เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 97 - พลังแห่งธรรมชาติ

บทที่ 97 - พลังแห่งธรรมชาติ

บทที่ 97 - พลังแห่งธรรมชาติ


แผนการหน้ากากสัจธรรมเป็นแผนระยะยาวระดับชั่วชีวิตที่ติดตัวกริมม์ไปตลอด กริมม์ย่อมไม่เสียเวลามากมายไปวิจัยความรู้ด้านนี้ในช่วงเวลาสำคัญก่อนสงครามชิงสิทธิ์หอคอยศักดิ์สิทธิ์

แต่ความรู้เรื่องเนตรอนันต์เป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้

หลังจากเรียนรู้ความรู้พื้นฐานเรื่องโครงสร้างดวงตามนุษย์และวิธีการตรวจจับภายนอกแบบอื่นๆ ของมนุษย์เสร็จ ก็ผ่านไปกว่าสี่เดือนแล้ว ในช่วงนี้ ชีวิตประจำวันของกริมม์ก็เข้าสู่ระบบระเบียบ ตอนเช้าไปฟังเพลอานอสสอนที่ชั้น 79 หอคอยทมิฬ ตอนบ่ายและตอนเย็นวิจัยเวทมนตร์ระเบิดเพลิงที่กระท่อมตัวเอง นานๆ ทีจะไปรวมกลุ่มกับบินแฮนสัน ลาฟี เพื่อผ่อนคลายจิตใจอย่างฟุ่มเฟือยบ้าง

วันนี้ กริมม์มาห้องแล็บอาจารย์เพลอานอสเหมือนเคย แต่เห็นม้วนคัมภีร์ยักษ์นั้นถูกม้วนเก็บไว้แล้ว

เห็นสายตาสงสัยของกริมม์ เพลอานอสพูดเรียบๆ "เอาไปสิ ม้วนคัมภีร์เนตรอนันต์นี้ถือเป็นของขวัญสืบทอดจากฉันในฐานะอาจารย์ ในอนาคตเมื่อหน้ากากสัจธรรมของเธอถือกำเนิดขึ้น ก็จงเติมเต็มม้วนคัมภีร์นี้ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น แล้วส่งต่อให้ลูกศิษย์ของเธอ ส่วนความรู้หลักการพื้นฐานของเนตรอนันต์ ฉันสอนเธอหมดแล้ว ต่อไปเธอต้องไปทดลองเจาะจงตามลักษณะโครงสร้างร่างกายของเธอเอง"

กริมม์สีหน้าเคร่งขรึม

สองมือรับม้วนคัมภีร์ที่รู้สึกหนักอึ้งในความรู้สึกอย่างนอบน้อม มือสั่นเทาเล็กน้อย ความรับผิดชอบที่เรียกว่าการสืบทอดความรู้ในโลกพ่อมดปรากฏขึ้นในตัวกริมม์เป็นครั้งแรก วินาทีนี้ราวกับกำลังทำพิธีที่เคร่งขรึม จริงจัง และศักดิ์สิทธิ์ กริมม์ไม่มีความคิดฟุ้งซ่านใดๆ

มีเพียงการสืบทอดความรู้จากรุ่นสู่รุ่นแบบนี้ โลกพ่อมดถึงจะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ม้วนคัมภีร์โบราณเหล่านั้นก็คือการที่พ่อมดหลายรุ่นเติมเต็มความรู้ในสาขาหนึ่งจนสมบูรณ์แบบ เมื่อมาถึงมือคนรุ่นหลังจึงกลายเป็นพาหนะบรรจุความรู้อันล้ำค่า ที่จะสืบทอดไปชั่วนิรันดร์พร้อมกับกาลเวลาของโลกพ่อมด

เก็บม้วนคัมภีร์เสร็จ กริมม์ถาม "อาจารย์ครับ วันนี้จะเรียนเรื่องอะไรครับ?"

