- หน้าแรก
- บันทึกเส้นทางจอมเวท
- บทที่ 89 - เขต 28
บทที่ 89 - เขต 28
บทที่ 89 - เขต 28
(Salty : วงเล็บอธิบายเสริมที่ไม่มีชื่อ Salty กำกับ คือคำอธิบายเสริมของตัวผู้แต่งเองนะครับ ผมแปลแล้วใส่ไปตามนั้นเลยไม่ได้ลบออก เพราะบางครั้งมันก็เหมือนบ่นๆ บางครั้งก็อธิบายส่วนสำคัญเพิ่ม :D)
สงครามไล่ล่ากินเวลาเกือบครึ่งปี ทั่วทั้งแอ่งกระทะร่องรอยศักดิ์สิทธิ์เต็มไปด้วยร่องรอยการต่อสู้ ผู้ฝึกหัดเขต 19 ถูกผู้ฝึกหัดเขต 12 "คัดกรอง" ครั้งใหญ่
ครึ่งปีต่อมา เมื่อเหล่าคณบดีสถาบันพ่อมดที่รับผิดชอบการดูแลปรากฏตัวขึ้น ก็เป็นการประกาศสิ้นสุดสงครามด้วยชัยชนะของสถาบันพ่อมดเขต 12 ผู้ฝึกหัดพ่อมดทุกคนในแอ่งกระทะร่องรอยศักดิ์สิทธิ์จะเดินทางกลับสถาบันของตนเพื่อเตรียมตัวสำหรับการทดสอบหอคอยศักดิ์สิทธิ์ในอีกสามปีข้างหน้า และพ่อมดทุกสถาบันในเขต 12 จะได้รับส่วนแบ่งทรัพยากรจากการขุดค้นในแอ่งกระทะร่องรอยศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากไปอีกร้อยปี
ทีมลาฟีมีจิตใจที่หนักอึ้ง ทุกอย่างเป็นเพราะที่ว่างที่ยอร์คริสทิ้งไว้ ทำให้ยอร์คเลียนาดูโดดเดี่ยวเหลือเกิน แต่พวกเขาก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้
เส้นทางขากลับของผู้ฝึกหัดแต่ละสถาบันไม่ได้ราบรื่นนัก ผู้ฝึกหัดจำนวนไม่น้อยเกิดการต่อสู้แย่งชิงตราประทับด้วยความโลภ และสะสางความแค้นส่วนตัวที่ก่อขึ้นระหว่างสงคราม มีผู้ฝึกหัดตายไปไม่น้อย แต่ยังดีที่พันธมิตรเรือใบโลหิตของสถาบันหอคอยทมิฬเดินทางกลับเป็นกลุ่มใหญ่ พวกลาฟีจึงลดปัญหาไปได้มาก
......
ป่าหนามทมิฬ
ยอร์คเลียนามองดูผู้ฝึกหัดต่อสู้กับฝูงลิงยักษ์ ตอนนี้เธอมีเวทสนับสนุนเต็มตัวแต่กลับไม่มีที่ให้ใช้ ได้แต่ยืนบื้อเหมือนคนนอก ยอร์คเลียนารู้สึกโดดเดี่ยวอีกครั้ง เมื่อไม่มียอร์คริส เธอพบว่าตัวเองเข้ากับความเป็นจริงไม่ได้เลย
บางที ถ้าไม่มียอร์คริส ยอร์คเลียนาคงถูกคัดออกตั้งแต่บนเรือเดินสมุทรแล้ว...
......
