เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 68 - แย่งผ่าตัด

บทที่ 68 - แย่งผ่าตัด

บทที่ 68 - แย่งผ่าตัด


บทที่ 68 - แย่งผ่าตัด

เช้าวันรุ่งขึ้น

หมออวี๋จากตึกฮว๋าเฉียวก็ส่งวีแชตมาหา: "หมอหยาง พี่นี่มันเทพจริงๆ เป็นภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำใหญ่ส่วนล่างจริงๆ ด้วย มีลิ่มเลือดก้อนนึงเกือบจะหลุดออกมาอยู่แล้ว หวาดเสียวสุดๆ! เมื่อคืนต้องเชิญหมอแผนกหัวใจและหลอดเลือดมาทำหัตถการฉุกเฉิน ใส่แผ่นกรองดักไว้เรียบร้อยแล้ว"

เป็นภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำใหญ่ส่วนล่างจริงๆ ด้วย ดูท่าการตรวจร่างกายด้วยตัวเองจะไม่ใช่แค่สิ่งสำคัญธรรมดา แต่ต้องอาศัยฝีมือล้วนๆ ด้วย

ถ้าไม่ได้ความสามารถในการคลำตรวจสุดเทพที่ได้มาจากการฝึกวิชาจัดกระดูกในระบบล่ะก็ เขาเองก็คงไม่มีทางฟันธงได้แม่นยำขนาดนี้หรอก

ดูเหมือนว่า ถ้ามีโอกาสก็คงต้องอัปเกรดความสามารถในการตรวจร่างกายขึ้นไปอีก มีหลายวิชาที่ต้องตามเก็บกวาดให้ครบ แต่คะแนนสะสมก็ดันขัดสนอยู่ตลอด

ตอนที่กำลังล้างหน้าแปรงฟัน ก็แวะเข้าไปเดินเล่นในมิติระบบสักหน่อย ปรากฏว่าคะแนนสะสมมีถึงหนึ่งหมื่นคะแนนแล้ว เพิ่มขึ้นมาตั้งหนึ่งพันคะแนนแน่ะ

ช่วงนี้ก็ไม่ได้มีภารกิจอะไรนี่นา แล้วได้คะแนนมาได้ยังไง?

พอกดดูประวัติการรับคะแนน ก็เห็นว่าใต้ภารกิจล่าสุดมีรายการใหม่โผล่ขึ้นมา: อาศัยการตรวจร่างกายวินิจฉัยภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำใหญ่ส่วนล่างได้อย่างแม่นยำ ช่วยหลีกเลี่ยงภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่ปอดอันตรายถึงชีวิตได้สำเร็จ ได้รับ 1000 คะแนน

ภารกิจนี้มันโผล่มาตอนไหนเนี่ย? ไม่เห็นรู้เรื่องเลยว่ารับภารกิจมาตอนไหน?

หยางผิงเริ่มจะงงจริงๆ แล้ว หรือว่าระบบจะมีการทำงานรวนบ้าง?

ในขณะที่กำลังสงสัย เสียงหุ่นยนต์ผู้หญิงก็ดังขึ้น "จากการประเมินของระบบในช่วงที่ผ่านมา โฮสต์มีผลงานเป็นที่น่าพอใจ จึงได้เปิดโหมดรางวัลประจำวัน เพื่อเป็นการเสริมรายได้จากรางวัลภารกิจค่ะ"

รางวัลประจำวันงั้นเหรอ? หยางผิงถามกลับ

ครั้งนี้ระบบดูจะใจเย็นเป็นพิเศษ เสียงหุ่นยนต์ผู้หญิงอธิบายต่อ "ใช่ค่ะ หากกิจกรรมการวินิจฉัยและรักษาตามปกติในโลกความเป็นจริง ส่งผลดีต่อผู้ป่วยอย่างเห็นได้ชัด ก็จะได้รับคะแนนสะสมเป็นรางวัลตามสัดส่วน แต่ก็ยังคงเน้นไปที่การผ่าตัดหรือการช่วยชีวิตฉุกเฉินเป็นหลักค่ะ"

แบบนี้ก็ดีสิ มีช่องทางหาคะแนนเพิ่มขึ้นมาอีกทาง ไม่อย่างนั้นก็ต้องมัวแต่นั่งรอตาปริบๆ ให้ระบบแจกภารกิจมาให้ ซึ่งมันทำให้ดูเป็นฝ่ายตั้งรับเกินไป ถ้าไม่มีภารกิจก็ต้องกินแกลบลูกเดียว

