เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 ผีจอมตะกละ

บทที่ 10 ผีจอมตะกละ

บทที่ 10 ผีจอมตะกละ


ฟิ้ว—

พร้อมกับเสียงตวาดก้อง คือแสงรุ้งเจิดจรัสกลางเวหา แสงสว่างจ้าสาดส่องไปทั่วทุกสารทิศ ทำให้รัศมีหลายร้อยเมตรสว่างไสวราวกับตอนกลางวันในพริบตา ตามมาด้วยเสียงฟ้าร้องดังกึกก้องกัมปนาท!

ท้ายที่สุดก็มีเงาร่างสายหนึ่งร่อนลงมาจากท่ามกลางสายฟ้าและเสียงคำราม สวมชุดขาวสะอาดตา ลอยละล่องลงมาอย่างสง่างาม

"ฉีเตี่ยนแห่งสำนักเคียงนทีอยู่ที่นี่แล้ว ผู้ใดกล้ากำเริบเสิบสาน?"

เปรี้ยง!

เสียงฟ้าผ่าดังกึกก้อง ฉีเตี่ยนปรากฏตัวอย่างอลังการ

"โคตรเท่เลย" เยว่เหวินที่อยู่เบื้องล่างเห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา สมกับเป็นศิษย์สำนักเซียนจริงๆ

แค่พลังเสียงตอนเปิดตัวก็ไม่ใช่สิ่งที่ผู้บำเพ็ญเพียรอิสระอย่างพวกเขาจะเทียบติดแล้ว

ชายชุดดำเห็นฉีเตี่ยนเหาะเหินมาพร้อมกับแสงสีเสียงอันตระการตาจนตาลาย ในแววตาปรากฏความหวาดหวั่นขึ้นวูบหนึ่ง เขาชักธงใหญ่ที่ปักอยู่บนพื้นขึ้นมาทันที แล้วสะบัดฟาดกลางอากาศ!

ฟุบ—

ธงใหญ่พัดพาเอาลมหยินขุ่นมัวให้ม้วนตัวขึ้น กลายเป็นสายผ้าสีดำ พุ่งทะลวงอากาศเข้าโจมตีฉีเตี่ยน

เห็นเพียงฉีเตี่ยนที่อยู่กลางอากาศพลิกฝ่ามือดึงกระบี่ยาวออกมา ประกายแสงเย็นเยียบวาววับ แค่เห็นก็รู้ว่าไม่น่าใช่ของธรรมดา เขากระตุ้นพลังให้เกิดปราณกระบี่ยาวสามฉื่อ หมายจะฟันสายลมหยินนั้นให้ขาดสะบั้น!

ตูม!

ปราณกระบี่ปะทะเข้ากับลมหยิน จู่ๆ ก็สั่นสะท้านแล้วแตกกระจาย ลมหยินระเบิดออกเป็นกลุ่มหมอกสีดำในทันที ฉีเตี่ยนไม่พูดพร่ำทำเพลง ถูกซัดจนร่วงลงกระแทกพื้น หงายหลังสลบเหมือดไปตรงนั้น

ปรากฏตัวได้ไม่ถึงสามวินาที

ฉีเตี่ยนก็ลงไปนอนวัดพื้นซะแล้ว

"ที่แท้ก็มีดีแค่เสียงเรอะ?" เยว่เหวินยกมือปิดหน้า

แม้สถานการณ์เมื่อครู่จะชุลมุนวุ่นวาย แต่เขามีพลังบำเพ็ญเพียรหนุนนำ ย่อมมองเห็นได้อย่างชัดเจน

ลมหยินที่ชายชุดดำพัดออกมาแฝงไปด้วยการโจมตีทางจิตใจที่ปั่นป่วน แม้ปราณกระบี่ของฉีเตี่ยนจะคมกริบ แต่พอสัมผัสกับกลุ่มลมหยินนั้น กลับทำให้สูญเสียการควบคุมพลังไปทันที จิตใจขุ่นมัว ปราณกระบี่แตกซ่าน พลังปราณไม่มั่นคง จึงโดนสอยร่วงลงมาในทีเดียว

สติสัมปชัญญะดับวูบไป

"บัดซบ" แม้แต่ชายชุดดำเองก็ยังแอบตกใจ สบถด่าออกมาประโยคหนึ่ง "ที่แท้ก็ไอ้กระจอก"

ตอนเห็นอีกฝ่ายบุกเข้ามาอย่างดุดัน เขาก็แอบหวั่นใจอยู่เหมือนกัน สุสานฝั่งตะวันออกแห่งนี้ปกติแล้วจะมีผู้ฝึกตนมาคุมสถานการณ์ที่ไหนกัน? เขาเกือบคิดว่าเป็นคนของสำนักงานปราบปรามความผิดปกติที่ตั้งใจมาซุ่มโจมตีซะอีก

นี่อะไร มีฝีมือแค่นี้ เอ็งจะเปิดตัวซะอลังการงานสร้างหาพระแสงทำไม?

