- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 057 ความกลัดกลุ้ม
057 ความกลัดกลุ้ม
057 ความกลัดกลุ้ม
เมื่อเห็นสายตาที่จริงใจของดันเต้ ในดวงตาของโคลอิกซ์ก็มีวูบหนึ่งที่ไม่อาจซ่อนความหวั่นไหวเอาไว้ได้ แต่ในไม่ช้าเขาก็ดูเหมือนจะตัดสินใจบางอย่างได้ แล้วกัดฟันพูดออกมา
“ดันเต้ ผมยินดีจะช่วยเหลือนายในเรื่องอื่น ยกเว้นเรื่องที่จะให้ไปโลกเงากับพวกนาย โปรดอย่าคิดถึงเรื่องนี้อีกเลยครับ”
หลังจากนั้นโคลอิกซ์ก็ปิดประตูลงอย่างเด็ดขาด ทิ้งให้ดันเต้ยืนอึ้งกิมกี่อยู่หน้าห้อง
ครั้งล่าสุดที่เขาโดนปฏิเสธ...ก็คือครั้งล่าสุดนั่นแหละ
“เฮ้อ”
ดันเต้ถอนหายใจออกมาเบาๆ แม้เขาจะชื่นชมในตัวโคลอิกซ์มากแค่ไหน แต่ก็ไม่นึกเลยว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธการเข้าปาร์ตี้ได้หนักแน่นขนาดนี้
แต่ก็นะ จอมเวทอย่างโคลอิกซ์น่าจะเป็นที่ต้องการตัวมากพอสมควร ถึงแม้ว่าการฮีลของเขาจะเจ็บปวดรวดร้าวเข้ากระดูก แต่ถ้าว่ากันด้วยเรื่องปริมาณการฟื้นฟูเพียวๆ แล้วล่ะก็ คงไม่มีสายสนับสนุนคนไหนเทียบเขาติดได้เลย
ดันเต้เดินกลับหอพักด้วยความรู้สึกเสียดายเล็กน้อย แต่เมื่อเขาเดินมาถึงหน้าหอพักของตัวเอง มือที่กำลังจะเอื้อมไปจับลูกบิดประตูก็ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาค่อยๆ หันกลับไปมอง แล้วกระทืบเท้าลงบนเงาของตัวเองอย่างแรง
“เมี๊ยววว!”
ตามมาด้วยเสียงร้องที่แสนคุ้นเคย อาจารย์แมวมุดออกมาจากเงาของดันเต้ พร้อมกับกระโดดดึ๋งๆ เหมือนสปริงไปมาสองสามที
“ความสามารถของนายนี่ใช้ไม่ได้เลยนะ ขนาดการโจมตีทางกายภาพยังกันไม่ได้เลย”
ดันเต้หัวเราะเยาะพลางมองเหยียดอาจารย์แมวที่อยู่บนพื้นด้วยความเจ้าเล่ห์
ส่วนอาจารย์แมวก็ได้แต่เกาหัวด้วยความน้อยใจ แล้วพูดกับดันเต้ว่า
“เอาไอ้ยานั่นมาให้ข้าขวดนึงสิเมี๊ยว”
เมื่อได้ยินคำพูดซื่อๆ ของอาจารย์แมว ดันเต้ก็หลุดขำออกมา เขาคุกเข่าลงแล้วคว้าหลังคอของมันขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ แล้วยกขึ้นมาให้ระดับสายตาของมันมาอยู่ในระดับเดียวกัน
เขามองไปยังตาซื่อๆ ของมันแล้วพูดว่า
“ตอนนี้แกติดหนี้บุญคุณของผมอยู่นะ? แกต้องตอบแทนบุญคุณที่ผมช่วยชีวิตแกไว้ให้หมดก่อน ถึงจะมาคุยเรื่องข้อแลกเปลี่ยนกันได้”
“งั้นข้าสอนเวทมนตร์ ให้เจ้าซักสองสามบทก็ได้เมี๊ยว”
“ไม่เอาหรอก เรียนเวทมนตร์มันยุ่งยากจะตาย แถมถ้าธาตุไม่ตรงกับพลังเวทของตัวเองก็เรียนรู้ได้ยากอีก ใช้การ์ดเวทมนตร์สะดวกกว่าตั้งเยอะ”
“แต่จำนวนการ์ดที่เจ้าพกไปได้มันมีขีดจำกัดนะเมี๊ยว เรียนเวทมนตร์ติดตัวไว้บ้างมันไม่เสียหายหรอก”
“สเตตัสพลังเวทของผมมันธรรมดาเกินไป ร่ายเวทมนตร์ส่วนใหญ่ไปเอฟเฟกต์ก็ออกมางั้นๆ สำหรับผมแล้ว ถ้าให้เสียเวลาไปกับเวทมนตร์ สู้เอาไปฝึกทักษะการสร้างการ์ดจะดีกว่าอีก”
“แล้วเจ้าต้องการอะไรกันแน่เมี๊ยว?”
