เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

4 - สารอาหาร

4 - สารอาหาร

4 - สารอาหาร


4 - สารอาหาร

จนกระทั่งสุดท้าย ท่านสามก็ไม่ได้พูดถึงความแค้นระหว่างฉู่เจี้ยนเหลยกับโรเจอร์สอีก

บางทีเขาอาจจะลืมไปแล้ว หรือบางทีเขาอาจจะคิดว่ามันไม่คุ้มค่าที่จะพูดถึง

เรื่องบาดหมางระหว่างมดปลวกสองตัว มีความจำเป็นอะไรที่ต้องเจาะจงพูดถึงด้วยหรือ?

ฉู่เจี้ยนเหลยถูกพากลับไปยังค่ายพักชั่วคราวของผู้รอดชีวิตกลางทุ่งรกร้าง และถูกโยนลงไปในหลุมลึกขนาดห้าเมตร

เขาไม่สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองได้ โดยเฉพาะการที่ข้อมือและข้อเท้าของเขามีเงื่อนกระตุกอยู่ พิรุธมันใหญ่เกินไป การถูกกักตัวไว้ดูอาการจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้!

เพื่อนร่วมหลุมของเขาคือศพของโรเจอร์ส ดูเหมือนว่าพวกเขาต้องการจะใช้ศพนี้ตัดสินว่า เขาเป็นพวกกินคนจริงๆ หรือไม่

ฉู่เจี้ยนเหลยไม่มีทางกินคนแน่นอน แต่เขาก็ทนไม่ไหวจริงๆ... เพราะหิวจนแสบท้องไปหมด

เขาจึงตะโกนขอความช่วยเหลือ "ท่านสาม ขอสารอาหารสักหลอดได้ไหมครับ? เดี๋ยวฉันช่วยขนของคืนให้ครั้งหนึ่ง!"

"ข้ามีน้ำปัสสาวะอุ่นๆ อยู่ที่นี่หลอดหนึ่ง แกจะเอาไหมล่ะ?" เสียงด่าทอของท่านสามดังมาจากที่ไกลๆ

"งั้นรบกวนท่านช่วยส่งกระดาษกรองมาให้ด้วยได้ไหมครับ?" ฉู่เจี้ยนเหลยไม่รู้สึกอับอายเลย การใช้ชีวิตในดินแดนรกร้าง อย่าได้ไปนึกถึงเรื่องศักดิ์ศรี

อย่างน้อยน้ำปัสสาวะก็นังอุ่นๆ มีพลังงานความร้อนอยู่บ้างไม่ใช่เหรอ?

แถมแหล่งน้ำในดินแดนรกร้างก็ขาดแคลนมาก ผู้คนมักจะถ่ายหนักบ่อยกว่าถ่ายเบาเสียอีก...

คำอธิบายนี้มันเริ่มมีกลิ่นแล้ว อย่าพูดถึงมันต่อเลยจะดีกว่า

จากนั้น สารอาหารหลอดหนึ่งก็ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า ตกลงสู่ก้นหลุม

ตามมาด้วยเสียงด่าของท่านสาม "ต้องขนของให้สองครั้งนะ... ไม่อย่างนั้นข้าจะรื้อรถสามล้อของแกทิ้งซะ!"

ในดินแดนรกร้างไม่มีคำว่าน้ำใจ แต่ถ้าเรื่องนั้นไม่ได้ส่งผลเสียต่อผลประโยชน์อันยิ่งใหญ่ คนส่วนใหญ่ก็ไม่รังเกียจที่จะทำความดีบ้างเป็นครั้งคราว

ท่านสามรำคาญไอ้โง่ฉู่ก็จริง แต่ไอ้โง่ฉู่นอกจากจะดูทึ่มๆ หน่อยแล้ว ก็ไม่เคยทำเรื่องเลวร้ายอะไร

ที่สำคัญคือครั้งนี้ในรังของพวกคนเถื่อน ไอ้โง่ฉู่กลับสามารถแก้มัดที่มือและเท้าได้เอง นี่มันต้องมีความสามารถไม่เบาเลยนะ!