ชายชุดดำยกมือขึ้นอีกครั้ง เข็มเหล็กสีดำสี่เล่มพุ่งทะลวงอากาศออกไป แทงทะลุแขนขาทั้งสี่ของฉีเตี่ยน ตรึงร่างของเขาไว้กับพื้น กลายเป็นการผนึกชั่วคราว

"หึ" เขาแค่นหัวเราะอย่างดุร้าย "ในเมื่อเป็นศิษย์สำนักเซียน งั้นก็ยังไม่ต้องรีบฆ่าแก สำนักเคียงนทีถึงจะไม่ใช่สำนักใหญ่โตอะไร แต่ก็สร้างฐานอำนาจในเมืองเจียงเฉิงมาหลายปี น่าจะมีสมบัติอยู่ไม่น้อย จับแกไปเรียกค่าไถ่ แล้วค่อยรีดเอาวิชาอาคมและของวิเศษของแกออกมาให้หมด ท้ายที่สุดค่อยเอาไปหลอมเป็นหุ่นศพ ถึงจะถือว่าใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า ฮี่ฮี่ฮี่ฮี่..."

เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะอันชั่วร้ายของอีกฝ่าย เยว่เหวินก็พอจะเดาที่มาที่ไปของคนผู้นี้ได้แล้ว

เมื่อครู่ฉีเตี่ยนโผล่มาก็เรียกอีกฝ่ายว่าผู้ฝึกตนสายมาร วิชาอาคมที่ใช้ก็เป็นจำพวกปลุกศพ สะกดวิญญาณ ประกอบกับสไตล์การทำงานแล้ว ยิ่งไม่ต้องสงสัยเลย

ผู้ฝึกตนสายมารในความหมายของฝ่ายธรรมะแบ่งออกเป็นสองประเภท ประเภทแรกคือผู้ที่มีพรสวรรค์ในการฝึกตน แต่เพื่อไขว่คว้าพลังที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น จึงเลือกฝึกเคล็ดวิชาชั่วร้ายที่ทำร้ายผู้อื่น ส่วนอีกประเภทคือผู้ที่ไร้พรสวรรค์ แต่ยอมจ่ายค่าตอบแทนบางอย่างเพื่อให้ได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางการฝึกตน ซึ่งมักจะต้องแลกด้วยการถลำลึกเข้าสู่วิถีมาร

ไม่ว่าจะเป็นประเภทไหน ต่างก็เป็นที่ยอมรับไม่ได้ในสังคมอันสงบสุข

คนพวกนี้ต่างก็เป็นพวกเดนตายที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อบรรลุเป้าหมาย

ชายชุดดำน่าจะจัดอยู่ในประเภทแรก แม้วิธีการของเขาจะดูชั่วร้ายและมืดมน แต่โดยรวมแล้วยังคงมีรูปร่างหน้าตาเหมือนมนุษย์ปกติ

ผู้ฝึกตนสายมารแบบนี้แน่นอนว่าต้องหลบซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ทำได้เพียงรับงานในโลกใต้ดินเพื่อหาเลี้ยงชีพ วันนี้น่าจะรับหน้าที่มาปลุกศพที่นี่ เพื่อตามหา "จางเหว่ย" ที่นายจ้างต้องการ

ตอนนี้เยว่เหวินกำลังคิดหาวิธีว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี

ถ้าเขาเลือกที่จะซุ่มดูเงียบๆ ต่อไป หากชายชุดดำทำภารกิจเสร็จคงจะพาตัวฉีเตี่ยนจากไป การซ่อนตัวจนถึงท้ายที่สุดอาจจะปลอดภัยสำหรับเขา แต่ฉีเตี่ยนต้องตกอยู่ในอันตรายแน่ๆ

แต่ถ้าเขาเผยตัวออกไปสู้กับชายชุดดำ ก็ไม่มีความมั่นใจว่าจะชนะได้ชัวร์ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะที่ผ่านมาเขาไม่เคยประมือกับผู้ฝึกตนสายมารมาก่อน และเขาไม่รู้ทั้งระดับพลังกับลูกไม้ของอีกฝ่าย

ถ้าแอบโทรแจ้งสำนักงานปราบปรามความผิดปกติ นอกจากจะมีโอกาสถูกจับได้สูงแล้ว กว่าคนของสำนักงานปราบปรามจะมาถึงก็ต้องใช้เวลาพักใหญ่

ภายหลังครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สายตาของเขาก็มองไปที่ศพใส่กางเกงเอี๊ยมที่ยืนอยู่ข้างหน้า ดวงตาของเยว่เหวินพลันเกิดประกาย นึกแผนการบางอย่างขึ้นมาได้

...

