- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 058 ไม่ใช่มนุษย์
058 ไม่ใช่มนุษย์
058 ไม่ใช่มนุษย์
“หมายความว่าไงน่ะ?”
สีหน้าของดันเต้ดูจะมีความงงงวยอยู่เล็กน้อย
อาจารย์แมวไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่ม มันชูอุ้งเท้าหน้าขึ้นมา แล้วบนอุ้งมังคุดนั่นก็ปรากฏการ์ดใบหนึ่งขึ้นมา
ดันเต้รับการ์ดใบนั้นมาสำรวจดู
[เวทแปลงกาย : แมวภูติ]
[ประเภท: การ์ดเวทมนตร์]
[ระดับความหายาก: หายากสีม่วง]
[ระดับ: 2]
[เอฟเฟกต์: หลังจากใช้งานจะสามารถแปลงร่างเป็นแมวภูติได้ โดยจะสิ้นเปลืองมานาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาที่แปลงร่าง หลังจากยกเลิกการแปลงร่างแล้ว จะไม่สามารถใช้เวทแปลงกายได้อีกภายใน 24 ชั่วโมง]
[หมายเหตุ: เมี๊ยว เมี๊ยว เมี๊ยว!]
“แกก็แปลงร่างเป็นแมวเองซะเลยสิเมี๊ยว! ข้าจะเอาการ์ดใบนี้แลกกับคลังยาของแกแบบถาวรเลยนะเมี๊ยว!”
“น่าเสียดายที่การ์ดใบนี้ใช้แปลงร่างศัตรูไม่ได้”
ดันเต้ส่งการ์ดคืนให้ด้วยความผิดหวังนิดๆ
“เวทแปลงกายที่บังคับศัตรูให้เปลี่ยนร่างน่ะ แกยังใช้ไม่ได้หรอก! แถมการ์ดใบนี้ต้องใช้อักขระเอลฟ์ถึงจะสร้างขึ้นมาได้นะ! ในตลาดทั่วไปหาซื้อไม่ได้หรอกเมี๊ยว!”
“อืม...”
ดันเต้เริ่มลังเล ถึงแม้มันจะดูเป็นการแลกเปลี่ยนที่เข้าท่าดี แต่พอมองในระยะยาวแล้ว เขาก็ไม่รู้ว่าเจ้าแมวนี่จะล้างผลาญเหรียญทองของเขาไปมากขนาดไหน
“ข้าบอกให้ก็ได้เมี๊ยว ในสถาบันแห่งนี้ไม่มีแมวภูติหน้าไหนกล้าให้ยัยหนูที่ชื่อโคนีเลียสัมผัสตัวหรอก ขนาดข้าที่แข็งแกร่งที่สุดยังขวัญกระเจิงเพราะเธอเลย! ถ้าแกอยากจะช่วยสานฝันให้ยัยนั่น ก็จงกลายเป็นแมวซะเองเถอะ!”
“ก็ได้”
หลังจากลองคิดดูแล้ว การ์ดใบนี้ถือเป็นเครื่องมือในการพรางตัวที่ยอดเยี่ยมไม่เบา แถมยังเป็นของแรร์ที่หาซื้อไม่ได้ตามท้องตลาดอีกด้วย ต่อให้ในอนาคตจะต้องเสียเหรียญทองให้เจ้าแมวบ๊องนี่เป็นหลักร้อยหลักพันเขาก็ยอมรับได้ ได้เป็นแมวแถมมาด้วยตัวหนึ่ง ก็ถือว่าไม่ขาดทุนหรอกมั้ง
ดันเต้พาอาจารย์แมวเข้าหอพักไปที่เวิร์กชอป จากนั้นก็ปรุงฟีโรโมนล่อแมว แบบเจือจางให้อาจารย์แมวชามหนึ่ง
เมื่อเขาวางชามลงบนพื้น อาจารย์แมวก็รีบปรี่เข้าไปเลียเครื่องดื่มรสเลิศชนิดใหม่อย่างร่าเริงทันที
หลังจากจัดการเรื่องแมวเสร็จ ดันเต้ก็เตรียมจะทดสอบการ์ดใบใหม่ที่เพิ่งได้มา
ทันทีที่เขาเปิดใช้งานเวทแปลงกายแมวภูติ เขารู้สึกได้ว่ามุมมองสายตาต่ำลง และร่างกายก็เบาหวิวขึ้นมาก เพียงชั่วพริบตา เขาก็อยู่ในท่าที่ขาเรียวเล็กทั้งสี่ข้างเหยียบอยู่บนพื้นอย่างคล่องแคล่ว
พอเขาลองส่องกระจกดู ก็พบว่าตัวเองกลายเป็นแมวสีเทาอ่อนไปเสียแล้ว
“กลายเป็นแมวไปจริงๆ ด้วยแฮะเมี๊ยว!”
