เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 ธุรกิจหลอมโอสถ

บทที่ 25 ธุรกิจหลอมโอสถ

บทที่ 25 ธุรกิจหลอมโอสถ


จิตใจคนยากหยั่งถึง

เขาเก็บต้นบุปผาเบญจรงค์ทั้งเก้าต้นบนพื้น ใส่ลงในตะกร้าดอกไม้ของตนเอง เดินผิวปากมุ่งหน้าไปยังห้องหลอมโอสถที่อยู่ติดกัน

ห้องหลอมโอสถสาธารณะเรียงรายเป็นทิวแถว อิฐสีเขียวครามกระเบื้องสีเข้มและกำแพงสีขาว ดูมีกลิ่นอายโบราณ เว้นระยะห่างเพื่อความปลอดภัยจากบริเวณโดยรอบหลายสิบจั้ง รอบด้านมีป้ายเตือน "เขตอันตราย โปรดอยู่ให้ห่าง" ปักไว้หลายป้าย ดูน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก

ทุกหนทุกแห่งเต็มไปด้วยควันไฟคละคลุ้ง เสียงระเบิดแสบแก้วหูดังขึ้นเป็นระยะ แล้วก็มีคนตัวดำเมี่ยมถูกแรงระเบิดซัดกระเด็นออกมาจากห้องหลายคน

หน่วยกู้ภัยด้านข้างเตรียมพร้อมไว้นานแล้ว สาดน้ำเย็นจัดลงไปตรงๆ เพื่อดับไฟก่อน จากนั้นหน่วยแพทย์ก็รีบตามเข้าไปประกบ พวกที่บาดเจ็บสาหัสก็ถูกหามขึ้นเปล วิ่งหน้าตั้งส่งไปยังโรงหมอ เห็นได้ชัดว่าการเคลื่อนไหวของหน่วยกู้ภัยเหล่านี้เชี่ยวชาญชำนาญการยิ่งนัก

มืออาชีพ!

ช่างเป็นมืออาชีพเสียเหลือเกิน!

การจัดการของห้องหลอมโอสถแห่งนี้ ต้องเป็นฝีมือของคนระดับมืออาชีพอย่างแน่นอน!

เถ้าแก่ของห้องหลอมโอสถเป็นศิษย์สายนอกคนหนึ่งของยอดเขาเทียนตู ไม่ค่อยกระตือรือร้นเรื่องการบำเพ็ญเพียรนัก แต่เรื่องหาเงินนั้นกระตือรือร้นสุดๆ วิ่งออกมารับแขกด้วยตัวเองเลยทีเดียว

"นายท่าน มาหลอมโอสถหรือขอรับ? ท่านดูสิ หน่วยกู้ภัยของข้าล้วนเป็นผู้บำเพ็ญเพียรธาตุน้ำระดับมืออาชีพทั้งสิ้น สามารถลดความเสี่ยงในการหลอมโอสถของท่านให้เหลือน้อยที่สุด รับรองว่าเป็นเตาหลอมโอสถที่ได้มาตรฐานที่สุดในเมืองต้าเหยาแล้ว"

เถ้าแก่ยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่ถือตัว ดูแล้วไม่เหมือนผู้บำเพ็ญเพียรเลยสักนิด ใบหน้าอวบอ้วนตุ้ยนุ้ยนั่น ดูเหมือนเศรษฐีที่ดินเสียมากกว่า

"คิดค่าบริการอย่างไร?" จางผิงอันใส่ใจเรื่องนี้มากที่สุด

"หนึ่งชั่วยามคิดแค่หนึ่งเหรียญเซียน ราคายุติธรรมแน่นอน พวกเราไม่หลอกลวงลูกค้าหรอกขอรับ!"

"หนึ่งเหรียญเซียนเชียวรึ? แพงไปหรือเปล่า? พวกท่านก็แค่ให้เช่าเตาหลอมโอสถเตาเดียว ต้องจ่ายแพงขนาดนี้เลยรึ?" จางผิงอันพอลองคำนวณดูก็ตกใจแทบตาย

หลอมโอสถสุ่มสี่สุ่มห้าก็ต้องใช้เวลาหลายชั่วยาม แป๊บเดียวก็หมดไปหลายเหรียญเซียนแล้ว แถมหลอมครั้งเดียวยังรับประกันไม่ได้ว่าจะสำเร็จ ดีไม่ดีอาจจะต้องหลอมใหม่ตั้งหลายครั้ง

หากหลอมโอสถเซียนระดับสูง ครั้งหนึ่งอาจจะต้องใช้เวลาตั้งหลายวันหลายคืน แบบนี้ไม่รวยเละไปเลยรึ?