"สามวิธีในการเลื่อนขั้นจากผู้ฝึกหัดพ่อมดเป็นพ่อมดทางการ!" เพลอานอสพูดทีละคำอย่างจริงจัง

กริมม์หน้าตาตื่นเต้น การเลื่อนขั้นเป็นพ่อมดทางการ เป็นความฝันของผู้ฝึกหัดพ่อมดทุกๆ คน แต่ในผู้ฝึกหัดพ่อมดหลายร้อยคนมักจะมีแค่ไม่กี่คนที่ทำความฝันนี้ได้สำเร็จ ส่วนใหญ่ต่างสลายกลายเป็นดินและฝุ่นธุลีไปตามกาลเวลา ดูเหมือนคอขวดที่เรียกว่าการเลื่อนขั้นเป็นพ่อมดทางการนั้นจะเป็นคำสาปที่ฆ่าคนไปมากมาย

หากไม่เลื่อนขั้นเป็นพ่อมดทางการ ผู้ฝึกหัดพ่อมดสายธาตุจะมีอายุขัยอย่างมากก็สามสี่ร้อยปี ก่อนจะต้องเผชิญกับความตายและการดับสูญ แต่หากเลื่อนขั้นเป็นพ่อมดทางการได้ ชีวิตจะเกิดการยกระดับและผลัดเปลี่ยน ชีวิตจะไม่ถูกจำกัดด้วยความเสื่อมถอยของร่างกายอีกต่อไป วิญญาณจะกลายเป็นรากฐานของพ่อมดธาตุ

กล่าวคือ ก่อนเลื่อนขั้นเป็นพ่อมดทางการ ร่างกายเลี้ยงดูวิญญาณ หลังเลื่อนขั้นเป็นพ่อมดทางการ วิญญาณจะเป็นอมตะ ร่างกายต่อให้เสื่อมถอยแค่ไหนก็จะรักษาการทำงานทางสรีรวิทยาให้อยู่ในระดับปกติ

กริมม์ถามอย่างตื่นเต้น "สามวิธีไหนครับ?"

"ความแข็งแกร่ง ปัญญา โชคชะตา!" พูดจบ เพลอานอสก็พูดต่ออย่างจริงจังและเคร่งขรึม "ในนั้น โอกาสสำเร็จมากที่สุดในการเลื่อนขั้นเป็นพ่อมดทางการคือความแข็งแกร่ง ขอแค่เธอเป็นผู้ฝึกหัดระดับท็อปของเขตใดเขตหนึ่งในสงครามชิงสิทธิ์หอคอยศักดิ์สิทธิ์ได้ เธอจะได้สัมผัสความลับของโลกพ่อมด และเธอจะมีโอกาสเลื่อนขั้นเป็นพ่อมดทางการร้อยเปอร์เซ็นต์

ส่วนวิธีที่มีโอกาสสำเร็จน้อยที่สุดคือโชคชะตา หรือจะเข้าใจว่าเป็นพรหมลิขิตก็ได้ แม้โลกพ่อมดจะปฏิเสธสิ่งนั้นมาตลอด แต่พ่อมดทุกคนรู้ดีว่ามันมีอยู่จริง โลกไร้ที่สิ้นสุดมักจะลำเอียงเข้าข้างคนบางคนที่เธออาจจะไม่ได้สนใจเลย"

กริมม์เงียบ

แม้ก่อนหน้านี้จะเคยรู้เรื่องความลับของยอดฝีมือในสงครามชิงสิทธิ์หอคอยศักดิ์สิทธิ์จากอาจารย์เพลอานอสมาบ้าง แต่พอรู้ว่ามันเป็นหนึ่งในสามวิธีเลื่อนขั้นเป็นพ่อมดทางการ แถมยังถูกจัดอยู่ในหมวดความแข็งแกร่ง กริมม์ก็รู้สึกเศร้าใจนิดๆ และไม่ค่อยเข้าใจ

เพลอานอสกลับพูดอย่างไม่ใส่ใจ "แทนที่จะทิ้งให้เสียของ สู้ยกให้พวกเธอผู้ฝึกหัดพ่อมดไปดีกว่า นี่ก็นับเป็นกฎพิเศษและท่วงทำนองโลกของโลกพ่อมดแหละนะ"

ได้ยินคำนี้ ใบหน้ากริมม์ฉายแววเศร้าใจแวบหนึ่ง แม้จะรีบกลบเกลื่อนไปทันที

"อาจารย์ครับ ในเมื่อโชคชะตาคือการเลือกเชิงรับของพรหมลิขิต เป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ แล้วปัญญาล่ะครับ?" ในใจกริมม์ตัดความเป็นไปได้ที่จะพึ่งพาโชคชะตาในการเลื่อนขั้นทิ้งไปนานแล้ว ในฐานะพ่อมดสายเหตุผล กริมม์เหมือนพ่อมดส่วนใหญ่ที่ไม่เคยเชื่อในโชคชะตา และจะไม่ฝากเส้นทางการเลื่อนขั้นของตัวเองไว้กับสิ่งที่มองไม่เห็นจับต้องไม่ได้ รอคอยการเลือกเชิงรับของพรหมลิขิต

"อยากพึ่งปัญญาเลื่อนขั้นเป็นพ่อมดทางการ ก็ต้องเข้าใจความแตกต่างที่แท้จริงระหว่างผู้ฝึกหัดพ่อมดกับพ่อมดทางการก่อน" พูดจบ เพลอานอสมองกริมม์แวบหนึ่ง ทันใดนั้นกริมม์รู้สึกว่าพลังธรรมชาติรอบตัวเริ่มบีบอัดตัวเองอย่างบ้าคลั่ง ตัวเองเหมือนตกอยู่ในคุกธรรมชาติ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กริมม์เผชิญกับการกดดันด้วยพลังธรรมชาติของพ่อมดทางการ กริมม์ยังพอรักษาความเยือกเย็นพื้นฐานไว้ได้ เพราะกริมม์รู้ว่า ในเส้นทางพ่อมดธาตุ การกดดันด้วยพลังธรรมชาติของพ่อมดระดับสูงต่อระดับต่ำเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้

เพลอานอสหยิบลูกแก้วออกมา พูดเรียบๆ "ลองทดสอบระดับพลังโจมตีของเธอตอนนี้ดูซิ"

กริมม์พยักหน้า ปล่อยเวทค้างคาวไฟ ตูม! คลื่นไฟกระจาย

หลังสลายไฟอมตะ กริมม์มองไปที่ลูกแก้ว แล้วหน้าเสีย "แค่ 39 หน่วย? ถูกกดดันจนเหลือแค่ห้าเท่าของพลังโจมตีพื้นฐานเองเหรอ?" (กริมม์มีพลังจิต 40 จุด กระตุ้นพลังเวทได้ประมาณ 75-85 จุด สร้อยคอและแหวนเพิ่มพลังจิตไม่มีผลแล้ว ถือว่าเป็นผลจากยาเพิ่มสมาธิ)

อย่างไรก็ตาม พลังโจมตีที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนี้ ก็เป็นเพราะกริมม์ไม่ได้ใช้กายาอาบอัคคีด้วย ไม่งั้นพลังโจมตีของค้างคาวไฟคงจะเพิ่มขึ้นอีกหน่อย

เพลอานอสเก็บลูกแก้ว พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า "นี่เป็นเรื่องปกติ ถ้าเป็นพ่อมดตราศักดิ์สิทธิ์กดดันเธอ เธอคงร่ายเวทไม่ออกเลยด้วยซ้ำ แต่ถ้าเป็นพ่อมดระดับต่ำ พลังโจมตีของเธออาจจะสูงกว่านี้หน่อย และความแตกต่างตรงนี้ ก็คือการควบคุมพลังธรรมชาติ การที่เธอยังถูกนับว่าเป็นผู้ฝึกหัดพ่อมดอยู่ ก็เพราะเธอไม่มีการควบคุมพลังธรรมชาติ จึงได้ถูกกดดันขนาดนี้"

กริมม์ขมวดคิ้ว "การควบคุมพลังธรรมชาติ? งั้นผู้ฝึกหัดพ่อมดสามารถร่ายเวทมนตร์ได้โดยพึ่งพาอะไรล่ะครับ?"

เพลอานอสส่ายหน้าก่อนจะตอบ "สิ่งที่เรียกว่าเวทมนตร์ของผู้ฝึกหัดพ่อมด ก็แค่แก่นแท้แห่งปัญญาที่พ่อมดโบราณสรุปมาจากการศึกษาพลังธรรมชาติของโลกพ่อเท่านั้น พูดง่ายๆ คือ ผู้ฝึกหัดพ่อมดใช้พลังเวทของตัวเองเป็นแหล่งพลังงาน ใช้วงเวท (แก่นแท้ปัญญาพ่อมดโบราณ) เป็นจุดหมุน สร้างคานงัดพลังธรรมชาติของโลกพ่อมด เพราะวงเวทเหล่านี้เป็นปัญญาที่พ่อมดโบราณสรุปมาจากพลังธรรมชาติของโลกพ่อมด ดังนั้นถ้าหากย้ายไปอยู่ในต่างโลกที่มีความแตกต่างจากโลกพ่อมดมาก พวกเธอผู้ฝึกหัดพ่อมดอาจจะร่ายเวทพื้นฐานที่สุดไม่ได้ด้วยซ้ำ"

กริมม์อึ้ง นึกย้อนไปตอนอยู่แดนลึกลับหอคอยทมิฬ กริมม์ก็รู้สึกว่าพลังเวทถูกกดดันไม่ไหลลื่นอยู่ลางๆ เหมือนกัน

บางที...