ดันเต้ร้องอุทานด้วยความประหลาดใจ แถมหางเสียงของเขายังเปลี่ยนแปลงไปในแบบที่กู้คืนไม่ได้อีกด้วย
“เห็นไหมล่ะ การ์ดใบนี้ต่อให้เอาเหรียญทองหนึ่งพันเหรียญมาแลก ข้าก็ไม่ขายหรอกเมี๊ยว”
อาจารย์แมวเงยหน้าขึ้น มองไปที่ดันเต้ในร่างแมว
อืม...ก็ดูดีอยู่นะ
ดันเต้ในร่างแมว: “ตกลง ต่อไปนี้แกมาหาของกินของใช้ที่นี่ได้ตลอดเลยนะเมี๊ยว”
อาจารย์แมว: “เข้าท่า แกนี่เป็นนักศึกษาที่ซื่อสัตย์จริงใจดีนะ ไม่เห็นเหมือนข่าวลือข้างนอกนั่นเลยเมี๊ยว”
ดันเต้ในร่างแมว: “แน่นอนอยู่แล้ว ผมน่ะคนดีศรีสังคมเลยนะเมี๊ยว”
ในขณะที่แมวสองตัวกำลังคุยสัพเพเหระกันอยู่นั้น
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูหอพักของดันเต้ดังขึ้น ดูเหมือนว่ามีอาจะมาหาแล้ว
ดันเต้เตรียมจะคลายร่างแปลง แต่จู่ๆ เขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า น่าจะลองทดสอบดูหน่อยว่าในร่างนี้จะมีใครจำเขาได้หรือเปล่า เพราะยังไงโทนสีขนก็คล้ายกับร่างจริงของเขามาก
คิดได้ดังนั้น เขาก็กระโดดขึ้นไปสูงปรี๊ดเพื่อปลดล็อกประตู
เมื่อมีอาผลักประตูเข้ามา สายตาของเธอก็กวาดมองไปรอบๆ ห้องนั่งเล่นด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย เพราะสิ่งที่เธอเห็นมีเพียงแค่แมวสองตัวเท่านั้น
“ดันเต้เลี้ยงแมวด้วยเหรอ...เอ๊ะ ไม่ใช่สิ คุณคืออาจารย์แมวจากวิทยาลัยจอมเวทใช่ไหมคะ?”
มีอามองไปที่อาจารย์แมวแล้วเอ่ยถาม
“ใช่แล้วเมี๊ยว!”
“แล้วดันเต้ล่ะคะ?”
“เดี๋ยวก่อนเมี๊ยว! ทำไมดึกดื่นป่านนี้ถึงได้มีนักศึกษาสาวมาที่หอของเจ้าหมอนี่ล่ะ หรือว่าพวกเจ้าจะทำเรื่องอย่างว่า...?!”
ดันเต้ในร่างแมวปีนไปข้างตัวอาจารย์แมว แล้วใช้อุ้งเท้าเขกหัวมันไปทีหนึ่ง
“คิดอะไรของแกเนี่ยเมี๊ยว! พวกเรานัดกันมาติวหนังสือต่างหาก”
“ติวหนังสือ? แกเห็นข้าโง่เหรอเมี๊ยว? ชายหญิงอยู่กันสองต่อสองในห้องตอนดึกเพื่อติวหนังสือเนี่ยนะเมี๊ยว?”
“ก็มันเรื่องจริงนี่เมี๊ยว”
ในขณะที่แมวสองตัวกำลังส่งภาษามนุษย์โต้ตอบกันอยู่นั้น มีอาก็มองดูแมวภูติสีเทาอ่อนตัวนั้นด้วยความทึ่ง
“นายคือดันเต้เหรอ?”
มีอาถาม
ดันเต้ในร่างแมว: “เป็นไงล่ะเมี๊ยว เป็นการพรางตัวที่ยอดเยี่ยมเลยใช่ไหม?”
มีอา: “เยี่ยมไปเลย แบบนี้วันหลัง นายก็เข้าออกหอพักของฉันตอนกลางคืนก็สะดวกสุดๆ เลยสิ”
อาจารย์แมว: “อะไรนะ?! พวกแกมีไปมาหาสู่กันด้วยเหรอ? อย่าบอกนะว่าที่แกไปหอเธอก็เพื่อไปติวหนังสือเหมือนกันน่ะ?”
ดันเต้ & มีอา: “ก็ใช่น่ะสิ”
พูดจบ ดันเต้ก็คลายเวทแปลงกายกลับเป็นมนุษย์ จากนั้นเขาก็รีบพามีอาเดินเข้าเวิร์กชอปสร้างการ์ดทันที แล้วทิ้งให้อาจารย์แมวนั่งเหวออยู่ในห้องนั่งเล่น
ตลอดทั้งคืนนั้น ด้วยความสอดรู้สอดเห็น อาจารย์แมวจึงคอยเอาหูแนบประตูเวิร์กชอปฟังเสียงข้างในเป็นพักๆ แถมยังคอยดมตามซอกประตูว่ามีกลิ่นแปลกๆ โชยออกมาบ้างไหม
“เมี๊ยว? แปลกแฮะ ติวหนังสือกันจริงๆ เหรอเนี่ย?”
...
