เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

060 ช่วยสานฝันให้ทุกคนที่ไม่รู้จักตาย

060 ช่วยสานฝันให้ทุกคนที่ไม่รู้จักตาย

060 ช่วยสานฝันให้ทุกคนที่ไม่รู้จักตาย


บรรยากาศทั้งในห้องเรียนและระเบียงทางเดินเงียบกริบลงถนัดตา ทุกคนต่างจดจ้องรอดูท่าทีของฟลาต้า ว่าจะยอมจำนนหรือจะยังดึงดันสู้ต่อไป ซึ่งเรื่องนี้ต้องการการตัดสินใจที่เฉียบคมจากคุณชายท่านนี้เสียหน่อย

หากจะถามว่าในบรรดานักศึกษาชั้นปีที่ 3 มีใครที่กล้าดวลตัวต่อตัวกับดันเต้หรือไม่? คำตอบคือมีแน่นอน แต่ปัญหาคือไม่มีใครอยากถูกดันเต้หมายหัว เพราะเหล่านักศึกษาต่างรู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของหมอนี่ดีว่ามันไม่ได้อยู่ที่พลังการต่อสู้ซึ่งๆ หน้า แต่อยู่ที่ลูกไม้อันชั่วร้ายที่ยากจะคาดเดาและป้องกันได้ต่างหาก! ถ้าเผลอไปทำให้เขาขุ่นเคืองเข้าละก็ ต่อให้กลับไปล็อคประตูห้องนอนแน่นหนาแค่ไหนก็อย่าหวังว่าจะนอนหลับได้อย่างปลอดภัยเลย

ในขณะที่ฟลาต้ากำลังลังเลอยู่นั้น เขาก็เหลือบไปเห็นแคลร์โดยไม่ตั้งใจ แม้ใบหน้าของเธอจะยังคงดูเย็นชา แต่ที่มุมปากกลับดูเหมือนจะแอบซ่อนรอยยิ้มจางๆ เอาไว้ ราวกับว่าเธอกำลังนั่งดูโชว์ละครสัตว์อยู่ก็ไม่ปาน ด้วยสิ่งนี้เองที่ทำให้เส้นเลือดบนหน้าผากของฟลาต้า ปูดโปนออกมาด้วยความโมโห

เขาสะบัดสายตาไปทางโคลอิกซ์ทันที พร้อมกับชี้นิ้วด่ากราด

“โคลอิกซ์! แกกล้าดวลกับผมไหม? ถ้าแกแพ้ ก็จงตื่นจากฝันแล้วยอมรับความจริงซะ และสาบานมาด้วยว่าจะไม่ไปหาเรื่องใครอีก! แล้วก็อย่ามายุ่งเกี่ยวกับแคลร์ หรือพี่สาวของเธออีกเด็ดขาด!”

การกระทำของฟลาต้า ไม่เพียงแต่ทำให้โคลอิกซ์เบิกตาโพลงด้วยความตกใจ แม้แต่ ดันเต้เองก็ยังรู้สึกเซอร์ไพรส์เช่นกัน หมอนี่มันจะเศษสวะเกินไปหน่อยไหมเนี่ย พอมันไม่กล้าเปิดศึกกับดันเต้ตรงๆ แต่ดันทำใจยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ เลยสร้างภาพเป็นคนดีรักความยุติธรรมแล้วหันไปท้าดวลตัวต่อตัวกับโคลอิกซ์แทนซะงั้น

วิธีนี้ต่อให้โคลอิกซ์ต้องแพ้พนันและเลิกเข้าสู่โลกเงาไปจริงๆ แต่มันก็เป็นการแพ้ในการดวลที่ยุติธรรม และถ้าหลังจากนั้น ดันเต้คิดจะมาแก้แค้นฟลาต้าทีหลัง มันก็จะทำให้ภาพลักษณ์ของโคลอิกซ์ดูแย่เข้าไปใหญ่ที่แพ้แล้วไม่ยอมแพ้ หรือต่อให้โคลอิกซ์ปอดแหกปฏิเสธการดวล ฟลาต้าก็ยังสามารถใช้โอกาสนี้เหยียบย่ำโคลอิกซ์เพื่อหาทางลงสวยๆ ให้ตัวเองได้อยู่ดี

“นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ผมเห็นคนแบบนาย...คนที่ไปขอท้าดวลตัวต่อตัวกับสายรักษาบริสุทธิ์น่ะ”

ดันเต้ส่ายหัวอย่างเอือมระอา พร้อมกับหัวเราะเยาะในลำคอ

“แล้วจะทำไมล่ะ? ในเมื่อหมอนั่นอยู่ระดับ 6 ส่วนผมอยู่แค่ ระดับ 5 เท่านั้นเอง”

ฟลาต้าพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างเย็นชา

ความจริงคือถ้าโคลอิกซ์จะดวลตัวต่อตัว เขาต้องจัดเซ็ตคอมโบที่ใส่การ์ดสัตว์อัญเชิญจำนวนมากเพื่อทำดาเมจ แล้วคอยใช้สกิลฮีลประคองสัตว์อัญเชิญของตัวเองเพื่อสู้ยืดเยื้อ แต่ปัญหาคืออาชีพหลักของโคลอิกซ์ไม่ใช่นักอัญเชิญ เขาขาดทั้งเวทสนับสนุน แท็กติก และระบบการจัดเด็คที่เอื้อต่อสายนี้ ถ้าเอาการ์ดอัญเชิญไก่กามาผสมกันมั่วๆ ก็ใช่ว่าจะเอาชนะระดับ 5 ได้ง่ายๆ และพอเริ่มตกเป็นรอง การสู้แบบยืดเยื้อก็จะกลายเป็นนรกสำหรับเขา เพราะการฮีลตัวเองมันเจ็บปวดสุดๆ

ฟลาต้าก็แค่อยากจะหาเรื่องยำโคลอิกซ์ฝ่ายเดียวเท่านั้นแหละ

“งั้นผมสู้แทนเขาเอง นายกล้าดวลกับผมไหมล่ะ?”

ดันเต้เอ่ยถาม

“ผมไม่ลดตัวลงไปท้าทายคนที่อ่อนแอกว่าหรอกนะ”

ฟลาต้าพูดด้วยท่าทางทระนง

“หึๆๆ ที่แท้ในสายตาของนาย โคลอิกซ์คือผู้แข็งแกร่ง ส่วนผมคือผู้อ่อนแอสินะ จิตวิญญาณที่มุ่งมั่นท้าทายแต่คนที่แข็งแกร่งกว่าของนายนี่มันน่าเลื่อมใสจริงๆ”

“ดันเต้ แกอย่ามาโอหังให้มันมากนัก! ผมยอมรับว่าตอนเจอแกกะทันหันมันก็น่ากลัวอยู่หรอก แต่แกอย่าลืมสิว่าแกมันก็แค่พวกเกาะชายกระโปรงผู้หญิงหากิน ใช้แต่เล่ห์เหลี่ยมสกปรกถึงได้รอดมาได้ในโลกเงา แต่ในการดวลที่ยุติธรรมน่ะ มันมีวิธีรับมือคนแบบแกถมเถไป!”

