เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

059 ไม่เคยออมมือ

059 ไม่เคยออมมือ

059 ไม่เคยออมมือ


ในตอนนี้นักศึกษาเริ่มมาออกันอยู่ที่หน้าประตูห้องเรียนกันเพียบ สาเหตุส่วนใหญ่ก็เพราะการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของดันเต้ และโคนีเลียนั่นแหละ เมื่อคนดังสองคนที่ดูไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันโคจรมาเจอกันแบบนี้ มันต้องมีเรื่องให้เผือกอย่างแน่นอน

ดันเต้ไม่ได้เดินเข้าไปใกล้ประตูนัก เขาแค่ยืนพิงผนังอยู่ด้านนอกเงียบๆ เพื่อฟังสถานการณ์ที่เกิดขึ้นข้างในห้อง

ภายในห้องเรียน...

"แหม...รีบวิ่งแจ้นไปหาคนดังในหมู่เด็กใหม่เชียวนะ สมกับเป็นแกจริงๆ"

น้ำเสียงของฟลาต้าเต็มไปด้วยความเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง เขาและลูกสมุนอีกสองคนกำลังยืนล้อมโต๊ะของโคลอิกซ์ไว้ ปิดตายทางหนีของโคลอิกซ์จนมิด

โคลอิกซ์ทำได้เพียงพูดออกมาอย่างจนใจว่า

"ผมบอกแล้วไงว่าเขาเป็นฝ่ายมาหาผมเอง"

"เหอะ! น่าขำสิ้นดี ถ้าไม่ใช่เพราะแกหน้าด้านไปหาดันเต้ก่อน มีเหรอที่เขาจะมาหาตัวซวยอย่างแก?"

โคลอิกซ์ก้มหน้าลงดูเหมือนไม่อยากจะอธิบายอะไรอีก น่าจะเป็นเพราะเมื่อสองวันก่อนตอนที่ดันเต้มาหาเขา ทั้งคู่ยืนคุยกันตรงประตูอยู่นานจนมีนักศึกษาเดินผ่านมาเห็นเข้าพอดี เรื่องเลยเข้าหูฟลาต้าจนได้

"แกอยากให้เขาตายหรือไง? โคลอิกซ์?"

ฟลาต้าเคาะโต๊ะของโคลอิกซ์เบาๆ เหมือนอยากจะเรียกร้องความสนใจให้เขาเงยหน้าขึ้นมา

"ไม่...ผมจะไม่ปาร์ตี้กับเขาเด็ดขาด"

โคลอิกซ์กำหมัดแน่นวางไว้บนโต๊ะ พลางพูดลอดไรฟันออกมา

"พวกรุ่นพี่ก็ไม่มีใครเอาเข้าทีม รุ่นน้องที่เก่งที่สุดแกก็ไม่มีวาสนาจะได้อยู่ด้วย แล้วแกยังจะหน้าด้านอยู่ในวิทยาลัยจอมเวทไปเพื่ออะไรล่ะ? หรือจะรอให้เจอไอ้โง่อีกไม่กี่คน แล้วไปก่อหายนะในโลกเงาอีกรอบ?"

"ผม...ผมจะตั้งใจเก็บหน่วยกิตให้ครบ แล้วจะไม่เข้าโลกเงาอีก..."

"ดี! แกพูดเองนะ งั้นก็สาบานสิ สาบานต่อหน้าพวกเราทุกคนที่นี่ซะ"

ฟลาต้าหัวเราะร่าออกมาอย่างสะใจ ดูเหมือนเขาจะบรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการแล้ว

เขามองไปที่แคลร์ ซึ่งยังคงนั่งอยู่ที่ที่นั่งแถวหลังสุดของห้อง เหมือนต้องการจะอวดผลงานของตัวเอง แต่แคลร์กลับเบือนหน้าหนีด้วยความรำคาญใจ ใบหน้าของเธอดูเย็นชาและมีความโกรธเจืออยู่เล็กๆ ระหว่างคิ้ว แต่ในไม่ช้าเธอก็เปลี่ยนมามองแผ่นหลังของโคลอิกซ์ที่ก้มหน้าอยู่ด้วยสายตาที่ทั้งโกรธและสมเพชในความไม่เอาไหนของเขา

"......"