นี่คงเป็นเพราะแดนลึกลับหอคอยทมิฬเป็นแค่เศษซากโลกบริวารของโลกพ่อมด กริมม์จึงแค่รู้สึกกดดันเท่านั้น ถ้าเปลี่ยนเป็นโลกต่างมิติ กริมม์อาจจะร่ายเวทพื้นฐานที่สุดไม่ออกจริงๆ ก็ได้

เพลอานอสพูดต่อ "ส่วนพ่อมดทางการ คือคนที่ใช้พลังเวทชักนำพลังธรรมชาติมาเป็นแหล่งพลังงาน ใช้ตัวเองเป็นจุดหมุน งัดกฎเกณฑ์ของโลก ดังนั้น ต่อให้ผู้ฝึกหัดพ่อมดสายธาตุจะสร้างพลังโจมตีได้สูงแค่ไหน แต่พอเจอพ่อมดทางการใช้พลังธรรมชาติกดดัน ก็ทำได้แค่ยอมจำนน"

กริมม์ตาสว่าง เข้าใจแล้ว พร้อมกับเกิดความเข้าใจบางอย่าง

สิ่งที่เรียกว่าผู้ฝึกหัดพ่อมด ก็แค่ผลผลิตกึ่งกลางระหว่างมนุษย์ธรรมดากับพ่อมดทางการที่พ่อมดโบราณใช้ปัญญา "สร้าง" ขึ้นมา เป็นกลุ่มผลผลิตที่แสดงความสามารถได้จำกัดแค่ในถิ่นโลกพ่อมดเท่านั้น

วิธีการโจมตีของผู้ฝึกหัดพ่อมดคือการกระตุ้นพลังธรรมชาติของโลกพ่อมด แต่ความสามารถพื้นฐานที่สุดของพ่อมดทางการคือการควบคุมพลังธรรมชาติ แบบนี้ก็...

เพลอานอสเห็นกริมม์เข้าใจแล้ว ก็พูดต่อ "ดังนั้น ผู้ฝึกหัดพ่อมดที่อยากใช้ปัญญาเลื่อนขั้นเป็นพ่อมดทางการ ก็ต้องสังเกตระดับปฏิกิริยาระหว่างพลังธรรมชาติกับวงเวทในวิญญาณของตัวเองอย่างยาวนาน เพื่อให้วิญญาณสัมผัสถึงธรรมชาติ ในจุดนี้ เป็นเส้นทางที่เหมาะกับพ่อมดขาว พ่อมดมืดน้อยคนนักจะทำสำเร็จ นี่เป็นสาเหตุที่จำนวนพ่อมดขาวมีมากกว่าพ่อมดมืดมาก แน่นอน โดยทั่วไปแล้ว ผู้ฝึกหัดพ่อมดที่มีปัญญาสูงมักจะทำสำเร็จได้ง่ายกว่า และปัญญาสูงก็หมายถึงความแข็งแกร่งที่มากขึ้น"

กริมม์นวดขมับ คิดว่าถ้าตัวเองต้องพึ่งปัญญาเลื่อนขั้นเป็นพ่อมดทางการ จะสัมผัสพลังธรรมชาติยังไง

กริมม์คิดตั้งนาน สิ่งเดียวที่นึกออกคือ "คำเตือนของพ่อมด" ตอนที่เขาพยายามจะเข้าเขตแดนลับครั้งที่สองตอนเขตแดนลับครั้งแรกเปิดออกในการทดสอบเด็กใหม่ กริมม์นึกไม่ออกเลยว่าจะสัมผัสพลังธรรมชาติด้วยตัวเองได้ยังไง เขานึกออกแค่การสัมผัสพลังธรรมชาติจากตัวพ่อมดเท่านั้น

ถ้ากริมม์จะเดินเส้นทางเลื่อนขั้นด้วยปัญญา มันช่างยากเย็นแสนเข็ญจริงๆ

เพลอานอสไม่รู้ว่ากริมม์คิดอะไรอยู่ พูดเสียงหนัก "ความแข็งแกร่ง ปัญญา โชคชะตา สามเส้นทางเลื่อนขั้น นี่คือข้อจำกัดสูงสุดของอารยธรรมพ่อมดแห่งโลกพ่อมด! วิธีเลื่อนขั้นจากผู้ฝึกหัดเป็นพ่อมดทางการทั้งสามวิธี ต่างก็มีข้อบกพร่องและความไม่แน่นอน นี่เป็นพันธนาการของกฎเกณฑ์โลกไร้ที่สิ้นสุด เป็นข้อจำกัดที่จำเป็นต่ออารยธรรมพ่อมด"