คำถากถางซ้ำๆ ของ ดันเต้ ดูเหมือนว่าจะทำให้ฟลาต้าตบะแตกในที่สุด เขาละทิ้งความกังวลทั้งหมดแล้วมองดันเต้ด้วยสายตาดูแคลน นักศึกษาหลายคนต่างก็เข้าใจความหมายที่ฟลาต้า จะสื่อ แม้ระบบการต่อสู้ของดันเต้ จะรวมทั้งสายคำสาป สายพิษ และสายรบกวนจิตใจเอาไว้ แต่มันก็พึ่งพาความเจ็บปวดเพื่อทำลายสติสัมปัญชะของศัตรู ดังนั้นขอเพียงแค่สามารถปิดกั้นความเจ็บปวดได้ พลังการต่อสู้ของดันเต้ก็อาจจะกากยิ่งกว่าระดับ 3 ทั่วไปเสียด้วยซ้ำ

การ์ดประเภทปิดกั้นความรู้สึกเจ็บปวดน่ะมันมีอยู่จริง แต่โดยปกติแล้วจะมีแค่พวกอาชีพแถวหน้าอย่างแทงค์หรือเบอร์เซิร์กเกอร์เท่านั้นที่พกไว้ จอมเวทน่ะไม่มีทางพกหรอก เพราะมันทั้งเปลืองช่องใส่การ์ด แถมยังสูบมานาอีกต่างหาก แต่ถ้าเป้าหมายที่ต้องสู้ด้วยคือดันเต้ ขอเพียงแค่ใส่การ์ดใบนี้ไว้ แล้วเปิดใช้งานต่อเนื่องในการดวล ระบบการต่อสู้ของดันเต้ ก็จะพังทลายลงทันที

“งั้นผมจะเป็นฝ่ายท้าดวลนายเอง นายกล้ารับคำท้าไหมล่ะ? ถ้าผมชนะ นายต้องเลิกยุ่งกับโคลอิกซ์ และต้องขอโทษเขาด้วย”

ดันเต้ทำท่าเหมือนคิดไม่ถึงเรื่องการ์ดปิดกั้นความเจ็บปวด และยังคงแสดงท่าทางมั่นหน้าต่อไป

“แล้วถ้าผมชนะล่ะ?”

ฟลาต้าถามด้วยสายตาเจ้าเล่ห์

“นายอยากได้อะไรก็เสนอมาได้เลย”

ดันเต้ยิ้มตอบ เขากำลังรอฟังข้อเสนอของอีกฝ่าย เพื่อที่จะได้ตัดสินใจถูกว่าจะ จัดหนัก ให้แค่ไหนดี

ฟลาต้า: “งั้นแกก็มาเป็นทาสรับใช้ผมซะ และการ์ดกวีผู้เสื่อมสลายใบนั้นของแกก็ต้องยกให้ผมด้วย”

“ดันเต้! อย่าไปรับปากนะ!”

โคลอิกซ์รีบคว้าแขนดันเต้ไว้ทันที

แต่ดันเต้ไม่ได้สนใจโคลอิกซ์เลย ขณะที่โคนีเลียซึ่งยืนอยู่ตรงประตูได้ส่งสายตาเวทนาไปให้ฟลาต้าเสียแล้ว

มีชีวิตอยู่ดีๆ ไม่ชอบใช่ไหมเนี่ย?

“หึๆๆๆๆ”

ดันเต้ก้มหน้าหัวเราะออกมา ความจริงเขาว่าเขาก็ใจดีมากแล้วนะ เดิมทีแค่กะจะสั่งสอนฟลาต้านิดหน่อยเท่านั้น แต่ไม่นึกเลยว่าโลกนี้จะมีคนที่ไม่รู้จักตายขนาดนี้อยู่ด้วย ช่างดูน่ารักน่าชังเสียยิ่งกว่ามาร์ควิสแบเชลซะอีกนะเนี่ย

“ตกลง ผมรับคำท้า นัดเวลามาเลยว่าจะไปที่หุบเขามายาเมื่อไหร่”

ดันเต้ตอบตกลง

สถาบันนั้นห้ามไม่ให้นักศึกษาทะเลาะวิวาทกันเป็นการส่วนตัว แต่ถ้าเป็นการจำลองการต่อสู้ฝึกซ้อมในหุบเขามายาน่ะยังสามารถทำได้

“งั้นวันนี้ตอนบ่ายสองโมง เจอกันที่สนามประลองมายา”