ถึงแม้ช่องทางนี้จะได้คะแนนไม่เยอะ แต่ก็มีความสม่ำเสมอ เก็บเล็กผสมน้อย สะสมไปเรื่อยๆ ก็เป็นกอบเป็นกำได้เหมือนกัน

นี่มันเท่ากับว่ามีเงินเดือนพื้นฐานให้แล้วนี่นา อย่างน้อยก็ไม่ต้องกลัวอดตายแล้ว

ส่งเวรตอนเช้าเสร็จ หัวหน้าหานก็พาทุกคนไปเดินตรวจวอร์ดหนึ่งรอบ อาการของคนไข้ทุกคนทรงตัวดี

หวังเฟิงวาดการ์ตูนมาให้ทุกคนรูปหนึ่ง เป็นภาพตอนที่พวกหมอกำลังผ่าตัดอยู่ใต้โคมไฟผ่าตัด ทุกคนยืนคุยกับเขาอยู่พักใหญ่ เขาเป็นคนมองโลกในแง่ดีมาก ดูไม่เหมือนคนที่เป็นโรคเอดส์เลยสักนิด แฟนสาวของเขาก็คอยดูแลเอาใจใส่อยู่ตลอด

ตรวจวอร์ดเสร็จ พอกลับมาที่ห้องพักแพทย์ ก็เห็นหัวหน้าจวงจากตึกฮว๋าเฉียวมารออยู่แล้ว แกยืนดูวิวอยู่ที่หน้าต่าง พอเห็นกลุ่มของหัวหน้าหานเดินมา

หัวหน้าจวงก็ทักทายหัวหน้าหาน แล้วก็หันมาจับมือกับหยางผิง "เสี่ยวหยาง เรื่องเมื่อวานต้องขอบคุณนายมากๆ เลยนะ ถ้าไม่ได้นายช่วยวินิจฉัยได้ทันท่วงที พวกเราคงมองข้ามเรื่องนี้กันไปหมดแล้ว แค่คิดก็ยังเสียวสันหลังอยู่เลย"

หัวหน้าหานพูดอย่างอารมณ์ดี "เมื่อเช้าหัวหน้าจวงโทรมาบอกว่าจะมาขอบคุณนายด้วยตัวเอง ผมบอกว่าไม่ต้องหรอก แต่แกก็ยังยืนกรานจะมาให้ได้"

หัวหน้าจวงหัวเราะ "ต้องมาสิครับ ยังไงก็ต้องมาขอบคุณด้วยตัวเอง หัวหน้าหานครับ คุณช่วยจัดสรรเวลาหน่อยนะ สะดวกเมื่อไหร่เราไปกินข้าวด้วยกันสักมื้อ พวกเราไม่ได้สังสรรค์กันนานแล้ว เวลาแล้วแต่คุณจะสะดวกเลย ผมรู้ว่าพวกคุณงานยุ่ง เลยไม่กล้าจัดการเองตามอำเภอใจ"

"งั้นเดี๋ยวผมขอดูคิวก่อนนะ แล้วจะโทรไปบอกอีกที" หัวหน้าหานตอบ

หัวหน้าจวงรู้ว่าเดี๋ยวพวกเขาก็ต้องรีบไปผ่าตัด เลยไม่อยากกวนนาน "พวกคุณไปทำงานเถอะ ผมกลับก่อนนะ ไว้ค่อยนัดเจอกันวันหลัง เรื่องนี้เดี๋ยวผมต้องหาเวลาไปเล่าให้ท่านผู้อำนวยการฟังด้วย"

ทำเอาหยางผิงรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นญาติสนิทของหัวหน้าจวงไปเลย แหม ให้เกียรติกันซะขนาดนี้ นอกจากจะถ่อมาขอบคุณด้วยตัวเองแล้ว ยังชวนกินข้าว แถมยังจะเอาเรื่องไปรายงานท่านผู้อำนวยการให้อีก

แต่การได้ผูกมิตรกับขาใหญ่แห่งตึกฮว๋าเฉียวก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย วันข้างหน้าคงมีเรื่องให้ได้รับความสะดวกสบายอีกเยอะ อย่างเช่น ตอนจะจองตั๋วรถไฟความเร็วสูงกลับบ้านเกิดช่วงตรุษจีนก็ไม่ต้องไปนั่งกดแย่งกับใครแล้ว แค่โทรศัพท์กริ๊งเดียว ก็มีคนเอาตั๋วมาประเคนให้ถึงมือเลย

แล้วตรุษจีนมีวันหยุดหรือเปล่าล่ะ? ไม่มีทาง!

