- หน้าแรก
- เกิดใหม่ครานี้ ขอสร้างชีวิตที่หมู่บ้านชาวประมง
- บทที่ 9: กล้ายุ่งกับเมียชาวบ้านงั้นรึ
บทที่ 9: กล้ายุ่งกับเมียชาวบ้านงั้นรึ
บทที่ 9: กล้ายุ่งกับเมียชาวบ้านงั้นรึ
คีมเหล็กเรียวยาวแทงทะลุลงไป คีบหมึกกระดองตัวหนึ่งขึ้นมาจากกองทราย
หมึกกระดองบิดตัวดิ้นรน พ่นน้ำหมึกย้อมน้ำทะเลรอบๆ จนดำมืด แต่นั่นก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวอันลื่นไหลของเฉินฮุยที่จับมันยัดลงในตะกร้าไม้ไผ่
หลังจากจับหมึกกระดองตัวเล็กๆ ได้ 2 ถึง 3 ตัว เฉินฮุยก็ว่ายน้ำต่อไปข้างหน้า
เขาหยุดอยู่หน้าโขดหินขนาดใหญ่และว่ายวนรอบๆ โขดหินนั้น 1 รอบ
เขายื่นคีมเหล็กเข้าไปในซอกหิน และคีบเอาปูทะเลตัวใหญ่ออกมาได้อย่างแม่นยำ
ขาของปูตะเกียกตะกายไปมา ก้ามขนาดใหญ่ 2 ข้างของมันหนีบส่วนปลายของคีมเหล็กไว้แน่นด้วยความหวังที่จะหลบหนี
เฉินฮุยคีบปูทะเลเข้ามาไว้ตรงหน้าและจ้องมองมัน
"ปูตัวนี้ใช้ได้เลยทีเดียว การจับปูเนี่ย แค่มีมือก็จับได้แล้วไม่ใช่หรือไง?"
สูตรโกงที่แสนจะมีประโยชน์ขนาดนี้ แต่เขากลับใช้ได้แค่ตอนอยู่ใต้น้ำด้วยตัวเองเท่านั้น
เรื่องนี้ทำให้เฉินฮุยรู้สึกหงุดหงิดใจเล็กน้อย
หลังจากใส่ปูทะเลลงในตะกร้าไม้ไผ่แล้ว เฉินฮุยยังคีบปูม้าได้อีก 2 ตัว และปูทะเลตัวใหญ่อีก 1 ตัวจากอีก 2 ด้านของโขดหิน
น่าเสียดายที่พวกเศรษฐีนีไม่นิยมซื้อปู เขาจึงทำได้เพียงนำพวกมันไปขายที่จุดรับซื้อในตัวตำบลหรือตัวอำเภอ ซึ่งแต่ละตัวขายได้เพียง 1 หรือ 2 หยวนเท่านั้น
หลังจากกวาดล้างปูใต้โขดหินจนหมดเกลี้ยง
เฉินฮุยก็มุ่งหน้าต่อไป เขาจับกุ้งทะเลที่กระจายตัวอยู่ หมึกกระดอง และปลิงทะเลได้อีก 2 ถึง 3 ตัว
ใต้โขดหินปะการัง มีปลาจวดเหลืองน้ำหนักไม่ถึงครึ่งชั่งกำลังสั่นเทา หางของมันแกว่งไปมาเบาๆ ขณะที่ท่องภาวนาในใจอย่างเงียบๆ "มองไม่เห็นฉัน มองไม่เห็นฉัน"
อีก 30 ปีให้หลัง ปลาจวดเหลืองธรรมชาติแท้ๆ ตัวเล็กแค่นี้ หากจับได้ก็สามารถขายได้ราคากว่าร้อยหยวน
ทว่าในยุคนี้ ปลาจวดเหลืองมีชุกชุมมาก หากไม่ได้จับได้ในปริมาณมากๆ จุดรับซื้อก็อาจจะไม่รับซื้อปลาขนาดเล็กเท่านี้ด้วยซ้ำ
"ฮึบ!"
