- หน้าแรก
- เมื่อสัตว์อัญเชิญของผม คือร่างแยกที่แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
- บทที่ 90 เรื่องราวของอีกหนึ่งดันเจี้ยน (ตอนฟรี)
บทที่ 90 เรื่องราวของอีกหนึ่งดันเจี้ยน (ตอนฟรี)
บทที่ 90 เรื่องราวของอีกหนึ่งดันเจี้ยน (ตอนฟรี)
บทที่ 90 เรื่องราวของอีกหนึ่งดันเจี้ยน
หลังจากส่งแอมเบอร์ไปได้ไม่นาน หวังหยุนเฟยก็ได้รับคำขอติดต่อสื่อสารจากจูอู๋เหยียน
หวังหยุนเฟยกดรับสายทันที เมื่อสังเกตจากสภาพแวดล้อมที่แสดงในหน้าจอวิดีโอแชท เขาจึงรู้ว่าตอนนี้จูอู๋เหยียนได้ออกจากดันเจี้ยนกลับมายังเมืองแห่งนี้แล้ว
หวังหยุนเฟยจึงเอ่ยถาม “นายทำเควสดันเจี้ยนสำเร็จราบรื่นดีไหม?”
“แน่นอนสิ ง่ายมาก”
“ในโลกนั้นนายไปเจอเรื่องอะไรมาบ้าง? เล่าให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม?”
ความจริงแล้วหวังหยุนเฟยต้องการสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับพวกอสูรแห่งความว่างเปล่า
ในเมื่อไม่ใช่เรื่องที่ต้องปิดบัง จูอู๋เหยียนจึงเล่าประสบการณ์ที่เจอในดันเจี้ยนนั้นให้ฟังคร่าวๆ
ช่างบังเอิญนักที่ธีมหลักในเควสดันเจี้ยนของจูอู๋เหยียนก็คือ ‘สาวน้อยเวทมนตร์’ เช่นกัน
แต่ต่างจากโลกของแอมเบอร์ตรงที่ ‘สาวน้อยเวทมนตร์’ ในโลกที่จูอู๋เหยียนไปนั้นเป็นเรื่องที่เปิดเผยต่อสาธารณะ และมีเพียงเด็กสาวเท่านั้นที่ถูกเลือกให้แปลงร่างได้
ทว่า การได้เป็น ‘สาวน้อยเวทมนตร์’ ในโลกใบนั้นกลับไม่ใช่เรื่องน่ายินดีเท่าไหร่นัก
เป้าหมายภารกิจดันเจี้ยนของจูอู๋เหยียนในครั้งนี้คือการปกป้องสาวน้อยเวทมนตร์คนหนึ่ง
เพื่อให้ภารกิจสำเร็จ ทีมของจูอู๋เหยียนไม่เพียงต้องต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่ปรากฏขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริง แต่ยังต้องเผชิญหน้ากับกองทัพและเหล่าสาวน้อยเวทมนตร์คนอื่นๆอีกด้วย
เทคโนโลยีทางการทหารของโลกนั้น อยู่ในระดับก่อนที่จะมีอาวุธนิวเคลียร์ แต่สาวน้อยเวทมนตร์บางส่วนกลับมีพลังทำลายล้าง เทียบเท่ากับอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง
ด้วยพลังอันมหาศาลที่เหล่าสาวน้อยเวทมนตร์ครอบครอง ทำให้ผู้นำระดับสูงของรัฐบาลและองค์กรต่างๆ เริ่มให้ความสนใจ บางประเทศถึงขั้นเกณฑ์สาวน้อยเวทมนตร์เข้าสู่กองทัพเพื่อใช้ในสงคราม
สาวน้อยเวทมนตร์ที่เข้าร่วมกองทัพแสดงพลังทำลายล้างเหนือกว่าปืนหรือระเบิดทั่วไปอย่างมาก ทหารธรรมดาแทบจะรับมือไม่ได้ ต้องใช้พลังของสาวน้อยเวทมนตร์ด้วยกันเองเท่านั้นในการต่อต้าน
พลังที่สาวน้อยเวทมนตร์ในโลกนั้นครอบครองไม่ใช่พลังถาวร เมื่ออายุมากขึ้นถึงระดับหนึ่งพวกเธอจะสูญเสียพลังเหล่านั้นไป