อาจารย์แมวดูเหมือนจะทำใจไว้แล้วว่าต้องโดนดันเต้ขูดรีดแน่ๆ
“แกแค่บอกเรื่องของโคลอิกซ์ให้ฉันฟังหน่อยก็พอแล้ว”
คำขอของดันเต้ทำเอาอาจารย์แมวแปลกใจมาก ที่เจ้าหมอนี่ไม่ฉวยโอกาสรีดไถ แต่มันก็ยังลังเลอยู่
“อืม......เจ้าคิดจะทำอะไรเขาเมี๊ยว?”
“วางใจเถอะ ผมแค่อยากให้เขามาเป็นพวกเดียวกันเฉยๆ แน่นอนว่าผมจะไม่ทำอะไรที่เป็นอันตรายต่อเขา และจะไม่บังคับด้วย แกสบายใจได้เลย”
“ก็ได้ งั้นเจ้าถามมาเลยเมี๊ยว”
“ที่ผมสงสัยที่สุดคือ ทำไมโคลอิกซ์ถึงได้เรียนซ้ำชั้นล่ะ ผมเพิ่งเคยเห็นคนที่มีพลังเวทมหาศาลขนาดนั้นในโรงเรียนเป็นครั้งแรกเลยนะ”
หากดันเต้เดาไม่ผิด เหตุผลที่โคลอิกซ์พักอยู่ที่ชั้นสี่น่าจะเป็นเพราะเขาเรียนซ้ำชั้น เขาไม่มีทางเป็นนักศึกษาอย่างปีหนึ่งแน่นอน เพราะขนาดสัมผัสผ่านอากาศ เขาก็ยังรับรู้ได้ถึงคลื่นพลังเวทที่น่าสะพรึงกลัวจนเก็บซ่อนไว้ไม่อยู่จากตัวโคลอิกซ์ มันดูน่ากลัวยิ่งกว่าพวกเอลฟ์หรือเผ่าปีศาจเสียอีก
“จริงๆ แล้วโคลอิกซ์เป็นนักศึกษาที่เรียนดีและนิสัยดีมากเลยนะเมี๊ยว แต่เขาไม่เคยพิชิตโลกเงาได้สำเร็จเลย ก็เลยเรียนไม่จบจากวิทยาลัยจอมเวทเสียที ถ้าปีนี้เขายังผ่านไม่ได้อีก เขาอาจจะต้องย้ายไปอยู่วิทยาลัยเล่นแร่แปรธาตุแทนเมี๊ยว”
“เป็นไปได้ไง คนระดับเขาเนี่ยนะจะผ่านดันเจี้ยนไม่ได้?”
