เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 คุณปู่ไว้ชีวิตด้วย

บทที่ 5 คุณปู่ไว้ชีวิตด้วย

บทที่ 5 คุณปู่ไว้ชีวิตด้วย


ขณะที่เยว่เหวินใช้กระจกส่องปีศาจอยู่นั้น กลุ่มดวงไฟผีก็ได้กลิ่นของคนเป็น เปลวไฟลุกโชนขึ้นมาดังพรึ่บ ก่อนจะพุ่งเข้าชนอย่างแรง

เยว่เหวินเรียกกำไลกระบี่เหินออกมาในชั่วพริบตา กระชับกระบี่ในมือแล้วตวัดฟาดฟันกลางอากาศ

ฉัวะ—

ปราณกระบี่ฟาดฟันกลุ่มดวงไฟผีจนดับมอดจากระยะห่างหลายเมตร เศษเปลือกโคมไฟที่ถูกฟันขาดสองชิ้นร่วงลงพื้น

"เจ้าตัวเล็กพวกนี้สงสัยต้องฆ่าสักสิบกว่าตัวถึงจะได้เงินสะกดสิ่งชั่วร้ายสักเหรียญ" เยว่เหวินลองสัมผัสดูคร่าวๆ แล้วเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ "เน้นปริมาณเข้าสู้ก็แล้วกัน"

พูดจบเขาก็เดินทอดน่องไปข้างหน้าต่อ

ทางฝั่งป่ามีดวงไฟผีลอยออกมาอยู่เรื่อยๆ ดูออกเลยว่าสุสานแห่งนี้ปล่อยสะสมไว้นานมากจริงๆ ถึงเพิ่งจะจ้างคนมาจัดการสักครั้ง

โชคดีที่พวกปีศาจโคมไฟมีสัญชาตญาณหวงถิ่น พวกมันจะรักษาระยะห่างระหว่างกันพอสมควร ต่อให้มีเยอะแค่ไหนก็ไม่แห่เข้ามารุมล้อม จึงไม่มีทางสร้างความลำบากอะไรให้เยว่เหวินได้อย่างแน่นอน

เมื่อต้องสู้แบบตัวต่อตัวกับปีศาจโคมไฟ สำหรับเขาถือคติที่ว่ายิ่งเยอะยิ่งดี

ผ่านไปทางไหน ก็ราบคาบไร้ผู้ต่อต้าน

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมข้อกำหนดเรื่องตบะของฝ่ายบริหารสุสานถึงขอแค่ระดับที่สองก็พอ การรับมือกับปีศาจโคมไฟไม่จำเป็นต้องใช้วิชาอาคมวิเศษอะไรเลย คาดว่าแม้แต่ปีศาจโคมไฟเองก็คงนึกไม่ถึงว่า จะมีผู้ฝึกตนระดับที่สามขั้นปลายยอมสละเวลามาไล่ฟันพวกมันเยอะแยะขนาดนี้

นี่มันมาตบเด็กในบ่ออนุบาลชัดๆ!

ขณะที่เยว่เหวินกำลังฟาดฟันระบายความเครียดอย่างเมามัน ทันใดนั้นเขาก็มองเห็นกลิ่นอายที่แตกต่างออกไปจากกระจกส่องปีศาจ

ภายในพลังหยินสีเทาขมุกขมัวที่ลอยเป็นสาย จู่ๆ ก็มีควันสีแดงจางๆ ลอยปะปนเข้ามาหลายสาย

ไอปีศาจ?

เยว่เหวินตื่นตัวขึ้นมาทันที พวกฝันร้ายอาจจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในสุสาน แต่พวกปีศาจต้องมาจากข้างนอกอย่างแน่นอน

และต้องรับมืออย่างระมัดระวัง

เขากระโดดพริ้วขึ้นไปบนกิ่งไม้ ซ่อนเร้นกลิ่นอาย แล้วคอยจับตาดูแหล่งที่มาของไอปีศาจอย่างระแวดระวัง

จนกระทั่งมองเห็นเงาร่างลับๆ ล่อๆ สามสายเดินมาจากเบื้องหน้า

ผู้มาเยือนมีรูปร่างเหมือนมนุษย์ สวมใส่เสื้อผ้า แต่ผิวหนังที่โผล่พ้นออกมาปกคลุมด้วยขนอ่อนไม่มากก็น้อย บนหัวมีหูแมวงอกออกมา ส่วนด้านหลังก็มีหางยาวชี้ตั้ง

ปีศาจแมวที่ยังกลายร่างไม่สมบูรณ์สามตัว?

เยว่เหวินครุ่นคิดในใจ ไม่รู้ว่าพวกมันมาที่นี่ตอนดึกดื่นแบบนี้ด้วยจุดประสงค์อะไร

ตัวที่เดินนำหน้าสุดคือปีศาจแมวดำ ดูจากโครงหน้าแล้วเป็นชายหนุ่ม เดินไปสอดส่องรอบด้านไปพลาง คล้ายกับกำลังลาดตระเวนอาณาเขต

ข้างกายเขาคือปีศาจแมวขาวร่างอ้วนท้วน ท่าทางดูซื่อบื้อเล็กน้อย กำลังสะพายถุงใบใหญ่ แถมยังสวมแว่นกันแดดอีกด้วย

ด้านหลังปีศาจทั้งสองมีปีศาจแมวส้มรูปร่างอ้อนแอ้นปราดเปรียวเดินตามมา หน้าตาคล้ายเด็กสาวมนุษย์ เครื่องหน้างดงาม นัยน์ตาสีฟ้าอมน้ำเงิน แววตาดูหวาดหวั่นขณะก้าวเดิน

เมื่อเห็นว่ากำลังจะเดินพ้นเขตป่า แมวขาวอ้วนที่สวมแว่นกันแดดก็ล้วงของลักษณะคล้ายจานกลมออกมาจากอกเสื้อ ปากก็พึมพำท่องบ่น "ค้นหามังกรแยกทองคำมองขุนเขาพัวพัน หนึ่งขุนเขาคือหนึ่งด่าน..."

ขณะกำลังพึมพำอยู่นั้น แมวดำก็ยกมือขึ้นตบหลังหัวไปหนึ่งฉาด

เพียะ!

"นายทำบ้าอะไรเนี่ย?" แมวดำถาม

"ฉัน..." แมวขาวลูบหลังหัวอย่างน่าสงสาร เอ่ยเสียงอ่อย "ก็เห็นพวกโจรขุดสุสานเขาก็ทำแบบนี้กันทั้งนั้นนี่นา"

"มืดค่ำป่านนี้ยังใส่แว่นกันแดด นายเป็นแร็ปเปอร์หรือไง?" แมวดำปัดแว่นกันแดดของอีกฝ่ายออกไป กระทั่งปัดของในมือทิ้ง "แล้วนี่ไปงัดแผงหน้าปัดรถคันไหนมาเนี่ย?"

"ฉันก็แค่กลัวว่าจะเจอผีดิบนี่นา..." แมวขาวพูดไปพลางถอยหลังหนีไปพลาง

"ฉันว่านายนั่นแหละที่เหมือนผีดิบอ้วนตั๊บ!" แมวดำตบหัวเขาไปอีกฉาด "ใครบอกนายว่าพวกเรามาขุดสุสาน?"

"พวกเราไม่ได้มาขุดสุสานเหรอ?" แมวขาวเจ็บจนสูดปาก

"พวกเราแค่มาทำภารกิจของท่านประมุข ขุดหลุมศพที่นี่ แล้วเอาของข้างในกลับไปเท่านั้นแหละ!" แมวดำบอก

แมวขาวถามด้วยความงุนงง "นั่นมันก็ความหมายของคำว่าขุดสุสานชัดๆ ไม่ใช่เหรอ?"

"รีบไสหัวไปขุดหลุมศพได้แล้ว!" แมวดำเร่งเร้าอย่างอารมณ์เสีย

"นายเบาเสียงหน่อยสิ ถ้าคนเฝ้าสุสานตื่นขึ้นมาจะทำยังไง?" เด็กสาวแมวส้มที่อยู่ด้านหลังเอ่ยเตือนเสียงเบา

"กลัวอะไร?" แมวดำพูดอย่างโอหัง "คนเฝ้าสุสานในที่แบบนี้จะเก่งสักแค่ไหนเชียว? เดี๋ยวถ้ามีใครกล้ามาขวางพวกเรา ฉันจะต่อยให้มันร้องเรียกปู่จ๋าเลยคอยดู!"

...

