- หน้าแรก
- บันทึกเส้นทางจอมเวท
- บทที่ 98 - ตุ๊กตาเลือดสยอง
บทที่ 98 - ตุ๊กตาเลือดสยอง
บทที่ 98 - ตุ๊กตาเลือดสยอง
เจ็ดวันต่อมา ยังคงเป็นห้องแล็บเพลอานอส
"ตุ๊กตาเลือดสยอง?" กริมม์ฟังคำอธิบายและชื่อเวทมนตร์ที่อาจารย์เตรียมไว้ให้เป็นไพ่ตาย
เพลอานอสยิ้ม "ใช่แล้ว นี่คือม้วนคัมภีร์เคลื่อนย้ายพิกัดระยะสั้น หินรังสี และวัสดุสร้างตุ๊กตาเลือดสยองบางส่วนที่ฉันเตรียมไว้ให้เธอ หากเธอใช้เลือดพิเศษจากการฝึกกายาพิษผสานฝึกเวทมนตร์ตุ๊กตาเลือดสยองนี้ได้สำเร็จ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้ฝึกหัดพ่อมดทั่วไป ตุ๊กตาเลือดสยองแทบจะเป็นตัวแทนสัญลักษณ์ของความเป็นอมตะ
ศาสตร์ลี้ลับ กฎทรงมวลพลังงาน และศาสตร์วิญญาณที่บรรจุอยู่ในตุ๊กตาตัวนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ฝึกหัดพ่อมดทั่วไปจะเข้าใจได้ ถ้าเธอเจอศัตรูที่แข็งแกร่งในระหว่างการทดสอบของหอคอยศักดิ์สิทธิ์ ก็ให้ใช้ม้วนคัมภีร์เคลื่อนย้ายพิกัดหลบหนี แล้วให้ตุ๊กตาเลือดสยองถือหินรังสีไล่ล่าฝ่ายตรงข้ามแทน..."
รับวัสดุจากอาจารย์มา กริมม์เริ่มเข้าใจแล้ว
มิน่าล่ะอาจารย์ถึงเคยรับประกันว่ากริมม์จะได้เป็นพ่อมดนักล่าสำรองแน่นอน เพราะแค่ชุดคอมโบตุ๊กตาเลือดสยองบวกกับหินรังสีก้อนนี้ ก็เหมือนกริมม์มีสัตว์อัญเชิญที่มีความสามารถอมตะคล้ายโซลังก์ที่เสริมพิษร้ายแรงเข้าไป เมื่อรวมเข้ากับฝีมือของกริมม์เอง ถ้าแม้แต่ตำแหน่งพ่อมดนักล่าสำรองยังคว้ามาไม่ได้นั้นก็ออกจะเกินไปหน่อย
แน่นอนว่าหินรังสีและกล่องผนึกก็ต้องรักษาให้ดี หากทำหายและปล่อยให้มันอาละวาดในโลกพ่อมดจะถือว่ามีความผิด ซึ่งนี่ก็นับเป็นหนึ่งในข้อจำกัดในการใช้งานจริงของเวทมนตร์ชุดนี้อย่างมาก
และด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้กริมม์ซาบซึ้งถึงข้อดีของการมีอาจารย์อย่างแท้จริง
ลองนึกถึงช่วงทดสอบเด็กใหม่ เจ็ดผู้มอบความสิ้นหวังพวกนั้นก็อาศัยการสอนล่วงหน้าของอาจารย์และความได้เปรียบมหาศาลของพรสวรรค์ติดตัวแต่กำเนิด กวาดล้างสนามทดสอบไม่ใช่เหรอ?
ถึงขนาดว่าตอนนั้นเพื่อรักษาสมดุลระหว่างเด็กใหม่ ทางสถาบันจึงแอบตั้งกฎให้ผู้มอบความสิ้นหวังทุกคนว่าถ้าเก็บตราประทับเกินร้อยจะโดนหักรางวัล และหากสถาบันใดไม่มีผู้มอบความสิ้นหวังในรุ่นนั้นๆ ก็จะมีการแจกข้อมูลของผู้มอบความสิ้นหวังให้ผู้ฝึกหัดทุกคนทราบ
ณ ตอนนี้ กริมม์ก็ได้กลายเป็น "ผู้มอบความสิ้นหวัง" ในสงครามชิงสิทธิ์หอคอยศักดิ์สิทธิ์แล้ว หรืออาจจะเป็นสัตว์ประหลาดที่ทำให้ผู้มอบความสิ้นหวังเป็นฝ่ายสิ้นหวังแทนเลยก็ได้...