ส่งหัวหน้าจวงเสร็จ หัวหน้าหานก็สั่ง "เสี่ยวอู่ จางหลิน พวกนายไปเตรียมตัวที่ห้องผ่าตัดก่อนนะ ส่วนพวกนายสองคนเข้ามาหาผมที่ห้องทำงานหน่อย เถียนหยวนล่ะ?"

"เมื่อกี้เห็นกำลังตรวจวอร์ดอยู่นะครับ"

"ไปตามเขามาด้วย"

พอทุกคนเข้ามานั่งในห้องทำงานของแก หัวหน้าหานก็จิบชาร้อนแล้วเริ่มพูด "ที่โรงพยาบาลประชาชนอำเภอสือโพ มีคนไข้กระดูกเชิงกรานหักอยู่คนนึง อาการหนักมาก ความยากก็สูงลิ่ว ตอนนี้กำลังดึงถ่วงน้ำหนักกระดูกอยู่ หัวหน้าเหมียวเชิญให้ผมไปช่วยผ่าตัดให้ ใบขอคอนซัลต์ส่งแฟกซ์มาที่ฝ่ายบริหารงานแพทย์ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่ผมปลีกตัวไปไม่ได้จริงๆ ก็เลยคุยกับหัวหน้าเหมียวไว้แล้วว่าจะส่งคนไปแทน คาดว่าคงต้องดึงถ่วงน้ำหนักไว้สักสิบวันถึงจะผ่าตัดได้ เถียนหยวน วันอาทิตย์หน้านายพาหยางผิงกับซ่งจื่อมั่วไปผ่าเคสนี้นะ ฟิล์มเอกซเรย์อยู่ที่ผม เดี๋ยวผมจะส่งเข้าอีเมลให้พวกนาย เอาไปศึกษากันล่วงหน้า แล้ววางแผนการผ่าตัดให้ดีล่ะ"

ทุกคนลองดูฟิล์มคร่าวๆ โอ้โห แม่เจ้าโว้ย กระดูกเชิงกรานกับเบ้าข้อสะโพกหักแตกละเอียดจนดูไม่จืดเลยทีเดียว

หัวหน้าหานส่งตัวเองไปลงพื้นที่ด้วยแบบนี้ หรือว่ากะจะให้ไปเป็นผู้ช่วยเสริมทัพให้หัวหน้าเถียนกันนะ?

ถ้าเขาสามารถผ่านคอร์สฝึกอบรมผ่าตัดกระดูกเชิงกรานในระบบได้ล่ะก็ คงช่วยแบ่งเบาภาระให้หัวหน้าเถียนได้เยอะเลย แต่ก็น่าเสียดายที่ยังเก็บคะแนนซื้อแพ็กเกจฝึกซ้อมไม่ได้สักที

แต่เดี๋ยวก่อน ตอนนี้มีระบบแจกคะแนนรางวัลประจำวันแล้วนี่นา กว่าจะถึงคิวไปอำเภอสือโพก็ยังมีเวลาอีกตั้งสิบวัน สิบวันนี้ก็แค่ต้องตะบี้ตะบันผ่าตัดให้แหลกไปเลย ดูสิว่าจะเก็บคะแนนได้พอไหม

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ก็ต้องลงมือทำทันที

ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของห้องผ่าตัด หยางผิงยืนใส่หมวกกับหน้ากากอนามัยอยู่หน้ากระจก พลางหันไปบอกซ่งจื่อมั่ว "เคสผ่าตัดสิบวันนี้ฉันขอเหมาหมดนะ นายอย่ามาแย่งล่ะ แล้วก็ฝากนายไปคุยกับหัวหน้าแพทย์ประจำบ้านกัวให้ทีนะ ว่าสิบวันนี้ฉันขอเหมาเคสฉุกเฉินของเขาด้วยเหมือนกัน"

หูฝาดไปหรือเปล่าเนี่ย ซ่งจื่อมั่วถึงกับเหวอไปเลย "หมายความว่าไงเนี่ย กะจะเหมาแม้กระทั่งเคสฉุกเฉินเลยเหรอ?"