[ปีศาจแมวที่ยังไม่โตเต็มวัย: พลังยังไม่มากพอที่จะกลายร่างได้อย่างสมบูรณ์ แต่ร่างกายแข็งแกร่ง เคลื่อนไหวปราดเปรียว แม้จะยังไม่บรรลุวิชาอาคม แต่ก็ต้องระวังเขี้ยวเล็บที่แหลมคมของมัน พลังต่อสู้เทียบเท่ากับคุณยายที่แข็งแรงดีหนึ่งร้อยคน]

เยว่เหวินใช้กระจกส่องปีศาจตรวจสอบพลังของปีศาจแมวทั้งสามตัวอีกครั้ง พบว่าอยู่ในขอบเขตที่กระจกส่องปีศาจสามารถสังเกตการณ์ได้ แถมแมวดำที่เก่งที่สุดก็มีพลังต่อสู้แค่ระดับร้อยคุณยายเท่านั้น เขาจึงเบาใจลงเล็กน้อย

เขาซุ่มตัวอยู่บนต้นไม้ต่อไป อยากดูว่าปีศาจตัวน้อยสามตัวนี้จะทำอะไรกันแน่

ตามหลักแล้วภารกิจของเขาคือจัดการสิ่งชั่วร้าย และปกติแล้วที่นี่จะมีแค่ปีศาจโคมไฟเท่านั้น แต่ถ้ามีตัวอื่นโผล่มา เขาก็ต้องรับผิดชอบด้วยเหมือนกัน

อย่างมากก็แค่ขอคิดเงินเพิ่มทีหลัง

ถ้าปีศาจน้อยพวกนี้ทำเรื่องเลวร้าย เยว่เหวินก็ไม่รังเกียจที่จะลงมือจัดการให้ฟรีๆ เพื่อสะสมเงินสะกดสิ่งชั่วร้ายให้มากขึ้น

เขามองเห็นปีศาจแมวทั้งสามตัวเดินไปที่บริเวณป้ายหลุมศพค่อนข้างใหม่ แมวดำพิจารณาดูครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ย "ศพใหม่ที่เพิ่งเข้ามาช่วงสองสามวันนี้ น่าจะฝังอยู่แถวนี้แหละ เริ่มขุดกันเลย"

ในถุงที่พวกมันเอามาด้วยมีจอบบรรจุอยู่ แมวดำและแมวขาวเริ่มลงมือขุดเจาะ เสียงดังตึงตังกระเทาะพื้นปูนซีเมนต์ เพื่อขุดเอาศพที่อยู่ข้างในออกมา

ส่วนเด็กสาวแมวส้มคอยดูลาดเลาอยู่ด้านข้าง มองดูรอบด้านด้วยความหวาดกลัว

ในฐานะที่เป็นปีศาจ สิ่งที่พวกมันกลัวย่อมไม่ใช่ศพหรือภูตผีปีศาจ แต่เป็นผู้ฝึกตนเผ่ามนุษย์ต่างหาก

ตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมือง พวกมันไม่เคยกล้าโผล่มาให้ใครเห็น เพราะกลัวว่าจะถูกผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งพบเข้า ยังไงซะก็ไม่มีกฎหมายข้อไหนมาคุ้มครองปีศาจน้อยผู้บริสุทธิ์ พวกมันเลยต้องใช้ชีวิตอย่างอกสั่นขวัญแขวนทุกวัน

แน่นอนว่าถึงจะเป็นแบบนี้ มันก็ยังดีกว่าชีวิตในเขตทุรกันดารด้านนอกตั้งมากมาย

แมวดำและแมวขาวออกแรงขุดเจาะหลุมศพติดกันสามหลุมรวด ทุกครั้งที่ขุดเปิดออก แมวดำจะตรวจสอบดูอย่างละเอียด พอพบว่าไม่ใช่เป้าหมายก็จะขุดหลุมต่อไป

เยว่เหวินเฝ้าดูอยู่พักหนึ่ง และยืนยันแน่ชัดแล้วว่าไม่มีปีศาจตัวอื่นอยู่รอบๆ จึงตัดสินใจลงมือ

ขืนปล่อยให้พวกมันขุดต่อไปแบบนี้ พรุ่งนี้สุสานคงเละเทะไปหมด เขาเองก็จะส่งมอบงานไม่ได้เหมือนกัน

เด็กสาวแมวส้มกำลังมองซ้ายมองขวา เยว่เหวินก็บินลงมาจอดด้านหลังเธอโดยตรง พลางเอ่ยถาม "เธอกำลังมองหาอะไรอยู่เหรอ?"