เวทมนตร์ตุ๊กตาเลือดสยอง เพลอานอสไม่ได้สอนกริมม์ด้วยตัวเอง เพลอานอสแค่ให้ม้วนคัมภีร์เวทมนตร์มา เพราะเพลอานอสเองก็ไม่ได้ฝึกวิชานี้ พูดง่ายๆ ตุ๊กตาเลือดสยองสำหรับผู้ฝึกหัดพ่อมดคือตัวตนที่เป็นอมตะและน่ากลัว แต่สำหรับพ่อมดทางการบางคน ตุ๊กตาตัวนี้อาจจะนับว่ามีภัยคุกคามน้อยกว่าผู้ฝึกหัดคนหนึ่งเสียอีก
ชื่อม้วนคัมภีร์คือ 《กฎทรงมวลทางศาสตร์ลี้ลับแห่งตุ๊กตาเลือดสยอง》 กริมม์กะจะเรียนวิชานี้เป็นแค่ทางผ่านชั่วคราว เพื่อใช้เป็นวิชาประกันความเสี่ยงในการทดสอบหอคอยศักดิ์สิทธิ์ ไม่ได้กะจะวิจัยลึกซึ้ง เพราะศาสตร์ลี้ลับไม่มีระบบระเบียบที่แน่นอน ยากจะกำหนดความสำเร็จในอนาคต ดังนั้น กริมม์ที่เป็นผู้ฝึกหัดสายเหตุผลจึงไม่อยากเดิมพันกับการวิจัยเรียนรู้ที่เหมือนกับการพนันแบบนี้
กริมม์ทำความเคารพ ออกจากห้องแล็บเพลอานอส เริ่มใช้เวลาเตรียมอุปกรณ์สำคัญสำหรับวิชาตุ๊กตาเลือดสยอง ซึ่งนั้นจะช่วยประหยัดเวลาให้กับการวิจัยเวทมนตร์ระเบิดเพลิงได้มาก
อย่างแรก คือเลือด "พิเศษ" ของผู้ร่ายเวทสามลิตร เลือดที่มีพิษจากการฝึกกายาพิษผสานของกริมม์ตอบโจทย์ความพิเศษนี้พอดี และนี่ก็เป็นเงื่อนไขเบื้องต้นในการฝึกวิชาตุ๊กตาเลือดสยอง
อย่างที่สอง คือแท่นบูชาคำสาป หรือเรียกว่าแท่นพิธีกรรมคำสาป ยิ่งแท่นบูชาคำสาปมีระดับสูง ตุ๊กตาเลือดสยองที่กำเนิดขึ้นก็จะ "คืนชีพ" ได้หลายครั้ง ดูเหมือนจะเป็นขั้นตอนสำคัญในการแปลงและรวบรวมพลังงานบางอย่าง แต่เรื่องนี้ เดี๋ยวให้อาจารย์เพลอานอสพาไปใช้แท่นบูชาคำสาประดับสูงสุดของสถาบันที่ยอดหอคอยทมิฬสักครั้งก็ไม่มีปัญหาแล้ว
สุดท้าย คือวัสดุแปลกประหลาดสารพัด แม้อาจารย์เพลอานอสจะช่วยหาวัสดุหายากบางอย่างมาให้แล้ว แต่วัสดุแปลกๆ ที่สำคัญบางอย่าง กริมม์ก็ต้องไปหามาเอง
กริมม์ถอนหายใจ "เลือดผู้ร่ายเวทพิเศษสามลิตร? เยอะขนาดนี้ สงสัยต้องแบ่งทำหลายครั้ง และต้องปรุงยาเร่งการเผาผลาญและสร้างเม็ดเลือดมาช่วยด้วย ส่วนวัสดุแปลกๆ พวกนี้ คงต้องไปดูที่ร้านเจ้าอ้วน"
คิดได้ดังนั้น กริมม์ก็มุ่งหน้าไปที่ร้านเจ้าอ้วนที่ชั้นหนึ่งหอคอยทมิฬ
ตอนนี้ตู้โชว์ร้านเจ้าอ้วนขยายใหญ่กว่าเดิมอย่างน้อยเท่าตัว ครึ่งหนึ่งใช้โชว์น้ำหอมวีนัสเทพีแห่งความรักที่กริมม์คิดค้น ถึงขนาดมีผู้ฝึกหัดพ่อมดบางคนมาซื้อไปเป็นของฟุ่มเฟือย กริมม์มักจะได้กลิ่นฮอร์โมนเพศต่างวัยที่ลอยจางๆ จากผู้ฝึกหัดที่เดินผ่านไปมา