สถาบันพ่อมดหอคอยทมิฬ
สมาชิกพันธมิตรเรือใบโลหิตเป็นกลุ่มแรกๆ ที่กลับมาถึงสถาบัน ตอนนี้ทุกคนมองดูใบหน้าใหม่ในสถาบันที่แอบมองพวกเขาเหมือนลูกหมาป่า สายตาเต็มไปด้วยความมุ่งร้ายและระแวดระวัง เห็นได้ชัดว่าชีวิตในสถาบันของเด็กใหม่รุ่นนี้ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ไม่ได้สุขสบายนนัก เผลอๆ ความโหดร้ายบางอย่างอาจจะมากกว่ารุ่นก่อนๆ ด้วยซ้ำ
บินแฮนสันกระซิบ "เห็นเจ้าพวกตัวเล็กพวกนี้ แล้วนึกถึงพวกเราตอนนั้นเลย ไม่รู้จะเรียกว่าพวกเขาโชคดีหรือโชคร้ายดี"
ที่ว่าโชคดี ก็คือเด็กใหม่พวกนี้ไม่ต้องเจอสงครามสถาบันระหว่างเขตที่เกิดขึ้นร้อยปีครั้ง ส่วนโชคร้าย ก็คือพวกเขาตามการแข่งชิงสิทธิ์หอคอยศักดิ์สิทธิ์รอบนี้ไม่ทันเหมือนกัน
โรบินส่ายหน้า "น่าจะถือว่าโชคดีนะ อย่างน้อยพวกเขาก็จะได้เป็นรุ่นพี่อาวุโสสุดในการแข่งชิงสิทธิ์หอคอยศักดิ์สิทธิ์รอบหน้า ได้เปรียบกว่าเยอะ อย่างน้อยถ้าให้ฉันเลือก ฉันขอมาเข้าสถาบันช้ากว่านี้สักรุ่นดีกว่า แบบนั้นอีกร้อยปีข้างหน้าฉันอาจจะมีลุ้นชิงสิทธิ์หอคอยศักดิ์สิทธิ์บ้างก็ได้"
ลาฟีพูดขึ้นทันที "ไม่รู้ว่าสามคนนั้นเป็นยังไงบ้าง ตอนนั้นพ่อมดหน้ากากไร้ลักษณ์ลงแรงแย่งพวกเรามาจากสถาบันกระท่อมลิลิธ ก็เพราะสามคนนั้นมีโอกาสชิงสิทธิ์หอคอยศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่เหรอ? ได้ยินว่าถ้าพ่อมดคนไหนปั้นลูกศิษย์ให้มีคุณสมบัติเป็นพ่อมดนักล่าได้ จะได้รับรางวัลพิเศษจากหอคอยศักดิ์สิทธิ์ด้วย"
สามคนที่ลาฟีพูดถึง ย่อมหมายถึง โซลังก์ หยุนหลี และบิบิลิออนนา
บินแฮนสันพูดอย่างดูแคลน "ลูกพี่ลาฟี ฝีมือบิบิลิออนนาเป็นยังไงพี่ก็รู้อยู่ ยัยนั่นไม่มีทางทำได้หรอก ส่วนหยุนหลีกับโซลังก์ สองคนนี้น่าจะเก่งกว่ายัยนั่นเยอะ แต่จะชิงสิทธิ์พ่อมดนักล่าได้ไหมก็ต้องพึ่งดวงด้วยแหละ"
ลาฟีถอนหายใจ
แม้บินแฮนสันจะพูดความจริง แต่ในเมื่อบอกว่าบิบิลิออนนาไม่มีโอกาส ในอีกมุมหนึ่งก็เท่ากับบอกว่าตัวเธอเองก็ไม่มีโอกาสเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?
แม้ว่า...
เธอจะพยายามอย่างหนักแล้วก็ตาม
ทันใดนั้น ลาฟีหันไปมองกริมม์ สายตาไหววูบ กริมม์กลับมาทำตัวเจียมเนื้อเจียมตัวอีกครั้ง เดินตามหลังเธอและครุ่นคิดตลอดทั้งวัน ดูเหมือนจะคำนวณสูตรปฏิกิริยาเวทมนตร์บางอย่างในหัวอยู่ตลอดเวลา วันๆ หนึ่งนอกจากคุยไม่กี่ประโยคก่อนนอน ก็ทำตัวเหมือนหุ่นยนต์ หลายคนมองข้ามการมีอยู่ของเขาไปแล้ว
แต่ในฐานะคนรักของกริมม์ ลาฟีที่พอจะสัมผัสถึงพลังของกริมม์ได้ลางๆ อดคิดไม่ได้ว่า: ถ้าเป็นเขา น่าจะมีโอกาสไม่น้อยเลยนะ...