ในบรรดาสาวน้อยเวทมนตร์ที่เข้าร่วมกองทัพเพื่อทำสงคราม หลังจากสูญเสียพลังไปแล้ว น้อยคนนักที่จะสามารถปลดเกษียณได้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องพูดถึงจำนวนสาวน้อยเวทมนตร์ที่ตายในการรบหรือถูกลอบสังหารซึ่งมีจำนวนมากกว่านั้นมาก
สำหรับตัวตนพิเศษอย่างสาวน้อยเวทมนตร์ แต่ละประเทศมีมาตรการที่แตกต่างกันออกไป บางประเทศบังคับให้สาวน้อยเวทมนตร์ในประเทศเข้าร่วมกองทัพเพื่อรับคำสั่งจากรัฐบาล ซึ่งประเทศเหล่านี้ส่วนใหญ่มักตกอยู่ในภาวะสงคราม แต่บางประเทศก็สงบสุขและมีท่าทีเป็นมิตรต่อสาวน้อยเวทมนตร์ ไม่ได้บังคับให้พวกเธอทำอะไร แถมบางแห่งยังมีมาตรการสวัสดิการที่ดีให้อีกด้วย
เป้าหมายภารกิจของทีมจูอู๋เหยียนก็คือ การคุ้มกันสาวน้อยเวทมนตร์คนนั้นให้หนีไปยังอีกประเทศหนึ่ง
สาวน้อยเวทมนตร์ที่จูอู๋เหยียนปกป้องนั้น อยู่ในประเทศที่เต็มไปด้วยสงคราม และเธอถูกบังคับให้เข้าร่วมกองทัพเพื่อสู้รบ
สาวน้อยเวทมนตร์ส่วนใหญ่ที่เข้ากองทัพไม่ได้เข้าด้วยความสมัครใจ แต่เป็นเพราะครอบครัว ญาติพี่น้อง หรือเพื่อนฝูงถูกประเทศของตนเอง ‘ลักพาตัว’ ไปเป็นตัวประกันเพื่อข่มขู่ให้พวกเธอต้องยอมทำตามอย่างเลี่ยงไม่ได้
แน่นอนว่าที่ใดมีการกดขี่ ที่นั่นย่อมมีการต่อต้าน ในโลกนั้นมีองค์กรที่ตั้งขึ้น เพื่อรับมือกับประเทศประเภทนี้โดยเฉพาะ และอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือเหล่าสาวน้อยเวทมนตร์ที่ถูกพันธนาการไว้ในประเทศเหล่านั้น
ขั้นตอนการทำภารกิจของจูอู๋เหยียนในโลกนั้น เริ่มจากการไปรับตัวสาวน้อยเวทมนตร์ที่หนีออกมาจากกองทัพ จากนั้นจึงช่วยเธอชิงตัวพ่อแม่กลับมา แล้วจึงคุ้มกันสาวน้อยเวทมนตร์คนนั้นพร้อมครอบครัวให้ออกจากประเทศไป
ตลอดกระบวนการนี้ ทีมของจูอู๋เหยียนได้กำจัดมอนสเตอร์ไปสามตัว เอาชนะสาวน้อยเวทมนตร์ที่ไล่ตามมาได้ห้าคน จัดการทีมลอบสังหารของทหารรับจ้างไปสองกลุ่ม... รวมถึงศัตรูอื่นๆอีกบางส่วน
พลังที่ทีมของจูอู๋เหยียนครอบครองนั้น ถือเป็นระดับแนวหน้าในโลกที่ไม่ได้ถูกปรับให้เป็นระบบเกม โดยเฉพาะเมื่อคนในทีมประสานงานกันด้วยอาชีพที่แตกต่างกัน พวกเขาจะสามารถแสดงประสิทธิภาพออกมาได้รุนแรงมาก ตราบใดที่ไม่ได้เผชิญหน้ากับสาวน้อยเวทมนตร์มากกว่าสามคนพร้อมกัน ที่เหลือก็สามารถจัดการได้อย่างง่ายดาย
เพราะภายใต้อิทธิพลของระบบเกม ในระหว่างการต่อสู้ จูอู๋เหยียนและพวก จะไม่ถูกลดทอนประสิทธิภาพการรบเพียงเพราะ ‘อาการบาดเจ็บ’ แถมยังสามารถฟื้นฟู HP ได้อย่างรวดเร็วด้วยสกิลรักษาของอาชีพนักบวชและ ‘ยาฟื้นฟู’ หากต้องสู้ศึกยืดเยื้อ พวกสาวน้อยเวทมนตร์เหล่านั้นย่อมเทียบพวกเขาไม่ได้เลย
พลังอันน่ามหัศจรรย์ที่พวกจูอู๋เหยียนครอบครองย่อมดึงดูดความสนใจของผู้คนในโลกนั้น ในโลกใบนั้นมีเพียงเด็กสาวที่แปลงร่างเป็นสาวน้อยเวทมนตร์เท่านั้น ที่มีพลังเหนือธรรมชาติ ส่วนคนอื่นๆเป็นเพียงคนธรรมดา