แถมหลังเคาน์เตอร์นอกจากเจ้าอ้วน ยังมีผู้ฝึกหัดชายหญิงอีกสองคนเพิ่มมา ดูเหมือนจะเป็นลูกมือที่เจ้าอ้วนรับมาจากเด็กรุ่นใหม่
"โย่ กริมม์ มาแล้วเหรอ" เจ้าอ้วนลุกพรวดจากเก้าอี้เอน พุงพลุ้ยสั่นดึ๋งดั๋ง แก้มยุ้ยจนตาหยี เผยรอยยิ้มไร้พิษภัย ดูจากหุ่นแล้วแทบจะพัฒนาไปทางทรงกลมเหมือนจิตวิญญาณน้ำแข็งเหมันต์จวงเซอนีแล้ว
กริมม์ยิ้ม หุ้นส่วนคนนี้ทำเงินให้เขาเป็นจำนวนมหาศาลตลอดหลายปีมานี้ กริมม์รู้ดีว่าองค์กรเบื้องหลังเจ้าอ้วนมีเครือข่ายกว้างขวางในเขตเจ็ดหอคอยศักดิ์สิทธิ์ หรือแม้แต่ตอนแรกที่ดูเหมือนจะใจดี "ช่วยเหลือ" เขา ร่วมมือกับเขา บางทีไม่แน่ว่าองค์กรเบื้องหลังอาจจะหวังให้กริมม์ตายไปในการทดสอบเด็กใหม่ก็ได้
แบบนั้น ฝ่ายตรงข้ามก็จะได้สูตรน้ำหอมวีนัสเทพีแห่งความรักไปครองแต่เพียงผู้เดียว
ถึงขั้น...
กริมม์ในฐานะผู้ฝึกหัดแม้จะมีอายุขัยหลายร้อยปี แต่อีกหลายร้อยปีให้หลังพอกริมม์ตาย ฝ่ายตรงข้ามที่เป็นองค์กรที่มีพ่อมดทางการก็จะถือว่าได้กำไรมหาศาล เพราะสัญญาเจ็ดวงแหวนตอนนั้น กริมม์เซ็นในนามส่วนตัว แต่ฝ่ายตรงข้ามเซ็นในนามองค์กรชื่อดอกจื่อจิน
แต่ทว่า ตอนนี้กริมม์มีอาจารย์เพลอานอสหนุนหลัง พวกเขาก็เลยไม่สนใจแผนการพวกนั้นแล้ว บวกกับยังมีสัญญาเจ็ดวงแหวนผูกมัดทั้งสองฝ่าย และกริมม์เองก็ไม่คิดว่าตัวเขาจะหยุดอยู่แค่ระดับผู้ฝึกหัดตลอดไป
กริมม์ยิ้มตามมารยาท บอกรายการวัสดุที่ต้องใช้ฝึกวิชาตุ๊กตาเลือดสยองไปรวดเดียว แล้วเสริมว่า "ค่าใช้จ่ายหักจากส่วนแบ่งเดือนนี้เลยนะ"
เจ้าอ้วนพยักหน้า ตอบอย่างใจป้ำ "ไม่มีปัญหา"
จากนั้น เจ้าอ้วนหันไปสั่งผู้ฝึกหัดหญิงที่กำลังจัดของ "ยูเล พาคุณลูกค้าท่านนี้ไปโกดังหลังร้าน อยากได้อะไรก็หยิบให้เขา ไม่ต้องถามมาก"
ดูเหมือนจะกลัวเจ้าอ้วนอยู่บ้าง ผู้ฝึกหัดหญิงรับคำเสียงเบา แล้วมองกริมม์ด้วยดวงตาสีเหลืองคริสตัล
ยูเลสังเกตเห็นลูกค้าที่ไม่ธรรมดาคนนี้ตั้งแต่เดินเข้ามา ขนาดพ่อมดทางการมา เจ้าอ้วนที่ "หน้าเลือด ลามก เจ้าเล่ห์" คนนี้ยังไม่แสดงท่าทางแบบนี้เลย แต่พอผู้ฝึกหัดหนุ่มสวมหน้ากากสีขาวคนนี้เดินเข้ามา เจ้าอ้วนกลับเปลี่ยนท่าทีไปขนาดนี้
ทันใดนั้น ยูเลก็มั่นใจ แม้รายชื่อสิบยอดฝีมือแต่ละรุ่นจะไม่มีชื่อของคนคนนี้อยู่ แต่เขาต้องมีความสามารถพิเศษบางอย่างแน่นอน หรือจะพูดง่ายๆ ก็คือ เขาต้องเป็น "คนรวย"...