ลาฟีเองก็ไม่กล้ายืนยันฝีมือที่แท้จริงของกริมม์ เพราะในสงครามครั้งนี้ นอกจากควักตราประทับออกมาเป็นกำ กริมม์ก็ไม่มีผลงานการต่อสู้ที่เล่าขานกันเลย ไม่ว่าจะในรายชื่อสิบยอดฝีมือหอคอยทมิฬ หรือรายชื่อตัวเต็งสำรอง ก็ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับกริมม์
ราวกับว่า กริมม์เป็นเพียงผู้ฝึกหัดพ่อมดธรรมดาๆ คนหนึ่งจริงๆ
แต่ถ้ากริมม์เป็นแค่ผู้ฝึกหัดธรรมดา จะควักตราประทับที่เป็นตัวแทนชีวิตผู้ฝึกหัดเขต 19 ออกมาเป็นกำได้เหรอ?
กริมม์ไม่ได้พูดอะไร ในหัวนอกจากคำนวณสูตรปฏิกิริยาเวทมนตร์ระเบิดเพลิงแล้ว เขายังคิดเรื่องหนึ่งอยู่ตลอด นั่นคือเรื่องรางวัลที่หอคอยศักดิ์สิทธิ์จะมอบให้แก่อาจารย์ที่ปั้นพ่อมดนักล่าได้ มันคืออะไรกันแน่ ถึงทำให้อาจารย์หน้ากากไร้ลักษณ์ที่เป็นถึงพ่อมดระดับสองยอมลงทุนข้ามน้ำข้ามทะเลมาปล้นเรือลำนั้น
อีกด้านหนึ่ง ยอร์คเลียนาก็ไม่ได้พูดอะไร เธอลูบตราประทับมากมายในถุงผ้า ดวงตาชุ่มชื้นขึ้นมาอีกครั้ง แต่ผ่านไปกว่าครึ่งปี ยอร์คเลียนาสามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้นมาก เธอมองกริมม์ด้วยความซาบซึ้งใจเงียบๆ แล้วก้มหน้าเดินตามทุกคนต่อไป
สาวน้อยขี้อายคนนี้ เริ่มเติบโตขึ้นแล้ว
......
สองวันต่อมา หอคอยทมิฬชั้นที่ 79
"โย่ กริมม์ หายไปเป็นสิบปี สงครามสถาบันครั้งนี้ทำให้นายดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเยอะเลยนี่" กาเฮนอนอยู่บนโซฟา เห็นกริมม์เดินเข้ามาก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร เลียอุ้งเท้าตัวเองแล้วพูดเรียบๆ ทำท่าทางเหมือนคนแก่ที่ผ่านโลกมาเยอะ
ตอนนี้กริมม์อายุสามสิบต้นๆ เวลาสิบกว่าปี ย่อมทำให้เขาเติบโตขึ้นมาก
กริมม์วางถุงปลาหลัวติงไว้ตรงหน้าแมวดำ ผ่อนคลายพลังจิตที่ตึงเครียดมาตลอดลงเล็กน้อย ยิ้มถาม "คุณกาเฮ อาจารย์ไม่อยู่เหรอครับ?"
แมวดำคาบปลาหลัวติง กระโดดขึ้นไปบนตู้ปลาขนาดยักษ์ ชำเลืองมองกริมม์อย่างเบื่อหน่าย เตือนว่า "ตอนนี้นายอย่าเพิ่งไปกวนตาแก่นั่น เขาไม่ได้เจอเมียมาสิบกว่าปี ก็ต้องจู๋จี๋กันให้หายคิดถึงหน่อย ไม่เหมือนฉันที่เป็นแมวไร้คู่ ชินกับความเหงาเดียวดาย เฮ้อ... มีแต่ปลาเปาจื่อพวกนี้ที่เข้าใจหัวใจฉัน"
กริมม์ขนลุกซู่ พวกมันไม่ได้เข้าใจหัวใจ แต่เข้าไปในกระเพาะต่างหาก
หนึ่งวันต่อมา
วาโลกับกริมม์นั่งด้วยกัน เพลอานอสมองตราประทับมากมายที่กริมม์วางไว้ตรงหน้า รู้สึกสดชื่นแจ่มใส "อื้ม อีกหนึ่งเดือนแดนลึกลับหอคอยทมิฬจะเปิด ตราประทับพวกนี้จะได้ใช้ประโยชน์ ถึงตอนนั้นพวกเธอต้องเข้าไปเดินเล่นในแดนลึกลับของท่านเจ้าของหอคอยให้คุ้ม อย่าเพิ่งเข้าไปแล้วโดนโยนออกมาซะล่ะ เอาล่ะ ตอนนี้พวกเธอสองคนลองพูดถึงความรู้สึกในช่วงหลายปีมานี้หน่อยซิ"
วาโลกับกริมม์มองหน้ากัน ความรู้สึก?