เฉินฮุยจงใจเอาคีมเหล็กไปแหย่มัน ทำเอาปลาจวดเหลืองตัวน้อยตกใจจนหางแทบจะเป็นตะคริว และรีบเผ่นหนีออกจากจุดนั้นไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากหยอกล้อปลาจวดเหลืองเล่นพอหอมปากหอมคอ เฉินฮุยก็เดินหน้าต่อไป
เขาจับปูและกุ้งทะเลตามโขดหินปะการังและกองหินได้อีกจำนวนหนึ่ง
เมื่อคำนวณดูว่าใกล้จะถึงเวลาน้ำขึ้นแล้ว เขาจึงหันหลังและว่ายน้ำกลับเข้าฝั่ง
เฉินเสี่ยวเฉียวอยู่ตรงกองหินอีกฝั่งหนึ่ง กำลังถือถังน้ำ เก็บหอยพลางพูดคุยหัวเราะร่าอยู่กับพี่สาวตระกูลเฉิน ภรรยาสาวของครอบครัวตระกูลโจวที่อยู่ข้างบ้านของผู้ใหญ่บ้านเฒ่า
เรื่องล้อเล่นก็ส่วนเรื่องล้อเล่น แต่เวลาที่เจอหอยนางรมตัวใหญ่ เขาก็ไม่ลืมที่จะโยนมันลงในถังของตัวเอง
"ลุงเสี่ยวเฉียว?" เฉินฮุยร้องเรียก
เฉินเสี่ยวเฉียวสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจและรีบวิ่งหน้าตื่นเข้ามาหาด้วยท่าทีมีพิรุธ เขาวิ่งพลางพูดพลาง "แกจะตะโกนเสียงดังทำไมเนี่ย? ฉันไม่ได้หูหนวกซะหน่อย"
"ลุงเสี่ยวเฉียว นี่มันเรื่องอะไรกัน? ลุงกล้าไปแอบกิ๊กกับภรรยาสาวของคนอื่นเขาเนี่ยนะ"
"ลุงระวังตัวไว้หน่อยเถอะ ระวังจะได้กินลูกปืนเข้าสักวัน" เฉินฮุยเตือนด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
"ถุยๆๆ อย่ามาพูดจาเหลวไหลนะ"
"เราก็คนหมู่บ้านเดียวกันทั้งนั้น คืนมืดมิดลมแรงแบบนี้ เขาเรียกว่าการช่วยเหลือซึ่งกันและกันต่างหากเล่า"
"ไหนแกว่ามีของว่างไง? ของว่างอะไรล่ะ?"
เฉินเสี่ยวเฉียวมองตะกร้าไม้ไผ่ของเฉินฮุยด้วยความอยากรู้อยากเห็น รู้สึกว่ามันตุงๆ ชอบกล
...
"ลุงนี่มันดื้อด้านไม่ฟังคำเตือนจริงๆ จำคำพูดของผมไว้ให้ดีก็แล้วกัน"
"ถ้าลุงกล้าไปยุ่งกับพี่สาวตระกูลเฉินคนนั้นอีก ผมจะไปฟ้องผู้ใหญ่บ้านจริงๆ ด้วย"
เฉินฮุยจำได้ว่าเรื่องอื้อฉาวระหว่างเฉินเสี่ยวเฉียวกับพี่สาวตระกูลเฉินแดงขึ้นมาหลังเทศกาลหยวนเซียวในปี 86
มันกลายเป็นเรื่องใหญ่โตในหมู่บ้านตอนนั้น
ตระกูลโจวโวยวายว่าจะฟ้องร้องเฉินเสี่ยวเฉียว และถึงขั้นจะจับเขาถ่วงน้ำลงเข่งหมู ทำเอาเฉินเสี่ยวเฉียวกลัวจนต้องหนีหัวซุกหัวซุนออกไปกลางดึก
ภรรยาของเฉินเสี่ยวเฉียวโกรธจัดจนขอหย่าและหอบลูกทั้ง 2 คนกลับไปอยู่บ้านพ่อแม่ของเธอ
ผู้ใหญ่บ้านเฒ่าต้องเสียเงินไปอักโขเพื่อไกล่เกลี่ยเรื่องนี้กับตระกูลโจว
เขาต้องบากหน้าไปขอร้องหลายต่อหลายครั้ง และสร้างบ้านหลังใหม่ให้ ถึงจะอ้อนวอนให้ภรรยาและลูกๆ ของเฉินเสี่ยวเฉียวกลับมาได้
กว่าเฉินเสี่ยวเฉียวจะได้กลับมาที่หมู่บ้าน ก็ปาเข้าไปช่วงปลายปี 90 แล้ว
ในยุคสมัยนี้ ราคาที่ต้องจ่ายให้กับการไม่รู้จักควบคุมท่อนล่างของตัวเองนั้นสูงลิบลิ่ว
"ไม่ๆๆๆ ถ้าแกไปบอกพ่อฉัน เขาได้หักขาฉันทิ้งแน่ๆ"
"ฉันกับเธอไม่มีอะไรในกอไผ่จริงๆ ฉันก็แค่พูดหยอกล้อกับเธอเล่นเวลาเจอหน้ากันเท่านั้นแหละ" เฉินเสี่ยวเฉียวรีบร้องขอความเมตตา
"หยอกล้อ หยอกล้อแบบ 'นั้น' น่ะเหรอ?"
"ทางที่ดีลุงอยู่ห่างๆ เธอไว้หน่อยเถอะ ถ้าผมเห็นอีก ผมรับรองเลยว่าผมไปฟ้องผู้ใหญ่บ้านแน่" เฉินฮุยกล่าวย้ำอีกครั้ง
อันที่จริง ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกินเลยเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาสองคน ทุกอย่างยังคงแก้ไขทัน
ในเมื่อเขาได้กลับมาเกิดใหม่แล้ว เขาจะปล่อยให้เพื่อนเก่าทำผิดพลาดซ้ำรอยเดิมได้อย่างไร
"เฮ้ย ไอ้เด็กบ้า!"
"แกเองก็จะแต่งงานมีเมียแล้ว แกก็ต้องเป็นสามีที่ดีสิ อย่าเอามาตรฐานทางศีลธรรมของแกมาบังคับกะเกณฑ์ฉันนะ" เฉินเสี่ยวเฉียวถึงกับพูดไม่ออก
เขากำลังจะได้สาวงามมาเชยชมอยู่รอมร่อ แต่เฉินฮุยดันโผล่มาแส่ไม่เข้าเรื่องซะได้
"เดี๋ยวระหว่างทางกลับผมจะค่อยๆ เล่าให้ลุงฟัง ขอผมดูของที่หามาได้ก่อน"
เฉินฮุยหยิบถังเปล่าอีกใบมา
เขาเทของทั้งหมดจากตะกร้าไม้ไผ่ลงไป
แค่ฟังจากเสียง เฉินเสี่ยวเฉียวก็รู้สึกว่ามันเยอะมาก เมื่อส่องไฟฉายดูก็พูดด้วยความประหลาดใจ "ทำไมมันเยอะขนาดนี้เนี่ย?"
"อืม ปริมาณก็ถือว่าใช้ได้ เสียอย่างเดียวคือไม่มีตัวไหนราคาแพงเลย" เฉินฮุยกล่าว
"แค่นี้ก็เยอะเกินไปแล้ว!"
เฉินเสี่ยวเฉียวไม่รู้ว่าเฉินฮุยเพิ่งขายปลากุดสลาดไปในราคา 100 หยวน จึงคิดว่าอีกฝ่ายกำลังโอ้อวด
เขากรอกตาใส่เฉินฮุย พลางเอาคีมเขี่ยดูและนับไปพลาง
"1 หยวน 2 หยวน 3 หยวน... แค่ปูกับปลิงทะเลพวกนี้ก็ขายได้เกือบ 10 หยวนแล้วนะ หาเงิน 10 หยวนได้ในคืนเดียว! แกพอนึกออกไหมว่ามันหมายความว่ายังไง?"
"นั่นมันเท่ากับที่พี่ชายฉันต้องทำงานทั้งสัปดาห์เลยนะ"
"หืม?" เมื่อลองคิดดูแบบนั้น มันก็เป็นเรื่องที่น่าพอใจมากจริงๆ
เฉินฮุยพยักหน้าและกล่าวว่า "ขอแก้หน่อยนะ ไม่ใช่คืนเดียว แต่เป็น 1 ชั่วโมงต่างหาก"
เฉินเสี่ยวเฉียวมั่นใจแล้วว่าหมอนี่ตั้งใจจะโอ้อวด จึงถ่มน้ำลายด่าทอ "แกมันไม่ใช่คนแล้ว"
เฉินฮุยไม่ชอบกินหมึกกระดอง และตัวที่จับได้วันนี้ก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร เขาจึงยกให้เฉินเสี่ยวเฉียวไปทั้งหมด แลกกับการขอยืมใช้รถจักรยานเป็นเวลา 3 วันได้สำเร็จ
ระหว่างทางกลับ เฉินฮุยใช้เรื่องราวอุบัติเหตุที่เคยเกิดขึ้นจริงของเฉินเสี่ยวเฉียวมาเป็นต้นแบบ และแต่งเรื่องราวโศกนาฏกรรมที่คล้ายคลึงกันขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ เพื่อเล่าให้เขาฟัง
เฉินเสี่ยวเฉียวกลัวจนเหงื่อแตกพลั่ก และพูดซ้ำๆ ว่าจะไม่ไปยุ่งกับพี่สาวตระกูลเฉินอีกแล้ว
"จำไว้ให้ดีล่ะ ไม่อย่างนั้นผมก็ยังจะไปบอกผู้ใหญ่บ้านอยู่ดี"
เมื่อถึงบ้านของเฉินเสี่ยวเฉียว เฉินฮุยชี้ไปที่หน้าต่างห้องของเฉินไคหมิงบนชั้น 2 และกล่าวย้ำอีกครั้ง
จากนั้นเขาก็ปั่นจักรยานกลับบ้าน
"ไอ้เด็กเวรนี่!"
เฉินเสี่ยวเฉียวกัดฟันกรอดอยู่ที่หน้าประตู
เมื่อก้มมองถังน้ำในมือ เขาก็คิดได้ว่าอย่างน้อยวันนี้ก็ยังมีผลพลอยได้บ้าง พรุ่งนี้สีหน้าของแม่และภรรยาก็น่าจะดีขึ้นหน่อย
ช่างเถอะ เด็กคนนี้พูดจาตรงไปตรงมา และสิ่งที่มันพูดก็มีเหตุผล
หลังจากที่เฉินเสี่ยวเฉียวเก็บของเสร็จเรียบร้อย เขาก็เดินกลับเข้าห้องไปกวนใจภรรยาด้วยความรู้สึกชอบธรรม
เฉินฮุยกลับถึงบ้านพร้อมกับกุ้งและปลา
เขาแยกปูทะเลตัวใหญ่และปูม้าออก นำไปใส่ในตะกร้าไม้ไผ่อีกใบแล้ววางไว้ข้างโอ่งน้ำ
ส่วนกุ้งทะเล ปูตัวเล็กๆ รวมถึงหอยชนิดต่างๆ ก็ทิ้งไว้ในถังน้ำ
ก่อนที่ฟ้าจะสางดี เขาก็นำถังน้ำนั้นไปที่บ้านของอันเหวินจิ้งและขอให้เธอช่วยทำอาหารให้ก่อน
เขาหิ้วปูในตะกร้าไม้ไผ่ไปที่จุดรับซื้อในตัวตำบลด้วยตัวเอง และขายได้เงินมา 8 หยวน
เฉินฮุยกอบกำเงินสดที่ได้มา ไปซื้อน้ำตาลกรวด 2 ชั่งและแป้งสาลี 1 ชั่ง เพื่อใช้เป็นของฝากตอนที่จะไปหาหยวนชวนฟางเพื่อหาฤกษ์แต่งงานในภายหลัง
เขายังซื้อหมั่นโถว ซาลาเปา และข้าวสารอีก 10 ชั่งกลับมาด้วย
เมื่อเขากลับมาถึงบ้านของอันเหวินจิ้ง ก็เป็นเวลาเจ็ดโมงกว่าแล้ว
"พี่เขย!"
อันเหวินอี้ที่กำลังเล่นโคลนอยู่ตรงทางเข้า ร้องเรียกเสียงใสเมื่อเห็นเฉินฮุย
"เอ๊ะ นั่นเฉินฮุยไม่ใช่เหรอ?"
"รวยแล้วหรือไง? ถึงได้ซื้อของกลับมาเยอะแยะขนาดนี้"