"ตกลง ผมเข้าใจแล้ว"

ผ่านไปครู่หนึ่ง ในที่สุดโคลอิกซ์ก็เหมือนจะคิดอะไรบางอย่างได้ ในนาทีนี้สีหน้าของเขาไม่ได้ขมขื่นอีกต่อไป แต่กลับมีรอยยิ้มแห่งการปล่อยวางปรากฏขึ้น

ใช่แล้ว...ถึงเวลาที่ต้องตัดใจเสียที ถ้ายังลังเลอยู่แบบนี้ วันหนึ่งเขาอาจจะหน้ามืดตามัวจนเผลอไปตอบตกลงดันเต้เข้าจริงๆ แล้วโศกนาฏกรรมก็จะวนกลับมาซ้ำรอยเดิม จนทำให้รุ่นน้องที่แสดงความหวังดีต่อเขาขนาดนี้ต้องมาตายเพราะเขา

เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงค่อยๆ ชูมือขึ้น

"ในนามของโคลอิกซ์ คูลัน ผมขอสาบานว่า ผมจะไม่..."

แต่ในขณะที่โคลอิกซ์กำลังจะเริ่มคำสาบานนั้นเอง ดันเต้ก็ก้าวฉับๆ เข้ามาในห้องเรียนจนทำให้เกิดเสียงฮือฮาไปทั่ว

"แม่เจ้า! หรือว่าดันเต้จะเป็นฝ่ายมาหาโคลอิกซ์จริงๆ?"

"ดูท่าจะจริงแฮะ ขนาดดันเต้ยังตามมาถึงห้องเรียน แสดงว่าเขาดูจะสนใจโคลอิกซ์มากจริงๆ"

"แบบนี้ฟลาต้าก็หน้าแตกยับเลยดิ..."

ท่ามกลางเสียงซุบซิบของทุกคนในห้อง ดันเต้เดินตรงดิ่งไปหาโคลอิกซ์ เขาคว้าหมับเข้าที่ท่อนแขนของโคลอิกซ์แล้วกดมันลงกับโต๊ะ

"เด..."

ในขณะที่โคลอิกซ์กำลังทำหน้าเหวอ ดันเต้ก็หันไปส่งยิ้มหวานให้ฟลาต้าแล้วพูดว่า

"เขาพูดถูกแล้วล่ะ ผมเป็นคนไปหาเขาเอง และอีกอย่างเขาก็ตอบตกลงเข้าร่วมทีมกับพวกเราแล้ว เพราะฉะนั้นนายจะให้เขามาสาบานแบบนี้ไม่ได้นะ"

ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาที่รอดูสถานการณ์อยู่ในห้อง หรือเหล่านักศึกษาวิทยาลัยจอมเวทที่มาอออยู่ด้านนอก ต่างก็ส่งเสียงฮือฮากันลั่น

"เหอะ"

ฟลาต้าชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหลุดหัวเราะเย็นชาออกมาแล้วส่ายหัว สีหน้าของเขาเหมือนเพิ่งได้ยินเรื่องตลกที่ไร้สาระที่สุดในโลก เขาไม่ได้ชายตามองดันเต้นานนัก แต่กลับหันไปถามโคลอิกซ์ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยการเยาะเย้ยว่า

"โคลอิกซ์ แกนี่มันต่ำช้าจริงๆ นะ แกปิดบังเรื่องคำสาปในตัว แล้วคิดจะเข้าปาร์ตี้กับพวกเขางั้นเหรอ? แกอยากรู้ไหมว่า ถ้าบอกเรื่องคำสาปของแกให้ดันเต้ฟังตอนนี้ เขาจะทำหน้ายังไง?"

"......"

โคลอิกซ์เม้มริมฝีปากแน่น เป็นความจริงที่เขาไม่ได้บอกดันเต้เรื่องคำสาป แต่เขาก็ยังไม่ได้ตอบตกลงเข้าทีมด้วย คำว่า เข้าทีม นั่นมันดันเต้ทึกทักเอาเองต่างหาก ถ้าฟลาต้าพูดความจริงออกมา ทั้งเขาและดันเต้ต้องตกที่นั่งลำบากแน่ๆ

ในจังหวะที่โคลอิกซ์กำลังจะเปิดปากอธิบาย

"อ้าว? ก็แค่คำสาปที่จะทำให้โลกเงายากขึ้นไม่ใช่เหรอครับ?"

ดันเต้แกล้งทำเป็นงงแล้วเกาหัวถามออกมา

ฟลาต้า: "......"

โคลอิกซ์: "......"

ฟลาต้าดูท่าทางจะอึ้งไปเล็กน้อย เขาไอเบาๆ สองสามทีแล้วพูดต่อว่า

"นายคงไม่รู้สินะว่าคำสาปในตัวหมอนี่มันรุนแรงขนาดไหน นั่นมันคือหายนะที่สามารถเพิ่มระดับความยากของโลกเงาขึ้นได้โดยตรงถึง 1 ระดับเชียวนะ"

"แค่ระดับเดียวเองเหรอ?"

ดันเต้มองฟลาต้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม ราวกับมองคนโง่คนหนึ่ง

ระดับความยากที่สูงกว่าตัวเอง 2 ระดับ ผมยังไปเดินเล่นเหมือนไปพักร้อนเลย แค่เพิ่มขึ้นมา 1 ระดับเนี่ยนะ...นี่มันทัวร์หรูชัดๆ!