ต่อให้โคลอิกซ์จะทำดาเมจไม่ได้เลย แต่ถ้าพกการ์ดเวทมนตร์สายสนับสนุนไปทำหน้าที่เป็นคุณพ่อนักฮีล สเตตัสเขาก็ถือว่าทะลุปรอทไปไกลแล้ว พรจากทวยเทพที่โคลอิกซ์มีอยู่ แม้จะไม่ใช่พรด้านบวกแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่มันก็ไม่ใช่พรที่เลวร้ายอะไร สาเหตุที่ทำให้เขาพิชิตโลกเงาไม่ได้ย่อมไม่ใช่เพราะพรนั่นแน่ๆ
“......”
อาจารย์แมวเงียบไปครู่หนึ่ง
“นอกจากพรจากทวยเทพแล้ว ในตัวโคลอิกซ์ยังมีคำสาปจากทวยเทพอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่อาจขัดขืนหรือถอนคำสาปได้เลยเมี๊ยว”
ดันเต้ขมวดคิ้ว
“คำสาปอะไร?”
สิ่งที่ทำให้โคลอิกซ์พิชิตโลกเงาไม่ได้จริงๆ คงจะเป็นคำสาปนี้สินะ
“เขาถูกสาปให้ ต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางหายนะไปตลอดชีวิต นอกจากดวงของเขาจะกุดแบบสุดๆ แล้ว เขายังมีดวงพิฆาตพวกพ้องอีกด้วยเมี๊ยว”
“โลกเงาที่มีเขาอยู่ด้วย ระดับความยากจะพุ่งสูงปรี๊ดขึ้นมาทันที หากเข้าใจง่ายๆ ก็คือ ถึงแม้เขาจะอยู่ในระดับ 6 แต่ตอนจับคู่ ระบบโลกเงาจะคำนวณเหมือนว่าเขาเป็นระดับ 7 เมี๊ยว”
“เพราะงั้นพวกนักศึกษาเลยเรียกเขาว่า......เครื่องจักรทำทีมแตก”
อาจารย์แมวอธิบาย
คำพูดนี้ทำให้ดันเต้จมดิ่งลงในความคิด เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมโคลอิกซ์ถึงได้ดูอมทุกข์ขนาดนั้น ตอนที่ไปพิชิตโลกเงาในอดีต จะต้องเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นแน่ๆ คงจะเป็นการพาเพื่อนร่วมทีมเข้าไปในโลกเงาที่มีระดับความยากสูงกว่าปกติ แล้วพอความยากมันเกินเพดานบินก็เลยพากันคว่ำ และเพื่อจะช่วยชีวิตเพื่อนร่วมทีมไว้ให้ได้ เขาคงต้องยอมทุ่มสุดตัวเพื่อฮีลเพื่อนๆ ซึ่งวิธีการฮีลแบบเขาน่ะ ต่อให้เพื่อนจะรอดตายมาได้ แต่ก็คงหนีไม่พ้นต้องทรมานเหมือนตายทั้งเป็นอยู่ดี
“มิน่าล่ะ โคลอิกซ์ถึงได้ปฏิเสธที่จะปาร์ตี้กับพวกเราอย่างหัวชนฝาแบบนั้น......”