เช้าวันจันทร์ ดันเต้มาถึงห้องเรียนแต่เช้าตรู่ เขารออยู่ไม่นาน โคนีเลียก็มาถึง
ดันเต้: “ใหม่”
โคนีเลีย: “หือ?”
ดันเต้: “ฮีล, แก้เจ็บ, ปลอดภัย”
โคนีเลีย: “ยินดี”
โคนีเลียเองก็เห็นด้วยที่จะมีฮีลเลอร์ที่ไว้ใจได้มาอยู่ในปาร์ตี้ ไม่ว่าในตอนนั้นคนคนนั้นจะทำหน้าที่อะไรกันแน่ก็ตาม ดังนั้นพวกเขาจึงนัดกันว่าหลังเลิกเรียนจะไปหาโคลอิกซ์ด้วยกัน
พอได้ยินว่าจะมีเพื่อนร่วมทีมคนใหม่มาเข้ากลุ่ม ดูเหมือนโคนีเลียจะตั้งใจเรียนวิชาคำนวณขึ้นมาทันตาเห็น เธอดูคาดหวังมากทีเดียว คนที่ดันเต้ยอมรับ จะต้องเป็นคนที่สุดยอดมากแน่ๆ
แต่ยังไม่ทันจะถึงเวลาเลิกเรียน ทั้งคู่ก็รีบยกมือขออนุญาตแล้วออกจากห้องเรียนไปพร้อมกัน ทำเอาเพื่อนนักศึกษาหลายคนพากันสงสัยว่าพวกเขากำลังจะไปปล้นใครที่ไหนหรือเปล่า
ดันเต้สืบตารางเรียนของโคลอิกซ์จากอาจารย์แมวมาเรียบร้อยแล้ว เขาจึงรู้ว่าเวลานี้จะไปตามหาตัวหมอนั่นได้ที่ไหน เมื่อทั้งคู่ไปถึงอาคารของวิทยาลัยจอมเวท ก็เป็นเวลาหลังเลิกเรียนได้ไม่นาน น่าจะทันเจอโคลอิกซ์พอดี
ทว่าเมื่อพวกเขาไปถึงหน้าห้องเป้าหมาย กลับพบนักศึกษาหลายคนรุมล้อมอยู่ตรงประตู ดูเหมือนจะเป็นพวกที่เดินผ่านมาแล้วหยุดดูเหตุการณ์สนุกๆ กันอยู่
“ขอโทษนะครับ เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
ดันเต้สะกิดไหล่นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ของวิทยาลัยจอมเวทคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าประตู
อีกฝ่ายไม่ได้หันกลับมามอง แต่ยังคงจดจ้องเหตุการณ์ในห้องอย่างตั้งใจ พลางตอบว่า
“ก็มาเผือกน่ะสิ คุณชายฟลาต้ามาหาเรื่องโคลอิกซ์อีกแล้ว”
“โอ้? พอจะขยายความหน่อยได้ไหมครับ?”
“ตั้งแต่เปิดเทอมมา คุณชายฟลาต้าก็หาเรื่องโคลอิกซ์ไปตั้งหลายรอบแล้ว”
“แล้วเขาจะไปยุ่งกับโคลอิกซ์ทำไมล่ะ?”
“เห็นว่าเมื่อปีก่อน ในโลกเงา โคลอิกซ์เคยทำให้ลูกสาวคนโตของบ้านมาร์ควิสพลินบาดเจ็บสาหัส ส่วนคุณชายฟลาต้าก็ดันไปชอบแคลร์ ลูกสาวคนรองของบ้านนั้น แคลร์มักจะพูดจาถากถางโคลอิกซ์อยู่เสมอ คุณชายฟลาต้าเลยชอบมาหาเรื่องโคลอิกซ์เพื่อเอาใจแคลร์น่ะสิ”
แม้ว่านักศึกษาปี 3 ของวิทยาลัยจอมเวทคนนี้จะเรียกฟลาต้าว่า คุณชาย พอฟังดูแล้ว เหมือนกับว่าเขาไม่ได้เรียกเพราะความเคารพ แต่แฝงไปด้วยน้ำเสียงประชดประชันเสียมากกว่า
“เจ้าคนที่ชื่อฟลาต้านี่ก็น่าสงสารนะ จะจีบสาวทั้งทีต้องใช้มุกแบบนี้เนี่ย”
“ชู่ว! อย่าพูดจาซี้ซั้วสิ บ้านเขาทั้งมีอำนาจทั้งรวย แถมฝีมือเจ้าตัวก็ไม่ธรรมดา อย่าไปหาเรื่องใส่ตัวเลย”
นักศึกษาปี 3 ที่มัวแต่สนใจดูเรื่องชาวบ้าน ในที่สุดก็หันกลับมามอง เขาอยากเห็นว่าใครกันที่กล้าดีมาเยาะเย้ยฟลาต้าแบบนี้
ทว่าพอเขาหันมา เขาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นชายหญิงในชุดเครื่องแบบนักศึกษาสีแดงยืนอยู่ข้างหลัง
“ชิบxาย! ดันเต้นี่นา!”