วาโลเกาหัว "เอ่อ... ก็ไม่ค่อยรู้สึกอะไรนะครับ เพราะถูกส่งไปเฝ้าจุดทรัพยากรแนวหลังสุด ตั้งแต่ต้นจนจบสงครามไม่เคยเห็นหน้าผู้ฝึกหัดเขต 19 เลย วันๆ น่าเบื่อมาก อ้อ จริงสิ ผมได้รู้จักเพื่อนดีๆ หลายคน ระหว่างนั้นมีความรักครั้งหนึ่งแล้วก็อกหัก นี่นับเป็นความรู้สึกไหมครับ?"
เพลอานอสหน้าดำทะมึน ห้องเงียบกริบไปครู่หนึ่ง เพลอานอสพูดเสียงเย็นยะเยือก "แกไสหัวออกไป!"
วาโลดูเหมือนจะรู้อยู่แล้วว่าต้องจบแบบนี้ หลายปีมานี้เขาชินกับนิสัยอาจารย์แล้ว แลบลิ้นแล้วรีบแจ้นออกไป
กริมม์: "เอ่อ... ความรู้สึกเหรอครับ เกี่ยวกับเวทมนตร์ระเบิดเพลิง... อ้อ ไม่ใช่! ผมรู้แล้ว อาจารย์ถามถึงความแตกต่างระหว่างพ่อมดขาวกับพ่อมดมืดใช่ไหมครับ?"
เพลอานอสพยักหน้า "ฮึ เธอเก่งกว่าไอ้บ้านั่นร้อยเท่า"
กริมม์แลบลิ้นเลียนแบบวาโล ต่อหน้าอาจารย์คนนี้ แม้กริมม์จะอายุสามสิบกว่าแล้ว ก็ยังทำตัวเป็นเด็กได้ คิดครู่หนึ่งแล้วตอบเสียงขรึม "พ่อมดขาวกับพ่อมดมืดมีข้อดีข้อเสียชัดเจน การที่หอคอยศักดิ์สิทธิ์เจ็ดวงแหวนแยกผู้ฝึกหัดเป็นสองสายเพื่อฝึกฝนนั้นมีเหตุผลมาก อย่างน้อยในแง่สงครามรูปแบบกองทัพขนาดใหญ่ พ่อมดมืดแทบไม่มีทางสั่นคลอนสถานะของพ่อมดขาวได้เลย เว้นแต่จะมีพลังระดับเปลี่ยนแปลงคุณภาพ สงครามครั้งนี้ ถ้าสเกลใหญ่กว่านี้อีกนิด พ่อมดมืดคงไม่มีทางชนะ เผลอๆ สุดท้ายฝ่ายที่ต้องหนีหัวซุกหัวซุนจะเป็นพ่อมดมืดเขต 12 เสียเอง"
เพลอานอสยิ้มอย่างพอใจ มองกริมม์ด้วยความชื่นชม
"จริงๆ แล้ว ไม่ใช่แค่หอคอยศักดิ์สิทธิ์เจ็ดวงแหวน หอคอยศักดิ์สิทธิ์ทุกแห่งในทวีปก็ฝึกฝนแบบนี้ ต่อไปพอเธอได้เป็นพ่อมดนักล่า เธอจะรู้ถึงความแข็งแกร่งของพ่อมดขาว โดยทั่วไปพวกเขาคือกำลังหลักของโลกพ่อมด แม้แต่หอคอยศักดิ์สิทธิ์เจ็ดวงแหวนของเราที่เน้นไปทางพ่อมดมืด ก็ยังต้องฝึกฝนพ่อมดขาวถึงสิบเขตเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการทำสงครามภายนอก" เพลอานอสชี้แนะกริมม์
กริมม์ครุ่นคิด
เกี่ยวกับโครงสร้างการปกครองของหอคอยศักดิ์สิทธิ์ในโลกพ่อมด กริมม์รู้แค่ว่าทวีปพ่อมดมีหอคอยศักดิ์สิทธิ์เจ็ดแห่ง ชื่อเรียงตั้งแต่วงแหวนที่หนึ่งถึงเจ็ด และดูเหมือนโลกใต้ดินยังมีหอคอยศักดิ์สิทธิ์อีกไม่กี่แห่ง ส่วนทางทะเลยังมี "เกาะใหญ่" อีกไม่กี่แห่งที่มีหอคอยศักดิ์สิทธิ์นภาและหอคอยศักดิ์สิทธิ์ทมิฬ ส่วนหอคอยศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ กริมม์ไม่รู้แล้ว (สำหรับโลกพ่อมดคือเกาะใหญ่ แต่สำหรับมนุษย์ท้องถิ่นคือพื้นทวีป)
แต่ถึงโลกพ่อมดจะมีหอคอยศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ อยู่อีก ก็คงมีอีกแค่แห่งสองแห่งเท่านั้น
เพราะหอคอยศักดิ์สิทธิ์แต่ละแห่งเป็นตัวแทนของพ่อมดวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ระดับเจ็ดขึ้นไป แม้โลกพ่อมดจะมีรากฐานแข็งแกร่ง แต่ตัวตนที่ยิ่งใหญ่ระดับนั้นย่อมมีไม่มากนัก
แม้จะ "มีแค่" ตัวตนที่ยิ่งใหญ่จำนวนเท่านี้ ก็เพียงพอจะรับประกันอำนาจการปกครองที่แข็งแกร่งของโลกพ่อมดต่อโลกโดยรอบ ก่อเกิดเป็นอารยธรรมพ่อมด (ระดับพลังสูงสุดยังไม่กล่าวถึง จึงข้ามไปในมุมมองของกริมม์)
เรื่องของขั้วอำนาจระดับสูงสุดระหว่างหอคอยศักดิ์สิทธิ์ยังไม่ใช่เรื่องที่กริมม์ต้องสนใจ มีแค่สงครามชิงสิทธิ์หอคอยศักดิ์สิทธิ์ของหอคอยเจ็ดวงแหวนที่จะมาถึงเท่านั้นที่กริมม์สนใจที่สุด เขาจึงถามอาจารย์เพลอานอส
"สงครามชิงสิทธิ์หอคอยศักดิ์สิทธิ์เหรอ..."
เพลอานอสคิดนิดนึง แล้วตอบ "สำหรับหอคอยศักดิ์สิทธิ์เจ็ดวงแหวน มีเขตปกครองทั้งหมด 28 เขต รวมสถาบันพ่อมด 226 แห่ง หอคอยศักดิ์สิทธิ์เจ็ดวงแหวนแบ่ง 28 เขตออกเป็น 5 ฝ่าย เพื่อคัดเลือกผู้ฝึกหัดระดับหัวกะทิที่น่าปั้น โดยเขต 1-5 และ 11-15 เป็นฝ่ายพ่อมดมืด เขต 6-10 และ 16-20 เป็นฝ่ายพ่อมดขาว เขต 21-28 เป็นฝ่ายโกลาหล สงครามชิงสิทธิ์หอคอยศักดิ์สิทธิ์คือการคัดเลือกผู้ฝึกหัด 200 คนจากแต่ละฝ่ายเพื่อเป็นพ่อมดนักล่าสำรอง"
กริมม์รูม่านตาหดเกร็ง "ฝ่ายโกลาหลมีแปดเขต!" (ฝ่ายโกลาหล คือฝ่ายพ่อมดขาว 4 เขต และพ่อมดมืด 4 เขต ที่ทำสงครามกันต่อเนื่องยาวนาน ถือเป็นฝ่ายเดียว ระบบภายในโหดร้ายกว่าพ่อมดขาวและมืดเพียวๆ เพื่อรองรับความต้องการของสงคราม)
พยักหน้า เพลอานอสพูดเรียบๆ "พ่อมดนักล่าที่มาจากฝ่ายนั้นมักจะเก่งที่สุด เป็นตัวแทนพลังการต่อสู้สูงสุดของหอคอยศักดิ์สิทธิ์เจ็ดวงแหวน โดยทั่วไปพลังเฉลี่ยจะข่มพ่อมดนักล่าสำรองระดับเดียวกันจากเขตอื่น แต่ไม่เป็นไร หอคอยศักดิ์สิทธิ์เจ็ดวงแหวนมีโควตารางวัลสูงสุดสำหรับผู้ฝึกหัดระดับท็อป 5 คน ถ้าเธอคิดว่าจะชิงมาได้ ก็ไม่จำเป็นต้องไปสู้กับพวกปีศาจจากฝ่ายโกลาหล เหมือนกับที่พ่อมดขาวไม่ต้องสู้กับพ่อมดมืดอย่างพวกเรา"
กริมม์มีกุญแจมิตรภาพหอคอยทมิฬ และมีโอกาสเรียกใช้ถึงสามครั้ง
ในสายตาเพลอานอส เงื่อนไขติดตัวแบบนี้ทำให้กริมม์มีความเป็นไปได้ที่จะแย่งชิงตำแหน่งสูงสุดมาได้ แน่นอน เพราะเพลอานอสไม่รู้ฝีมือที่แท้จริงของกริมม์ จึงคิดว่าแค่ "มีความเป็นไปได้" เหมือนกับที่ผู้ฝึกหัดเขต 19 มีโอกาสชนะ "ศึกตัดสิน" ในช่วงท้ายนั่นแหละ
กริมม์ไม่พูดอะไร เริ่มเข้าใจสถานการณ์ของสงครามชิงสิทธิ์หอคอยศักดิ์สิทธิ์คร่าวๆ แล้ว
แสดงว่า ในสงครามชิงสิทธิ์หอคอยศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้ เขาต้องโดดเด่นออกมาจากผู้ฝึกหัดของห้าเขต เพื่อเป็นหนึ่งในสุดยอด 200 คนให้ได้ใช่ไหม? ถ้าอยากได้ตำแหน่งสูงสุดนั่น...
"อ้อ จริงสิ สงครามชิงสิทธิ์หอคอยศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่การคัดเลือกที่โหดร้ายถึงตาย เพราะในโลกพ่อมดไม่ใช่พ่อมดทุกคนจะมีเป้าหมายเป็นพ่อมดนักล่า พ่อมดผู้รู้แจ้งก็เป็นเส้นทางของผู้แข็งแกร่งเช่นกัน เธอจะเข้าใจเรื่องนี้เองในอนาคต ดังนั้น สงครามชิงสิทธิ์หอคอยศักดิ์สิทธิ์มีตัวเลือกให้ยอมแพ้รักษาชีวิตได้ เรื่องนี้วางใจได้" เสริมอีกประโยค เพลอานอสก็ถอนหายใจอีกครั้ง ดูเหมือนจะนึกถึงเรื่องอะไรบางอย่าง บรรยากาศโศกเศร้าแผ่ออกมา
"เฮ้อ..."
เพลอานอสพูดอย่างผิดหวัง "เธอไปเตรียมตัวเรื่องแดนลึกลับหอคอยทมิฬเถอะ หวังว่าจะเก็บเกี่ยวอะไรได้บ้าง พอเธอออกมา ฉันจะสอนวิชาดัดแปลงเนตรอนันต์ วิธีเลื่อนขั้นเป็นพ่อมดทางการสามวิธี และไพ่ตายสำหรับสงครามชิงสิทธิ์ที่เตรียมไว้ให้เธอ" (ความเศร้าผิดหวังเกี่ยวข้องกับศิษย์พี่หญิงใหญ่ที่ถูกเรียกตัวกลับ)
กริมม์พยักหน้า จู่ๆ ก็ถาม "อาจารย์ครับ พ่อมดประจำสถาบันและพ่อมดพเนจรในทวีปเรียกว่าพ่อมดผู้รู้แจ้ง งั้นถ้าพ่อมดผู้รู้แจ้งปั้นลูกศิษย์ที่เป็นพ่อมดนักล่าได้ จะได้รับรางวัลอะไรจากหอคอยศักดิ์สิทธิ์ครับ?"
"หือ?"
เพลอานอสยิ้ม "สังเกตเห็นเรื่องนี้ด้วยเหรอ? ฮ่ะๆ แต่เธอวางใจเถอะ คณบดีสถาบันอย่างฉันไม่ได้ต้องการแก่นแท้พ่อมดมากนักหรอก ที่ปั้นเธอขึ้นมาก็เพราะความสนใจชั่ววูบเท่านั้นเอง"
แก่นแท้พ่อมด?
กริมม์จำคำนี้ไว้ บางทีนี่อาจจะเป็นสกุลเงินหายากที่พ่อมดผู้รู้แจ้งในโลกพ่อมดใช้แลกเปลี่ยนทรัพยากรเฉพาะของหอคอยศักดิ์สิทธิ์ก็ได้
(จบแล้ว)