"ก็ต้อง..." แมวส้มตอบกลับตามสัญชาตญาณ ขณะเดียวกันก็หันขวับไปมอง ก่อนจะได้เห็นมนุษย์เกรดประกวดที่หน้าตาดีเยี่ยม ไร้ซึ่งไอปีศาจโดยสิ้นเชิง รูม่านตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงทันที "คนนี่นา—"

เยว่เหวินเงื้อมือขึ้นสับสันมือลงไป ฟาดเข้าที่หลังคอของเธอทีเดียว ทำให้แมวส้มตัวน้อยสลบเหมือดไป

แมวดำและแมวขาวทางฝั่งนั้นพอได้ยินเสียง ก็หันขวับมามองทันที

เมื่อพบว่าจู่ๆ ก็มีมนุษย์ปรากฏตัวขึ้น แถมยังทำให้เพื่อนของตัวเองสลบไป สีหน้าของแมวดำพลันเปลี่ยนเป็นดุร้ายขึ้นมาทันที หน้าตาถมึงทึง ย่อตัวลงต่ำแล้วขู่ฟ่อใส่เยว่เหวิน

ส่วนแมวขาวนั้นใจร้อนยิ่งกว่า เงื้อจอบในมือขึ้นแล้วพุ่งเข้าใส่ พร้อมตะโกนลั่น "ปล่อยเธอนะ!"

ในการรับมือกับปีศาจน้อยพวกนี้ เยว่เหวินไม่ได้ใช้วิชาควบคุมกระบี่ เพราะการทำแบบนั้นอาจทำให้อีกฝ่ายตายในดาบเดียวได้ง่ายๆ

เคล็ดวิชาที่ผู้ฝึกตนฝึกฝนนั้น โดยทั่วไปแบ่งออกเป็นสามประเภท ได้แก่ คัมภีร์ฝึกจิตบำเพ็ญเพียร เคล็ดวิชาวรยุทธ์ และวิชาอาคมวิเศษ

เมื่อเทียบกับวิชาอาคมวิเศษแล้ว เคล็ดวิชาวรยุทธ์นั้นเริ่มฝึกได้ง่ายกว่า ในช่วงที่ตบะยังอ่อนด้อย เยว่เหวินก็เคยซื้อเคล็ดวิชาวรยุทธ์มาวิชาหนึ่ง ชื่อว่า "ฝ่ามือมังกรล่องลอย"

เอามาใช้จัดการกับปีศาจน้อยพวกนี้ถือว่าเหลือเฟือ

เมื่อเผชิญหน้ากับแมวขาวที่เงื้อจอบพุ่งเข้ามา เยว่เหวินเคลื่อนไหวรวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด ก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว มือซ้ายปัดป้อง มือขวาสับลงไป ปัง!

ฝ่ามือสับเข้าที่คออย่างจังดั่งมังกรล่องลอย!

พลังฝ่ามือหนักหน่วงรุนแรง ต่อให้แมวขาวจะมีรูปร่างอ้วนท้วน ก็ยังถูกสับจนสลบเหมือดไปในทีเดียว

"ย๊าก!" ในขณะเดียวกัน แมวดำก็พุ่งพรวดเข้ามาอย่างดุดันและรวดเร็ว ร่างกายเคลื่อนไหวว่องไวจนแทบจะเห็นเป็นภาพติดตา!

ดูจากท่าทีที่พุ่งเข้ามาแล้ว ความแข็งแกร่งนั้นเหนือกว่าแมวขาวมากทีเดียว

เพียงแต่เมื่อเผชิญกับความห่างชั้นของระดับตบะที่มหาศาลก็ยังไม่คณามืออยู่ดี เยว่เหวินบิดเอว ชกหมัดกลับหลังออกไป กระแทกเข้าที่ใบหน้าของแมวดำอย่างจัง ราวกับว่าแมวดำเป็นฝ่ายวิ่งเอาหน้ามาชนหมัดของเขาเอง

ตึง—

หมัดนี้ชกแมวดำกระเด็นถอยหลังไปไกลกว่าห้าเมตร เลือดพุ่งกระฉูดออกจากรูจมูกทั้งสองข้างทันที!

แต่แมวดำตัวนี้ก็ใจเด็ด ไม่ร้องโอดโอยเลยสักคำ!

มันใช้หลังมือเช็ดเลือดกำเดาอย่างแรง จ้องเขม็งไปที่เยว่เหวิน นัยน์ตาสว่างวาบ ชูสองกรงเล็บขึ้นสูง ทันใดนั้นก็ดังตุบ!

คุกเข่าลงไปทั้งอย่างนั้น...

มันสไลด์เข่าลงอย่างรวดเร็วปานแสง แต่ยังคงเชิดหน้าขึ้นอย่างทะนงองอาจ สีหน้าดุดัน ปากตะโกนเสียงดังลั่น "ท่านปู่ไว้ชีวิตด้วย!"

จบบทที่ บทที่ 5 คุณปู่ไว้ชีวิตด้วย

คัดลอกลิงก์แล้ว