- หน้าแรก
- เรื่องวุ่นๆ ของขุนนางแวมไพร์กับอัศวินศักดิ์สิทธิ์
- บทที่ 6 คำมั่นสัญญา
บทที่ 6 คำมั่นสัญญา
บทที่ 6 คำมั่นสัญญา
บทที่ 6 คำมั่นสัญญา
ทางตะวันตกของเมือง เขตการค้าและนักผจญภัย
ภายในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าสูงสามชั้นที่มีพื้นที่ราวสองร้อยตารางเมตร
กำแพงที่สีซีดจางแต่สะอาดสะอ้าน ลานกว้างเล็กๆ ที่ถูกปัดกวาดอย่างพิถีพิถัน โต๊ะเก้าอี้ห้าชุด และชิงช้ากับกระดานหกเก่าๆ อีกสองสามอัน นี่คือภาพแรกที่โอไบรอันเห็นเมื่อก้าวเข้ามาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
"ใต้เท้า เด็กๆ ยังหลับอยู่เลยครับ ให้ข้าปลุกพวกเขาไหม" แซคเอ่ยถามอย่างประหม่า พลางลอบมองยอดฝีมือที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงมาตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามา
"ไม่ต้อง"
ก่อนจะเข้ามา โอไบรอันก็ได้ยินเสียงหัวใจเต้นของทุกคนข้างในอย่างชัดเจนแล้ว
จุดประสงค์ที่เขามาที่นี่ก็เพื่อยืนยันความจริงเท่านั้น เด็กส่วนใหญ่ที่นี่สุขภาพแข็งแรงดี มีเพียงไม่กี่คนที่ดูผอมแห้งไปบ้าง ซึ่งบ่งบอกว่าพวกเขาได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยม
แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว!
"เล่าสถานการณ์ของนายมา แวมไพร์ตนนั่นมอบหมายงานอะไรให้"
โอไบรอันทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งยาวในลานกว้าง หลับตาลงเพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้ามาทั้งวัน
"ใต้เท้า โปรดรอสักครู่ ข้าจะไปชงชามาให้ท่านก่อน"
แซครีบกุลีกุจอเข้าไปในครัวทางทิศใต้ของลานกว้าง หยิบใบชาและถ้วยชามออกมา จากนั้นก็รีบต้มน้ำ วางถ้วยชาที่ชงเสร็จแล้วลงบนโต๊ะตรงหน้าโอไบรอัน แล้วจึงเริ่มเล่าเรื่องราวอย่างระมัดระวัง
"ใต้เท้า เรื่องมันเป็นอย่างนี้ นายท่านนักขายข้อมูลคนนั้นบอกข้าว่า มีหีบคัมภีร์เวทมนตร์สองหีบจากเรือซิลเวอร์สเกลจมอยู่ก้นทะเล ห่างจากเกาะคอรัลรีฟไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราวสามสิบไมล์ทะเล แต่บริเวณนั้นมีฝูงฉลามเนตรปีศาจแหวกว่ายอยู่ชุกชุม"
"นายท่านผู้นั้นสั่งให้ข้าเล่าเรื่องทั้งหมดของข้าให้ท่านฟังอย่างละเอียด แล้วท่านจะยอมช่วยเหลือพวกเรา ข้อมูลที่ข้ารู้ในตอนนี้มีเพียงเท่านี้"
แซคพรั่งพรูข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับจากไคล์ออกมารวดเดียวจบ
"อ้อ จริงสิ!"
จู่ๆ เขาก็ตบหน้าผากตัวเอง หยิบถุงผ้าสีหม่นออกมาจากอกเสื้อ แล้ววางคริสตัลเวทมนตร์สีหม่นสามเม็ดลงบนโต๊ะตรงหน้าโอไบรอันอย่างระมัดระวัง
"นี่คือค่าข้อมูลที่นายท่านผู้นั้นคืนให้ข้า และมันก็เป็นเงินทั้งหมดที่ข้ามีในตอนนี้ ตั้งใจจะเอาไว้ซื้ออุปกรณ์กู้ภัย"
พูดจบ แซคก็กลั้นหายใจ รอคอยคำตอบจากโอไบรอันอย่างเงียบๆ
โอไบรอันปรือตาขึ้นเล็กน้อย สายตาหยุดอยู่ที่ใบหน้าตึงเครียดของแซคครู่หนึ่ง ในเมื่อเขายืนยันแล้วว่าไม่มีอะไรผิดปกติ เขาก็ย่อมไม่คืนคำ
"งั้นก็เตรียมตัวออกทะเลให้เร็วที่สุดก็แล้วกัน ก่อนไปก็มาบอกฉันล่วงหน้าสักหน่อย ช่วงนี้ฉันพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมแรดเผือก ตอนค่ำๆ นายไปหาฉันที่นั่นได้เลย"
โอไบรอันลุกขึ้นยืน แล้วร่างของเขาก็หายวับไปจากลานกว้างราวกับใช้เวทมนตร์เคลื่อนย้ายพริบตา โดยไม่คิดจะอยู่เสวนากับแซคต่อแม้แต่น้อย
แซคได้แต่จ้องมองถ้วยชาที่ยังมีควันลอยกรุ่นอยู่อย่างเหม่อลอย นานทีเดียวกว่าเขาจะเรียกสติกลับมาได้ เมื่อแน่ใจแล้วว่าความหวังที่จะช่วยชีวิตลูกทีมและครอบครัวแห่งนี้ได้กลายเป็นความจริง ความเหนื่อยล้า ความกดดัน และความคับแค้นใจที่สะสมมาหลายวันก็ราวกับจะระเบิดออกมาพร้อมกัน แซคทิ้งตัวลงนอนหงายแผ่หลาบนลานกว้างราวกับคนไร้กระดูก รู้สึกเบาสบายและโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก
หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ไม่อยู่อีกต่อไปไหลรินออกมา เขาทั้งร้องไห้และหัวเราะสลับกันไปมา เพียงครู่เดียว เสียงกรนดังสนั่นราวกับฟ้าร้องของแซคก็ดังก้องไปทั่วบริเวณ
——
ในเมื่อมีไคล์ที่เป็นถึงผู้กว้างขวางในพื้นที่ เคทลินกับดีนแฟนหนุ่มของเธอก็ไม่จำเป็นต้องทนอุดอู้ซุกตัวอยู่ในโรงเตี๊ยมแคบๆ นั่นอีกต่อไป
ไคล์พาทั้งสองคนตรงดิ่งไปยังคฤหาสน์อันเงียบสงบในเขตคนรวยทางทิศตะวันออกของเมือง ซึ่งเป็นฐานที่มั่นที่ใหญ่ที่สุดของเขา
ถ้าโอไบรอันมาเห็นเข้าล่ะก็ คงต้องสบถด่าไคล์ว่าเป็นไอ้จอมลวงโลกแน่ๆ
แต่ไคล์เองก็คงด่าสวนกลับไปเหมือนกันว่าเป็นถึงอัศวินศักดิ์สิทธิ์ระดับปรมาจารย์แท้ๆ แต่วันๆ เอาแต่แต่งตัวซอมซ่อเป็นคนจรจัด แกล้งทำตัวเป็นคนจนไปได้!
รูปปั้นแกะสลักสุดประณีต น้ำพุเวทมนตร์สุดอลังการ และภาพวาดที่แขวนประดับไปตามโถงทางเดินยาว ซึ่งดูออกเลยว่าเป็นผลงานของปรมาจารย์ชื่อดัง คฤหาสน์ที่หรูหราหมาเห่าขนาดนี้ ในเมืองคอรัลธอร์นคงหาที่เทียบเคียงได้ยาก
คฤหาสน์หลังใหญ่โตนี้ไม่มีทั้งคนรับใช้หรือพ่อบ้าน อาศัยเพียงหุ่นเชิดแปรธาตุราคาแพงหูฉี่คอยดูแลทำความสะอาด จึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมารบกวน
"น้องรัก ต่อไปนี้พี่จะได้อยู่ที่นี่งั้นเหรอ" เคทลินสวมกอดไคล์พลางถามด้วยดวงตาเป็นประกาย
"เลิกเสแสร้งได้แล้วน่า ถ้าพี่ชอบอยู่ถิ่นแบบนี้ คงไม่หนีไปซุกตัวอยู่ในเมืองเล็กๆ ห่างไกลความเจริญแบบนั้นหรอก ตระกูลเรามีทรัพย์สินตั้งมากมาย ที่ไหนก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าที่นี่ แถมยังปลอดภัยกว่าตั้งเยอะ"
ไคล์ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ "แต่ในเมื่อคราวนี้พี่มาถึงนี่แล้ว ก็พักผ่อนให้สบายเถอะ เดี๋ยวฉันจะให้คนคอยส่งพลาสมาเลือดสดๆ มาให้ รับรองว่าคุณภาพดีกว่าของห่วยๆ ที่พี่กินในเมืองบ้านนอกนั่นเป็นร้อยเท่า"
"ไม่ต้องห่วงนะ ฉันใช้เงินซื้อมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ฉันมีหุ้นส่วนอยู่ในโรงพยาบาลกับคลินิกทั้งเล็กทั้งใหญ่ในเมืองนี้หมดแหละ"
เมื่อเห็นท่าทีของพี่สาวที่กลัวว่าดีนจะเข้าใจผิด ไคล์ก็แทบจะทนดูไม่ได้ ผู้หญิงที่มีความรักนี่มันหมดเยียวยาจริงๆ
"เอานี่ไปสองอย่าง" ไคล์ยื่นกำไลเวทมนตร์กับป้ายไม้สีดำให้เคทลิน
"ที่นี่ไม่เหมือนบ้านนอกของพี่นะ มียอดฝีมือซ่อนตัวอยู่เยอะแยะจนนับไม่ถ้วน กำไลนี่จะช่วยลดผลกระทบจากแสงแดดที่มีต่อร่างกายของแวมไพร์ แถมยังช่วยปกปิดกลิ่นอายความมืดและอำพรางรูปลักษณ์ของพี่ได้ด้วย ขอแค่ไม่ไปเดินชนกับพวกโรคจิตอย่างอัศวินศักดิ์สิทธิ์ ต่อให้เจอนักล่าปีศาจเดินสวนกัน ก็ยากที่จะจับสังเกตได้ว่าพี่เป็นแวมไพร์!"
"ส่วนป้ายไม้นี่คือป้ายประจำตัวนายหน้าขายข้อมูลของฉันเอง ฉันค่อนข้างมีชื่อเสียงที่นี่ พวกขั้วอำนาจส่วนใหญ่ก็พอจะไว้หน้าฉันอยู่บ้าง นอกจากนั้นพี่ยังสามารถใช้มันไปขอความช่วยเหลือจากร้านค้าทุกแห่งในเมืองที่มีสัญลักษณ์รูปพระจันทร์เสี้ยวสีเงินได้ด้วย มันจะช่วยป้องกันไม่ให้พวกอันธพาลปลายแถวมารังควานพี่ได้"
หลังจากจัดการเรื่องของพี่สาวเสร็จ ไคล์ก็หันไปมองดีนที่กำลังเบิกตากว้าง เด็กหนุ่มผู้อ่อนต่อโลกกำลังสอดส่ายสายตามองการตกแต่งอันหรูหราอลังการรอบตัวด้วยความอยากรู้อยากเห็น
แต่ถึงจะอยากรู้อยากเห็นแค่ไหน เขาก็ทำเพียงแค่ชะเง้อคอมอง ไม่ได้คิดจะยื่นมือออกไปจับต้องสิ่งของเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย ดูเหมือนว่าพี่สาวของเขาจะอบรมสั่งสอนเด็กนี่มาดีพอสมควร
นี่มันอะไรกัน เลี้ยงต้อยว่าที่สามีงั้นเหรอ
แต่ถ้าคิดจะเป็นลูกเขยของตระกูลเออร์วิงของเราล่ะก็ ยังมีอะไรให้ต้องเรียนรู้อีกเยอะ
"ไอ้หนู ถ้านายไม่อยากถูกว่าที่อาจารย์อัศวินศักดิ์สิทธิ์ของนายซ้อมจนตายล่ะก็ ทางที่ดีเก็บอาการบ้านนอกเข้ากรุงของนายไว้หน่อยก็ดีนะ!"
ดีนรีบดึงหน้ากลับมาเป็นปกติแล้วยกมือขึ้นเกาหัว การได้เห็นของพวกนี้เป็นครั้งแรกมันช่างน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับเขาจริงๆ แต่ถ้าถามว่าชอบไหม นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
เขาชอบเมืองเล็กๆ ที่มีภูเขาและแม่น้ำโอบล้อม มีบรรยากาศที่สงบสุขและเรียบง่ายแบบนั้นมากกว่า คฤหาสน์ที่ว่างเปล่า เงียบเหงา และไร้ชีวิตชีวาแห่งนี้ ทำให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัยเอาเสียเลย
โดยเฉพาะพวกรูปปั้นกับภาพวาดวิจิตรบรรจงพวกนั้น ตกกลางคืนถ้าไม่มีพี่สาวอยู่ด้วย เขาคงนึกว่าตัวเองหลงเข้ามาในบ้านผีสิงแน่ๆ มิน่าล่ะ พวกนิทานถึงชอบบรรยายว่าที่อยู่ของแวมไพร์มันทั้งน่าขนลุกและน่ากลัวจนแทบช็อก ที่นี่มันดูไม่เหมือนที่สำหรับมนุษย์อยู่เลยสักนิด
ไคล์ไม่ได้สนใจความคิดเล็กความคิดน้อยของดีน เขาพูดขึ้นมาลอยๆ ว่า
"ฉันจะช่วยหาอาจารย์ให้นายเอง อาจจะใช้เวลาสักหน่อย แต่เขาจะยอมรับนายเป็นศิษย์หรือเปล่า เรื่องนี้ฉันรับประกันไม่ได้นะ เพราะงั้นนายก็เตรียมใจไว้ให้ดีล่ะ! ข้อเรียกร้องของการเป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์น่ะมันยากกว่าที่นายจินตนาการไว้เยอะ ไม่อย่างนั้นมันคงไม่ถูกจัดให้เป็นสายอาชีพระดับตำนานที่ทัดเทียมกับพวกจอมเวทหรอก"
"พี่ไคล์ไม่ต้องเป็นห่วง ผมจะไม่ทำให้พี่สาวหรือพี่ต้องผิดหวังแน่นอน!" ดีนรับคำอย่างหนักแน่น
"ก็ตามนั้นแหละ! นายกับเคทลินพักผ่อนกันไปก่อนนะ ฉันต้องไปทำงานแล้ว!"
ไคล์แสยะยิ้มชั่วร้ายส่งให้ดีน และท่ามกลางสีหน้าหวาดผวาของอีกฝ่าย ร่างของเขาก็ละลายกลายเป็นกองเลือดแล้วหายวับไป—