ครู่ต่อมา กริมม์ตามยูเลมาถึงโกดังส่วนตัวของเจ้าอ้วน
โกดังค่อนข้างมืดและเงียบมาก สินค้าวางระเกะระกะไปหมด กริมม์พูดเรียบๆ "ไก่กรีดร้องแบบเป็นๆ หนึ่งตัว อ้อ ไม่สิ สองตัวดีกว่า ลิ้นอีกาโลหิตสองร้อยลิ้น ไขกระดูกศพห้าสิบกรัม โคลนเน่าขุมนรกหนึ่งกิโลกรัม น้ำดีฉลามหนามสามร้อยกรัม ผลหัวขาวสองลูก..."
ยูเลขนของมาวางตรงหน้ากริมม์ทีละเที่ยว กริมม์พยักหน้า ตรวจเช็คสินค้าอย่างละเอียด
แฮ่ก แฮ่ก...
ยูเลหอบหายใจ ดูเหมือนงานใช้แรงงานหนักเมื่อกี้จะทดสอบความอดทนของเด็กใหม่คนนี้ไม่น้อย เหงื่อชุ่มเสื้อคลุม ผมลอนสีน้ำตาลเหลืองปลิวไสวเพราะเธอเอามือพัดคลายร้อน คอเสื้อที่กว้างเปิดออกเพราะเหงื่อชุ่ม เผยให้เห็นผิวขาวเนียนบริเวณเนินอก
สบตากับสายตาเชิญชวนของยูเล กริมม์จ้องมองผู้ฝึกหัดหญิงหน้าตาดีคนนี้ บรรยากาศในโกดังมืดสลัวเริ่มดูแปลกๆ
ยูเลกัดริมฝีปากชุ่มชื้นเบาๆ พูดด้วยเสียงหวานหยดย้อยจากลำคอ "ขอแค่หินเวทมนตร์ระดับกลางก้อนเดียว ฉันจะเป็นของคุณ..." พูดพลาง ยูเลก็ขยับตัวเข้าใกล้กริมม์ กลิ่นหอมที่ดึงดูดเพศชายอย่างรุนแรงแผ่ออกมา เป็นกลิ่นดอกไม้จางๆ และฮอร์โมนเพศหญิงของน้ำหอมวีนัสเทพีแห่งความรัก
กริมม์ส่ายหน้า ท่าทางเบื่อหน่าย
ฉิ้ง!
กริชกระดูกหางเสียงจ่อที่หน้าอกยูเล กริมม์ถามด้วยความสงสัย "เพราะผู้ฝึกหัดรุ่นเก่าออกไปกันหมดแล้ว ผู้ฝึกหัดรุ่นพวกเธอเลยไม่รู้ถึงความน่ากลัวของคำสาปพ่อมดเหรอ? ถึงกล้าเข้าใกล้ผู้ฝึกหัดคนอื่นง่ายๆ แบบนี้..."