"นายท่าน จะพูดเช่นนั้นก็ไม่ถูก ท่านอาจจะยังไม่ทราบ พวกเราไม่ได้แค่ให้เช่าห้องกับเตาหลอมโอสถเฉยๆ แต่ยังจัดเตรียมเด็กรับใช้เฝ้าเตา และเตรียมฟืนไม้ปราณไว้ให้พร้อมสรรพ เพื่อให้ท่านหลอมโอสถได้อย่างสบายใจ"

"ที่พวกเราขายไม่ใช่แค่ค่าเช่าสถานที่นะขอรับ แต่ยังมีบริการรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน อ้อจริงสิ ท่านเห็นผู้บำเพ็ญเพียรธาตุน้ำตั้งมากมายพวกนั้นไหม สามารถช่วยชีวิตคนได้จริงๆ นะ เตาหลอมโอสถระเบิดวันละหลายๆ รอบ นั่นถือเป็นเรื่องปกติ แล้วก็ห้องพวกนี้ ล้วนสร้างขึ้นตามมาตรฐานการป้องกันการระเบิดระดับเก้าเฉียนคุน รับรองว่าไม่มีทางถล่มลงมาแน่นอน..."

พอได้ฟังเถ้าแก่อธิบาย จางผิงอันก็อ้าปากค้าง

พลันรู้สึกว่ามันก็ไม่ได้แพงอะไรเลย

บริการทุกระดับประทับใจจริงๆ

"แต่ว่า ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองต้องใช้เวลาหลอมโอสถนานแค่ไหน..."

"ไม่เป็นไรขอรับ หากท่านต้องการหลอมโอสถ ก็เลือกห้องหลอมโอสถสักห้องแล้วเข้าไปหลอมได้เลย รอจนท่านหลอมโอสถเสร็จ ค่อยมาคำนวณเวลาแล้วค่อยจ่ายเงินทีหลังก็ได้ขอรับ" เถ้าแก่กล่าวด้วยรอยยิ้ม

"ท่านไม่กลัวว่าพอหลอมโอสถล้มเหลว แล้วเขาจะสะบัดตูดหนี ไม่จ่ายเงินให้ท่านหรือ?" จางผิงอันถามด้วยความแปลกใจ

"ฮ่าฮ่า ในเมืองต้าเหยา ยังไม่มีใครหน้าไหนกล้าเบี้ยวหนี้ข้าหรอกขอรับ..."

ในดวงตาของเจ้าอ้วนเตี้ยผู้นี้เปล่งประกายเจิดจ้า ถึงตอนนี้เขาถึงได้เผยให้เห็นความเฉียบขาดอันคมกริบออกมาให้เห็น

จริงด้วยสิ เขาเป็นถึงศิษย์สายนอกของยอดเขาเทียนตูเชียวนะ ยอดเขาเทียนตูคือสถานที่แบบไหนกัน นั่นคือยอดเขาหลักที่อยู่ภายใต้การดูแลโดยตรงของเจ้าสำนักกระบี่เจินอู่ เป็นยอดเขาอันดับหนึ่งในบรรดายอดเขาทั้งมวล

ยิ่งไปกว่านั้น เมืองต้าเหยาก็อยู่ภายใต้การปกครองของยอดเขาเทียนตู

เป็นถิ่นของเขาเอง ย่อมต้องมีความมั่นใจอยู่แล้ว

จางผิงอันประสานมือคารวะ "ถ้าอย่างนั้นรบกวนเถ้าแก่จัดห้องหลอมโอสถที่เงียบสงบให้ข้าสักห้อง ข้ากำลังจะหลอมโอสถพอดี"

"ได้เลยขอรับ เสี่ยวหง แขกมาแล้ว มารับแขกเร็วเข้า"

ผ่านไปไม่นาน เด็กสาวในชุดสีเขียวผู้หนึ่ง ก็เดินเข้ามาด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน พวงแก้มแดงระเรื่อ

เอ่อ?

จางผิงอันคาดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าเด็กรับใช้เฝ้าเตาจะเป็นผู้บำเพ็ญเพียรหญิง

"สวัสดีเจ้าค่ะนายท่าน ข้าจะพาท่านไปที่ห้องเดี๋ยวนี้เลยเจ้าค่ะ" ต่อหน้าเถ้าแก่ เสี่ยวหงแสดงท่าทีสุภาพเรียบร้อยมาก ราวกับกุลสตรีในตระกูลใหญ่

"เชิญเจ้าค่ะ!"

มองดูเอวคอดกิ่วของเสี่ยวหงที่เดินบิดไปบิดมาอยู่ด้านหน้า จางผิงอันก็ลนลานจนหัวใจเต้นระรัว

เสี่ยวหงเดินนำทาง พาจางผิงอันมาถึงห้องหลอมโอสถที่ยังว่างอยู่ นางตวัดมือเพียงครั้งเดียว เปลวไฟก็ปรากฏขึ้นจากใจกลางฝ่ามือ แล้วจุดเตาหลอมโอสถจนลุกโชน นี่คือการอุ่นเตา ต้องอุ่นเตาให้ร้อนเสียก่อน เพื่อกำจัดเศษซากที่หลงเหลือจากครั้งก่อนให้หมดจด

สามารถปลดปล่อยพลังปราณออกมาภายนอกได้ อย่างน้อยก็ต้องอยู่ระดับฝึกลมปราณขั้นสาม

เด็กรับใช้เฝ้าเตาหญิงผู้นี้ เป็นถึงผู้บำเพ็ญเพียรธาตุไฟระดับฝึกลมปราณขั้นสาม ระดับการบำเพ็ญเพียรแข็งแกร่งกว่าจางผิงอันเสียอีก ทำเอาจางผิงอันเหงื่อตกเลยทีเดียว

"นายท่าน ท่านเคยหลอมโอสถมาก่อนหรือไม่เจ้าคะ?" เสี่ยวหงเอ่ยถามเสียงเบา

"ไม่เคย นี่เป็นครั้งแรก" จางผิงอันตอบตามตรง

สีหน้าของเสี่ยวหงเปลี่ยนไปทันที "หา ถ้าอย่างนั้นท่านรอสักประเดี๋ยวนะเจ้าคะ เดี๋ยวข้ามา"

นางรีบร้อนเดินออกไป ผ่านไปครู่หนึ่ง ก็เดินกลับเข้ามาจากข้างนอก

จางผิงอันมองเสี่ยวหงด้วยความตกตะลึงจนตาค้าง นางสวมชุดเกราะหนาเตอะ ติดอาวุธครบมือ แถมยังสวมหมวกเกราะหน้าตาประหลาดอีกด้วย

ห่อหุ้มร่างกายมิดชิดไปทั้งตัว บริเวณดวงตามีเลนส์คริสตัลติดอยู่

"นี่คือชุดทำงานตามมาตรฐานของพวกเราเจ้าค่ะ!" เสี่ยวหงเห็นจางผิงอันทำหน้าตกตะลึง จึงเอ่ยอธิบาย

"ต้องถึงขนาดนี้เลยรึ?" จางผิงอันกลืนน้ำลายลงคอ

"ไม่ปิดบังท่านเลยนะเจ้าคะ ถ้าไม่ใช่เพราะเถ้าแก่ให้เงินดี งานเด็กรับใช้เฝ้าเตานี่ก็ไม่มีใครอยากทำหรอกเจ้าค่ะ มันอันตรายเกินไป โดยเฉพาะมือใหม่อย่างท่าน การหลอมโอสถครั้งแรก อัตราการระเบิดคือร้อยเปอร์เซ็นต์ ข้ายังไม่เคยเห็นใครหลอมสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรกเลยสักคน"

"ถ้าอย่างนั้นข้าจะลองดู..."