ดันเต้พึมพำ
โคลอิกซ์ไม่ได้รังเกียจที่ดันเต้มีความคิดที่ดูผิดมนุษย์มนาหรอก แต่เขากลัวว่าจะทำให้ดันเต้กับโคนีเลียต้องมาดวงกุดตายไปเพราะเขาต่างหาก ต่อให้ในอนาคตเขากับโคนีเลียจะถึงระดับ 4 แล้ว แต่ถ้าปาร์ตี้กับโคลอิกซ์เมื่อไหร่ มีหวังโดนลากเข้าโลกเงาระดับ 6 ชัวร์ๆ
“กะแล้วเชียว เพื่อนร่วมทีมที่เก่งเว่อร์ๆ มักจะมาพร้อมกับความเสี่ยงอันใหญ่หลวงเสมอ แต่เขาก็ดูถูกผมกับโคนีเลียเกินไปหน่อยนะ”
เมื่อดันเต้ลองคิดดูดีๆ แล้ว เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าโคลอิกซ์เป็นเพื่อนร่วมทีมที่น่าสนใจมาก การไปพิชิตโลกเงาข้ามระดับหนึ่งขั้นกับโคนีเลียสำหรับเขาก็เหมือน โหมดพักผ่อน ถ้าข้ามสองขั้นก็น่าจะเป็น โหมดปกติ ต่อให้ไม่ร่วมปาร์ตี้กับโคลอิกซ์ ถ้าดวงซวยจริงๆ ก็อาจจะโดนลากเข้าดันเจี้ยนระดับมหาโหดได้อยู่ดี สู้พกพนักงานสอบสวนเอ๊ย! คุณพ่อนักฮีลที่แกร่งสุดๆ แบบนี้ไปด้วยไม่ดีกว่าเหรอ
ถ้าในโรงเรียนปีศาจมีโคลอิกซ์อยู่ด้วยล่ะก็ เรื่องมันต้องสนุกขึ้นมากแน่ๆ เผลอๆ เขาอาจจะสามารถล่ามโซ่บารอนแบเชล แล้วลากถูลู่ถูกังไปเก็บความคืบหน้าในการสำรวจให้ทั่วโรงเรียนเลยก็ได้ แต่น่าเสียดายที่เจ้าบารอนแบเชลไม่ได้เจอ เทพบุตร อย่างโคลอิกซ์ ชิงมอดไหม้หายไปซะก่อน
“ในเมื่อรู้สาเหตุที่เขาปฏิเสธแล้ว คราวนี้ก็จัดการง่ายขึ้นเยอะ”
การจะดึงสมาชิกใหม่เข้าร่วมทีม เขาก็ต้องถามความเห็นโคนีเลียก่อนเช่นกัน แต่ก็นะ เธอต้องตกลงอยู่แล้วล่ะ ใครจะไปปฏิเสธคนดีศรีสังคมขนาดนี้ แล้วไม่ยอมให้เข้าทีมจิตใจอันงดงามได้ลงคอกัน
ดันเต้ตัดสินใจว่า วันจันทร์หน้าหลังเลิกเรียนเขาจะพาโคนีเลียไปช่วยเกลี้ยกล่อมโคลอิกซ์ด้วยกัน
ในขณะที่ดันเต้กำลังใช้ความคิดอยู่นั้น อาจารย์แมวก็ปีนขึ้นมาบนไหล่ของเขาแล้วตะโกนข้างหูว่า
“เอาไอ้ยานั่นมาให้ข้าได้แล้ว เมี๊ยว!”
“ตอนนี้เราถือว่าหายกันแล้วนะ ถ้าอยากได้ยาอีก แกก็ต้องเอาของที่มีมูลค่าเท่ากันมาแลก”
“เจ้าว่ามาเลย เจ้าต้องการอะไรเมี๊ยว”
“แกไปให้โคนีเลียฟัดซักยกสิ”
“ยัยเด็กสาวผมแดงคนนั้นน่ะเหรอเมี๊ยว?”
“อือฮึ”
“ไม่มีทาง! ไม่มีทางเด็ดขาดเมี๊ยว!”
“งั้นก็ไม่ต้องคุยกัน”
“เมี๊ยววว!”
อาจารย์แมวนอนดิ้นพราดๆ อยู่บนพื้น ดูท่าทางจะหงุดหงิดสุดๆ ต่อให้ดันเต้จะขูดรีดมันยังไง ก็ยังดีกว่ายื่นข้อเสนอที่เหมือนจะเอาชีวิตมันแบบนี้
ทันใดนั้นมันก็เหมือนจะนึกอะไรออก จึงพลิกตัวกลับมามองดันเต้แล้วถามว่า
“ถ้าข้าให้การ์ดเวทแปลงกายแมวภูติกับเจ้าล่ะ เป็นไงเมี๊ยว?”