ชายชุดดำผนึกวิญญาณฉีเตี่ยนไว้ชั่วคราว เพื่อไม่ให้เขาฟื้นขึ้นมาอีก จากนั้นจึงหันกลับมามองฝูงศพตรงหน้า

เพราะภารกิจหลักยังไม่เสร็จสิ้น

ต่อให้เป็นผู้ฝึกตนสายมารที่ทำอะไรตามอำเภอใจ แต่เมื่อรับงานมาแล้วก็ต้องทำให้สำเร็จ ไม่อย่างนั้นหากสูญเสียความน่าเชื่อถือ ก็จะสูญเสียการสนับสนุนจากขุมกำลังใต้ดิน พวกเขาไม่สามารถอยู่รอดได้ด้วยช่องทางปกติ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องการฝึกตน

ดังนั้นในบางเรื่อง ผู้ฝึกตนสายมารจึงเคร่งครัดในกฎเกณฑ์ยิ่งกว่าผู้ฝึกตนฝ่ายธรรมะเสียอีก

เขาส่งข้อความเสียงไปหาอีกฝ่ายอีกครั้ง "เมื่อกี้มีผู้ฝึกตนฝ่ายธรรมะมาขัดขวาง แต่โดนจัดการไปแล้ว มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับเป้าหมายอีก ส่งมาให้หมดเลย"

อีกฝ่ายส่งข้อความยาวเหยียดกลับมาอย่างรวดเร็ว ทั้งหมดเป็นข้อมูลเกี่ยวกับ "จางเหว่ย"

จากนั้นอีกฝ่ายยังพิมพ์เพิ่มมาอีกประโยค "หวังว่านายจะทำเวลาหน่อยนะ ความอดทนของฉันมีจำกัด"

"วางใจได้เลยครับเถ้าแก่" ชายชุดดำรับปากอย่างมั่นใจ "มีข้อมูลเยอะขนาดนี้ ถ้าผมยังหาเป้าหมายไม่เจออีก ยอมกินขี้เลยเอ้า!"

เขาเก็บมือถือ มองไปยังร่างทั้งห้าที่ยืนอยู่เบื้องหน้าด้วยความมั่นใจ ก่อนจะเอ่ย "จางเหว่ย ไอ้คนโสดตั้งแต่เกิด ที่จบจากวิทยาลัยเทคนิคเจียงเฉิง ตอนฝึกทหารเมาแอ๋ไปฉี่ประจานตัวเองหน้าหอพักหญิง แถมยังตะโกนบอกว่าจะโชว์อาวุธให้ทุกคนดู เคยส่งปลาร้าสวีเดนไปสารภาพรักกับผู้หญิงที่ชอบ ถ่ายรูปตัวเองใส่ถุงน่องในหอพักเอาไปขายในเน็ต ปรากฏว่าคนซื้อคือเพื่อนร่วมห้อง จบมาทำงานที่ร้านขายของเก่า ก่อนตายฉวยโอกาสตอนทำงานล่วงเวลาแอบขโมยของสำคัญชิ้นหนึ่งของร้านไป... ก้าวออกมาเดี๋ยวนี้!"

พูดจบ เขาก็เผยรอยยิ้มอย่างมั่นใจ มองดูศพทั้งห้าที่กำลังกระสับกระส่าย รอเพียงเป้าหมายเดินออกมาเอง

เนื่องจากเดินก้าวมาข้างหน้าหลายก้าวติดต่อกันแล้ว ศพเหล่านี้จึงมาถึงตีนเนินเขา และอยู่ใกล้เขามาก เขาสามารถมองเห็นใบหน้าที่เละเทะของศพเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน ราวกับยังคงหลงเหลือความดิ้นรนและความเจ็บปวดก่อนตายเอาไว้ นั่นคือสีหน้าที่เขาชอบดูมากที่สุด...

ตึก ตึก

รอยยิ้มของเขาอยู่ได้ไม่นาน ก็เห็นศพสองศพก้าวเท้าออกมาข้างหน้าพร้อมกันก้าวใหญ่

"..."