จางผิงอันไม่ยอมแพ้ รู้สึกว่าแก่นแท้การหลอมโอสถเบญจธาตุของตนนั้นแตกต่างจากคนทั่วไป ไม่แน่ว่าอาจจะสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรกเลยก็ได้

เสี่ยวหงก็ไม่พูดอะไร คนประเภทนี้นางเห็นมาเยอะแล้ว คิดว่าตัวเองเป็นยอดอัจฉริยะมาจากไหน พูดไปก็ไร้ประโยชน์ รอเดี๋ยวพอโดนระเบิดปางตาย ความจริงก็จะสอนให้เขารู้ซึ้งเอง

นางป้องกันตัวเองจนมิดชิด จากนั้นก็นำฟืนไม้ปราณมา

"เดี๋ยวสิ นี่มันไผ่เหมันต์รึ?" จางผิงอันพบว่าฟืนไม้ปราณที่เสี่ยวหงนำมา กลับกลายเป็นไผ่เหมันต์ จึงอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความสงสัยว่า "แถวเมืองต้าเหยามีป่าไผ่เหมันต์ด้วยรึ?"

"จะเป็นไปได้อย่างไร ไผ่เหมันต์เป็นของขึ้นชื่อของยอดเขาเทียนจูเชียวนะ ยอดเขาอื่นไม่มีหรอก ข้าจะบอกท่านให้นะ นี่เป็นของที่เถ้าแก่ของเราไปรับซื้อมาจากพวกศิษย์สายนอกของยอดเขาเทียนจู ในแต่ละเดือนต้องเสียเงินซื้อไปหลายร้อยเหรียญเซียนเลยทีเดียว" เสี่ยวหงอธิบาย

"หลายร้อยเหรียญเซียนเชียวรึ?"

"เดี๋ยวสิ... ไผ่เหมันต์ไม่ใช่วัตถุดิบที่ศิษย์สายนอกของยอดเขาเทียนจูเอาไว้ใช้ฝึกหลอมโอสถกันเองหรอกรึ? ทำไมถึงเอามาขายที่ตีนเขาได้ล่ะ?" จางผิงอันประหลาดใจเป็นอย่างมาก

"เอ๊ะ ท่านก็รู้เรื่องดีนี่นา? ยังรู้อีกว่านี่คือวัตถุดิบที่ศิษย์สายนอกของยอดเขาเทียนจูใช้หลอมโอสถ แต่ศิษย์สายนอกของยอดเขาเทียนจูมีกันอยู่แค่สามสิบกว่าคน แทบจะไม่มีใครตั้งใจหลอมโอสถกันเป็นจริงเป็นจังเลย เดือนๆ หนึ่งใช้ไผ่เหมันต์ไปไม่กี่ต้นหรอก พวกเขาเอาของพวกนี้มาขายที่เมืองต้าเหยา ก็ยังพอได้กำไรเล็กๆ น้อยๆ..."

บรรยากาศพลันเงียบสงัดลงอย่างกะทันหัน

จางผิงอันสงสัยว่า ไผ่เหมันต์พวกนี้ คงเป็นไผ่ที่ตัวเองเป็นคนตัดมาเมื่อตอนนั้นแน่ๆ

เสี่ยวหงหันมามองจางผิงอัน แล้วยิ้มกล่าวว่า "ท่านอย่าดูถูกไผ่เหมันต์ไปนะเจ้าคะ ฟืนที่ใช้หลอมโอสถ โดยปกติแล้วล้วนต้องการธาตุไม้ แต่ไผ่เหมันต์ชนิดนี้พิเศษมาก เป็นพืชที่มีทั้งธาตุน้ำและธาตุไม้ น้ำเกื้อหนุนไม้ ไม้เกื้อหนุนไฟ ดังนั้นไผ่เหมันต์จึงเผาไหม้ได้ยาวนานเป็นพิเศษ แถมยังไม่ลุกพรึบขึ้นมาอย่างรุนแรง ควบคุมอุณหภูมิได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งหัดหลอมโอสถเป็นที่สุด..."

"ไผ่เหมันต์หนึ่งต้นเต็มๆ สามารถเผาไหม้ได้นานถึงหนึ่งเดือน พวกเราล้วนเอามาตัดเป็นท่อนเล็กๆ เพื่อใช้งานเจ้าค่ะ"

เสี่ยวหงดูเป็นมืออาชีพมาก พูดจามีเหตุมีผลเป็นฉากๆ จางผิงอันจึงพยักหน้ารัวๆ

เขาหยิบบุปผาเบญจรงค์ทั้งเก้าดอกออกมาจากตะกร้า

เตรียมตัวหลอมโอสถ!

คงจะไม่ระเบิดหรอกมั้ง เขาคิดในใจ

……

...

จบบทที่ บทที่ 25 ธุรกิจหลอมโอสถ

คัดลอกลิงก์แล้ว