หยางผิงพยักหน้า "ไม่ต้องถามมากน่า แค่ช่วยจัดการให้ก็พอ" พูดจบก็เดินออกไปเลย

ซ่งจื่อมั่วเอามือทาบหน้าผากตัวเอง อุณหภูมิก็ปกติดีนี่นา เขาพึมพำกับตัวเอง "ได้! เดี๋ยวจัดให้!"

จางหลินหันไปถามหลูเสี่ยวอู่ "ศิษย์พี่เป็นอะไรไปวะนั่น?"

หลูเสี่ยวอู่เองก็งงตึ้บ ทำหน้าครุ่นคิด พอเห็นว่าไม่มีคนอื่นอยู่ใกล้ๆ ก็กระซิบเสียงเบาอย่างมีลับลมคมนัย "แปดเก้าส่วนคือน่าจะจีบซูอี๋เสวียนติดแล้วแหงๆ เลยต้องรีบปั่นเงินไปซื้อแหวนเพชรไง ก็เลยต้องขอเหมาเคสผ่าตัดเพื่อเอาส่วนแบ่งเยอะๆ!"

"ศิษย์พี่โคตรป๋า! ถ้าเป็นงั้น ฉันคงต้องเตรียมตุนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไว้ซะแล้ว" จางหลินพยักหน้าเห็นด้วย

"มันไปเกี่ยวอะไรกับนายด้วยล่ะ?" หลูเสี่ยวอู่สวนกลับ

จางหลินตอบหน้าตาย "ก็ฉันต้องเก็บเงินเตรียมใส่ซองแดงงานแต่งไงวะ! งานนี้จะให้น้อยหน้าได้ไง ขืนใส่น้อยไปเดี๋ยวเสียหน้าพวกเราแย่"

"ก็มีเหตุผลนะ งั้นฝากซื้อเผื่อฉันลังนึงด้วย เอาเป็นรสเนื้อตุ๋นนะ" หลูเสี่ยวอู่พูดอย่างจริงจัง

พอซ่งจื่อมั่วเอาเรื่องนี้ไปบอก หัวหน้าแพทย์ประจำบ้านกัวกลับดีใจจนเนื้อเต้น ตอนนี้กำลังเหนื่อยล้าเป็นหมาหอบแดดอยู่พอดี มีคนอาสามาช่วยผ่าตัดให้แบบนี้ นี่ตัวเองไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหมเนี่ย

"เอาจริงดิ?" หัวหน้ากัวยังแอบหวั่นๆ

ซ่งจื่อมั่วตอบ "จริงสิ ช่วงนี้ศิษย์พี่ใหญ่กำลังวิจัยเรื่องการผ่าตัดบางอย่างอยู่ ต้องการเก็บข้อมูลเคสผู้ป่วยเยอะๆ ก็เลย—"

"จัดไป! หรือจะให้ศิษย์พี่เหมาเคสเก็บข้อมูลของทั้งเดือนนี้ไปเลยดีล่ะ?" หัวหน้ากัวใจป้ำสุดๆ

ซ่งจื่อมั่วกลอกตาใส่ ทิ้งท้ายไว้ประโยคเดียว "อืม นายยังจำทางไปห้องผ่าตัดได้อยู่ใช่ไหมเนี่ย?"

"ทางนั้นไงล่ะ?" หัวหน้ากัวเกาหัวแกรกๆ คุณชายซ่งนี่พูดจาลึกซึ้งเข้าใจยากแฮะ

ซ่งจื่อมั่วไม่มีทางเลือก ก็เลยต้องยอมลดตัวมาเป็นผู้ช่วยมือหนึ่งให้หยางผิงตลอดสิบวันนี้

จางหลินกับหลูเสี่ยวอู่ก็งัดสารพัดกลยุทธ์ออกมาหว่านล้อมทีมหัวหน้าเถียน เพื่อขอดึงเคสผ่าตัดมาทำเอง อ้างว่าเพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ขอให้ทุกคนช่วยสนับสนุนกันหน่อย

ตอนที่กำลังจะลามปามไปถึงทีมอื่น ซ่งจื่อมั่วก็รีบเบรกไว้ทัน ทีมหัวหน้าเถียนน่ะไม่เท่าไหร่ ยังไงก็ถือว่าเป็นพี่น้องกัน แต่ถ้าไปก้าวก่ายทีมอื่น มันจะดูไม่งามเอาได้