ความเงียบเข้าปกคลุม

ลมหยินพัดพาใบไม้ร่วงหล่นผ่านเนินเขา ชายชุดดำอ้าปากค้างมองไปเบื้องหน้า ยืนนิ่งอึ้งพูดไม่ออก

ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลยจริงๆ

หา—?

ผ่านไปพักใหญ่ เขาถึงได้พูดตะกุกตะกักออกมา "ประวัติแบบนี้ก็ยังอุตส่าห์มีซ้ำกันอีกเหรอ?"

ยอดมนุษย์แบบนี้ บนโลกนี้มีถึงสองคนได้ยังไง?

แถมยังชื่อจางเหว่ยเหมือนกัน แล้วยังถูกฝังอยู่ที่นี่เหมือนกันอีก... เขาเริ่มสงสัยแล้วว่าตัวเองเรียนวิชาปลุกศพมาผิดหรือเปล่า?

มันจะแปลกประหลาดเกินไปแล้ว!

โชคดีที่มีแค่สองศพ จะขนกลับไปให้นายจ้างทั้งคู่เลยก็ได้ เพียงแต่พอนึกถึงคำพูดโอ้อวดของตัวเองเมื่อครู่ ชายชุดดำเริ่มแอบหวั่นใจเล็กน้อย

นายจ้างคงไม่คิดว่าเขาเป็นพวกอยากกินขี้หรอกใช่ไหม?

"เอ๊ะ?" ชายชุดดำที่กำลังสงสัย กวาดสายตามองศพทั้งสองศพไปมา ก่อนจะขมวดคิ้วอย่างกะทันหัน

ศพหนึ่งสวมกางเกงเอี๊ยม ไว้ผมแสกกลาง มองหน้าไม่ชัด ส่วนอีกศพหนึ่งเสื้อผ้าค่อนข้างสะอาดสะอ้าน ก้มหน้าจนมองไม่เห็นหน้า ดูจากโครงร่างคร่าวๆ น่าจะเป็นคนหล่อ

บุคลิกก็ดูสง่างามกว่าศพอื่นๆ ด้วย

ดูโดดเด่นขึ้นมานิดหน่อย

เขาจ้องมองศพรูปงามที่ยืนเด่นเป็นสง่าท่ามกลางฝูงศพ พลางเอ่ยด้วยความลังเลเล็กน้อย "เมื่อกี้มีศพนี้ด้วยเหรอ?"

ระหว่างที่เขากำลังครุ่นคิด จู่ๆ "ศพ" ร่างนั้นก็เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาคิ้วเข้มตาโต ส่งยิ้มกวนๆ ให้เขา "ความจำนายดีนี่นา"

"คนเป็น?!" ชายชุดดำสะดุ้งสุดตัว เตรียมจะกระโดดถอยหลัง

เล่นกับศพมาครึ่งค่อนชีวิต นี่เป็นครั้งแรกที่เขาถูกศพทำให้ตกใจกลัว

แต่ก็สายเกินไปแล้ว

ศพรูปงามที่ปลอมตัวมาก็คือเยว่เหวินนั่นเอง เขากังวลว่าหากออกไปช่วยฉีเตี่ยนซึ่งๆ หน้าอาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ จึงแอบแฝงตัวเข้าไปอยู่ในกลุ่ม "จางเหว่ย" เหล่านั้น

อาศัยจังหวะที่ก้าวไปข้างหน้า ร่นระยะห่างกับชายชุดดำ

และตอนนี้ ก็คือช่วงเวลาแห่งการจู่โจม!

วิชาควบคุมกระบี่!

แสงเย็นเยียบพุ่งทะยานออกจากข้อมือของเยว่เหวินในชั่วพริบตา ปราณกระบี่พุ่งเร็วดั่งโฮ่วอี้ยิงธนูดับตะวัน รวดเร็วจนเหลือเชื่อ! หากระยะห่างมากกว่านี้ ชายชุดดำอาจจะยังมีโอกาสหลบเลี่ยงได้ แต่ระยะห่างของพวกเขาสองคนตอนนี้ เหลือไม่ถึงเจ็ดก้าวด้วยซ้ำ

เกินเจ็ดก้าว กระบี่บินแค่รวดเร็ว

แต่ในระยะเจ็ดก้าว กระบี่บินทั้งเร็วทั้งแม่น!

ฉัวะ—

จบบทที่ บทที่ 10 ผีจอมตะกละ

คัดลอกลิงก์แล้ว