ยิ่งไปกว่านั้น เขายังรู้จักผูกมัดตัวเองใหม่เพื่อตบตาว่าขยับเขยื้อนไม่ได้

ผู้รอดชีวิตทั่วไปยังยากจะทำได้แบบนี้ แต่ไอ้โง่ฉู่ทำได้ แสดงว่าเจ้านี่ถึงจะดูโง่แต่ก็มีของดีอยู่กับตัว

คนที่มีความสามารถย่อมคุ้มค่าที่จะลงทุน ท่านสามเข้าใจจุดนี้ดี

ยังไงมันก็แค่สารอาหารหลอดเดียว สำหรับฉู่เจี้ยนเหลย์มันอาจจะได้มายาก แต่สำหรับท่านสามเขาไม่ได้เดือดร้อนกับเรื่องแค่นี้เลย

"ขนของได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้นครับ" ฉู่เจี้ยนเหลยพึมพำเบาๆ โดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะได้ยินหรือไม่

เมื่อสารอาหารหลอดหนึ่งตกถึงท้อง เขาก็แค่นเสียงออกมาด้วยความผ่อนคลาย "สบายตัวขึ้นเยอะ!"

สารอาหารมีขนาดไม่ใหญ่มาก ประมาณครึ่งหนึ่งของไส้กรอกแฮมขนาดเล็กที่สุดเท่านั้นเอง

ส่วนรสชาติ... ก็ไม่ได้เรื่องเลย แถมยังมีกลิ่นแปลกๆ อีกต่างหาก

แต่นี่แหละคือสารอาหารหนึ่งหลอดที่สามารถรับประกันการเผาผลาญของร่างกายได้หนึ่งวันเต็มๆ รวมถึงมีแร่ธาตุและวิตามินที่จำเป็นครบถ้วน

ดังนั้นมันจึง... น่ามหัศจรรย์มาก ฉู่เจี้ยนเหลยพยายามหาทางถอดรหัสกระบวนการผลิตสารอาหารนี้มาตลอด

เอาละ คำว่าถอดรหัสอาจจะดูยิ่งใหญ่ไปหน่อย แหล่งข้อมูลเขาก็จำกัด เงินก็ไม่มี จะไปถอดรหัสอะไรได้?

เขาแค่ต้องการรู้ว่า จะทำอย่างไรถึงจะผลิตสารอาหารรุ่นเลียนแบบราคาถูกออกมาได้

ในตอนนี้เขาหิวจนหน้ามืดตาลาย แม้จะกลืนสารอาหารลงไปหลอดหนึ่งแล้ว แต่หลังจากความรู้สึกสบายตัวผ่านไป ร่างกายกลับตอบสนองด้วยความหิวที่มากกว่าเดิม

ก็แหม เขาไม่ได้กินอะไรมาตั้งสองวันแล้วนี่นา

วินาทีต่อมา สารอาหารอีกหลอดหนึ่งก็ร่วงลงมา พร้อมกับเสียงหนึ่งดังขึ้น "รถสามล้อนั่น... ของแกงั้นเหรอ?"

ฉู่เจี้ยนเหลยจ้องมองสารอาหารหลอดนั้นตาเขม็ง แต่กลับไม่ยื่นมือไปเก็บ ของบางอย่างกินง่ายแต่ย่อยยาก

เขาลอบกลืนน้ำลายแล้วตอบกลับด้วยเสียงแหบพร่า "รถสามล้อเป็นของผมครับ... ที่ออกแบบมาแบบนั้นก็เพื่อให้เลี้ยวได้สะดวก..."

"แต่ผมถูกตีจนสลบไประหว่างทางขนส่ง หลังจากนั้นรถสามล้อจะถูกเอาไปทำอะไร ผมไม่เกี่ยวข้องด้วยทั้งนั้น"

"แกตอบคำถามที่ฉันกำลังจะถามไปจนหมดในประโยคเดียวเลยนะ" เสียงนั้นพูดขึ้นอย่างเย็นชา

ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็พูดต่อ "ระบบส่งกำลังมันยอดเยี่ยมมาก สนใจมาทำงานให้ฉันไหม?"

ถ้าฉันอยากจะทำงานให้ใคร ฉันคงทำไปนานแล้วละครับ... ฉู่เจี้ยนเหลยรู้สึกพูดไม่ออก

การเป็นลูกจ้างน่ะเป็นไปไม่ได้หรอก ชาติที่แล้วก็ไม่เคยเป็นลูกจ้างใคร ชาตินี้ก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้เข้าไปใหญ่!

และยังมีเหตุผลเพิ่มขึ้นมาอีกข้อจากชาติที่แล้วด้วย นอกจากเขาจะทนไม่ได้ที่ต้องให้หัวหน้ามาคอยบงการแล้ว เขายังกลัวว่าความลับของตัวเองจะถูกคนมองออกด้วย

ฉู่เจี้ยนเหลยกลืนน้ำลายแล้วตอบว่า "ถ้าผมไม่ทำงานให้ท่าน สารอาหารหลอดนี้ก็คงไม่เกี่ยวกับผมแล้วใช่ไหมครับ?"