ยูเลหน้าซีดเผือด จากกริชที่หน้าอกและคำพูดเรียบเฉยใต้หน้ากาก ยูเลรู้ว่าตัวเองเจอของแข็งเข้าแล้ว
กริมม์เก็บกริช พูดเรียบๆ "ฉันแค่อยากจะบอกว่า เมื่อกี้ที่เธอใช้น้ำควบคุมเหงื่อให้เปียกเสื้อผ้ามันดูเงอะงะและตลกมาก และการลงทุนด้วยน้ำหอมขวดนี้ของเธอ น่าจะขาดทุนแล้วล่ะ ฉันไม่ค่อยรู้สึกอะไรกับของพวกนี้เท่าไหร่ เพราะงั้นอย่าทำเรื่องไร้สาระ เอาของพวกนี้ไปส่งที่นี่"
ยูเลพยักหน้าอย่างลนลาน ไม่กล้าพูดมาก รีบเก็บของที่กริมม์ซื้อ แล้วออกจากโกดังไป
กริมม์ไม่ใส่ใจเรื่องพวกนี้ ตอนเป็นเด็กใหม่ รุ่นของกริมม์ก็มีผู้ฝึกหัดหญิงทำแบบนี้ไม่น้อย เพียงแต่ตอนนั้นไม่มีน้ำหอมให้ลงทุน แน่นอน กริมม์ที่ถังแตกในตอนนั้นก็ไม่ได้เป็นเป้าหมายที่สาวๆ จะมาสนใจ...
สองเดือนต่อมา
กริมม์เจาะเลือดตัวเองทุกวัน ตอนนี้สะสมเลือดแช่แข็งไว้ได้สองลิตรแล้ว อีกเดือนเดียวก็จะครบสามลิตรตามเงื่อนไขเลือดพิเศษของผู้ร่ายเวทในวิชาตุ๊กตาเลือดสยอง
แต่วันนี้กริมม์เลือกที่จะทำวัสดุสำคัญอีกอย่างของตุ๊กตาเลือดสยอง
ที่กรงเลี้ยงไก่กรีดร้อง กริมม์เฝ้าดูไก่กรีดร้องกินลิ้นอีกาโลหิตคลุกไขกระดูกศพจนหมด ถึงได้เดินออกมา จากนั้น กริมม์ก็เอาน้ำดีฉลามหนามผสมกับโคลนเน่าขุมนรก แล้วผสมฉี่หมูจงดินที่อาจารย์เพลอานอสให้มาลงไป...
สองเดือนมานี้ ไก่กรีดร้องสองตัวกินลิ้นอีกาโลหิตเปื้อนไขกระดูกศพวันละหนึ่งถึงสองลิ้น ตอนนี้ครบเงื่อนไขแล้ว กลายสภาพเป็นไก่กรีดร้องต้องสาปตามที่ใน 《กฎทรงมวลทางศาสตร์ลี้ลับแห่งตุ๊กตาเลือดสยอง》ระบุเอาไว้
ต่อมา กริมม์เอาโคลนเน่าขุมนรกที่ผสมวัสดุต่างๆ พอกตัวไก่กรีดร้องทั้งสองตัวไว้ชั้นหนึ่ง กลิ่นอายสีเทาจางๆ ก็เริ่มแผ่ออกมาจากตัวไก่ กริมม์ไม่สนใจการดิ้นรนและเสียงร้องโหยหวนของพวกมัน หิ้วไก่สองตัวโยนลงในเครื่องบดขนาดยักษ์ แล้วทุบค้อนบดเนื้อลงไป ตูม
กะต๊าก กะต๊าก...
เสียงร้องโหยหวนดังก้อง กริมม์ควบคุมค้อนบดเนื้อด้วยสีหน้าเรียบเฉย บดไก่กรีดร้องสองตัวจนกลายเป็นเนื้อบดทีละนิด นี่คือเศษซากต้องสาปที่กล่าวถึงใน 《กฎทรงมวลทางศาสตร์ลี้ลับแห่งตุ๊กตาเลือดสยอง》
ผ่านไปหนึ่งนาฬิกาทราย กริมม์มองดูซอสเนื้อในเครื่องบด เก็บส่วนที่เป็นซอสเข้มข้นไว้อย่างระมัดระวัง แล้วเริ่มเตรียมวัสดุเวทมนตร์อื่นๆ วัสดุพวกนี้ล้วนเป็นของแปลกประหลาด ต้องให้กริมม์ทำตามคำแนะนำในม้วนคัมภีร์ทีละขั้นตอน
เดือนครึ่งต่อมา
แท่นบูชาคำสาปแห่งหนึ่งบนชั้น 95 ของหอคอยทมิฬ กริมม์ที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นบูชายิ้มให้เพลอานอสอย่างตื่นเต้น "สำเร็จแล้วครับ"
(จบแล้ว)