"แก..."

สีหน้าที่ดูหยิ่งยโสของฟลาต้าแข็งค้างไปครู่หนึ่ง เดิมทีเขาอยากจะถามดันเต้ว่านี่ตั้งใจมากวนประสาทกันใช่ไหม แต่พอมานึกดูดีๆ ในตอนโรงเรียนปีศาจครั้งก่อน หมอนี่ข้ามขั้นไปสู้กับระดับที่สูงกว่าตัวเอง 2 ระดับได้เหมือนตบเด็กจริงๆ เขาเลยเถียงอีกฝ่ายไม่ออก

ฟลาต้าจึงทำได้เพียงพูดต่อว่า

"นายอาจจะไม่รู้ว่าในโลกเงาระดับสูง ความต่างแค่ระดับเดียวน่ะมันน่ากลัวขนาดไหน และนายก็ยังไม่ได้คิดให้ดีว่าพอรวมกับคุณลักษณะของหมอนี่แล้ว เพื่อนร่วมทีมจะต้องเจอกับความทรมานที่ผิดมนุษย์มนาขนาดไหน"

"ผมคิดดีแล้วครับ คุณลักษณะที่โคลอิกซ์มีน่ะ มันคือจิตวิญญาณแห่งความดีงามที่เมตตาที่สุดในโลกไม่ใช่เหรอ?"

คำพูดของดันเต้ทำให้ฟลาต้าถึงกับใบ้กินอีกรอบ

แม้แต่โคลอิกซ์เองยังรู้สึกกระดากอายจนไม่รู้จะพูดอะไรดี นักศึกษาที่มามุงดูหลายคนถึงกับหางตากระตุก คำว่า จิตวิญญาณแห่งความดีงาม พอหลุดออกมาจากปากดันเต้แล้ว ทำไมมันฟังดูแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้

บางคนเริ่มจะเข้าใจแล้วว่าทำไมดันเต้ถึงได้ถูกใจโคลอิกซ์นัก สิ่งที่เขาเล็งไว้ไม่ใช่พลังการรักษาของโคลอิกซ์หรอก แต่เป็นพิษฮีลที่ต่อให้จะทรมานศัตรูหนักแค่ไหน ศัตรูก็ไม่มีวันตายต่างหาก!

"แก!"

ในที่สุดฟลาต้าก็ฟิวส์ขาดเพราะดันเต้ เขาพยายามระงับอารมณ์โกรธแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะถามว่า

"สรุปคือแกจะออกหน้าแทนมันใช่ไหม? ดันเต้?"

เมื่อได้ยินดังนั้น ดันเต้ยังคงรักษารอยยิ้มที่ดูเยือกเย็นและมั่นคงเอาไว้ได้

"ผมเป็นคนรักสงบและมีจิตใจที่ฝักใฝ่ความดีเสมอมาครับ"

น้ำเสียงของดันเต้ฟังดูนุ่มนวลและราบเรียบมาก เขาเว้นจังหวะไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ

"แต่ว่าถ้ามีใครมารังแกเพื่อนของผมล่ะก็...ผมคงจะเจ็บใจน่าดูเลยล่ะครับ"

ตอนที่เขาพูดคำว่า เจ็บใจ ดูเหมือนดันเต้จะเน้นน้ำเสียงหนักขึ้นนิดนึง นั่นทำเอาหลายคนถึงกับเผลอยกมือขึ้นกุมหน้าอกโดยสัญชาตญาณ

ความ เจ็บใจ ของดันเต้น่ะ...มันถึงตายได้เลยนะ

ท่าไม้ตาย หัวใจสลายคูณ 60 นั่นมันโหดเกินมนุษย์ไปแล้ว

ในตอนนี้ แม้แต่ฟลาต้าที่เคยวางท่าอวดดีมาตลอด ก็ไม่อาจซ่อนแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นเอาไว้ได้

ฟลาต้าพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ดูเคร่งขรึมว่า

"ในสถาบันไม่อนุญาตให้นักศึกษาทะเลาะวิวาทกันส่วนตัวนะ!"

ดันเต้ตอบกลับ

"แน่นอนครับ ผมแค่บอกว่าผมจะเจ็บใจเฉยๆ ไม่ได้มีความหมายอื่นเลย"

ตอแหลชัดๆ!

แกช่วยเก็บรอยยิ้มที่เหมือนปีศาจนั่นก่อนได้ไหมล่ะ! ฟลาต้าคำรามก้องอยู่ในใจ

จบบทที่ 059 ไม่เคยออมมือ

คัดลอกลิงก์แล้ว