เป็นไปตามคาด อีกฝ่ายตอบอย่างยโสว่า "ก็แค่สารอาหารหลอดเดียว ถ้าแกไม่ตกลง ฉันก็จะเอากลับไปให้หมาที่บ้านกิน!"

คำพูดนี้สื่อความหมายได้ชัดเจน คือเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับสารอาหาร แต่ก็จะไม่ยอมตามใจพวกที่โลภมาก

เพียงแต่... มันค่อนข้างจะดูถูกคนกันเกินไปหน่อย!

ฉู่เจี้ยนเหลยไม่โกรธ "งั้นท่านก็เอากลับไปให้หมาเถอะครับ... มันมีค่ามากกว่าผมเสียอีก"

ที่บอกว่าไม่โกรธน่ะโกหก ประเด็นสำคัญคือเขาไม่มีปัญญาจะไปถือสาอะไรได้ และการถูกขุมกำลังที่แข็งแกร่งขนาดนี้มาดึงตัวไป อนาคตอาจจะอันตรายมากจริงๆ

ดังนั้นไม่มีความจำเป็นต้องแสดงท่าทีอะไรออกมาตอนนี้ แค่ปัดเรื่องนี้ทิ้งไปก็พอ การยอมอ่อนข้อทางคำพูดจะไปเป็นเรื่องใหญ่อะไร?

"หืม? น่าสนใจดีนี่" คนคนนั้นแค่นเสียงเย็น "ในเมื่อแกปฏิเสธ งั้นสารอาหารหลอดนั้นแกห้ามแตะเด็ดขาด"

"รอให้แกอดตายก่อน ฉันจะมาเก็บคืนเอง!"

คำพูดนี้ช่างสูงส่งและอวดดีเสียเหลือเกิน แฝงไปด้วยการดูหมิ่นอย่างรุนแรง แม้แกจะอดตาย ก็ห้ามมาแตะสารอาหารของข้าเด็ดขาด!

สารอาหารของข้า มีไว้ให้หมาที่บ้านเท่านั้น!

ถ้าเป็นคนทั่วไป ใครจะไปทนฟังคำพูดแบบนี้ได้?

แต่ฉู่เจี้ยนเหลยไม่ใช่คนทั่วไป วิธีคิดของเขาไม่เหมือนใคร

เขาพึมพำเบาๆ ว่า "คิดจะปล่อยให้ฉันอดตายภายในสามวัน... คงจะยากหน่อยนะ"

คนคนนั้นได้ยินเข้า ถึงกับอดไม่ได้ที่จะตบหน้าผากตัวเองด้วยความกลุ้มใจ "เป็นไอ้บ้าจริงๆ ด้วย... ฟังคนพูดไม่รู้เรื่องเลยสักนิด!"

วันหนึ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว ฉู่เจี้ยนเหลยหิวจนตาเริ่มเป็นประกายสีฟ้าแล้ว

ความจริงเขาก็เคยเรียนวิชาของเต๋ามาไม่น้อย วิชาเต่าจำศีลก็เคยลองฝึกดูบ้าง แต่... ในตอนนี้ดูเหมือนจะไม่เหมาะที่จะนำออกมาใช้

ในตอนนั้นเอง มีเสียงเครื่องยนต์อันทรงพลังดังมาจากที่ไกลๆ เสียงนั้นดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วท้องฟ้า!

"นี่มัน... หน่วยรบของหงซื่อออกมาแล้วเหรอ?" ฉู่เจี้ยนเหลยอดไม่ได้ที่จะคิดแบบนั้น

หงซื่อคือจุดพักอาศัยเพียงแห่งเดียวในบริเวณใกล้เคียง เห็นว่ายังมีหงอู่ หงชี อะไรพวกนั้นอีก แต่จุดพักอาศัยเหล่านั้นอยู่ไกลเกินไป

หน่วยรบของจุดพักอาศัยนั้นมีความสามารถในการต่อสู้ที่สูงมาก เทียบได้กับหน่วยรบของทางการเลยทีเดียว

พวกนักล่าถือว่าเก่งมากแล้ว ทว่าไม่ใช่ว่านักล่าทุกคนจะมีสิทธิ์เข้าไปอยู่อาศัยในจุดพักอาศัยได้!

และภารกิจล่าค่าหัวที่ทางจุดพักอาศัยประกาศออกมา นักล่าทุกคนต่างก็แย่งชิงกันทำให้สำเร็จ

ความแตกต่างระหว่างทั้งสองฝ่ายนั้นมากแค่ไหน คงไม่ต้องอธิบายให้เสียเวลา

สำหรับฉู่เจี้ยนเหลย เขาเคยได้ยินแต่ชื่อของจุดพักอาศัย อย่างมากก็เคยเห็นจากที่ไกลๆ เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

เขายังไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเดินเข้าไปใกล้จุดพักอาศัยด้วยซ้ำ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการเข้าไปข้างในเลย

จากนั้น เสียงปืนรัวสนั่นก็ดังขึ้นอีกครั้ง ฉู่เจี้ยนเหลยจำได้ทันที "ปืนกลเกาส์!"

ปืนกลเกาส์ทรงพลังกว่าปืนกลอัตโนมัติมาก ทั้งอำนาจการทำลายล้างที่รุนแรงและระยะยิงที่ไกลกว่า

เพียงแค่ฟังเสียงที่สั่นสะเทือนนี้ ก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นปืนชนิดที่ติดตั้งบนรถ แต่ยังดีที่ฟังออกว่าปากกระบอกปืนหันขึ้นไปบนฟ้า

ปืนกลยิงรัวออกมาเพียงชุดเดียว จากนั้นเสียงจากลำโพงขยายเสียงก็ดังขึ้น

"หน่วยตรวจการของจุดพักอาศัยหงซื่อกำลังปฏิบัติหน้าที่ ทุกคน ทุกคนจงอยู่ในความสงบ ห้ามขยับเขยื้อน และชูมือขึ้นเหนือศีรษะ!"

"ใครฝ่าฝืน... ฆ่าทิ้งทันที!"

คนข้างนอกเป็นอย่างไรบ้าง ฉู่เจี้ยนเหลยไม่รู้แน่ชัด แต่อย่างน้อยเขาก็พิงผนังหลุมแล้วชูมือขึ้นอย่างหมดเรี่ยวแรง

ไม่นานนัก ก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้น มีคนตะโกนด้วยความโกรธแค้น ตามมาด้วยเสียงปืนดังขึ้นอีกไม่กี่นัด

ใครคนหนึ่งพึมพำเบาๆ "ไอ้พวกนักโทษแหกคุกเวรเอ๊ย!"

เห็นได้ชัดว่ามีนักโทษที่ถูกประกาศจับพยายามจะหนี จึงถูกยิงเสียชีวิตทันที

ฉู่เจี้ยนเหลยเลิกสนใจจะคาดเดาสถานการณ์เหล่านั้นแล้ว เพราะเขาหิวมากจริงๆ การใช้สมองคิดมันต้องเปลืองพลังงาน

ในตอนนี้เขาถึงกับอยากจะหัวเราะออกมา ในหมู่ผู้รอดชีวิตนอกจุดพักอาศัย ไม่รู้ว่ามีนักโทษที่ถูกประกาศจับอยู่เท่าไหร่

ก็แค่คนคนนั้นดันนิ่งไม่พอ เลยกลายเป็นเป้าซ้อมยิงไปเสียก่อน

วินาทีต่อมา ชายในชุดเครื่องแบบสองคนพร้อมปืนก็เดินมาที่ปากหลุม

ชุดเครื่องแบบดูไม่ค่อยใหม่นัก เต็มไปด้วยฝุ่นทรายและรอยเปื้อนสีต่างๆ

ทว่าทั้งสองคนต่างก็ถือปืนอัตโนมัติ มีปืนพกและระเบิดมือเหน็บอยู่ที่เอว ที่ขามีมีดสั้นพกติดอยู่ กลิ่นอายแห่งความตายแผ่ซ่านออกมาจนสัมผัสได้

ชายคนหนึ่งมีอาวุธยาวสะพายอยู่ที่หลัง ดูเหมือนจะเป็นดาบยาว

เขาจ้องมองฉู่เจี้ยนเหลยแล้วถามจากที่สูงว่า "แกทำอาชีพอะไร?"

"ผมหากินอยู่ในเหมืองครับ" ฉู่เจี้ยนเหลยตอบอย่างอ่อนแรง "ก่อนหน้านี้ถูกพวกคนเถื่อนจับตัวมา..."

เพราะไม่มีแรง เขาจึงพยายามพูดให้สั้นและกระชับที่สุด เพียงไม่กี่ประโยคก็อธิบายเรื่องราวได้ทั้งหมด

"ไอ้หนูนี่ท่าทางจะอวดดีไม่เบา!" เจ้าหน้าที่ตรวจการที่พกดาบยาวขมวดคิ้ว แล้วพูดอย่างไม่พอใจ "พูดแค่ไม่กี่คำ... คิดจะหลอกใครกัน?"

ฟังจากน้ำเสียงเพียงเท่านี้ ก็รู้ได้ทันทีว่าเขาพร้อมจะลงมือฆ่าคนได้ทุกเมื่อ

"ขอท่านโปรดอภัยด้วย" ฉู่เจี้ยนเหลยยิ้มแห้งๆ "ห้าวันมานี้ผมได้กินสารอาหารแค่หลอดเดียวเองครับ ตอนนี้หิวจนไม่มีแรงจะพูดแล้ว"

เจ้าหน้าที่ตรวจการอีกคนแค่นเสียงเย็น "รบกวนแกช่วยโกหกให้มันเนียนๆ หน่อย ลองดูทางขวามือของแกสิ นั่นมันอะไร?"

"คนอื่นเขาไม่ให้ผมกินครับ เขาบอกว่ารอให้ผมอดตายก่อน... จะเก็บเอาไปให้หมาที่บ้านกิน"

"หือ... แกนี่มันน่ารังเกียจขนาดนั้นเลยเหรอ?" คนคนนั้นกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะหยิบสารอาหารออกมาสองหลอดแล้วโยนลงไป

หลังจากคิดครู่หนึ่ง เขาก็โยนลงไปเพิ่มอีกสองหลอด "ในเมื่อแกหิว งั้นตอนนี้แกจงกินมันให้หมด... เดี๋ยวนี้!"

เมื่อเทียบกับพวกผู้รอดชีวิตกลางทุ่งรกร้างแล้ว หน่วยตรวจการไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน อย่างน้อยสารอาหารไม่กี่หลอดพวกเขาก็หามาได้ไม่ยาก

แต่เขาก็ไม่ใช่พ่อพระเหมือนกัน ที่ให้กินสี่หลอดรวดก็เพื่อพิสูจน์ว่าแกไม่ได้โกหก!

คนที่เคยทานขนมปังอบกรอบบีบอัดจะรู้ดีว่า อาหารที่มีพลังงานสูงขนาดนี้ ถ้ากินเข้าไปทีเดียวมากๆ จะเกิดปัญหาใหญ่ตามมาแน่นอน

ทว่าสำหรับฉู่เจี้ยนเหลยแล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเลย เขาอยู่ในสภาวะหิวโหยมาตลอดทั้งปีอยู่แล้ว

ส่วนเรื่องที่ว่าการกินอย่างบ้าระห่ำหลังจากหิวโหยจะทำให้ร่างกายมีปฏิกิริยาด้านลบนั้น ก็ไม่มีผลกับเขาเช่นกัน

สารอาหารย่อยง่ายมาก จะไม่สร้างความลำบากให้กับลำไส้และกระเพาะอาหารเลย ขอแค่ร่างกายสามารถทนรับพลังงานที่อัดแน่นอยู่ในนั้นได้ก็พอ

และสิ่งที่ฉู่เจี้ยนเหลยไม่กังวลที่สุดก็คือพลังงาน ร่างกายนี้ขาดสารอาหารมามากเกินไปแล้ว "ขอบพระคุณท่านที่เมตตา"

เขาเริ่มสวาปามสารอาหารลงไปสามหลอดรวด แล้วจึงหยุดลง

คนคนนั้นมองเขาด้วยรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา มือของเขาเริ่มขยับไปที่ปืนพกข้างเอว "กินไม่ไหวแล้วงั้นเหรอ?"

"ผมต้องการน้ำสักหน่อยครับ" ฉู่เจี้ยนเหลยตอบอย่างจริงจัง "มันจะช่วยส่งผ่านความร้อนให้ผมได้"

ความจริงไม่ใช่เรื่องการส่งผ่านความร้อนหรอก แต่เป็นเพราะพลังงานในร่างกายของเขาสูงขึ้นอย่างกะทันหันในเวลาอันสั้น เดี๋ยวร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาขาดน้ำเอาได้

ถ้าจะให้ฝืนกินหลอดที่สี่เขาก็กินได้ แต่... ทำไมต้องทำร้ายร่างกายตัวเองด้วยละ?

"ก็จริงนะ" เจ้าหน้าที่ตรวจการที่พกดาบยาวพยักหน้าอย่างสนใจ แล้วโยนถุงหนังลงไปให้ "เอาน้ำไป!"

หน่วยตรวจการมีกระบอกน้ำส่วนตัวอยู่แล้ว แต่น้ำในถุงหนังนี้คือน้ำที่เตรียมไว้สำหรับเติมในหม้อน้ำเครื่องยนต์ มันจึงไม่ค่อยสะอาดนัก

---

จบบทที่ 4 - สารอาหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว