เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

065 จิตเมตตาที่เริ่มก่อตัว

065 จิตเมตตาที่เริ่มก่อตัว

065 จิตเมตตาที่เริ่มก่อตัว


“ได้ยินมาว่ามีคนอยากสอนผมเล่นแบบเจาะจงเป้าหมายงั้นเหรอ?”

ดันเต้หัวเราะเยาะพลางส่ายหัวไปมาอย่างเอือมระอา

“นายคิดว่าผมไม่ได้เตรียมการ์ดเวทมนตร์สำหรับจัดการพวกจอมเวทไว้เลยรึไง? เดี๋ยวจะแสดงพลังของเทพทรูผู้ถือครองสิทธิ์ขาดที่เหนือกว่าความสิ้นหวังให้เห็นเป็นขวัญตาเอง!”

เขาตะโกนใส่ฟลาต้าที่กำลังทำหน้าเหวอสุดขีด ราวกับจงใจจะเยาะเย้ยที่อีกฝ่ายไม่สามารถโต้ตอบอะไรออกมาได้

สถานะผิดปกติที่ดันเต้มอบให้ไม่ใช่สถานะใบ้ แต่คือคาถาปิดปาก หากใช้เวทมนตร์ควบคุมที่มีสถานะใบ้ มันจะสั่งห้ามไม่ให้อีกฝ่ายใช้เวทมนตร์ หรือแม้แต่การ์ดเวทมนตร์ก็ยังใช้ไม่ออก แถมระยะเวลาการแสดงผลมักจะสั้น และมีระยะเวลาคูลดาวน์ที่นานมาก

แต่คาถาปิดปากของดันเต้นั้นเน้นเล่นงานไปที่ลำคอของศัตรูโดยเฉพาะ มันแค่รบกวนการทำงานของสายเสียงเพื่อไม่ให้ส่งเสียงพูดออกมาได้เท่านั้น ซึ่งจัดอยู่ในประเภทเวทมนตร์พิษ ซึ่งข้อดีของมันคือระยะเวลาแสดงผลที่ยาวนานและมีระยะเวลาคูลดาวน์ที่สั้นสุดๆ

“นี่มันการ์ดของตัวประหลาดประเภทไหนกันวะ!”

“แบบนี้จะเหลือทางรอดให้พวกจอมเวทบ้างไหมเนี่ย!”

ในตอนนั้นเอง แม้แต่เหล่านักศึกษาในวิทยาลัยจอมเวท บนอัฒจันทร์ก็ยังทนไม่ไหว ลุกขึ้นมาด่าทอการ์ดใบนี้กันระงม

สำหรับจอมเวทที่นอกจากจะใช้การ์ดเวทมนตร์แล้ว พลังต่อสู้ส่วนหนึ่งขอพวกเขายังมาจากเวทมนตร์ที่ตัวเองฝึกฝนมาด้วย หากถูกสถานะปิดปากในระหว่างการต่อสู้ สำหรับพวกเขามันคือการติดคุกดีๆ นี่เอง!

ถ้าไม่รู้จักเทคนิคการร่ายเวททันที พวกเขาก็แทบจะร่ายเวทมนตร์ของตัวเองออกมาไม่ได้เลย! และด้วยความสะดวกสบายของระบบการ์ดเวทมนตร์ในยุคปัจจุบัน ทำให้จอมเวทหลายคนไม่ได้ฝึกฝนเทคนิคการร่ายเวททันทีกันอย่างจริงจังซักเท่าไหร่!

นี่มันเหมือนเป็นการบีบบังคับให้ทุกคนต้องไปเรียนเทคนิคการร่ายเวททันทีชัดๆ!

แม้แต่อาจารย์แมว ก็ยังอดไม่ได้ที่จะอยากด่าดันเต้ออกมา

“เจ้านี่มัน...เมี๊ยว! โคลอิกซ์! ในฐานะที่เจ้าเองก็เป็นจอมเวท แกไม่อยากด่าเขาบ้างเหรอ?”

อาจารย์แมวหันไปถามโคลอิกซ์ ที่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยด้วยอาการตื่นเต้น

โคลอิกซ์: “ผมร่ายแบบไร้บทร่ายได้”

อาจารย์แมว: “......”

นายนี่มันสุดยอดจริงๆ พ่อคนสูงส่ง...

….

ดันเต้สืบมาล่วงหน้าแล้วว่า ฟลาต้าไม่มีเทคนิคการร่ายเวททันที เขาจึงมั่นใจมากว่าคาถาปิดปาก จะสามารถสะกดเวทมนตร์ที่ฟลาต้าครอบครองอยู่ได้ทั้งหมด และถ้าฟลาต้าเลือกใช้เวทมนตร์ชำระล้างเพื่อแก้ทางล่ะก็ ในแง่ของการแลกเปลี่ยนมานา ดันเต้ก็ยังถือว่าได้กำไรเน้นๆ อยู่ดี

“อื้อ! อื้อออออ!!!”

ฟลาต้าที่กำลังเดือดพล่านเพราะทนต่อการถูกหยามไม่ไหวอีกต่อไป เขาชูไม้เท้าเวทมนตร์ขึ้นแล้วพุ่งเข้าใส่ดันเต้ทันที

ไม่ว่ายังไง เขาก็เป็นถึงนักสู้ระดับ 5 ต่อให้ต้องใช้ไม้เท้าเวทมนตร์ ต่างกระบองเพื่อสู้ระยะประชิด เขาก็ไม่มีทางแพ้ดันเต้ที่อยู่แค่ระดับ 3 หรอก!

เขาเองก็ไปสืบผลการทดสอบสเตตัสตอนเข้าเรียนของดันเต้มาเหมือนกัน อัตราการเติบโตของพละกำลัง ของดันเต้มันอยู่แค่ระดับ E เท่านั้น!

“โห...เลือกที่จะวิ่งเข้ามาหาผมเองเลยงั้นเหรอ?”

คราวนี้ดันเต้ไม่ได้วิ่งหนี แต่กลับยืนนิ่งรอให้ฟลาต้าเข้ามาหา ในขณะเดียวกัน เขาก็เตรียมการ์ดเวทมนตร์ใบโปรดเอาไว้ในมือแล้ว

เมื่อฟลาต้าเข้ามาใกล้ในระยะ...

“ใจเย็นๆ ก่อนสิ!”

สิ้นเสียงตะโกนของดันเต้ ฟลาต้าก็รู้สึกได้ว่าหัวเข่าของตัวเองพับลงอย่างควบคุมไม่ได้ จากนั้นเขาก็ไถลคุกเข่าไปกับพื้นในท่าทางที่ประหลาดสุดๆ จนเสียสมดุลร่างกายไปในทันที ร่างของเขาตลบกลิ้งไปบนพื้น ไม่รู้ว่าใช้เข่าหรือใช้หน้าเบรกกันแน่จนหยุดนิ่งลง

ดันเต้ชูการ์ดแทรกแซงจิตใจไว้ในมือ ท่าทางของเขาในตอนนี้เหมือนกับกรรมการเป่านกหวีดลำเอียงที่กำลังชูใบแดงอยู่ไม่มีผิด

เมื่อกี้เขาใช้การ์ดใบนี้สั่งให้ฟลาต้าคุกเข่าลงนั่นเอง

เมื่อเห็นภาพฟลาต้าที่ไถลคุกเข่าในขณะที่กำลังวิ่งมาด้วยความเร็ว เหล่านักศึกษาที่รับชมอยู่ต่างก็รู้สึกเสียวหัวเข่าแทนจนบอกไม่ถูก

“หมอนั่นมันเคยทำอะไรที่มันดูเป็นผู้เป็นคนบ้างไหมเนี่ย?”

“การ์ดใบนั้นสามารถสั่งการแทรกแซงจิตใจได้ในช่วงสั้นๆ แท้ๆ แต่เขากลับเลือกใช้วิธีที่กวนประสาทที่สุด...”

......

ฟลาต้านอนคว่ำอยู่บนพื้นด้วยความอัปยศ สายตาที่จ้องมองมายังดันเต้นั้นเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น ราวกับอยากจะฉีกร่างคนตรงหน้าให้เป็นชิ้นๆ ทว่าเมื่อเทียบกับความบ้าคลั่งที่เกือบจะเสียสติในตอนแรก ตอนนี้แววตาของเขาดูหม่นแสงลงไปมาก ราวกับเปลวไฟที่จวนจะมอดดับ

ความจริงแล้ว ตอนนี้เขาแทบจะไม่อยากสู้ต่อแล้ว ฟลาต้ามั่นใจได้เลยว่าในการดวลครั้งนี้ เขาไม่มีโอกาสชนะดันเต้ได้เลย

สัตว์อัญเชิญก็ใช้ไม่ได้ เวทมนตร์ระดับสูงก็ไม่มีมานาเพียงพอจะขับเคลื่อน ส่วนเวทมนตร์ระดับต่ำก็ถูกปิดปากจนใช้ไม่ได้ จะสู้ระยะประชิดก็ยังถูกเวทมนตร์สายควบคุมจิตใจของดันเต้ปั่นประสาทจนขายหน้า พอถูกทรมานมาถึงจุดนี้ ความปรารถนาสูงสุดของฟลาต้าในตอนนี้คือการได้ตายไปพร้อมกับดันเต้ อย่างน้อยก็ขอให้เขาได้กู้ศักดิ์ศรีคืนมาบ้าง! ต่อให้ต้องเอาหัวพุ่งชนจนตาย เขาก็จะเอา ไม้เท้าเวทมนตร์ฟาดใส่ดันเต้ให้ได้!

แต่ในขณะที่ฟลาต้ากำลังตะเกียกตะกายจะลุกขึ้นมาด้วยความพยายามเฮือกสุดท้าย เขาก็ต้องเห็นดันเต้ชูการ์ดเวทมนตร์ที่ส่องประกายระดับมหากาพย์สีส้ม แล้วค่อยๆ เดินตรงมาหาเขา

จังหวะการก้าวเท้าของดันเต้ช่างแผ่วเบาและราบเรียบ แต่มันกลับสงบนิ่งจนน่าขนลุก

การ์ดเวทมนตร์ในมือดันเต้ใบนั้น ฟลาต้าเคยได้ยินกิตติศัพท์ของมันมานานแล้ว มันคือการ์ดชำระล้างโลหิต ที่สามารถระเหยเลือดของเผ่าพันธุ์อื่นได้!

ในเวลาเดียวกันดันเต้ก็ได้อัญเชิญกวีผู้เสื่อมสลายออกมา หมอกดำแผ่ซ่านไปทั่วผืนดิน กลิ่นอายความเย็นเยือกเข้าปกคลุมไปรอบตัวของดันเต้ และฟลาต้า

“อื้อ! อื้อ!”

แม้จะไม่รู้ว่าดันเต้คิดจะทำอะไร แต่ความกดดันที่น่าหวาดกลัวก็เข้าครอบงำฟลาต้าในทันที ร่างกายของเขาส่งสัญญาณเตือนภัยถึงความตายอย่างรุนแรงว่าเขาต้องหนีไปจากตรงนี้เดี๋ยวนี้!

แต่ดันเต้ได้เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของฟลาต้าแล้ว เขาก้มหน้าลงเพื่อให้ฟลาต้าที่นอนอยู่บนพื้นสามารถสบตาเขาได้ แม้รูปลักษณ์ภายนอกของดันเต้จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป แต่รูม่านตาของเขากลับประกายสีทองจางๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่มีความหมายแฝงบางอย่าง

ดวงตาที่ลึกล้ำคู่นั้นดูเหมือนจะเป็นดวงตาของสิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้จักจากขุมนรกอันไร้ก้นบึ้งเท่านั้นที่จะมีได้ ราวกับเป็นสัตว์ประหลาดสุดสยองที่กำลังจะเปิดโหมดสังหารในโลกเงาระดับสูงที่กำลังจะหลุดจากการควบคุม!

ฟลาต้ารีบใช้เวทมนตร์ชำระล้างเพื่อปลดสถานะปิดปากของตัวเองทิ้งโดยไม่ลังเล

ต้องหนีแล้ว!

“ผมขอ...”

ทว่าในตอนที่เขากำลังจะประกาศยอมแพ้ เขาก็พบว่าตัวเองพูดไม่ออกอีกแล้ว ดันเต้ใช้คาถาปิดปากใส่เขาซ้ำอีกรอบ และในตอนนี้ เวทมนตร์ชำระล้างก็ติดคูลดาวน์อยู่ด้วย

“หึๆ เมื่อกี้นายอยากจะยอมแพ้งั้นเหรอ?”

รูม่านตาของดันเต้กลับมาเป็นสีปกติ ความกดดันเมื่อครู่มลายหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น รอยยิ้มบนใบหน้าของเขากลับมาดูเป็นมิตรอย่างที่สุดอีกครั้ง

รูม่านตาของฟลาต้าหดเกร็งด้วยความหวาดกลัวที่เริ่มแผ่ซ่านในใจมากขึ้นเรื่อยๆ ดันเต้ในสภาพตอนนี้ ดูน่ากลัวยิ่งกว่าเมื่อกี้เสียอีก!

ฟลาต้าเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าดันเต้ยังเป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ล่ะก็ ชำระล้างโลหิตก็จะสามารถระเหยเลือดของฟลาต้าได้จริงๆ!

แม้ว่าในหุบเขามายาจะไม่มีการได้รับบาดเจ็บจริงๆ และฟลาต้า ก็ปิดกั้นความรู้สึกเจ็บปวดไว้แล้ว แต่การระเหยของเลือดจะยังอยู่ในขอบเขตการคุ้มครองของโลกเงาจำลองหรือไม่นั้น ฟลาต้าเองก็ไม่รู้เลย!

เขานึกเสียใจสุดซึ้งที่ไม่ได้อ่านคู่มือการใช้งานให้ดี รวมไปถึงการที่เขาดันไปเซ็นสัญญาเป็นตายกับดันเต้ไว้ด้วย!

การระเหยของเลือดมันน่ากลัวเกินไป ฟลาต้าไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนแม้แต่ในฝันร้าย หากดันเต้ไม่ยอมให้เขายอมแพ้อยู่อย่างนี้ เขาจะถูกดันเต้ทรมานซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนถูกสูบเลือดสูบเนื้อกลายเป็นศพแห้งกรังไปในที่สุด! และถึงตอนนั้น ต่อให้จะออกจากโลกเงาไปแล้ว เขาก็อาจจะตายจริงๆ ก็ได้!

“อื้อ อื้อ อื้อ!”

ฟลาต้าพูดไม่ได้ เขาจึงทำได้เพียงส่งสายตาอ้อนวอนไปทางดันเต้

“ถ้านายประกาศยอมแพ้ให้ชัดเจนไม่ได้ หุบเขามายาก็ส่งตัวนายออกไปไม่ได้เหมือนกันนะ”

ดันเต้หรี่ตาลง รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงไม่เปลี่ยนแปลง

“โลกเงาจำลอง นี่มันก็อันตรายเหมือนกันนะว่าไหม?”

“อื้อ อื้อ!”

“แต่อย่ากังวลไปเลย ผมน่ะเป็นคนที่มีจิตวิญญาณแห่งความดีงามมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ผมไม่มีทางปล่อยให้คุณตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตหรอกนะ”

จบบทที่ 065 จิตเมตตาที่เริ่มก่อตัว

คัดลอกลิงก์แล้ว