กริมม์จัดรูปแบบการวิวัฒนาการของอารยธรรมพ่อมดนี้ว่าเป็นการวิวัฒนาการเชิงรุก ส่วนพ่อมดสายกายภาพและสิ่งมีชีวิตต่างโลกส่วนใหญ่จัดเป็นการวิวัฒนาการเชิงรับ

ดูเหมือนว่า ข้อเสียของการวิวัฒนาการเชิงรุกก็เหมือนกับสิ่งมีชีวิตต่างโลกที่เกิดมาแข็งแกร่งมหาศาล ความหมายคือยิ่งความแข็งแกร่งเฉพาะตัวมีมากเท่าไหร่ จำนวนประชากรก็จะลดน้อยลงไปตาม? (Salty : ยิ่งเก่งยิ่งมีลูกยาก ขยายจำนวนประชากรได้ยาก :D)

อย่างไรก็ตาม พ่อมดโบราณก็ใช้การสั่งสมปัญญาจากรุ่นสู่รุ่นเพื่อต่อต้านข้อจำกัดกฎเกณฑ์โลกไร้ที่สิ้นสุดนี้ และ "สิ่ง" ที่เรียกว่าผู้ฝึกหัดพ่อมด ก็คือผลผลิตทางปัญญาที่พ่อมดโบราณใช้ต่อต้านข้อจำกัดกฎเกณฑ์โลกไร้ที่สิ้นสุด (Salty : ใช้ความรู้สร้างความแข็งแกร่งแทนการส่งมอบความแข็งแกร่งให้โดยตรง :D)

เพลอานอสพูดขึ้นอีก "จริงสิ กริมม์ อนาคตถ้าเธอเลื่อนขั้นเป็นพ่อมดทางการ หากยังคิดจะควบตำแหน่งพ่อมดสายกายภาพด้วย ก็อย่าเลือกวิธีลดทอนสมรรถภาพร่างกายเพื่อกระตุ้นพลังจิต วิธีนั้นแม้จะเพิ่มพลังจิตได้มากในเวลาสั้นๆ แต่จะจำกัดการพัฒนาของเวทมนตร์สายกายภาพในอนาคต

และยังทำให้สมรรถภาพร่างกายเสื่อมถอยเหมือนคนแก่ตลอดไป ถึงตอนนั้นเธอควรจะเลือกวิธีลดทอนพลังจิตเพื่อบำรุงเสริมสร้างร่างกายก่อน แล้วค่อยใช้เวลานั่งสมาธิฟื้นฟูพลังจิตกลับมาทดแทนในภายหลัง เธอก็จะสามารถพัฒนาไปถึงระดับสูงสุดของพ่อมดระดับหนึ่งได้"

ตอนที่ผู้ฝึกหัดพ่อมดเลื่อนขั้นเป็นพ่อมดทางการ สมรรถภาพร่างกายและพลังจิตจะสื่อสารกันอย่างสมบูรณ์แบบในวินาทีที่วิญญาณยกระดับ เกิดเป็นเงื่อนไขการแปลงค่าซึ่งกันและกันที่สมบูรณ์แบบที่มีเพียงครั้งเดียวในชีวิต

กริมม์สูดหายใจลึก พยักหน้า "ทราบแล้วครับ"

มิน่าล่ะพ่อมดหลายคนถึงดูแก่เฒ่า คงเป็นเพราะตอนเลื่อนขั้นเป็นพ่อมดทางการ โลภอยากเพิ่มพลังจิตเร็วๆ เลยลดทอนสมรรถภาพร่างกายสินะ ยังไงซะ หลังจากเลื่อนขั้นเป็นพ่อมดทางการแล้ว สมรรถภาพร่างกายก็ไม่ได้เป็นปัจจัยหลักที่จำกัดอายุขัยพ่อมดอีกต่อไป พ่อมดธาตุหลายคนเลยละทิ้งสมรรถภาพร่างกายไปเลย...

ที่เพลอานอสเตือนกริมม์เรื่องนี้เป็นพิเศษ เป็นไปได้สูงว่าเขาเคยเดินพลาดในจุดนี้มาก่อน เลยจำฝังใจมาตลอด

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 97 - พลังแห่งธรรมชาติ

คัดลอกลิงก์แล้ว