แต่ทีมของจูอู๋เหยียนที่เป็นผู้ชายทั้งแปดคน กลับแสดงพลังเหนือธรรมชาติออกมาได้ทวนกระแส นี่จึงเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจอย่างมาก
ดังนั้นในระหว่างทางที่มุ่งหน้าไปยังอีกประเทศหนึ่ง นอกจากพวกไล่ล่าที่ได้รับคำสั่งมาแล้ว จูอู๋เหยียนยังได้พบกับกลุ่มคน ที่พยายามเข้ามาติดต่อและหยั่งเชิงพวกเขาอีกด้วย
แต่น่าเสียดายที่คนเหล่านั้นต้องคว้าน้ำเหลว เมื่อทีมของจูอู๋เหยียนคุ้มกันเป้าหมายถึงจุดหมายปลายทางสำเร็จ พวกเขาก็หายไปจากโลกนั้นทันที
เนื่องจากระบบได้ปรับอัตราการไหลของเวลาในมิติดันเจี้ยนให้แตกต่างกับโลกมนุษย์ ทำให้จูอู๋เหยียนที่ใช้เวลาอยู่ในโลกนั้นหลายวัน แต่พอกลับมาที่นี่เวลากลับผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น และเพราะการปรับอัตราเวลา ฟังก์ชันการสื่อสารจึงถูกตัดขาดชั่วคราว จูอู๋เหยียนจึงไม่สามารถติดต่อหวังหยุนเฟยที่อยู่นอกมิติดันเจี้ยนได้
จูอู๋เหยียนดูตื่นเต้นมากขณะเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเควสดันเจี้ยนนี้ ราวกับยังรู้สึกไม่จุใจ
“ตั้งแต่เกิดมาฉันเพิ่งเคยเจอเรื่องตื่นเต้นขนาดนี้เป็นครั้งแรก แถมฉันไม่นึกเลยว่าพอถูกเปลี่ยนเป็นระบบเกมแล้ว พอกลับมาสู่โลกความเป็นจริงจะเก่งได้ขนาดนี้ นายรู้ไหม? ตอนที่ฉันบุกฝ่าดงปืนของพวกทหารเข้าไปตรงๆน่ะ ฉันอย่างเท่เลยล่ะ”
อาชีพของจูอู๋เหยียนคืออัศวิน ดูเหมือนเขาจะบุกตะลุยอยู่แนวหน้าบ่อยๆ ยังไงซะปืนในโลกนั้นก็ไม่สามารถคุกคามพวกเขาที่ถูกเปลี่ยนเป็นระบบเกมแล้วได้
หวังหยุนเฟยถาม “แล้วนายจะทำอะไรต่อ? จะไปดันเจี้ยนอื่นต่อเลยไหม?”
ก่อนหน้านี้หวังหยุนเฟยเคยให้พิกัด NPC ของเควสดันเจี้ยนในเมืองกับจูอู๋เหยียนไปหลายจุด ตอนนี้เขาเพิ่งจะทำสำเร็จไปแค่จุดเดียวเอง
“ฉันแทบรอไม่ไหวที่จะไปสัมผัสดันเจี้ยนอื่นแล้วล่ะ” จูอู๋เหยียนยังคงอยู่ในช่วงเห่อการสำรวจมิติดันเจี้ยน
หวังหยุนเฟยจึงเริ่มพูดเรื่องอสูรแห่งความว่างเปล่าขึ้นมา “ตอนที่นายไปมิติดันเจี้ยนพวกนั้น ช่วยคอยสังเกตดูหน่อยนะว่ามีเบาะแสเกี่ยวกับอสูรแห่งความว่างเปล่าบ้างหรือเปล่า”
เนื่องจากจูอู๋เหยียนยังไม่รู้ว่าอสูรแห่งความว่างเปล่าคืออะไร หวังหยุนเฟยจึงอธิบายให้เขาฟังคร่าวๆ
“ถึงจะยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่ไม่ต้องห่วงนะ ถ้าพวกฉันเจอเรื่องแปลกๆ อะไรจะรีบแจ้งนายทันที” จูอู๋เหยียนรีบรับปาก
แต่ในวินาทีนั้นเอง หวังหยุนเฟยกลับได้รับข้อความแจ้งเตือนจากระบบขึ้นมากะทันหัน
“คำเตือน! คำเตือน! มีอสูรแห่งความว่างเปล่าบุกรุกเข้ามาใน ‘เขตปลอดภัย’ ที่คุณอยู่ โปรดเร่งค้นหาและกำจัดมันโดยด่วน”
...จบบทที่ 90 ~❤️