเขามายา

ทิ้งให้ฟลาต้านอนแหมะอยู่บนพื้นด้วยความสิ้นหวัง ดวงตาเหม่อลอยไร้วิญญาณ หลังจากผู้ประลองฝ่ายหนึ่งออกจากสนามประลอง การประลองจะถือว่าสิ้นสุดลง เพื่อให้เวลาผู้ประลองได้เตรียมตัว ระบบจึงไม่ได้บังคับให้เคลื่อนย้ายออกในทันที ผู้ประลองสามารถเลือกที่จะออกไปเองได้เมื่อเตรียมใจพร้อมแล้ว

...

หลังจากออกจากหุบเขามายา ดันเต้ก็บิดขี้เกียจไปหนึ่งที ท่าทางของเขาเหมือนเพิ่งไปเดินเล่นในสวนมายังไงยังงั้น พอเดินออกมาจากประตูมิติ ดันเต้ก็เห็นโคลอิกซ์ทันที

โคลอิกซ์รีบวิ่งมาหาดันเต้ด้วยสีหน้าท่าทางกังวลสุดขีด

“ดันเต้ นายอย่าทำอะไรวู่วามนะ ถ้าทำแบบนั้นฟลาต้าได้ตายจริงๆ แน่!”

ถึงโคลอิกซ์จะไม่กลัวอำนาจตระกูลของฟลาต้า แต่เขาก็อดห่วงไม่ได้ว่าดันเต้จะซวยเพราะเรื่องนี้

“วางใจเถอะน่า นักศึกษาดีเด่นที่ไหนเขาจะฆ่าเพื่อนร่วมสถาบันกันล่ะ”

ดันเต้หัวเราะพลางส่งการ์ดความเจ็บปวดลุกลามใบนั้นให้โคลอิกซ์ดู

ทันใดนั้น แสงสีส้มบนหน้าการ์ดก็หายวับไป และกลายสภาพเป็นการ์ดธรรมดาๆ ที่เปล่งแสงสีฟ้าจางๆ ออกมาแทน

[การ์ดปลอม]

[ประเภท: การ์ดอุปกรณ์]

[ระดับความหายาก: ล้ำค่าสีน้ำเงิน]

[ระดับ: 3]

[เอฟเฟกต์: สามารถปลอมแปลงเป็นการ์ดเวทมนตร์ระดับมหากาพย์ระดับ 3 หรือต่ำกว่าได้]

[หมายเหตุ: จะให้แกได้เห็นว่าการปั๊มการ์ดสดๆ ของจริงมันเป็นยังไง!]

จบบทที่ 066 ใช้คุณธรรมสยบผู้คน

คัดลอกลิงก์แล้ว