ฟลาต้าไม่อยากให้เวลาดันเต้ไปเตรียมการ์ดแก้ทาง เพราะ ดันเต้มีอาชีพหลักเป็นนักสร้างการ์ด หากปล่อยให้ผ่านไปหลายวัน ดันเต้อาจจะสร้างระบบการต่อสู้ผิดมนุษย์มนาชุดใหม่ขึ้นมาก็ได้

“ไม่มีปัญหา”

ดันเต้รับคำอย่างว่าง่าย

ฟลาต้าพ่นลมหายใจอย่างเย็นชา แล้วพาลูกน้องเดินกร่างออกจากห้องเรียนไป

“ดันเต้ นายไม่ควรทำถึงขนาดนี้เพื่อผมเลย...ต่อให้นายทำแบบนี้ ผมก็ไม่เปลี่ยนใจหรอก ผมไม่อยากลากพวกนายมาซวยด้วยจริง ๆ”

โคลอิกซ์มองดันเต้ด้วยสีหน้าอมทุกข์

ในจังหวะนั้นเอง โคนีเลียก็เดินเข้ามาข้างกายดันเต้ แล้วจ้องมองโคลอิกซ์ด้วยความสนใจ ดูเหมือนเธอจะอยากทำความรู้จักเพื่อนใหม่คนนี้อยู่ไม่น้อย

“หยะ...หยะ...ยิน...”

โคนีเลียพยายามอย่างหนักที่จะสื่อสารความเป็นมิตรกับโคลอิกซ์ แต่พยายามอยู่พักหนึ่งก็ไม่สำเร็จจนหน้าเริ่มแดงระเรื่อ

“เธออยากจะบอกว่ายินดีต้อนรับเข้าทีมน่ะ”

ดันเต้ยิ้มพลางอธิบายให้ฟัง

โคลอิกซ์มองดูคนทั้งคู่ ในใจของเขาเกิดแรงผลักดันอย่างรุนแรงที่อยากจะยื่นมือออกไปหาพวกเขา แต่เหตุผลในหัวสั่งให้เขาต้องกำหมัดแน่น

“โคลอิกซ์ คำสาปของนายน่ะสำหรับพวกเรามันก็แค่เรื่องขำๆ พวกเรายังอยากจะปรับระดับความยากของโลกเงาเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ จะได้ไม่ต้องมานั่งเซ็งกับของรางวัลห่วยๆ แบบนี้”

“ไม่ว่ายังไงก็ตาม ได้โปรดยกเลิกการดวลกับฟลาต้าเถอะ เดิมพันของนายมันหนักเกินไป นี่มันไม่ใช่การต่อสู้ที่ยุติธรรมเลยนะ”

“ไม่ต้องห่วง นายควรจะเชื่อมั่นในฝีมือของเพื่อนร่วมทีมหน่อยสิ”

คำพูดของดันเต้ ทำเอาโคลอิกซ์เงียบไปนานก่อนจะยิ้มออกมาอย่างจำนน ดันเต้เรียกเขาว่าเพื่อนร่วมทีมคำอยู่ตลอดเวลา ดูท่าทางแล้ว เขาคงจะปักใจเชื่อไปแล้วว่าเขาคือพวกเดียวกัน

โคลอิกซ์รู้สึกขอบตาเริ่มร้อนผ่าว แค่คนที่ไม่รังเกียจเขาก็หาได้ยากยิ่งแล้ว แต่ดันเต้ยังคงชื่นชมและปกป้องเขาเสมอ เขาไม่ได้สัมผัสกับความปรารถนาดีที่บริสุทธิ์แบบนี้มานานเหลือเกิน แล้วแบบนี้จะให้เขาปฏิเสธลงได้อย่างไรล่ะ

จบบทที่ 060 ช่วยสานฝันให้ทุกคนที่ไม่รู้จักตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว