- หน้าแรก
- โลกวิปลาสข้ากลืนกินได้ไม่สิ้นสุด
- บทที่ 36: กำลังเสริมมาถึงในที่สุด
บทที่ 36: กำลังเสริมมาถึงในที่สุด
บทที่ 36: กำลังเสริมมาถึงในที่สุด
บทที่ 36: กำลังเสริมมาถึงในที่สุด
"ฉันชื่อ จูฉวินชิง เป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนพิเศษจากสำนักงานสืบสวน และเป็นผู้รับผิดชอบดูแลเหตุการณ์วิปลาสในครั้งนี้"
น้ำเสียงของจูฉวินชิงไม่เป็นมิตรนัก เขาสวมเสื้อแจ็กเก็ตหนังสีดำ ช่วงไหล่ค่อนข้างแคบ คิ้วหนาสองข้างขมวดเข้าหากัน ริมฝีปากหนาคว่ำลง สายตาของเขาจดจ้องมาที่เย่ว์สือ กวาดมองพินิจพิเคราะห์ตั้งแต่หัวจรดเท้า
ไม่รู้ว่าเขามองเห็นอะไร แต่เพียงชั่วอึดใจ ความไม่พอใจก็ผุดขึ้นมาบนใบหน้าที่ดูหยิ่งยโสของเขาอย่างแนบเนียน แม้จะพยายามปกปิดไว้อย่างมิดชิด แต่ก็ยังมีร่องรอยเล็ดลอดออกมาให้เห็นอย่างไม่ตั้งใจ
เย่ว์สือรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาตงิดๆ แม้จะมีแว่นกันแดดบดบัง แต่เขาก็ยังสัมผัสได้ถึงสายตาที่จาบจ้วงไร้มารยาทของจูฉวินชิง จนแทบอยากจะควักลูกตาคู่นั้นออกมาบี้ทิ้งซะ
จงโม่และฟางเจี้ยนซินที่ยืนอยู่ข้างๆ เริ่มทำตามพฤติกรรมก่อนหน้านี้ของจูฉวินชิง พวกเขาใช้วิธีสับสันมือหรืออัดกระแทกเพื่อให้พวกคนที่คลุ้มคลั่งสลบไป
พวกเขาไม่สนหรอกว่าคนที่ล้มลงไปนั้นแค่สลบเหมือด หรือคอหักตายคาที่ไปแล้วกันแน่
จงโม่ที่มีสภาพกระเซอะกระเซิงเล็กน้อย เอ่ยถามจูฉวินชิง "สำนักงานสืบสวนมอบหมายให้นายดูแลเรื่องนี้ แล้วนายรู้ไหมว่าทำไมสถานการณ์ในโรงเรียนถึงได้เลวร้ายลงกะทันหันขนาดนี้?"
สายตาของจูฉวินชิงตวัดมาทางจงโม่ เขากวาดตามองประเมินอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้าเช่นกัน สีหน้าของเขายิ่งดูบูดบึ้งลงอย่างบอกไม่ถูก เขาตอบอ้อมแอ้ม "ฉันเองก็ไม่รู้สาเหตุแน่ชัดเหมือนกัน"
"แล้วเราจะเอายังไงต่อ? กำลังเสริมของสำนักงานสืบสวนอยู่ไหน? ขืนชักช้ากว่านี้ มีหวังได้ตายหมู่กันหมดแน่!" ฟางเจี้ยนซินโวยวายด้วยความหงุดหงิด เธอต้องคอยปกป้องไป๋ชิงอวี่ที่สลบไศลมาตลอดทาง จนตอนนี้เหนื่อยหอบจนตัวโยนแล้ว
"ไม่ต้องห่วง กำลังเสริมใกล้จะมาถึงแล้ว" สายตาของจูฉวินชิงกวาดมองสลับไปมาระหว่างฟางเจี้ยนซินและไป๋ชิงอวี่ มุมปากของเขายกโค้งขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ฟางเจี้ยนซินขนลุกซู่ในทันที ความรู้สึกเหมือนถูกแอบดูและจ้องมองด้วยสายตาแทะโลมทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงอย่างรุนแรง โดยเฉพาะเมื่อเห็นจูฉวินชิงยังคงกึ่งโอบกึ่งกอดนักเรียนหญิงหน้าตาจิ้มลิ้มคนนั้นไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เธอก็ยิ่งรู้สึกหนาวสันหลัง
เดิมทีเธอคิดว่าคนของสำนักงานสืบสวนน่าจะพึ่งพาได้ แต่ตอนนี้ เธอกลับรู้สึกว่าไอ้หมอนี่แผ่กลิ่นอายความหื่นกามและน่าสะอิดสะเอียนออกมาจนไม่น่าไว้วางใจเอาเสียเลย
ระหว่างที่คุยกัน ฝูงชนที่คลุ้มคลั่งก็บีบวงล้อมเข้ามาอีกครั้ง พร้อมกับฝูงผึ้งพิษที่บินตามมาเป็นพรวน
เย่ว์สือยังคงรับมือกับสถานการณ์ด้วยจังหวะเดิมของเขา ในขณะที่จงโม่และฟางเจี้ยนซินเริ่มกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ
จูฉวินชิงกลับเป็นคนที่ดูชิลที่สุดในบรรดาคนทั้งหมด สีหน้าของเขาเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจอย่างเห็นได้ชัด
เขาค่อยๆ หันคอไปรอบๆ เพื่อกวาดสายตามอง ทันใดนั้น ฝูงผึ้งพิษกลางอากาศก็ร่วงหล่นลงมาเป็นเบือ ราวกับถูกฉีดพ่นด้วยยาฆ่าแมลงขนานเอก พวกมันสูญเสียพลังชีวิตและร่วงหล่นราวกับใบไม้แห้ง
ฉากนี้ทำเอาทุกคนตกตะลึง เย่ว์สือและอีกสองคนหันขวับไปมองเขาพร้อมกัน สงสัยใคร่รู้ว่าพลังพิเศษของไอ้หมอนี่คืออะไรกันแน่
ริมฝีปากของจูฉวินชิงยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนเขาจะกำลังดื่มด่ำกับการเป็นจุดสนใจ จังหวะที่เขากำลังจะอ้าปากอวดอ้างสรรพคุณ จู่ๆ เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!
เด็กสาวที่เขาโอบกอดไว้ในอ้อมแขน จู่ๆ ก็ชักกระตุกอย่างรุนแรง ผิวหนังและกล้ามเนื้อปูดโปนบิดเบี้ยว เพียงชั่วพริบตา เธอก็กลายสภาพเป็นสัตว์ประหลาดครึ่งคนครึ่งผึ้ง และเปิดฉากจู่โจมอย่างโหดเหี้ยมไร้ความปรานี
การโจมตีนั้นพุ่งเป้าไปที่เส้นเลือดใหญ่ตรงลำคออันเปราะบาง ความเร็วนั้นฉับไวเสียจนจูฉวินชิงแทบจะตอบสนองไม่ทัน แม้สัญชาตญาณจะสั่งให้เขาเบี่ยงตัวหลบในเสี้ยววินาทีแรก แต่ด้วยระยะประชิดขนาดนั้น สุดท้ายเขาก็ไม่อาจหลบพ้นได้อย่างสมบูรณ์
กรามแมลงที่กลายพันธุ์แหลมคมขย้ำลึกเข้าที่หัวไหล่ของจูฉวินชิง ความเจ็บปวดแสนสาหัสทำให้เขาแหกปากร้องลั่น สัตว์ประหลาดใช้ทั้งแขนและขาเกาะหนึบติดตัวเขา เขาพยายามดิ้นรนสะบัดอย่างสุดชีวิตแต่ก็สลัดมันไม่หลุด
ปัง—!
เสียงปืนแผดลั่น
กระสุนนัดหนึ่งเจาะทะลุกะโหลกของสัตว์ประหลาด
การเคลื่อนไหวของสัตว์ประหลาดหยุดชะงักลงทันที ร่างของมันร่วงกระแทกพื้น เลือดสีข้นสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนเต็มหน้าของจูฉวินชิง
รถยนต์ปฏิบัติการพิเศษหลายคันของสำนักงานสืบสวนแล่นทะยานเข้ามาจากนอกโรงเรียน หลิงซวินนั่งอยู่เบาะข้างคนขับของรถคันหนึ่ง มือถือปืนพาดผ่านหน้าต่างที่เปิดกางออก สายตาของเขาเฉียบคมดุดันราวกับพญาอินทรี
เสียงปืนดังระรัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง นัดแล้วนัดเล่า กระสุนพุ่งเข้าเป้าหมายอย่างแม่นยำ เจาะทะลุร่างของเหล่านางพญาผึ้งในบริเวณนั้น พวกมันล้มลงนอนจมกองเลือดไปทีละตัว ของเหลวหนืดข้นสีเหลืองอมส้มคล้ายหนองผสมปนเปกับเลือดสีแดงฉาน ไหลนองรวมกันเป็นแอ่งน้ำขนาดเล็ก
กำลังเสริมมาถึงในที่สุด แต่สภาพโรงเรียนตอนนี้ก็เต็มไปด้วยซากศพเกลื่อนกลาดไปหมดแล้ว
กลุ่มคนในชุดป้องกันวัตถุอันตรายกรูกันลงมาจากรถ แบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน พวกเขาเริ่มลงมือกวาดล้างผึ้งพิษ เก็บกู้ซากศพสิ่งวิปลาส และเร่งค้นหาผู้รอดชีวิต
หลิงซวินที่เป็นผู้นำทีม รีบก้าวยาวๆ เข้าไปหาจูฉวินชิง เขาตรวจสอบบาดแผลคร่าวๆ ก่อนจะขมวดคิ้วถาม "เป็นอะไรมากไหม? ทำไมสถานการณ์ที่นี่ถึงได้เละเทะขนาดนี้?"
ใบหน้าของจูฉวินชิงซีดเผือดเป็นกระดาษ ดูเหมือนเขาจะเจ็บปวดจนพูดไม่ออก
ด้านหลังหลิงซวินคือ เว่ยซือฉี หญิงสาวผมหางม้าทรงสูงที่เคยเจอเย่ว์สือมาแล้วสองสามครั้ง
เดิมทีทั้งสองคนก้าวลงจากรถมาพร้อมกัน ทิ้งระยะห่างกันแค่ครึ่งก้าว แต่พอหลิงซวินเดินตรงไปหาจูฉวินชิง เว่ยซือฉีก็หันขวับ เดินหนีไปหาคนอื่นที่อยู่ใกล้ๆ ด้วยสีหน้าเรียบตึงทันที
เว่ยซือฉีสอบถามสถานการณ์จากเย่ว์สือและอีกสองคน แต่พวกเขาก็ให้เบาะแสอะไรที่เป็นประโยชน์ไม่ได้มากนัก บริษัททิวลิปมาที่นี่วันนี้เพื่อสืบสวนเท่านั้น และเหตุการณ์มันก็ปะทุขึ้นกะทันหันเกินไป
จงโม่ปรายตามองซากศพบนพื้น แล้วเอ่ยถามเพื่อหยั่งเชิง "ปืนธรรมดาฆ่าสิ่งวิปลาสไม่ได้นี่นา แต่พวกนางพญาผึ้งพวกนี้กลับโดนยิงตายเรียบ สำนักงานสืบสวนพัฒนาอาวุธรุ่นใหม่ขึ้นมาได้แล้วเหรอ?"
เว่ยซือฉีส่ายหน้า พยักพเยิดคางไปทางหลิงซวิน "เป็นพลังพิเศษของหมอนั่นต่างหาก ที่เคลือบกระสุนให้มีเอฟเฟกต์พิเศษ"
พลังพิเศษของหลิงซวินคือ 【เคลือบอาวุธ】 เว่ยซือฉีไม่ได้อยากจะเปิดเผยข้อมูลของเพื่อนร่วมงานให้คนนอกรับรู้หรอก แต่เธอจำเป็นต้องอธิบายให้ชัดเจนว่าสำนักงานสืบสวนไม่ได้มีอาวุธใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข่าวลือมั่วซั่วหรือนำความยุ่งยากตามมาในภายหลัง
เมืองอำพันไม่ได้เผชิญหน้ากับเหตุการณ์วิปลาสที่รุนแรงระดับนี้มานานมากแล้ว เว่ยซือฉีจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกกังวลอย่างหนัก
เย่ว์สือหลับตาลง ตรวจสอบผลประกอบการของตัวเอง
บนหนวดที่ถูกปลดล็อกของศิลาทมิฬ ดวงตาสีทองที่เปรียบเสมือนความสามารถที่ห้าได้เบิกโพลงขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว และความคืบหน้าของดวงตาที่หกก็พุ่งทะลุเกินครึ่งไปแล้วด้วย
จังหวะนั้นเอง เจ้าหน้าที่สำนักงานสืบสวนคนหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปก็ตะโกนลั่นด้วยความตื่นตระหนก "ทุกคนระวัง! ค่าพลังงานวิปลาสพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว!"
แทบจะทันทีที่เขาสิ้นประโยค กลุ่มคนจำนวนมากก็ค่อยๆ เดินโซเซออกมาจากอาคารเรียน ศูนย์กีฬา โรงอาหาร และอาคารอื่นๆ
ใบหน้าของพวกเขาบิดเบี้ยว สีหน้าดูบ้าคลั่ง ทันทีที่ปรากฏตัว พวกเขาก็พุ่งเข้าใส่เย่ว์สือและคนอื่นๆ ราวกับฝูงซอมบี้ที่หลุดออกจากกรงขัง
"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?" เว่ยซือฉีมองกลุ่มคนที่ทำตัวเหมือนศพเดินได้เหล่านั้นด้วยน้ำเสียงร้อนรน
เห็นได้ชัดว่าคนพวกนี้คือนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียนทั้งนั้น!
"พวกเขาน่าจะได้รับเชื้อจากสิ่งวิปลาส ทำให้สูญเสียสติสัมปชัญญะชั่วคราว และถูกพวกนางพญาผึ้งควบคุมอยู่น่ะ" จงโม่ตั้งข้อสังเกต
เมื่อได้ยินดังนั้น แววตาของเว่ยซือฉีก็เย็นเยียบลงทันที "พวกมันกล้าหลอกใช้คนบริสุทธิ์เป็นเครื่องมือเชียวเหรอ!"
ดูเหมือนพวกนางพญาผึ้งจะไม่ใช่แค่ดุร้าย แต่ยังมีความเจ้าเล่ห์เพทุบายอยู่บ้าง ในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐผู้มีพลังพิเศษจากสำนักงานสืบสวน เว่ยซือฉีไม่สามารถลงมือรุนแรงกับคนธรรมดาที่อาจจะยังพอมีทางรักษาได้อย่างโจ่งแจ้งและต่อหน้าธารกำนัลได้
จูฉวินชิงที่ได้รับการพยุงจากหลิงซวิน พยายามยืนให้มั่นคง แล้วกล่าวย้ำอีกครั้ง "คนคุ้มคลั่งพวกนั้นแค่ติดเชื้อขั้นเริ่มต้น โอกาสที่จะรักษากลับมาเป็นปกติมีสูงมาก พวกเราห้ามทำร้ายพวกเขาเด็ดขาด"
"แล้วเราจะรับมือกับสถานการณ์ตอนนี้ยังไงล่ะ?" เว่ยซือฉีเริ่มหมดความอดทน
จูฉวินชิงถึงกับใบ้กินไปชั่วขณะ
เว่ยซือฉีทำหน้าตาแบบ 'ว่าแล้วเชียว' เธอรู้อยู่แล้วว่าจูฉวินชิงต้องมาอีหรอบนี้ หมอนี่ชอบวางมาดสั่งสอนคนอื่น คอยชี้หน้านั้นบอกว่า 'ทำแบบนั้นไม่ได้' 'ทำแบบนี้ไม่ดี' แต่พอโดนย้อนถามว่าจะแก้ปัญหายังไง กลับใบ้แดก ให้คำแนะนำหอกอะไรไม่ได้เลย ทำตัวเหมือนแค่เรียกร้องความสนใจและโชว์พาวเวอร์ไปวันๆ เท่านั้นแหละ