หัวหน้ากัวชีวิตดี๊ดี นั่งดูซีรีส์อยู่ในห้องพักเวรชิลๆ แถมยังมีจางหลินกับหลูเสี่ยวอู่คอยส่งเสบียงให้อีกต่างหาก

ตั้งแต่รับตำแหน่งหัวหน้าแพทย์ประจำบ้านมา ยังไม่เคยมีชีวิตที่สุขสบายขนาดนี้มาก่อนเลย บางทีชีวิตคนเรามันก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตานั่นแหละ บทจะสบาย ต่อให้ไม่อยากสบายก็ยังต้องสบายเลย

สิบวันผ่านไป หยางผิงนอนแผ่หลาราวกับผักเน่าอยู่ในห้องพักเวร เริ่มเช็กยอดคะแนน

หนึ่งหมื่นสองพันคะแนนเชียวนะ! อาศัยแค่รางวัลประจำวัน ที่เก็บเล็กผสมน้อยจากหลักสิบหลักร้อย อุตส่าห์สะสมมาได้ตั้งหมื่นสองพันกว่าคะแนน พอบวกกับของเดิมที่มีอยู่เก้าพันคะแนน ตอนนี้ก็มีสองหมื่นหนึ่งพันคะแนนแล้ว

ในที่สุดก็มีปัญญาซื้อคอร์สฝึกอบรมผ่าตัดกระดูกเชิงกรานและเบ้าข้อสะโพกราคาสองหมื่นคะแนนซะที

กว่าจะปั่นคะแนนมาได้ถึงสองหมื่นกว่านี่แทบกระอักเลือด แต่ในที่สุดก็สามารถต่อจิกซอว์ชิ้นสุดท้ายของแผนกศัลยกรรมกระดูกและอุบัติเหตุได้สำเร็จเสียที

หยางผิงเข้าสู่มิติระบบ โควตาผ่าอาจารย์ใหญ่หกพันเคสที่ได้จากแพ็กเกจฝึกอบรมขั้นสุดยอด ตอนนี้ยังเหลืออีกห้าพันเก้าร้อยเคส

เขาเริ่มจากการทำผ่าตัดจำลองเฉพาะส่วนกระดูกเชิงกรานไปหลายสิบเคสก่อน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียของ พอผ่าตัดเฉพาะส่วนเสร็จ เขาก็จัดการผ่าตัดแบบเต็มตัวต่อเลย

พอเรียนรู้กายวิภาคจากร่างอาจารย์ใหญ่จนพรุนแล้ว หยางผิงก็เริ่มเข้าสู่คอร์สฝึกอบรมผ่าตัดกระดูกเชิงกรานและเบ้าข้อสะโพกหักอย่างเป็นทางการ

การผ่าตัดกระดูกเชิงกรานและเบ้าข้อสะโพกมีความเสี่ยงและระดับความยากสูงมาก ระบบจึงกำหนดให้ต้องฝึกซ้อมถึงสามพันเคสเป็นอย่างต่ำ

จ่ายไปสองหมื่นคะแนน เพื่อแลกกับการฝึกซ้อมผ่าตัดกระดูกเชิงกรานและเบ้าข้อสะโพกสามพันเคส

จากตอนแรกที่ใช้เวลาผ่าตัดเคสละหลายชั่วโมง ค่อยๆ ลดลงเหลือเคสละครึ่งชั่วโมง จนตอนหลังทำเวลาเร็วที่สุดได้ภายในสิบกว่านาทีก็เสร็จแล้ว

จนกระทั่งระบบประเมินว่าผ่านเกณฑ์ระดับ 'สมบูรณ์แบบ' เขาถึงได้ออกจากมิติระบบมา ซึ่งในความรู้สึกของเขา เหมือนได้ใช้ชีวิตอยู่ในนั้นมาหลายเดือนแล้ว

พอกลับมาเช็กระดับสกิล ทักษะด้านศัลยกรรมกระดูกและอุบัติเหตุก็ก้าวเข้าสู่ระดับปรมาจารย์แล้ว ไอคอนสกิลย่อยของแผนกนี้ก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมเพรียงกัน

ในที่สุดการปูพื้นฐานก็เสร็จสมบูรณ์เสียที!

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 68 - แย่งผ่าตัด

คัดลอกลิงก์แล้ว