เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 ศิษย์พี่หญิงมาแล้ว

บทที่ 11 ศิษย์พี่หญิงมาแล้ว

บทที่ 11 ศิษย์พี่หญิงมาแล้ว


เขาวิ่งตามจางผิงอันไปที่ส้วม ด้วยระดับฝึกลมปราณขั้นสาม การเคลื่อนไหวของเขาย่อมปราดเปรียวกว่า แม้จะออกตัวทีหลังแต่กลับถึงก่อน ทำเอาจางผิงอันได้แต่ยืนงงเป็นไก่ตาแตก ทำได้เพียงรอให้เขาจัดการธุระจนสบายตัวแล้วถึงค่อยเข้าไป

บัดซบ!

เมื่อออกมาจากส้วม จางผิงอันก็กลับมาที่ห้องเฝ้าประตู ปัดกวาดขี้เถ้าจนสะอาดเอี่ยมอ่อง ทำงานทุกอย่างเสร็จสิ้นก็ปาเข้าไปพลบค่ำแล้ว

"ใช้ได้ สะอาดหมดจดดีมาก เจ้าไปพักผ่อนสักหน่อยเถอะ"

ตอนที่จางผิงอันทำงาน ชิงเฟิงก็ยืนเท้าสะเอวเดินตามตรวจตราไปมาอยู่ด้านหลัง ใช้นิ้วถูพื้นเพื่อดูให้แน่ใจว่าเขาทำความสะอาดได้หมดจดจริงๆ หรือไม่

จนกระทั่งแน่ใจว่าไร้ฝุ่นผงแม้แต่นิดเดียว

เมื่อได้ยินดังนั้น จางผิงอันถึงค่อยลุกขึ้นปาดเหงื่อ นั่งลงบนขั้นบันไดหน้าประตูเคียงข้างชิงเฟิง ทอดสายตามองดูดวงตะวันตกดินที่ขอบฟ้าซึ่งงดงามยิ่งนัก

"ท่านชิงเฟิง ท่านอยู่ระดับฝึกลมปราณขั้นสามแล้ว เช่นนั้นย่อมต้องมีวิชาอาคมหรืออิทธิฤทธิ์ติดตัวบ้างใช่หรือไม่ขอรับ?" จางผิงอันมองชิงเฟิงด้วยสีหน้าคาดหวัง

"ฮัดชิ้ว!" ชิงเฟิงจามออกมา เขานั่งอยู่บนขั้นบันไดที่สูงกว่าจางผิงอันสองขั้น ก้มหน้าลงมองด้วยสายตาเหยียดหยามพลางกล่าวว่า "เจ้าพูดจาเหลวไหลอันใด อิทธิฤทธิ์รึ? วิชาอาคมรึ? นี่ยังตื่นไม่เต็มตาหรืออย่างไร?"

"ข้าทำไม่เป็น!!"

เจ้านี่ช่างซื่อตรงดีแท้ ตอบกลับมาอย่างหนักแน่นเด็ดขาด

จางผิงอันประหลาดใจเป็นอย่างมาก "ท่านชิงเฟิง ท่านอยู่ระดับฝึกลมปราณขั้นสามแล้วไม่ใช่หรือขอรับ? เหตุใดจึงยังไม่มีอิทธิฤทธิ์อีกล่ะ?"

ชิงเฟิงมีสีหน้ารังเกียจ "เจ้าจะไปรู้อะไร ฝึกลมปราณขั้นสามก็เป็นแค่การฝึกฝนลมปราณแท้จริง จะไปมีอิทธิฤทธิ์อะไรได้ ก็แค่มีร่างกายแข็งแรงกว่าคนธรรมดาทั่วไป ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย มีพละกำลังมากกว่า แก่ช้ากว่า สภาพร่างกายทนทานกว่า ส่วนอิทธิฤทธิ์นั้นจำเป็นต้องเรียนรู้วิธีพลิกแพลงใช้ลมปราณแท้จริง ซึ่งก็ต้องใช้เคล็ดวิชาอีกแขนงหนึ่ง คัมภีร์เคล็ดวิชามันหามาได้ง่ายๆ เสียที่ไหนกัน?"

จางผิงอันเป็นคนฉลาดหลักแหลม ฟังปุ๊บก็เข้าใจปั๊บ

ที่แท้เคล็ดวิชาฝึกลมปราณก็จัดอยู่ในหมวดกำลังภายใน ช่วยยกระดับสภาพร่างกายและลมปราณแท้จริงเท่านั้น

ส่วนอิทธิฤทธิ์และวิชาอาคมจัดอยู่ในขอบเขตของกำลังภายนอก มิน่าเล่าบรรดาศิษย์สายนอกเหล่านี้ถึงต้องมาตามหาเคล็ดวิชากันทุกปี

หากฝึกเพียงลมปราณ ก็เป็นแค่การเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงและยืดอายุขัยก็เท่านั้น

"ข้าก็แค่แข็งแกร่งกว่าปุถุชนเพียงเล็กน้อยเท่านั้นแหละ!" ชิงเฟิงดูหงอยเหงาอยู่บ้าง เขาล้วงเอาหนังสือเล่มหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ "ข้าฝึกฝนตามวิชาฝึกลมปราณเล่มนี้มาตั้งหลายปี ก็บรรลุได้แค่ฝึกลมปราณขั้นสาม ไม่สามารถก้าวหน้าไปกว่านี้ได้อีกแล้ว ช่างน่าเวทนายิ่งนัก"

เมื่อมองดูคัมภีร์ฝึกลมปราณในมือของชิงเฟิง ในชั่วขณะหนึ่งจางผิงอันถึงกับเกิดจิตสังหารคิดจะฆ่าคนชิงสมบัติขึ้นมา

แต่มันก็คงอยู่เพียง 0.001 วินาทีแล้วก็มลายหายไป

สู้ไม่ได้!

ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้เขาลอบโจมตีจนชนะ ก็ไม่มีทางหนีรอดไปจากยอดเขาอวี้จูได้อยู่ดี

"ท่านผู้ดูแลตำรา เคล็ดวิชาของท่านนี้ สามารถหามาได้จากที่ใดหรือขอรับ?"

ใบหน้าของจางผิงอันแดงก่ำ

เพราะเขารู้ดีว่าคำถามที่ตนเองถามออกไปนั้นช่างโง่เขลาสิ้นดี

แต่เขายอมเป็นคนโง่เง่าเพื่อถามคำถามนี้ออกไป เวลาสิบเดือนมันยาวนานเกินไปจริงๆ อีกทั้งตัวเขาจะสามารถมีชีวิตรอดอยู่ที่นี่ไปได้ถึงสิบเดือนหรือไม่ก็ไม่อาจรู้ได้

ต้องบำเพ็ญเพียรและมีรากฐานลมปราณแท้จริงเสียก่อน สภาพร่างกายจึงจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด โอกาสที่จะถูกทุบตีจนตายก็จะลดน้อยลง

ยิ่งเริ่มบำเพ็ญเพียรเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น

ทว่าการบำเพ็ญเพียร... มันก็ต้องมีเคล็ดวิชาสำหรับบำเพ็ญเพียรก่อนสิ!

หากไม่มีเคล็ดวิชาเลยสักเล่ม จะไปบำเพ็ญเพียรบ้าบออะไรได้ เขาไม่ใช่ผู้ศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่เกิด ที่จะรู้วิธีบำเพ็ญเพียรมาตั้งแต่ลืมตาดูโลกเสียหน่อย

"ก๊ากฮ่าฮ่า...!" ชิงเฟิงพอได้ยินคำถามนี้ก็หัวเราะจนน้ำตาแทบเล็ด "เคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรหาไม่ยากหรอก เจ้าสามารถไปหาซื้อได้ที่ร้านค้าสายนอก ที่นั่นมีทั้งวิชาฝึกลมปราณเบื้องต้นสำหรับรากปราณทอง วิชาฝึกลมปราณเบื้องต้นสำหรับรากปราณน้ำ... ไปจนถึงวิชาฝึกลมปราณเบื้องต้นสำหรับรากปราณเบญจธาตุทั้งหมดก็มีครบถ้วน แต่เจ้าเป็นรากปราณว่างเปล่า ไร้พ่อไร้แม่ไร้เบื้องหลัง เป็นแค่ศิษย์รับใช้ ยังริอ่านจะบำเพ็ญเพียรอีกรึ?"

"หา?"

จางผิงอันเพิ่งจะรู้ว่า ที่แท้เคล็ดวิชาฝึกลมปราณก็มีการแบ่งแยกตามรากปราณด้วย ลองคิดดูแล้วก็สมเหตุสมผล การฝึกลมปราณก็คือการเสริมสร้างพลังพื้นฐานให้กับรากปราณนั่นเอง

การแยกบำเพ็ญเพียรตามรากปราณ ย่อมไม่มีอะไรผิดปกติ

"หรือว่า... จะไม่มีเคล็ดวิชาฝึกลมปราณสำหรับรากปราณว่างเปล่าเลยงั้นรึขอรับ?"

"ย่อมต้องมีอยู่แล้ว แต่รากปราณว่างเปล่ามันยุ่งยาก เบญจธาตุพัวพันกันยุ่งเหยิง การฝึกลมปราณจำเป็นต้องฝึกทั้งห้าธาตุไปพร้อมๆ กัน ต้องไปซื้อที่ร้านค้าสายในเท่านั้น แถมราคายังแพงหูฉี่... วิชาฝึกลมปราณเบื้องต้นสำหรับรากปราณว่างเปล่าเล่มหนึ่ง ปาเข้าไปตั้งห้าพันเหรียญเซียน! ห้าพันเหรียญเซียนเชียวนะ!"

จางผิงอันสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง

ห้าพันเหรียญเซียน?

สำหรับเขาแล้ว นี่มันตัวเลขมหาศาลทะลุฟ้าชัดๆ เป็นระดับความสูงที่ชาตินี้ทั้งชาติก็คงเอื้อมไม่ถึง

เหรียญเซียนเพียงหนึ่งเหรียญ หากนำไปใช้ในโลกมนุษย์ สามารถแลกเงินตราได้ถึงหนึ่งร้อยตำลึง!

ห้าพันเหรียญเซียน นั่นมันเป็นเงินเท่าไหร่กัน?

"ไม่ถูกสิขอรับ รากปราณสวรรค์ก็ต้องฝึกเบญจธาตุพร้อมกัน วิชาฝึกลมปราณเบื้องต้นสำหรับรากปราณสวรรค์ ก็แพงหูฉี่ขนาดนี้ด้วยหรือขอรับ?" จางผิงอันรู้สึกถึงความผิดปกติขึ้นมาทันที หากเคล็ดวิชาแพงขนาดนี้ แล้วคนที่มีรากปราณสวรรค์จะบำเพ็ญเพียรได้อย่างไร?

"ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้าทึ่มเอ๊ย รากปราณสวรรค์คือบุตรแห่งสวรรค์ พวกเขาบำเพ็ญเพียร ย่อมได้เคล็ดวิชาทุกอย่างมาฟรีๆ ไม่เพียงแต่ไม่ต้องเสียเงินเท่านั้น ในหนึ่งเดือนยังได้รับเงินอุดหนุนอีกหนึ่งพันเหรียญเซียนด้วย เจ้ากล้าเอาตัวเองไปเทียบกับรากปราณสวรรค์ได้อย่างไร?"

เด็กรับใช้หัวเราะเสียงดังลั่น เยาะเย้ยจางผิงอันที่ไม่เจียมกะลาหัวตัวเอง

หนังสือของพวกหัวกะทิ ไม่เคยต้องเสียเงินซื้อ แถมยังมีคนคอยประเคนให้ถึงที่

แต่ทว่า... หนังสือของพวกเหลือเดน กลับมีราคาแพงเป็นพิเศษเสมอ

……

...

"ไสหัวไป รีบกลับไปพักผ่อนได้แล้ว ตอนกลางคืนก็ฝันหวานเอาเถิด ในฝันอยากได้อะไรก็มีหมดนั่นแหละ!"

ชิงเฟิงสะบัดแขนเสื้อ หันหลังกลับไปพักผ่อน ทิ้งให้จางผิงอันนั่งทอดสายตามองดูดวงตะวันตกดินอยู่บนขั้นบันไดเพียงลำพัง

ใจของจางผิงอันไม่มีความตื่นเต้นตระหนกตกใจเลยแม้แต่น้อย

สิ่งเหล่านี้ไม่มีความหมายอันใดต่อเขาเลย เขาก็แค่ต้องการคัมภีร์เคล็ดวิชาสักเล่ม เพื่อนำไปสังเวยให้กับราชามารเท่านั้น ส่วนจะเป็นวิชาประเภทไหน มันไม่ได้สำคัญเลยสักนิด

เวลานี้ จู่ๆ เขาก็รู้สึกโชคดีขึ้นมานิดหน่อย

เขาฝึกวิถีมาร ย่อมไม่จำเป็นต้องใช้เคล็ดวิชาเบื้องต้นราคาแพงลิ่วพวกนี้เลย ราชามารช่างใจดียิ่งนัก เพียงแค่มอบขยะให้พระองค์ไปสักชิ้น พระองค์ก็จะประทานคัมภีร์วิชามารที่เหมาะสมกับตัวเขามาให้เอง

ก็เหมือนกับ... ขวานมารสวรรค์ในตอนนั้น...

แต่ทว่า!

การฝึกวิถีมารมันมีวิธีการฝึกอย่างไรกันนะ?

ต้องฝึกรากปราณเบญจธาตุด้วยเหมือนกันหรือเปล่า?

หรือว่า... นั่นมันเป็นคนละระบบการบำเพ็ญเพียรกันเลย?

เขารู้สึกกระวนกระวายใจอยู่บ้าง และก็มีความคาดหวังอยู่เปี่ยมล้นเช่นกัน

เขาไม่สนหรอกว่าจะเป็นการฝึกวิถีเซียนหรือวิถีมาร ขอเพียงทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นได้ก็พอ เขาทอดสายตามองดวงตะวันที่กำลังค่อยๆ ลับขอบฟ้า แสงสุดท้ายแห่งตะวันรอนสาดส่องลงบนใบหน้าของจางผิงอัน

เด็กหนุ่มผู้นี้ กลับดูสงบนิ่งเยือกเย็นอย่างผิดหูผิดตา

ที่สุดดวงตะวันก็ลับขอบฟ้า เขาจึงกลับไปนอนหลับพักผ่อน

ช่วงหลายวันหลังจากนั้น ไม่มีเรื่องอะไรให้ทำเลย

ถึงวันนี้

ช่วงเช้าเพิ่งจะทำความสะอาดห้องเฝ้าประตูเสร็จ ก็เห็นชิงเฟิงวิ่งหน้าตื่นเข้ามา "แย่แล้ว... ผิงอัน รีบตามข้าไปที่หน้าประตูเดี๋ยวนี้ เร็วเข้า! ทันทีเลย!"

"เร็วเข้าๆ..."

ชิงเฟิงดึงตัวจางผิงอันวิ่งจ้ำอ้าว เมื่อเห็นท่าทีหวาดผวาของเขา จางผิงอันก็อดไม่ได้ที่จะถามขึ้น "ท่านชิงเฟิง เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือขอรับ?"

ชิงเฟิงวิ่งไปพลางอธิบายไปพลาง "อวี้จีซึ่งเป็นศิษย์ในสังกัดของท่านลุงเสวียนเทียนกำลังมา จู่ๆ ก็ส่งข่าวมาบอกว่านางจะมาเอาเคล็ดวิชา..."

"เอ๊ะ? ศิษย์พี่หญิงท่านนี้...?"

"ศิษย์พี่หญิงท่านนี้มีอารมณ์ดุร้ายเกรี้ยวกราด สังหารคนมานับไม่ถ้วน อ้อใช่แล้ว คนเก่าของเจ้านั่นแหละที่ถูกนางฟันขาดสะบั้นด้วยกระบี่เดียว น่าอนาถนัก ตอนนั้นเลือดสาดกระเซ็นไปทั่วทั้งลาน..."

"ที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นก็คือ โควตาของนางในปีนี้ถูกใช้ไปแล้ว ไม่รู้ว่าไปเอาโควตาของใครมาสวมรอยอีก หากคราวนี้นางยังไม่ได้เคล็ดวิชาที่ต้องการอีกล่ะก็ พวกเราสองคนคง..."

ฟันของชิงเฟิงกระทบกันดังกึกๆ ด้วยความหวาดกลัว...

จางผิงอันยิ่งตกใจจนแข้งขาอ่อนปวกเปียกไปหมด เอ่ยถามเสียงเบาว่า "ท่านชิงเฟิง พวกเราคงไม่ถูกตีจนตายหรอกใช่ไหมขอรับ?"

ชิงเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึก "ข้าน่ะคงไม่เป็นไรหรอก แต่... เจ้านี่สิ... พูดยาก!"

จบบทที่ บทที่ 11 ศิษย์พี่หญิงมาแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว